พลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน

    บทที่ 104 จักรพรรดิวิถีสวรรค์

    บทที่ 104 จักรพรรดิวิถีสวรรค์

     


    หลังจากที่ชายหนุ่มได้ฟังเรื่องราวจากอิ้งเยว่ ความคิดต่างไปภายในหัวของชายหนุ่มได้ตีกันวุ่นวายไปหมด

     


    “นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน”

     


    “เหตุใดเรื่องราวมันถึงได้ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยไปเช่นนี้”

     


    ชายหนุ่มบ่นออกมากับตัวเอง ในด้านของเหล่าจิตวิญญาณธาตุทั้งห้าเวลานี้ก็รู้สึกไม่ต่างจากชายหนุ่มมากนัก

     


    ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในยุคแรกเริ่มเช่นกันแต่ระดับของพวกเขาในตอนนั้นก็ยังไม่มีคุณสมบัติรับรู้เรื่องนี้

     


    สุดท้ายพวกเขาก็ถูกจับมาอยู่ที่นี่โดยไม่ได้รับรู้เหตุการณ์สำคัญของพวกระดับสูงเลย

     

     

    ในตอนนี้เองเสียงของ อิ้งเยว่ก็ดังขึ้นแทรก

     



    “พวกเจ้าไม่ต้องไปคิดเรื่องในอดีตนี้ให้มากความหรอก สักวันเรื่องทุกอย่างก็จะถูกเปิดเผยออกมาเอง โดยเฉพาะเจ้าหลินตง ตอนนี้สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการสร้างวิชามรรคของเจ้า”

     


    ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นจึงนึกขึ้นได้ว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดสำหรับเขานั้นคือวิชามรรคบ่มเพาะในระดับจ้าวดินแดน

     



    เมื่อคิดได้เช่นนี้คิ้วของชายหนุ่มขมวดเป็นปม ในเวลานั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของชายชราทั้งสาม ก่อนที่ในเวลาต่อมาทั้งสามก็แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้รับรู้

     


    ไม่กี่ลมหายใจต่อมา ผู้อาวุโสหยินหยางที่หลุดจากอาการตกตะลึงได้ก่อน จึงได้หันไปมองชายหนุ่มพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

     


    “เจ้าหนูหลินตง เรื่องการสร้างวิชาบ่มเพาะของเจ้า ข้าว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้ว”

     


    ชายชราไม่รอให้ชายหนุ่มเอ่ยถาม ตัวเขาได้เอ่ยต่อ

     


    “ตอนนี้มีคนผู้หนึ่งต้องการจะพบเจ้า เจ้าจงรีบไปหาคนผู้นั้นเสีย โชควาสนาของเจ้ามาแล้ว”

     



    “ตอนนี้คนผู้นั้นกำลังรอเจ้าอยู่บนชั้นที่ห้า เจ้าสามารถขึ้นไปได้เลย”

     

     

    สิ้นเสียงของผู้อาวุโสหยินหยางชายหนุ่มก็ได้แต่แสดงสีหน้างุนงงออกมา ก่อนจะเอ่ยถามไปผู้อาวุโสหยินหยาง

     



    “คนผู้นั้นคือใครกันรึผู้อาวุโส แล้วชั้นอื่นๆ ของตำหนักนี้เป็นเช่นไร ถึงท่านจะบอกว่ามีคนรอช้าอยู่แถมยังเป็นวาสนาของข้า แต่ข้าเองก็อยากจะเข้าไปยังชั้นอื่นๆ ด้วยนะขอรับผู้อาวุโส”

     

     

    “ไอเจ้าเด็กโง่ วาสนาที่คนผู้นั้นจะให้เจ้ามันมากมายกว่าชั้นอื่นๆ ยิ่งนัก รีบไปเสียหากเจ้าค่อยมาชั้นอื่นๆ ก็ยังไม่สาย”

     

     


    สิ้นเสียงผู้อาวุโสหยินหยาง อากาศด้านหน้าของชายหนุ่มก็ถูกฉีกขาดเป็นรอยแยกมิติ

     

     

    “เข้าไปเสียอย่าให้คนผู้นั้นต้องรอนาน”

     

     


    “ขอรับผู้อาวุโส”

