เ้ากระต่ายช่วยกันบอกเล่าถึงสิ่งต่าง ๆ ที่พวกมันพบเห็นอย่างละเอียดยิบ ไม่ว่าจะเป็ความเรียบเนียนประดุจหยก หรือจุดดำเล็ก ๆ ไม่ว่าจะมีกี่จุด พวกมันก็ช่วยกันบรรยาย ราวกับนิโคลัสเห็นด้วยตาตนเอง
‘เนียน...ประกาย...งามยิ่ง’
“เดี๋ยว หยุดเดี๋ยวนี้”
“ข้าบอกให้หยุด”
นิโคลัสะโดุกระต่ายทั้งสองให้หยุดเล่าในทันที
“ข้าบอกให้พวกเ้าไปตามสืบว่าพวกเขาทำอะไรกัน มีอะไรที่ผิดปกติไหม ไม่ใช่ให้พวกเ้าไปดูเขาอาบน้ำ พวกเ้านี่ช่าง”
นิโคลัสกล่าวตำหนิเ้าสองตัวด้วยความโมโห
‘ก็ท่านให้พวกข้าเล่าในสิ่งที่เห็น ตอนแรกพวกข้าก็ลังเล เป็ท่านเองที่บอกให้ข้าเล่า ข้าก็นึกว่าท่าน ชอบ เื่พวกนี้’
กระต่ายทั้งสองกล่าวตัดพ้อราวกับไม่ใช่ความผิดของพวกมัน
“ข้าเป็วิญญูชนนะ จะไปชอบแอบดูสาวๆ แบบพวกเ้าได้อย่างไร”
เขากล่าวพร้อมยืดอกแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในตัวเอง
‘แสดงว่าท่านไม่เคยดูเลยใช่ไหม’
กระต่ายถามไปแบบซื่อๆ ไม่ได้คิดอะไร
“อึ้ก!”
คำถามนั้นเหมือนมีดเล่มบางเฉือนลงกลางใจเขาอย่างเงียบงัน ทะลุไปถึงจิติญญาที่เขาพยายามซ่อนไว้ลึกๆ ภายใน
ทำให้กระแสจิตของเขากระเพื่อมไหว และภาพงดงามมากมายจากโลกก่อนผุดขึ้นในความคิดของเขา และมันถูกถ่ายทอดออกไปสู่เหล่าสัตว์ทั้งหลายที่รายล้อมอยู่โดยไม่รู้ตัว
สัตว์ทุกตัวต่างตกตะลึงเมื่อได้รับรู้เื่ราวที่ถูกส่งผ่านกระแสจิต แบบไม่ตั้งใจ
พวกมันต่างจ้องมองไปที่นิโคลัสด้วยแววตา เปี่ยมด้วยรอยยิ้มสุดหัวใจ
“อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น ถ้าเ้าไม่หยุด ข้าจะเลิกฝึกแล้วนะ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น สัตว์ทุกตัวต่างก็เบือนหน้าหนี เพื่อกลั้นยิ้มไม่ให้นิโคลัสเห็น
“เอาหล่ะ ข้าขอบคุณพวกเ้าทุกตัวมาก ข้าจะตอบแทนพวกเ้าตามที่ตกลงไว้”
เขารีบตัดบทในทันที พร้อมหันหน้าไปทางขอบฟ้าไกล ๆ ราวกำลังคิดถึงเื่ราวบางอย่างในอดีต
จากนั้นกลิ่นหอมเริ่มฟุ้งกระจาย นิโคลัสเริ่มฝึกตำราสรรพสัตว์อีกครั้ง..
