โรงเรียนมัธยมต้นมิดทาวน์
จิลและเทร่ามานี่ที่เพราะโทรศัพท์จาก ดร.แซมม่อน พวกเธอไม่สงสัยข้อมูลที่เพิ่งได้รับเกี่ยวกับระเบิดนิวเคลียร์ 5 กิโลตันที่กำลังจะถูกจุดชนวนในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา แม้ว่าจิลจะเสียใจกับเนลสันที่เสียชีวิตด้วยมือของตัวเองหลังจากที่เขากลายเป็นซอมบี้ แต่ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป ดังนั้นจึงเลือกที่จะวางเรื่องทุกอย่างไว้เบื้องหลังก่อนชั่วคราว
“มันเป็นเรื่องยากที่จะหาแองเจล่า แม้ว่าโรงเรียนมัธยมต้นมิดทาวน์จะไม่ใหญ่มากแต่ตอนนี้มันต้องมีซอมบี้อยู่ข้างในแน่ๆ ฉันว่าเราควรจะอยู่ด้วยกัน” เทร่าไม่กล้าอยู่ห่างจากจิล เธอเป็นแค่นักข่าวธรรมดาก่อนวันสิ้นโลก ดังนั้นจึงขาดทักษะเอาตัวรอด
“นี่ปืน ฉันรู้ว่าเธอกลัวแต่เราควรจะแยกกันหาเพื่อย่นระยะเวลา ไม่งั้นทุกอย่างได้จบแน่ ไอ้บริษัทบ้าๆ นั่นมันกล้าที่จะระเบิดเมืองด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ระยำเอ้ย!” จิลยื่นปืนพกของเนลสันให้นักข่าวสาว ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาดูด
เทร่าจับปืนในมือด้วยความกังวล และหลังจากนั้นเมื่อบุหรี่เกือบจะหมดมวนจิลจึงเดินเข้าไปในโรงเรียนมัธยมต้น
เทร่าไม่อยากแยกกันค้นหาเด็ก แต่เธอไม่สามารถหักล้างคำพูดของจิลได้ สุดท้ายจึงต้องกัดฟันแล้วทำตามข้อเสนอนั้น
จิลค่อยๆ เดินและตรวจสอบทีละห้อง ในขั้นต้นยังไม่พบซอมบี้เดินพร่าน แต่ถึงอย่างนั้นยังเห็นคราบเลือดจากห้องและโต๊ะเก้าอี้ได้ ดูเหมือนว่าจะมีการต่อสู้กันมาก่อน ส่วนจะมีผู้รอดชีวิตไหมก็ยากที่จะกล่าว เพราะตอนนี้โรงเรียนเหมือนว่าจะกลายเป็นโรงเรียนร้าง
จิลไม่คิดว่าแองเจล่าจะรอดชีวิต เพราะดูจากสภาพของโรงเรียนแล้วอัตราการรอดชีวิตของเธอไม่ต่างจากศูนย์จริงๆ
จิลมาถึงโรงอาหารของโรงเรียนมัธยมต้น ที่นั่นเธอค่อยๆ เดินไปรอบๆ ก่อนจะสังเกตเห็นโต๊ะและเก้าอี้ถูกวางไว้ไม่ไกลจากร้านอาหาร มันเหมือนกับว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ที่นั่น ด้วยความสงสัยเธอจึงก้มมองจึงพบกับเด็กสาววัย 14 ปีที่มีกระบนใบหน้า
