วันต่อมา ประมุขตระกูลหลิงได้ชวนเสี่ยวชวนมานั่งเล่นตรวจอาการที่ห้องโอสถก่อนจะถามว่า
“เ้าคิดว่าชีวิตคือสิ่งใด?”
“ชีวิตคือชีวิต อิสระเสรีภาพ อยากทำเช่นไรกับชีวิตย่อมเลือกเองได้” เสี่ยวชวนตอบ
หลิงเทียนเหอหัวเราะเบา ๆ
เสียงหัวเราะนั้นมิได้ดังนัก แต่กลับหนักแน่นและเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
สายตาของประมุขผู้ผ่านลมฝนมานับไม่ถ้วนฉายแววชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
"ดี"
"ตอบได้ไม่เลว"
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ
ไอน้ำสีขาวลอยอ้อยอิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี
ราวกับกำลังทอดสายตามองอนาคตของเด็กหนุ่มตรงหน้า
"คนจำนวนมาก เมื่อได้รับความช่วยเหลือ"
"มักพูดคำว่าซาบซึ้ง"
"บางคนกล่าวว่าจะตอบแทน"
"แต่มีน้อยคน..."
หลิงเทียนเหอวางถ้วยลง
เสียงกระทบหินดังแ่เบา
"ที่เข้าใจว่า 'หนี้บุญคุณ' มีน้ำหนักเพียงใด?"
เสี่ยวชวนนั่งตัวตรง
สายตาสงบนิ่ง
เขาไม่ได้พูดแทรก
เพราะรู้ว่าชายตรงหน้ากำลังสอน
ไม่ใช่ทดสอบ
"หนี้เงิน ใช้เงินคืน"
"หนี้ชีวิต ใช้ชีวิตตอบ"
"แต่หนี้บุญคุณ..."
หลิงเทียนเหอแย้มยิ้ม
"บางครั้ง ต่อให้ใช้ทั้งชีวิต ก็ยังชดใช้ไม่หมด"
ลมค่ำพัดผ่านศาลา
ใบบัวไหวระริก
เงาสะท้อนบนผิวน้ำสั่นไหวเบา ๆ
เสี่ยวชวนประสานมือ
"ข้าเข้าใจ"
หลิงเทียนเหอสบตาเขา
"ไม่"
"ตอนนี้เ้ายังไม่เข้าใจทั้งหมด"
"แต่วันหนึ่ง เ้าจะเข้าใจ"
คำพูดเรียบง่าย
แต่แฝงด้วยประสบการณ์ของผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด
ผ่านการทรยศ การร่วมมือ การสูญเสีย และการเลือกข้างมานับครั้งไม่ถ้วน
เขามองเสี่ยวชวนอยู่นาน
ก่อนจะเอ่ยต่อ
"เ้ารู้หรือไม่?"
"เหตุใดข้าจึงชอบเ้า"
เสี่ยวชวนยิ้มบาง
"เพราะข้าหล่อ?"
หลิงเทียนเหอชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นหัวเราะลั่นขึ้นจริง ๆ
เสียงหัวเราะกังวานไปทั่วศาลา
แม้แต่หลิงซูเหยาที่แอบฟังอยู่หลังม่าน ยังเผลอยกมุมปาก
"ฮ่า ๆ ๆ!"
"ดี!"
"เ้ากล้าพูด กล้าเล่น"
"ไม่เลว!"
หลิงเทียนเหอส่ายหน้าอย่างขบขัน
"แต่ไม่ใช่"
เขาชี้นิ้วไปยังอกของเสี่ยวชวน
"ข้าชอบคนที่แม้าเ็"
"แม้ถูกพิษ"
"แม้เผชิญความตาย"
"แต่สายตายังไม่ยอมแพ้"
"คนเช่นนี้ ต่อให้ล้ม ก็ลุกขึ้นได้"
เสี่ยวชวนเงียบลงเล็กน้อย
คำพูดนั้นแทงเข้ามาในใจโดยตรง
เพราะมันคือความจริง
เขาผ่านความตายมาแล้วหนึ่งครั้ง
และไม่มีวันยอมตายง่าย ๆ เป็ครั้งที่สอง
หลิงเทียนเหอเอนตัวไปด้านหลัง
"ตระกูลหลิงไม่ขาดคนเก่ง"
"ไม่ขาดเงิน"
"ไม่ขาดโอสถ"
"แต่ขาด..."