เวลาผ่านไปราว สองชั่วโมง นิโคลัสได้ลืมตาตื่นขึ้น
“เอาหล่ะ ข้าฝึกมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เหมือนเวลาพวกเ้ากิน ถ้าอิ่มเกินไปก็จุก มีโทษมากกว่าประโยชน์”
เขาบอกกล่าวให้พวกมันฟัง ถึงความจำเป็ เพื่อพวกมันจะได้ไม่รู้สึกว่าน้อยเกินไป
“จากนี้เราต้องแยกทางกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้ข้าจะออกไปจากที่นี่”
“ส่วนเ้าตัวขาวนี่ ข้าสัญญาจะรักษามันอย่างดี”
“ขอให้เทพคุ้มครองพวกเ้า ลาก่อน”
เขากล่าวคำอำลา และให้สัญญาจะรักษาเ้านกสีขาวที่าเ็สาหัสให้หายดี
พวกสัตว์ทยอยจากไปกันจนหมด
หลังจากนั้น นิโคลัส ได้นำตำราสรรพสัตว์ออกมา เพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือไม่
หน้าปกสีดำว่างเปล่าและแผ่นแรกที่มีโคลง สี่ บรรทัด ยังคงเหมือนเดิม
แต่เมื่อเขาพลิกไปแผ่นที่สอง เขาต้องแปลกใจ
“เอ๊ะ! มีข้อความปรากฏขึ้นมา 1 บรรทัด”
เมื่อเขาอ่านข้อความทำให้ เขาดีใจมาก เป็สิ่งที่เขา้าอยู่แล้ว มันเป็วิธีฝึกบังคับไม่ให้กลิ่นกระจายออกจากตัวเวลาฝึกนั่งเอง ถ้าไม่มีวิธีนี้ เขาต้องลำบากมากแน่นอน
‘เดี๋ยวนะ นอกจากจะมีข้อความใหม่แล้ว เหมือนสีแผ่นหนังก็เปลี่ยนไป เมื่อก่อนดำด้านทั้งแผ่น แต่ตอนนี้ จาก้ามีความมันวาวลงมาจนถึงข้อความที่ปรากฏ’
‘ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังขูดล็อตโตเลยก็ไม่รู้ แต่ก็เข้าใจง่ายดี ทำให้รู้ว่าข้าฝึกไปถึงไหนแล้ว’
“แสดงว่า ถ้าข้าฝึกสะสมพลังไปเรื่อย ๆ ก็อาจมีข้อความใหม่ปรากฏออกมาให้เห็น”
เขาพิจารณาความน่าจะเป็ไปได้
เมื่อเขาสรุปได้แล้ว เขาก็เก็บตำราเข้าสู่ร่างกายเหมือนเดิม
จากนั้นเขาก็เริ่มฝึกสะสมมานา โดยขณะนี้ด้านเวทมนตร์เขาทำได้เพียง สะสมมานา เท่านั้น เนื่องจากยังมีพลังมานาในแกนมานายังมีน้อยมาก ตอนนี้เขายังไม่สามารถฝึกวิชาเวทอื่น ๆ ได้เลย
เมื่อเวลาผ่านไปจนบ่ายคล้อยใกล้ถึงเวลายามเย็นแล้ว
“ได้เวลาเริ่มแผนกางถุงเพื่อจับหนูแล้วซินะ”
“แจ็ค เรากลับกันได้แล้ว”
เขาะโออกไปดัง ๆ เพื่อเรียกแจ็ค
เขาไม่ลืมอุ้มเ้านกน้อยกลับไปด้วย โดยตอนนี้อาการมันดีขึ้นบ้างแล้วหลังจากได้พลังงานจากเขาไป
แต่อาการยังไม่สู้ดีนัก เขาคงต้องเอามันไปไว้ที่กระโจมของเขาก่อน
จากนั้นเขาก็เดินมุ่งหน้ากลับไปที่พัก
“นายน้อย ฝึกเสร็จแล้วใช่ไหมขอรับ”
ใช้เวลาชั่วครู่ แจ็คก็มาเดินอยู่ด้านหลังเขา
“ใช่”
“ข้าถามเ้าหน่อย ฝีมือยิงธนูของอาริน แม่นยำและรวดเร็วแค่ไหน”
เขาถามข้อมูลจากแจ็คเพื่อแผนที่เขาวางไว้
“ในระยะไม่เกิน ห้าสิบ ก้าว ข้าไม่กล้าทำให้อารินโกรธแน่นอนขอรับ ความเร็วของข้าน้อยไม่อาจรอดพ้นจากพี่อารินได้เลย”
แจ็คตอบด้วยสีหน้ารันทด
“แสดงว่าเ้าเคยทดลองแล้วใช่ไหม?”