“เธอใช่แองเจล่าหรือเปล่า” จิลถามด้วยรอยยิ้ม แต่เด็กหญิงกลับชี้ไปที่ข้างหลัง จิลหันไปมองและพบกับสุนัขซอมบี้ที่มีร่างกายไม่สมประกอบ เธอหลบการตะปบของมันแล้วยิงปืนหลายนัดสวนกลับ แต่สุนัขซอมบี้เคลื่อนไหวได้เร็วกว่ามนุษย์ที่ถูกกัด ดังนั้นมันจึงหลีกเลี่ยงศีรษะจากกระสุนได้ แต่ถึงอย่างนั้นสุดท้ายหัวของมันยังถูกระเบิดด้วยกระสุน
จิลถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่ตัวสั่นใต้เก้าอี้
“ที่นี้บอกได้หรือยังว่าชื่ออะไร”
“แองเจล่า”
“เป็นเธอนั่นเอง เอาล่ะออกมาได้แล้ว พ่อของเธอบอกให้ฉันมารับ...อ้อน่าจะมีคนอื่นด้วย ดังนั้นเธอไม่ต้องกังวลนะหนูน้อย” จิลไม่เก่งเรื่องการเกลี้ยกล่อมแต่ถึงอย่างนั้นคำพูดของเธอก็ไม่ได้แย่
แองเจล่าค่อยๆ คลานออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับกระเป๋าใบสีดำ เธอลุกขึ้นยืนและเผชิญหน้ากับจิล
“เอาล่ะรีบไปกันเถอะ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่ามีซอมบี้ตัวอื่นอยู่ในโรงเรียนหรือเปล่าแต่มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากเรายังอยู่ที่นี่ต่อ”
แองเจล่าเห็นด้วยกับความคิดนี้ ทว่าในตอนนั้นเองเสียงปืนดังขึ้นใกล้ๆ เป็นชายวัย 30 ปีในชุดลายพรางของกองทัพกำลังยิงปืนใส่ซอมบี้ หลังจากนั้นเขาจึงหันหน้ามองจิล ก่อนจะกล่าวถาม
“คุณเองก็ได้รับโทรศัพท์เหมือนกันเหรอ”
“ใช่”
“สวัสดีผมคาริอัส ยินดีที่ได้รู้...” คำพูดยังไม่ทันจบซอมบี้หลายสิบตัวก็แห่กันเข้ามา นอกจากนั้นยังมีสุนัขซอมบี้อีกสองตัว
“ดูเหมือนว่าเราต้องรีบไปแล้ว ฉันจิล คุณมีความคิดอะไรดีๆ แนะนำไหม” จิลรู้ว่ากระสุนในแม๊กกาซีนใกล้จะหมดลงแล้ว หากต้องจัดการกับซอมบี้ทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นชายคนนี้ที่เพิ่งพบน่าจะมีทางแก้ปัญหาตรงหน้า
“แยกทางกัน ผมจะล่อมันออกไปอีกทางส่วนคุณพาเด็กไป” คาริอัสกำลังเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่แห่กันเข้ามาเป็นโขยงด้วยสีหน้าหนักอึ้ง หลังจากนั้นเขาจึงวิ่งไปอีกทางเบื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมัน แต่เหมือนว่าสุนัขซอมบี้จะสนใจจิลแทน
จิลใช้เวลานั้นรีบยิงสกัดพวกมันจนกระสุนหมดแม๊ก แต่ถึงอย่างนั้นยังมีซอมบี้และสุนัขซอมบี้เหลือรอดอีกจำนวนหนึ่ง เธอรีบวิ่งไปที่เตาแก๊สแล้วหมุนเตาจนสุดวาล์ว จากนั้นรีบเดินออกไป จุดไม้ขีดไฟแล้วโยนทิ้งด้านหลัง หลังจากนั้นแก๊สจึงทำปฏิกิริยากับเปลวไฟแล้วเกิดการระเบิดขึ้น
