สถานที่นั้นเป็สถานที่สาธารณะ มีผู้คนเดินไปมาอยู่บนทางเท้า และถ้าจะอำลากันให้มากกว่านี้คงจะเป็ไปไม่ได้แน่ ไดอาน่าแน่ใจว่าลิเจจะต้องตั้งใจให้มันเป็เช่นนี้ เพราะก่อนที่เธอจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในโรงแรมนั้น เขาก็เดินกลับไปที่รถแล้ว
สเตลล่ายังคงตื่นอยู่ ตอนที่ไดอาน่าเดินเข้าไปในห้อง เธอกำลังนั่งดูรายการสุดท้ายในโทรทัศน์อยู่ ทันทีที่เพื่อนสาวเดินเข้าไป เธอก็ปิดเครื่องรับโทรทัศน์หันมามองไดอาน่าอย่างมาดมั่นอยู่ในใจ
“เป็ไงบ้างล่ะ? ” สเตลล่าถามอย่างกระตือรือร้น
“ก็ดี” ไดอาน่าถอดเสื้อคลุมออกเอาแขวนไว้บนตะขอก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เล็กหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบแปรงขึ้นมาแปรงผมสีบลอนซ์ ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้
“ก็ดี.... เท่านั้นน่ะหรือ ที่เธอจะอธิบายถึงเื่ที่ออกไปตอนค่ำวันนี้ มันต้องมากกว่านี้สิ....เช่นว่าทำอะไรหรือไปไหนมาบ้าง? ”
“เราก็เข้าไปในคาเฟ่ นั่งดื่มกาแฟกัน แล้วก็คุยกันแล้วเขาก็ขับรถมาส่งฉัน....ก็เท่านั้น” ไดอาน่ายักไหล่ ฟังไม่น่าเชื่อเอาจริง ๆ
“แล้วเธอตั้งใจจริงๆ กับเขางั้นเหรอ? ” สเตลล่าลูบผมสีน้ำตาลเข้ม ตวัดมันขึ้นเหน็บไว้กับใบหู “มันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้นสิ เขาจูบเธอด้วยใช่ไหมล่ะ? ”
“เปล่า....ไม่ได้จูบหรอก” ไดอาน่าตวัดเสียงตอบ วางแปรงลง หลังจากที่แปรงผมครบร้อยทีตามที่เคยทำอยู่เป็ประจำ
“โอ....ได....ฉันรู้นะว่าเธอน่ะมันช้ากว่าใครเขาเสมอละ” เพื่อนสาวของเธอสั่นศีรษะ “แต่เราก็ไม่ได้อยู่ที่นี่มากเกินกว่าอีกวันเดียวนะ เพราะฉะนั้น เธอไม่มีหวังจะนัดพบกับเขาถึงสามครั้งเสียก่อน ถึงจะให้เขาจูบเธอหรอก”
“แต่มันก็ต้องสองวันละ” ไดอาน่าปัดผมที่ลงมาระอยู่บนใบหน้า สูดลมหายใจลึก เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ “ฉันจะไปดูเขาอีกพรุ่งนี้”
“อ๋อ...หมายความว่าเขาขอนัดพบเธอแล้วนั้นเหรอ? ”
“ก็ไม่เชิงหรอก” ไดอาน่าถอนหายใจ หันมามองเพื่อนสาวเต็มตา “สเตลล่า จริง ๆ นะฉันไม่เข้าใจเขาเลยมันน่าเดือดนัก เขาถามอย่างตั้งใจเลยนะว่าฉันจะไปสนามโรดิโออีกไหมคืนพรุ่งนี้ พอฉันบอกว่าไป เขากลับบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็คงได้พบฉันอีกสินะ ท่าทางเขาไม่เห็นจะแคร์ฉันสักนิดเลย”
“แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เธอน่ะแคร์เขาเต็มที่ละ” สเตลล่าเอนกายพิงหมอน มองเพื่อนสาวอย่างครุ่นคิด
“ฉันก็เพิ่งพบเขาเท่านั้นละ” ไดอาน่าพยายามจะซ่อนความรู้สึกผิดหวังไว้ “ฉันก็ไม่รู้นะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมามีความสำคัญกับฉันได้”
“ฉันจะไม่ถามให้เธอรำคาญใจหรอก” สเตลล่าว่า ตบหมอนเบา ๆ สอดเข้าไว้ในผ้าปูที่นอน “ฉันว่าผู้ชายคนนี้มีกระแสดึงดูดอย่างประหลาดเลยอยู่ในท่าทางของเขา นี่ถ้าเธอไม่พบเขาก่อนนะ คืนนี้ฉันต้องเอามาควงให้ได้แน่ ๆ ”
ไดอาน่าถอดถอนใจ ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างพร้อมที่จะเข้านอนแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าคำตอบในเื่นี้น่าจะไม่ง่ายอย่างที่สเตลล่าคิด และถ้าจะพูดกันลงไปตรง ๆ เธอเองก็ไม่อยากให้มันดูไร้ค่าเช่นกัน
วันรุ่งขึ้นนั้น การถ่ายภาพดูจะดำเนินไปราวจะไม่มีวันสิ้นสุด ไดอาน่าไม่เคยรอเวลาที่เคลื่อนอย่างช้าๆ ในวันไหนเท่าวันนี้เลย แทบไม่ได้สนใจในงานของตัวเสียด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่สอดส่ายสายตาเข้าไปในกลุ่มคาวบอยด้วยหวังว่าจะพบลิเจ มาสเตอร์สบ้าง ริคต้องคอยะโสั่งเธอซ้ำ ๆ ซาก ๆ และคอนนี่ก็มองเธอเหมือนจะกินเืกินเนื้อและไดอาน่าก็เหมือนจะสิ้นหวังเมื่อวันผ่านไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของลิเจ หลังจากที่ล้างเครื่องสำอางที่พอกไว้จนหนาเตอะออกจากใบหน้า เธอก็ไม่เหลือพละกำลังหรือความปรารถนาที่จะแตะแต้มดวงตาด้วยมาสคาร่าและลิปสติกลงบนริมฝีปากอีก
เมื่อสวมสเว็ตเตอร์สีฟ้าทับลงบนชุดกางเกงขายาวและเสื้อสีขาวแล้ว เธอก็เดินตามสเตลล่าลงจากรถเทรลเลอร์อย่างหดหู่ใจ และอดไม่ได้ที่จะมองไปยังคาวบอยที่จับกลุ่มกันอยู่ตรงรั้วกั้นแนวจอดรถ ขณะที่เธอกำลังพะวงจับตาดูคาวบอยคนหนึ่งซึ่งอยู่ไกลกว่าใครนั้น ไดอาน่าไม่ทันได้สังเกตเห็นคนที่กำลังขี่ม้าตรงเข้ามาใกล้ จนกระทั่งถึงตัวอยู่แล้ว สเตลล่าจึงกระทุ้งศอกเข้าตรงสีข้าง
“เฮลโล ไดอาน่า”
เธอเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนม้าอยู่ใกล้ตัวราวจะไม่เชื่อสายตาของตัวเอง และดวงตาสีเทาคู่นั้นก็มองตอบอย่างสงบ ไดอาน่ากลืนน้ำลายติดๆ กันตั้งหลายครั้งกว่าจะพูดออกมาได้
“เฮลโล ลิเจ” เธอตอบคำทักทายของเขาด้วยเสียงแ่
“ฉันไปรอเธอที่รถนะ” สเตลล่ารีบผละออกไปทันที ปล่อยให้ลิเจกับไดอาน่าอยู่กันตามลำพัง