เขาถามเมื่อมองเห็นสีหน้ารันทดของแจ็ค
“แฮ่ะ ๆ ข้าผิดเอง ข้าเผลอล้อเล่นแรงไปหน่อย ขนาดข้าเตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว คาดว่าหลบทันแน่นอน แม้ไม่สาหัสแต่ก็เล่นเอาเือาบไปเลยที่เดียว”
สีหน้ายิ่งสลดเมื่อคิดถึงยามอารินโกรธจัด
“เ้าไปทำอะไรให้อารินโกรธจัดละ ข้าจะได้ระวังเอาไว้”
เขาต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนไม่ให้พลาดเหมือนแจ็ค แม้ว่าอารินจะไม่ทำอะไรเขาก็ตาม
“เอ่อ...คือ ที่จริงแล้ว ทั้งสองสาวชอบ วิคเตอร์”
“แต่เนื่องจากเราถูกเลี้ยงมาเหมือนพี่น้องกันทั้งหมด ทำให้ความรู้สึกมันติด ๆ ขัด ๆ”
“ข้าก็แค่พยายามช่วย แต่อาจเกินไปหน่อยเลยทำให้นางโกรธ”
แจ็คบอกพลางคิดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา มันซับซ้อน วิคเตอร์ เป็เหมือนพี่ชายคนโตของพวกเขา ดูแลพวกเขามาั้แ่เล็ก ๆ จะให้เปลี่ยนแปลงก็ลำบากใจอยู่
“อ้อ ข้าเข้าใจละ จะได้จำไว้”
“กลับไป เ้าและอาริน เตรียมพร้อมเอาไว้นะ ข้ามีงานให้พวกเ้าทำ แล้ววิคเตอร์จะเป็คนบอกรายละเอียดให้พวกเ้ารู้เอง ส่วนอีรินกับพ่อบ้าน จะอยู่คุ้มครองอยู่ข้างกายข้า”
“เราจะกางตาข่ายจับหนูกัน”
เมื่อเขากล่าวจบ ก็เดินต่อไปโดยไม่พูดอะไรต่อ
เมื่อกลับถึงที่พัก ก็ใกล้เวลาเย็นแล้ว นิโคลัสรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนเรียกประชุมทั้งหมดทันที
“ข้าเรียกทุกท่านมาเพื่อจะบอกแผนการเดินทางให้ทราบ”
ชายหนุ่มเริ่มแผนการของเขาทันที
“พรุ่งนี้เช้า เราจะเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่ทันทีที่เห็นลายมือชัดเจน เพราะอากาศจะได้ไม่ร้อนมาก”
“อย่างที่เราทราบกันดี ตอนนี้เรายังไม่มีสัตว์พาหนะ จึงจำเป็ต้องเดินก่อน ไว้ผ่านเมืองแรกเมื่อไรเราจะดูกันอีกที”
เขากล่าวพลางสังเกตอาการของทุกคน
“จุดหมายของเราคือ เมืองหลวงวาลเดียลา ของแคว้นเอเธลการ์ด”
“โดยเราจะเลี่ยงการผ่านเข้ากลางแคว้น ฮาเวนดอร์ ที่เราอยู่ตอนนี้”
“ข้าไม่อยากเป็จุดสนใจจึงอยากเลี่ยงเมืองหลวงของแคว้นฮาเวนดอร์ เราจะใช้เส้นทางอ้อมเมืองหลวงไป”
ไม่เพียงแต่นิโคลัสที่จับสังเกตอาการของทุกคน พ่อบ้านเองก็เริ่มสังเกตทุกคนเช่นเดียวกัน เพราะเขารู้แล้วว่านิโคลัสกำลังวางเหยื่อ
“พวกท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง”
เขาสอบถามเพื่อว่าใครมีความคิดดีๆ
“ท่านไม่ได้ให้เราเดินเท้าไปตลอดทางใช่ไหม แล้วท่านมีเงินพอซื้อสัตว์พาหนะใช่ไหม”
น้ำเสียงห้วนๆ จากบุคคลเดิม อังเดร
“ขออนุญาตนายน้อย เื่นี้ข้าขอตอบแทนเอง”
พ่อบ้านขออนุญาตนายน้อยก่อนตอบอังเดร
“ข้ามีเงินพอซื้อให้ครบทุกคน เพียงแต่เป็พันธุ์ธรรมดาแค่พอให้เราขี่ไปกันได้เท่านั้น”
พ่อบ้านตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ฮึ!”