แองเจล่าวิ่งหนีออกไปก่อนแล้ว โชคดีที่อลิซเข้ามาทันเวลา เธอคว้าเสื้อกันไฟจากตู้นิรภัยข้างๆ แล้วห่อตัวเองไว้กับแองเจล่า ส่วนเนี่ยฝานคว้าตัวของจิลแล้วสกัดเปลวไฟจากแรงระเบิดด้วยพลังจิต
เมื่อผลพวงจากแรงระเบิดหายไปเขาจึงได้ปล่อยตัวหญิงสาว
“ขอบคุณ ว่าแต่นายทำมันได้ยังไง” จิลถาม เมื่อครู่นี้แม้จะไม่หันกลับไปมองแต่เธอก็รู้สึกประหลาดใจมากที่แรงระเบิดมันมาไม่ถึง
“อยากรู้เหรอ...ไว้จะบอกนะ”
จิลกรอกตาและไม่อยากคุยกับเขาอีก
อลิซถอดเสื้อกันไฟออกแล้วผละออกจากแองเจล่า ก่อนจะพูดกับทุกคนว่า “เธอติดเชื้อ”
“เธอรู้ได้ยังไง” จิลถาม
“เพราะเธอเองก็ติด” แองเจล่าตอบ
“อ้อ...แล้วทำไมเธอถึงไม่บอกเราล่ะอลิซ?” จิลมองค้อนเธอด้วยความไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น และฉันไม่สามารถแพร่เชื้อให้กับคนอื่นได้” อลิซอธิบายแค่นั้นแล้วหันไปมองแองเจล่า ก่อนจะก้มลงมาแล้วยื่นมือออกไปที่กระเป๋า เด็กสาวไม่ได้ปฏิเสธและยื่นกระเป๋าให้ หลังจากนั้นอลิซก็เปิดกระเป๋าเหล็ก ภายในเป็นหลอดเซรั่มสีเขียวและสีฟ้า
“มันคืออะไร” จิลถาม
“แอนตี้ไวรัสและไวรัส” อลิซอธิบายสิ่งที่อยู่ในความทรงจำ ก่อนจะพูดกับแองเจล่าต่อ “ไปได้มันมาจากที่ไหน”
“พ่อของหนูทำมันขึ้นมา” แองเจล่าไม่กล้าโกหก
“ระยำเอ้ย สรุปว่าไอ้ ดร.แซมม่อนมันเป็นตัวการนี่เอง ฉันควรจะฆ่ามันซะหากเจอ” จิลสบถคำหยาบ
“พ่อของหนูไม่ได้เป็นเลว เขาพัฒนาไวรัสเพื่อช่วยให้หนูกลับมาเดินได้ แต่อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาก็มาที่บ้านแล้วขโมยผลงานของพ่อไป” แองเจล่าพยายามอธิบาย ในสายตาของเธอแซมม่อนทำทุกอย่างเพื่อเธอ
“โอเคเราเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว ตอนนี้เราควรรีบออกไปจากที่นี่” เนี่ยฝานตัดบทสนทนา ก่อนจะหันไปถามจิล “เทร่าอยู่ที่ไหน”
“เราแยกกันตามหาเด็กในโรงเรียน ฉันคิดว่าหากเธอรอดก็คงกลับมาเองแหละ โอ้ดูนั่นสิเธอมาพอดีเลย”
เทร่าเดินเข้ามาพร้อมกับปืนหนึ่งกระบอกและกล้องวิดีโอ
เนี่ยฝานกรอกตา ผู้หญิงคนนี้สามารถรอดชีวิตมาได้แม้ต้องอยู่ในโรงเรียนที่มีซอมบี้ ดูเหมือนว่าโชคของเธอจะค่อนข้างโชคดี
หลังจากนั้นคาริอัสก็ออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนผิวดำของเขาที่พบระหว่างทาง มีชื่อว่าเจเจ เป็นตัวตลกของกลุ่มที่ทำให้ทีมหัวเราะผ่อนคลาย
..............