“วันนี้ทำงานทั้งวันเลยหรือครับ? ”
“ค่ะ” ไดอาน่ายกมือขึ้นลูบผมเล่นอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านั้น รู้สึกว่าสีหน้าตัวเองจะซีดไป ดูไม่มีสีสรรพ์เมื่อไร้เครื่องสำอาง โดยไม่รู้ว่าแววในดวงตาของเธอแจ่มแจ้งและเป็ประกายด้วยความยินดีขนาดไหน
“เรา....เรากำลังจะกลับโรงแรมค่ะ”
“ผมไม่นึกว่าจะเห็นคุณเวลาไม่แต่งหน้าอย่างนี้” เขาตวัดสายตามองหน้าเธอ และสัญชาตญาณภายในดูเหมือนจะบอกว่าเขาเห็นนวลแก้มนั้นแดงเรื่อขึ้น “ผมว่าคุณสวยกว่าตั้งเยอะ เวลาไม่แต่งหน้าอย่างนี้”
“ขอบคุณค่ะ” ไดอาน่าหลบตาลง นี่คือคำอภินันทนาการที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เหมือนที่เคยได้รับจากคนอื่น ๆ มาแล้ว ครั้งนี้เป็คำพูดของลิเจ เป็คำพูดที่พิเศษจริงๆ
“คุณจะมาทานอาหารค่ำกับผมได้ไหมหลังจากโรดิโอเลิกแล้ว? ” เขาถามออกมาตรงๆ
“ดีสิคะ” ไดอาน่าตอบรับอย่างรวดเร็ว กล้ำลืนความอิ่มเอมใจจนแทบ จะะเิออกมานอกอก และลิเจก็พยักหน้ารับ ทำท่าจะชักม้าออกไปจากที่นั่น แต่แล้วก็ก้มลงมองเธออีกครั้ง
“แล้วไปพบผมตอนทุ่มตรงนะ ผมจะพาคุณเดินดูอะไรรอบๆ ”
ไดอาน่ารู้สึกตื่นใจกับวิธีการพูดที่เขาได้แต่สั่งไม่แม้แต่จะถามความเห็นชอบจากเธอ
“ค่ะแล้วฉันจะไป” เธอยืนยันอีกครั้งอย่างมั่นใจ และเขาก็ยกมือขึ้นแตะขอบหมวก และกระตุ้นม้าให้ออกเดินต่อ
ไดอาน่าแทบจะลอยละล่องกลับไปที่รถ ซึ่งสเตลล่าไปคอยอยู่ก่อนแล้ว เพื่อนสาวของเธอไม่จำเป็จะต้องถามเลยว่า เพราะอะไรใบหน้าของเพื่อนสาวจึงได้ระรื่นถึงขนาดนี้ และไดอาน่าก็ยินดีที่จะเล่าให้ฟังอยู่แล้ว
เมื่อเวลาทุ่มตรงมาถึง ไดอาน่ายังรู้สึกเหมือนตัวลอยอยู่ในอากาศ ขณะที่รีบออกไปพบลิเจตรงคอกม้า มันมิใช่เพราะการเร่งรีบที่จะออกมาหาเขาที่ทำให้เธอแทบ จะหายใจหายคอไม่ทัน แต่เป็เพราะไดอาน่ามัวแต่เลือกเสื้อผ้าที่จะสวมใส่อย่างระมัดระวัง เธอเลือกใช้ชุดกางเกงขายาวและเสื้อสีฟ้า ซึ่งขับให้สีของดวงตาดูซึ้งขึ้นกว่าเดิมและไปกันได้ดีกับผมสีบลอนซ์ เลือกใช้เครื่องสำอางสีอ่อน ทั้งนี้เพราะลิเจได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนในคำพูดอยู่แล้วว่า เขาชอบความงามตามธรรมชาติมากกว่า การตบแต่งเรือนกายแต่พองามย่อมจะทำให้เขาพอใจได้ และเธอก็ได้รับรางวัลนั้นจริงเมื่อเห็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่เสมอนั้น