อังเดรพ่นลมออกจมูกดูเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“คนอื่นมีอะไรอีกไหม”
นิโคลัสหันไปถามคนอื่นๆ
ทุกคนต่างนิ่งเฉยไม่มีใครเสนอความคิดเพิ่มเติม
“เช่นนั้น ข้าต้องขอรบกวนท่านวิคเตอร์ด้วย”
แผนขั้นต่อไปของเขาเริ่มขึ้นแล้ว
“หลังจากกินข้าวเสร็จ ข้าอยากให้ท่านกับอารินช่วยกันคุ้มกันแจ็คออกไปดูสำรวจเส้นทางข้างหน้าที่เราจะเดินทางพรุ่งนี้”
“ข้ากลัวว่าอาจมีศัตรูดักอยู่ทางข้างหน้า หรืออาจมีสัตว์ร้ายขวางทางเรา”
“ถ้าเราล่วงรู้ก่อน เราจะได้ระวังตัวได้ โดยท่านทำเครื่องหมายตามทางที่ท่านไป ถ้าไม่มีอะไรท่านก็พักผ่อนรออยู่ที่ทางข้างหน้าไม่ต้องเดินกลับมา ท่านคิดเห็นเช่นไร”
เขาขอร้องไห้วิคเตอร์ไปทำด้วยตนเองไม่ใช่ให้วิคเตอร์สั่งการคนอื่น
“ขอรับนายน้อย”
วิคเตอร์รับคำโดยง่าย
“ท่านเป็พี่ชายที่แสนดีของข้าเสมอมาเลยนะ พี่วิคเตอร์”
นิโคลัสเข้าไปกุมมือเพื่อขอบคุณ วิคเตอร์ พลางยัดกระดาษที่พับจนเล็กไว้ในมือของเขา
เมื่อวิคเตอร์รู้ตัวและรับกระดาษไปแล้ว นิโคลัสก็สวมกอดเขาแล้วกระซิบเบา ๆ ข้างหูโดยไม่มีใครเห็นและได้ยิน
‘เปิดดูเมื่ออยู่ห่างจากที่นี่แล้ว’
นิโคลัสคลายมือจากการสวมกวดเขา และกล่าวต่อโดยใช้เสียงดังปกติ
“ข้าไว้วางใจท่านวิคเตอร์เสมอ ครั้งนี้ ต้องรบกวนท่านแล้ว”
เขากล่าวราวกับขอบคุณที่วิคเตอร์ที่ต้องออกไปดูสำรวจเส้นทางให้ในยามค่ำคืน
“เอาหล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว เตรียมอาหารได้”
เขาปิดการประชุม และสั่งให้เตรียมอาหารทันที
เมื่อมื้ออาหารผ่านไป วิคเตอร์ อาริน และแจ็ค เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็ออกเดินทางขึ้นเหนือทันที
โดยก่อนหน้านั้นแจ็คได้บอกกับวิคเตอร์และอารินถึงสิ่งที่นิโคลัสแจ้งเขาไว้ ทำให้ทั้งสองคนรับรู้ถึงความผิดปกติได้ทันที
ทั้งสามเดินทางห่างออกมาพักใหญ่ จนถึงจุดที่หันกลับไปไม่เห็นที่พักแล้ว
วิคเตอร์จึงเปิดกระดาษแผ่นนั้นออกมา
‘ท่านพี่วิคเตอร์ ข้าจะจับคนทรยศคืนนี้ ข้ามั่นใจว่ามีอย่างน้อยมี 1 คน
คนหนึ่งอาจเป็ โทมัส แต่ข้าสงสัยว่าจะมีอีกคนแฝงตัวอยู่ ซึ่งข้าไม่รู้ว่าเป็ใคร
ข้าอยากให้พวกท่าน วกกลับ มาที่พักโดยไม่ให้ใครรู้และซ่อนตัวให้มิดชิด
เพื่อรอโอกาสที่ข้าจะเปิดโอกาสให้ อาริน ลงมือ