เขาหรี่ตา
"พันธมิตรที่เชื่อถือได้"
เสี่ยวชวนเข้าใจทันที
นี่ไม่ใช่เพียงการขอบคุณ
แต่คือการยื่นมือ
ไม่ใช่พันธะบังคับ
แต่เป็สะพานเชื่อม
"ข้าไม่ชอบสาบานส่งเดช"
เสี่ยวชวนกล่าวช้า ๆ
"แต่หากวันใด ตระกูลหลิงประสบภัย"
"ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ"
"ข้าจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกท่าน"
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศนิ่งไปชั่วขณะ
หลิงเทียนเหอจ้องเขา
ไม่กะพริบตา
จากนั้น...
เขายกถ้วยชาขึ้น
"คำนี้"
"ข้าจะจำไว้"
เสี่ยวชวนยกถ้วยของตนขึ้นชนเบา ๆ
เสียงกระทบดังใสกังวาน
ในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ์
การชนถ้วยเช่นนี้
มีค่าไม่ต่างจากคำสาบาน
หลิงเทียนเหอวางถ้วยลง
ก่อนหยิบหมากสีดำเม็ดหนึ่งจากกระดานโกะที่วางข้างโต๊ะ
"มา"
"เล่นกับข้าสักตา"
เสี่ยวชวนเลิกคิ้ว
"หากข้าชนะล่ะ?"
"เ้าจะได้ของรางวัล"
"หากแพ้?"
"ก็ถือว่าเ้าได้เรียนรู้"
เสี่ยวชวนหัวเราะ
"ท่านประมุขไม่เคยขาดทุนจริง ๆ"
"แน่นอน"
ทั้งสองเริ่มลงหมาก
หลิงเทียนเหอเดินหมากอย่างมั่นคง หนักแน่น ราวกับการบริหารตระกูล
ส่วนเสี่ยวชวน...
กลับคมกริบและคาดเดายาก
รุกเมื่อควรรุก
ถอยเมื่อควรถอย
แม้ยังอ่อนประสบการณ์
แต่ความกล้ากลับเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกัน
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
หลิงเทียนเหอวางหมากเม็ดสุดท้าย
ก่อนถอนหายใจ
"แพ้แล้ว"
เสี่ยวชวนกะพริบตา
"ข้าชนะจริงหรือ?"
"จริง"
หลิงเทียนเหอยิ้มกว้าง
"เ้าวางกับดักั้แ่ยี่สิบกระบวนแรก"
"ข้าเกือบไม่ทันเห็น"
เขาหยิบแผ่นหยกสีฟ้าออกมาวางบนโต๊ะ
บนแผ่นหยกสลักอักษรคำว่า "หลิง"
"ถือไว้"
"หากอยู่ในเมืองเทียนหลิง"
"มันมีค่ามากกว่าทองหมื่นตำลึง"
เสี่ยวชวนรับไว้
ััถึงพลังอำนาจที่แฝงอยู่
นี่คือสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ
และการยอมรับอย่างแท้จริง
หลิงเทียนเหอลุกขึ้น
เดินไปริมศาลา
มองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นกลางฟ้า
"เสี่ยวชวน"
"โลกนี้กว้างใหญ่"
"ศัตรูมากมาย"
"มิตรแท้น้อยยิ่ง"
เขาหันกลับมา
ดวงตาคมดุจเหยี่ยว
"อย่าลืมว่า"
"เมื่อเ้ามองไม่เห็นทาง"
"ประตูตระกูลหลิง จะเปิดให้เ้าเสมอ"
เสี่ยวชวนลุกขึ้นช้า ๆ
โค้งคำนับอย่างจริงจังที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
"ข้าจะไม่ลืม"
หลิงเทียนเหอพยักหน้า
"ไปพักเถิด"
"พรุ่งนี้..."
