หลงเทาอู๋ตาย
หลินเฉินมองไห่ผูที่เดินเข้ามาหาเขาอย่างมั่นใจ เขาต้องส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้ คาดว่าในความคิดอีกฝ่าย
อีกฝ่ายคงจะคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าเขาแน่นอน ไม่อย่างนั้น จะก้าวเดินเข้ามาหาเขาอย่างมั่นใจได้ยังไง?
“ฉันก็ไม่อยากฆ่าแกเหมือนกัน แต่เป็นแกล้ำเส้นเอง!” หลินเฉินพูดเสียงเรียบ
ด้วยความที่ไม่อยากจะเสียเวลา เขาชี้นิ้วไปที่ร่างของไห่ผูอย่างง่ายๆ
ตูม!
ร่างของไห่ผูแตกระเบิดออกกลายเป็นละอองเลือดในทันที ตายอย่างไม่มีวันหวนกลับ ยิ่งไปกว่านั้น เขากระทั่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายได้ยังไง!
เรื่องนี้ไม่พูดไม่ได้ว่าน่าอนาถไม่น้อยเลย ไม่สิ ไม่ใช่แค่น่าอนาถไม่น้อย แต่น่าอนาถมากต่างหาก
สิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ทำให้หลงเทาอู๋ตาแทบถลน ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรงราวกับถูกสายฟ้าฟาด
ทันใดนั้น ความหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา แต่เขาก็พยายามตีสีหน้าให้สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาถูกสอนมาอย่างดีว่าห้ามแสดงความหวาดกลัวออกมาโดยเด็ดขาด หากว่าแสดงความหวาดกลัวออกมา ศัตรูมันจะได้ใจและลงมือฆ่าเขาอย่างไม่ลังเลแน่นอน
‘มะ...มันต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ไม่ผิดแน่!’ หลงเทาอู๋คิดในใจเสียงสั่น
จากการที่หลินเฉินฆ่าไห่ผูได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ร่างกายก็ไม่หลงเหลือไว้ให้กลบฝง ถ้าหากเขายังไม่รู้ นั่นมันคงจะแปลก
แต่เขาก็ลอบตกใจอย่างหนักในใจ เพราะเขาก็เพิ่งจะเคยได้เห็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอายุน้อยขนาดนี้
“ฉันถามอีกครั้ง แกเป็นใคร? รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันคือหลงเทาอู๋นายน้อยสามของตระกูลหลง หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง หากว่าแกกล้าทำอะไรฉัน ตระกูลหลงไม่เอาแกไว้แน่!”
หลงเทาอู๋ตวาดออกมาเสียงกร้าว แม้ว่าภายในใจจะหวาดกลัวก็ตาม
แต่เขาเชื่อว่าด้วยคำพูดของเขา หลินเฉินจะไม่กล้าทำอะไรเขาอย่างแน่นอน เนื่องจากคงไม่มีคนสติดีที่ไหนจะหาเรื่องกับตระกูลหลง หนี่งในสามตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง
“ฉันเป็นใคร บอกไปแล้วว่าแกยังไม่มีคุณสมบัติที่จะรู้” หลินเฉินพูด น้ำเสียงเย็นชา
“ตระกูลหลงแล้วไง ขนาดตระกูลมู่ยังถูกฉันจัดการไปแล้ว กับเพียงแค่ตระกูลหลง มีอะไรต่างกัน?”
หลังจบคำ หลินเฉินก็ไม่ได้พูดอะไรอีก โบกสะมือออกไปครั้งหนึ่ง
“ยะ...อย่า!” ถ้อยคำพูดของหลินเฉิน แน่นอนว่าทำให้หลงเทาอู๋รู้สึกหวาดกลัวจนฉี่ราดออกมา ใบหน้าถอดสีลงไปฉับพลัน จากนั้นก็รีบแผดเสียงร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นว่าหลินเฉินโบกมือ
เขาที่ได้เห็นว่าไห่ผูตายอย่างไร ย่อมรู้ว่าหลินเฉินกำลังจะลงมือฆ่าเขา
ทว่าน่าเสียดาย เสียงร้องของหลงเทาอู๋ หลินเฉินไหนเลยจะฟัง กล้ามีความคิดที่ไม่ดีต่อภรรยาของเขา เขาฆ่าให้ตายอย่างไม่เจ็บปวด นี่ก็นับว่าเมตตามากแล้ว
ตูม!
ร่างกายของหลงเทาอู๋แตกระเบิดออกเป็นหมอกเลือด ตายตามไห่ผูไป ทั้งยังเป็นจุดจบแบบเดียวกันกับไห่ผูอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
“ตระกูลหลง นิกายวายุโลหิต” หลังจากที่ส่งหลงเทาอู๋นายน้อยสามของตระกูลหลงไปสู่ความตาย หลินเฉินก็พึมพำออกมา
เรื่องที่หลงเทาอู๋กับไห่ผูพูดคุยกัน เขาได้รับฟังทั้งหมด น่าแปลกที่ไม่ใช่ตระกูลหลงที่เป็นผู้ริเริ่มที่จะตามหาตัวภรรยาของเขา แต่เป็นนิกายวายุโลหิต
อย่างไรก็ตาม เมื่อลองขบคิดทบทวนดูดีๆ แล้ว ไม่แปลกที่ทางนิกายวายุโลหิตจะออกตามหามู่อิงเสวี่ย
เพราะผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายวายุโลหิตอย่างหมานหูไห่ถูกฆ่าตายที่ตระกูลมู่
แน่นอน หลินเฉินไม่ได้ให้ความสนใจต่อทั้งตระกูลหลงและนิกายวายุโลหิตมากนัก
เขาหวังว่าการที่หลงเทาอู๋หายไปตลอดกาล จะช่วยเตือนสติตระกูลหลงและนิกายวายุโลหิตว่าไม่ควรตามหาภรรยาของเขามู่อิงเสวี่ย หรือมีความคิดที่ไม่ดีต่อเธอ
ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาอาจจะเป็นเหมือนตระกูลมู่!