เมื่อออกจากโรงเรียนโทรศัพท์ตู้สาธารณะพลันดังขึ้น อลิซเดินเข้าไปรับพร้อมกับได้รับข้อมูลของการหลบหนีไปจากเมืองแร็กวู๊ด
“ทางใต้ของเมืองย่านตึกกิฟฟิลล์ ที่นั่นจะมีเฮลิคอปเตอร์รออยู่สองลำด้วยกัน”
“มันคงไม่ได้รอรับเราแน่ใช่ไหม”
“ใช่ คุณต้องรีบหน่อยเพราะพวกเขากำลังจะขึ้นบินในอีก 30 นาที”
อลิซวางโทรศัพท์ลงแล้วบอกกับทุกคน
“เราต้องหารถ นอกจากนั้นต้องเตรียมตัวรับมือกับบริษัทร่ม” จิลดูดบุหรี่แล้วถอนหายใจ
คาริอัสและเจเจเริ่มหารถยนต์ที่ยังใช้ได้ มันเป็นรถ SUV แบบ 7 ที่นั่ง จากนั้นพวกเขาก็ขับไปด้วยความเร็วก่อนที่ระเบิดนิวเคลียร์จะถูกยิง
ในขณะเดียวกัน ดร.แซมม่อนได้ถูกควบคุมตัวโดย ดร.ไอแซ็ค วางร้ายของวิกฤตทางชีวเคมีภาค 2
.......
ใกล้จะรุ่งสางแล้ว ก่อนไปถึงที่หมายเนี่ยฝานขอลงจากรถกับอลิซ เขาไม่สามารถเดินเข้าไปโต้งๆ ได้โดยไม่มีการเตรียมตัวก่อน อย่างน้อยต้องเคลียร์สไนเปอร์บนตึกสูง
“พร้อมไหม” เนี่ยฝานจับเอวของอลิซและมองเธอยิ้มๆ
“เริ่มได้เลย” อลิซไม่มีเวลาบ่นที่ถูกเขาเอาเปรียบ หลังจากนั้นภายใต้การควบคุมของเนี่ยฝานทั้งคนลอยอยู่บนท้องฟ้า ก่อนจะเข้าประจำตำแหน่งและเริ่มเก็บกวาดหน่วยสไนเปอร์ของบริษัท ‘ร่ม’
“ฉันรู้สึกได้ถึงไวรัสในร่างกายของนาย เป็นไปได้ไหมว่านายเองก็ติดเชื้อ” อลิซมองเขาด้วยความสงสัย เธอแน่ใจการติดเชื้อของแองเจล่าแต่ของเนี่ยฝานความรู้สึกนี้มันเบาบางมาก
“ใช่ผมได้ฉีดไวรัส-ที แต่มันหลอมรวมกับร่างกายของผมนานแล้ว แน่นอนว่าไม่สามารถแพร่เชื้อได้ และหากเธอฝึกฝนจนชำนาญการควบคุมวัตถุก็เป็นเรื่องง่าย” เนี่ยฝานไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ และเขาก็เข้าใจสาเหตุว่าทำไมเธอถึงไม่ค่อยแน่ใจ เพราะนอกจากไวรัส-ที แล้ว ในร่างกายของเขายังมีแหล่งพลังงานอื่นๆ ที่แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่ากัน
“ฉันสามารถเป็นแบบนายได้หรอ เช่นบิน หรือควบคุมสิ่งต่างๆ อย่างวัตถุ”
“ในทางปฏิบัติแล้วใช่ แต่ถึงอย่างนั้นต้องฝึกฝน”
ในภาพยนตร์ภาค 3 เธอสามารถควบคุมเปลวไฟจนทำลายอีกาที่ติดเชื้อไว้รัสได้ แน่นอนว่ามันทรงพลัง แต่หากเทียบกับคริสตัลใน ‘บันทึกลับสะท้านโลก’ แล้วยังถือว่าล้าหลังมาก
“เข้าใจแล้ว หลังจากที่เรารอดไปจากเมืองบ้าๆ นี่นายต้องฝึกฉันใช้พลังเข้าใจไหม”
“แน่นอน เพราะในอนาคตเธอจะต้องเป็นภรรยาของผมนี่นะ“
อลิซกรอกตา จนถึงตอนนี้เนี่ยฝานก็ยังไม่เลิกหยอด เธออยากจะรู้จริงๆ ว่าในสมองของเขาเคยคิดอะไรบ้างนอกจากเซ็กส์