"ชีวิตเ้าจะไม่สงบเหมือนเดิมอีกแล้ว"
เสี่ยวชวนยิ้ม
"ชีวิตข้า เคยสงบด้วยหรือ?"
หลิงเทียนเหอหัวเราะอีกครั้ง
และในค่ำคืนนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กหนุ่มผู้ไร้พื้นฐาน
กับประมุขตระกูลใหญ่
ได้แปรเปลี่ยนเป็สิ่งที่ลึกซึ้งกว่าคำว่า 'บุญคุณ'
มันคือ
ความเชื่อใจ
แสงจันทร์อาบไล้ทั่วลานหินหยกของตระกูลหลิง
สายลมยามค่ำพัดเอากลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ลอยผ่านระเบียงยาว เสียงใบไผ่เสียดสีกันเบา ๆ คล้ายกำลังขับกล่อมค่ำคืนอันสงบ
เสี่ยวชวนยืนอยู่หน้าประตูใหญ่
ร่างกายฟื้นตัวไปมากแล้ว แม้าแภายในยังไม่หายสนิท แต่ลมปราณกลับไหลเวียนคล่องตัวกว่าก่อนเสียอีก
การรักษาของหลิงซูเหยา สมคำร่ำลืออย่างแท้จริง
ด้านหน้าเขา
หลิงซูเหยายืนกอดอก สีหน้ายังคงเ็าเช่นเดิม
หากในแววตากลับอ่อนลงกว่าครั้งแรกที่พบกันมาก
นางยกมือขึ้น
ขวดหยกสีเขียวอ่อนลอยมาหยุดตรงหน้าเสี่ยวชวน
ภายในบรรจุเม็ดยาสามเม็ด เปล่งประกายบางเบา
"โอสถฟื้นลมปราณระดับสาม"
"ใช้เมื่อเส้นลมปราณเสียหาย หรือพลังพร่องหนัก"
"อย่ากินเล่นเหมือนลูกอม"
เสี่ยวชวนรับขวดหยกไว้ พลางยิ้ม
"ข้าดูเป็คนกินยาเล่นหรือ?"
หลิงซูเหยามองเขาั้แ่หัวจรดเท้า
"ดูเป็คนทำเื่โง่ ๆ มากกว่า"
หลิงเอ๋อหลุดหัวเราะออกมาทันที
แม้แต่หลิงเปายังต้องเม้มปากกลั้นยิ้ม
เสี่ยวชวนถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"คำพูดท่านเจ็บยิ่งกว่าพิษ"
"ถ้าเ้ายังประมาท พิษคราวหน้าคงแรงกว่านี้"
หลิงซูเหยาตอบเรียบ ๆ
จากนั้น นางสะบัดแขนเสื้อ
แผ่นโลหะสีเขียวมรกตชิ้นหนึ่งหมุนลอยออกมา
ตรงกลางสลักอักษร "หลิง" ด้วยลายเส้นโบราณ
รอบขอบมีลวดลายเมฆและสมุนไพรพันเกี่ยวอย่างวิจิตร
ทันทีที่เห็น หลิงเปาและหลิงเอ๋อต่างเบิกตา
"ท่านน้า!"
"ตราหลิง!"
หลิงซูเหยาไม่สนใจปฏิกิริยาของทั้งสอง
นางยื่นมันให้เสี่ยวชวน
"ตรานี้"
"ใช้ขอความช่วยเหลือจากสาขาของตระกูลหลิงแห่งใดก็ได้"
"ซื้อยา รับข่าวสาร ขอความคุ้มครอง หรือส่งสาร"
"ตราบใดที่อยู่ในอาณาเขตของเรา"
เสี่ยวชวนรับตรามาอย่างเงียบ ๆ
ััเย็นจากโลหะแล่นผ่านปลายนิ้ว
นี่ไม่ใช่เพียงของขวัญ
แต่มันคือการยอมรับ
การเปิดประตู
และคำประกาศอย่างไม่เป็ทางการว่า...