ข้าให้ท่านออกไปเพราะท่านแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม หากท่านไม่อยู่พวกมันถึงจะกล้าลงมือ
ส่วนอารินคืออาวุธที่ข้าจะใช้หยุดพวกมัน ด้านแจ็คนั้นเป็หน่วยลาดตระเวนอยู่แล้วจึงต้องไปกับพวกท่านด้วย
ยามเมื่อท่านกลับมา ขอให้สังเกต คนที่ออกไปนอกบริเวณที่พัก
ขอให้ท่านแอบตามไปห่าง ๆ ให้อยู่ในระยะยิงหวังผลของอาริน ข้าคาดไว้ว่า คนนั้นจะออกไปส่งข่าว
ในขณะที่พวกข้าลงมือจับคน ๆ นั้น ขอท่านอย่าเผยตัว
เป้าหมายของท่านคือ คนทรยศอีกคน
ข้าไม่รู้ว่าพวกมันจะรู้จักกันหรือไม่ ถ้ารู้จักกันแสดงว่าพวกมันจะลงมือช่วยกัน
แต่ถ้าคนแรกไม่รู้ว่ามีคนที่สอง แสดงว่าคนทรยศอีกคนจะมีหน้าที่ ปิดปาก คนแรกเพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล
ถ้าพวกมันรู้จักกันและเข้าช่วยเหลือกัน พวกท่านจงรอไปก่อนอย่าพึ่งลงมือ จนกว่าข้าจะเรียกพวกท่าน
แต่หากไม่มีการลงเข้าช่วยเหลือใด ๆ ขอให้ อาริน ฟังสัญญาณจากข้า ข้ามั่นใจว่าคนทรยศอีกคนจะลงมือสังหารคนแรกแน่นอน
การเข้าจับกุมคนแรก ข้าจะออกคำสั่ง จับเป็ห้ามให้มันตายเด็ดขาด
หากใครมีเจตนาฆ่าชัดเจน แสดงว่าคนนั้นคือคนทรยศคนที่สอง
ให้อาริน ยิงทันที เมื่อข้าสั่ง ถ้าไม่ตายได้เป็การดี แต่ถ้าลำบากก็จัดการมันได้เลย
ขอให้เทพคุ้มครอง’
เมื่ออ่านจบ วิคเตอร์ สีหน้าเครียดขึ้นทันที พลางส่งกระดาษแผ่นนั้นให้ทั้งสองคนอ่าน
“พวกเ้าเข้าใจทุกอย่างแล้วใช่ไหม”
วิคเตอร์ถามทันทีเมื่อเห็นว่าทั้งสองอ่านจบ
“เตรียมตัวให้พร้อมเราจะอ้อมไปไม่กลับทางเดิม อย่าให้ใครสังเกตเห็น”
“เมื่อเข้าใกล้ระยะเราจะไม่พูดอะไรกันอีก แจ็ค เ้าเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ เพียงคนเดียว"
"แล้วส่งสัญญาณให้พวกข้าตามเข้าไป จากนั้นเราจะคอยสัญญาณจากนายน้อย”
วิคเตอร์สั่งการภายในครั้งเดียว
“รับทราบ”
จากนั้นทั้งสามได้ย้อนกลับที่พักในทันที
ในบริเวณที่พัก เมื่อทั้งสามออกไปแล้ว ทุกคนที่เหลือ ช่วยกันจัดแจงกระโจมที่พักและก่อไฟไว้ยามค่ำคืน
“พ่อบ้าน ข้ารบกวนท่าน สร้างเขตแดนป้องกันสัตว์ร้ายเข้ามาในบริเวณที่พักด้วย เพราะวันนี้เรามีเสบียงที่พึ่งหามาได้ ขากลัวว่าพวกสัตว์ร้ายจะเข้ามารบกวนเรา”
เขากล่าวกับพ่อบ้านด้วยเสียงดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน
“ได้ นายน้อย”