ด้วยความแข็งแกร่งที่มีในตอนนี้ หลินเฉินเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลงหรือว่านิกายวายุโลหิต เขาล้วนสามารถทำลายได้!
หลินเฉินพลันเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน เพื่อไปเล่นกับลูกสาวที่น่ารักของเขาทั้งสองคน ลูกสาวที่น่ารักอีกคนแน่นอนว่าคือเสี่ยวไป๋
ไหนๆ เธอก็ยอมเรียกเขาว่าพ่อแล้ว ย่อมต้องเป็นลูกสาวอยู่แล้ว
แต่ก่อนที่เขาจะได้กลับ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโซฟาดังขึ้นมาในฉับพลัน
หลินเฉินมองไป ก่อนก้าวเท้าเดินไปดู เห็นบนหน้าโทรศัพท์โชว์ว่าคนที่โทรมาคือพี่สอง อย่างนั้นคนที่โทรมาคงจะเป็นนายน้อยสองของตระกูลหลงอย่างแน่นอน
ผู้นำตระกูลหลงมีลูกชายสามคน คนแรกชื่อหลงเจิ้นหลง คนที่สองชื่อหลงเจ๋อ ส่วนคนที่สามย่อมเป็นหลงเทาอู๋ ซึ่งในตอนนี้ได้ลาโลกนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลินเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ เหตุผลนั้นเป็นเพราะว่าเขาต้องการเตือนตระกูลหลง
“น้องสาม เป็นไงบ้าง เจอมู่อิงเสวี่ยรึยัง?”
ทันทีที่กดรับสาย เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ทุ้มเล็กน้อยดังผ่านปลายสายมา
“น้องสามของแกตายแล้ว” หลินเฉินบอกเสียงเรียบ
“อะไร?!” คำพูดของหลินเฉินแน่นอนว่ามันทำให้นายน้อยสองหรือว่าหลงเจ๋อตกใจ “แก...แกเป็นใคร?”
“คนที่ฆ่าน้องชายแก ให้ฉันเตือนแกสักหน่อย ทางที่ดีให้เลิกค้นหามู่อิงเสวี่ย ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้ตระกูลหลงเป็นเหมือนกับตระกูลมู่ที่ฉันเคยทำ!” หลินเฉินพูด น้ำเสียงเย็นเยียบเย็นชายิ่ง
เมื่อพูดจบ เขาก็กดวางสาย พร้อมกับโบกมือทำลายโทรศัพท์มือถือจนมันกลายเป็นเศษซาก จากนั้นเขาก็ออกไปจากโรงแรมเฟินเจ๋อ
โดยที่ไม่มีใครสักคนรู้ถึงการมาของเขาเลยสักนิด ไม่สิ ไม่ใช่ว่าไม่มี มีนั้นมีอยู่ ทว่าตอนนี้ล้วนตายไปแล้ว
............................................
คฤหาสน์ตระกูลหลง ปักกิ่งเซี่ยงไฮ้ หลงเจ๋อมีใบหน้าซีดขาว เขาเป็นชายหนุ่มร่างอ้วน ใบหน้าพูดได้ว่าอัปลักษณ์สิ้นดี
ในเวลานี้เร่งรีบอย่างยิ่งที่จะเดินไปห้องทำงานของหลงเสิ่นเทียนพ่อของเขา
เมื่อเดินมาถึงที่หน้าประตูห้องทำงานของหลงเสิ่นเทียน หลงเจ๋อไม่แม้แต่จะเสียเวลาเคาะประตู เขาเปิดพรวดเข้าไปในทันที
แต่ภาพที่เห็นต้องทำให้เขาตกตะลึง เมื่อเห็นว่าบนโต๊ะทำงาน ชายวัยกลางคนร่างอ้วน ใบหน้าอัปลักษณ์ไม่แพ้หลงเจ๋อกำลังจัดหนักกับเลขาสาวอย่างเมามันส์
ด้วยเสียงประตูที่ถูกเปิดอย่างฉับพลัน ทำให้ทั้งหลงเสิ่นเทียนและเลขาสาวตกใจจนหยุดกิจกรรมร่วมเพศลงอย่างกะทันหัน รีบหันไปมอง
ทันใดนั้น เลขาสาวก็กรีดร้องออกมา รีบออกห่างจากหลงเสิ่นเทียน วิ่งไปคว้าเสื้อผ้าของตัวเองที่วางอยู่ที่พื้น จากนั้นวิ่งหนีออกจากห้องไป
หลงเจ๋อมองสารรูปที่น่าเกลียดของหลงเสิ่นเทียน แทบจะทำให้เขาอาเจียนออกมา โดยที่เขาไม่ดูสารรูปตัวเองเลยสักนิด
ในลูกสามคนเขากลับเหมือนพ่อมากที่สุด แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลย เพราะพ่อของเขาหลงเสิ่นเทียนนั้นอัปลักษณ์เกินไป
แตกต่างกับหลงเจิ้นหลงและหลงเทาอู๋ที่เหมือนแม่ ทั้งสองคนล้วนแล้วแต่ก็หล่อเหลา
“เสี่ยวเจ๋อ แกเข้ามาทำอะไร ไม่เห็นรึไงว่าฉันกำลังสนุกอยู่!” หลงเสิ่นเทียนตวาดด้วยความไม่พอใจ
ชื่อของเขาแม้ฟังยิ่งใหญ่ แต่ใบหน้าและร่างกายกลับไม่ให้เลยสักนิด
จบบทที่ 129