เขาคือมิตรของตระกูลหลิง
"ขอบคุณ"
คราวนี้ เสี่ยวชวนกล่าวอย่างจริงจัง
หลิงซูเหยาพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
แต่แววตากลับอบอุ่นขึ้นชั่วขณะ
"อย่าตายก่อนใช้มัน"
"นั่นจะทำให้ข้าขาดทุน"
เสี่ยวชวนหัวเราะเบา ๆ
"ข้าจะพยายามไม่ให้ท่านขาดทุน"
หลิงเอ๋อเดินเข้ามาทันที
เด็กสาวเงยหน้ามองเขา ดวงตาเป็ประกาย
"พี่เสี่ยวชวน!"
"ครั้งหน้าถ้าใครทำร้ายท่าน..."
นางกำหมัดแน่น
ใบหน้าจริงจังจนชวนขำ
"ข้าจะไปฟันมันเอง!"
เสี่ยวชวนยิ้มกว้าง
อดยกมือขึ้นลูบศีรษะนางไม่ได้
"งั้นข้าคงต้องระวังไม่ให้เ้าแย่งซีน"
หลิงเอ๋อหัวเราะคิกคัก
ก่อนจะเชิดหน้าด้วยท่าทางภาคภูมิ
"แน่นอน"
"ข้าเก่งขึ้นมากแล้วนะ"
"อืม ข้าเชื่อ"
หลิงเปายืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ
แม้ท่าทีจะดูนิ่ง
แต่เมื่อสบตาเสี่ยวชวน นางกลับเบือนหน้าเล็กน้อย
"รักษาชีวิตไว้ก่อน"
"อย่าหุนหัน"
น้ำเสียงยังแข็งเหมือนเดิม
แต่ความห่วงใยกลับชัดเจนจนปิดไม่มิด
เสี่ยวชวนยิ้มมุมปาก
"ข้าจะจำไว้"
หลิงเปาพ่นลมหายใจ
"จำให้ได้จริงก็แล้วกัน"
"ไม่ใช่พอหายดี ก็วิ่งไปหาเื่อีก"
"ข้าเป็คนสุขุม"
หลิงเปาเหลือบมองาแทั่วตัวเขา
ก่อนตอบสั้น ๆ
"โกหก"
หลิงเอ๋อหัวเราะลั่น
แม้แต่หลิงซูเหยาก็ยังยกมุมปากเล็กน้อย
่เวลาสั้น ๆ นี้
อบอุ่นจนเสี่ยวชวนเผลอนิ่งไป
ั้แ่มายังโลกนี้
เขาเผชิญการดูิ่ การไล่ล่า และความตาย
แต่คืนนี้
เขากลับได้รับบางสิ่งที่มีค่ากว่าสมบัติ
มิตรภาพ
ความไว้ใจ
และผู้คนที่พร้อมยื่นมือให้
เสี่ยวชวนประสานมือ ค้อมศีรษะให้ทั้งสาม
"ข้าไปก่อน"
หลิงเอ๋อโบกมือแรง ๆ
"อย่าลืมมาเยี่ยมข้า!"
"แล้วเอาขนมมาด้วย!"
หลิงเปารีบเสริม
"ไม่ต้องฟังนางมาก"
"แต่... ถ้ามีสมุนไพรหายาก ก็เอามาได้"
เสี่ยวชวนหัวเราะ
"ตกลง"
เขาหันกลับ
ก้าวออกจากประตูใหญ่ของตระกูลหลิง
โคมแดงสองข้างประตูส่องแสงอบอุ่นอยู่เื้ั
ลมยามค่ำพัดชายเสื้อให้พลิ้วไหว
ในอกเสื้อ มีขวดยา
ในมือ มีตราหลิง
และในใจ...
มีสายสัมพันธ์ใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิด
เสี่ยวชวนเงยหน้ามองท้องฟ้า
ดวงดาวพร่างพราวเหนือศีรษะ
เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล
เต็มไปด้วยเื ศัตรู และบททดสอบ
แต่ครั้งนี้
เขาไม่ได้เดินเพียงลำพังอีกต่อไป
เสี่ยวชวนไม่รู้เลยว่า ก้าวแรกที่เขาเดินเข้าสู่ตระกูลหลิงในวันนี้ จะกลายเป็หนึ่งในสายสัมพันธ์สำคัญที่สุดของชีวิต"