กล่าวเสร็จ พ่อบ้านเดินไปที่ตรงกลางที่พัก แล้วหยิบม้วนเวทขึ้นมาหนึ่งม้วน
พอใส่พลังเวทเข้าไปเริ่มมีแสงแดงอ่อนเกิดขึ้นจากม้วนเวท ก่อตัวเป็วงแหวนเวทที่มีอักขระโบราณอยู่ภายในเล็กน้อย
วงแหวนเวทเริ่มก่อตัวเป็รูปโดมแล้วขยายรัศมีออกไปทางขอบนอกของที่พักเรื่อย ๆ เห็นเป็แสงจาง ล้อมรอบที่พักเอาไว้
“เรียบร้อยแล้วนายน้อย”
พ่อบ้านบอกเขาเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
“ขอบคุณพ่อบ้าน คืนนี้ พ่อบ้านช่วยจัดเวรเฝ้ายามให้ด้วยนะ นี่เริ่มมืดแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
จากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่พักของตัวเอง
เหตุที่เขาตั้งใจให้พ่อบ้านสร้างเขตแดนเวทขึ้นมา เพราะแม้ว่าจะใช้เพื่อป้องกันสัตว์ร้าย
แต่เมื่อมีข้อความใด ๆ ถูกส่งออกผ่านม่านพลัง เ้าของม่านพลังจะรู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมของม่านพลังทันที
แม้อาจไม่รู้ว่าใครร่ายเวทส่งข้อความในทันทีที่ม่านพลังกระเพื่อม แต่สามารถสืบจากเขม่ามานาที่ตกค้างอยู่บนตัวได้
เพราะผู้ที่พึ่งร่ายเวทจะมีเขม่ามานาเหลือทิ้งไว้อยู่ แต่ถ้าผ่านไปประมาณสิบห้านาที เขม่ามานานี้จะหายไปเอง
นั่นจะทำให้คนทรยศต้องพยายามหลบออกไปนอกเขตม่านพลัง
และนั่นคือตาข่ายชั้นที่สอง ที่เขาสร้างขึ้น ในยามค่ำนี้ เขาได้ขอให้พ่อบ้าน ออกไปสร้างเขตแดนกั้นการสื่อสาร กระจายไว้ทั่วบริเวณด้านนอกที่พักอีกชั้นหนึ่งโดยไม่ให้ใครรู้
พ่อบ้านได้สร้างเขตแดนไว้หลายๆ จุด ครอบคลุมรอบบริเวณที่พัก ไม่มีใครสังเกตเห็นตอนที่พ่อบ้านร่ายเวทและระหว่างร่ายเวทพ่อบ้านได้ทำให้วงแหวนเวทไม่สว่างขึ้นด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าพ่อบ้านทำได้อย่างไร อาจเป็วิธีของจอมเวทก็เป็ได้
“ข้าหวังว่า ท่านวิคเตอร์ จะกลับมาแล้วนะ”
“เอาหล่ะ ต่อไปถึงเวลาใช้ อาวุธลับ ตามจับ สายลับ กันแล้ว”
แล้วนิโคลัสก็เริ่มฝึกตำราสรรพสัตว์อีกครั้ง...
แต่ครั้งนี้เขาเพียงกระจายออกไปเพียงบางเบาเรียกเหล่าสหายน้อยเพียงไม่กี่ตัว
จากนั้นภารกิจสำหรับ จารชนตัวจิ๋ว ก็เริ่มขึ้น
ทุกตัวก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจด้วยความพร้อมเพรียง
“ตาข่ายกางไว้เรียบร้อย รอเพียงหนูวิ่งเข้ามาติดเท่านั้น…”