     

     

    สิ้นเสียงชายหนุ่มก็เดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล ก่อนที่ลมหายใจต่อมาอากาศที่ถูกฉีกขาดจะกลับมาเหมือนเดิม

     

     

    ในตอนนี้เองเสียงของอิ้งเยว่ก็ดังขึ้น

     

     

    “ผู้ใดกันรึที่เจ้าหลินตงกำลังไปพบ”

     

     

    นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

     

     

    “จะใครซะอีกละ ก็คนที่จับพวกเจ้ามาที่นี่ไง ถึงตอนนี้เขาจะเป็นแค่ร่างจำแลงก็ตามที”

     

     

    “จักรพรรดิวิถีสวรรค์”

     

     


    อิ้งเยว่และจิตวิญญาณธาตุทั้งห้า ต่างอุทานชื่อนี้ออกมา

     

     

    “เป็นไปได้เช่นไรกัน เหตุใดร่างจำแลงคนผู้นั้นถึงมาอยู่ที่นี่ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาหายตัวไปอย่างไร้วี่แวว”

     

     


    อิ้งเยว่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตกใจอย่างปิดไม่มิด

     

     


    “ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่หากให้ข้าเดาอาจเป็นเพราะเจ้าหนุ่มนั่นก็เป็นได้ จักรพรรดิวิถีสวรรค์เชี่ยวชาญในการทำนายดวงชะตาและอนาคตที่เก่งติดสามอันดับแรกของพิภพนี้ แผนการของเขาคืออะไรพวกเราไม่มีทางคาดเดาได้อย่างแน่นอน”

     

     

    ผู้อาวุโสหยินหยางเอ่ยออกมาพร้อมกับเงยหน้ามองไปด้านบน

     



    ในด้านของชายหนุ่ม เมื่อตัวเขาก้าวเท้าออกมา ช่องว่างมิติด้านหลังชายหนุ่มได้ค่อยๆ หายไป เป็นเวลาเดียวกันกับที่ชายหนุ่มได้สังเกตพื้นที่โดยรอบ

     

     


    ชายหนุ่มในตอนนี้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางป่าไผ่ที่ไหวโอนไปมาตามสายลม

     

     


    “ชั้นห้าแห่งนี้คงจะเป็นพื้นที่มิติที่ถูกสร้างขึ้นแบบเดียวกับพวกประตูฝึกฝนสินะ”

     

     


    เอ่ยถึงตรงนี้สายตาของชายหนุ่มได้ไปสะดุดเข้ากลับกระท่อมไม้ไผ่ที่ตั้งโดดเดี่ยวท่ามกลางป่าไผ่แห่งนี้ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในโสตประสาทของชายหนุ่ม

     

     

    “เข้ามาสิ ทายาทตระกูลหลินข้ารอเจ้ามานานแล้ว”

     

     


    ในด้านของชายหนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ก้าวเดินไปอย่างไม่ได้นึกสงสัยอะไร อย่างไรเสียชายชราทั้งสามก็เป็นคนส่งเขามาที่นี่ นั่นคงจะไม่มีอันตรายในที่แห่งนี้เป็นแน่ และหากเดาไม่ผิดคนที่ตัวเข้าต้องมาหาก็คงจะเป็นเจ้าของเสียงนั้นนั่นเอง

     



    เมื่อชายหนุ่มมาถึงหน้ากระท่อมไม้ไผ่ ประตูกระท่อมก็ได้เปิดออกช้าๆ ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงก้าวเท้าเข้าไปอย่างไม่ลังเล

     

     


    เมื่อเข้ามาด้านใน ชายหนุ่มประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเพราะที่ผ่านมาในประตูฝึกฝนต่างๆ เมื่อเข้าไปชายหนุ่มมักจะเจอพื้นที่มิติต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นแตกต่างออกไป แต่ทุกที่ล้วนสร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มแถมยังบงบอกถึงความน่าเกรงขามของผู้สร้างมิติพวกนั้นได้เป็นอย่างดี

     



    ทว่าภายในนี้นั้นกลับต่างออกไปแทนที่จะเป็นพื้นที่มิติพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเหมือนที่ผ่านมา ที่นี่กลับเป็นเพียงกระท่อมไม้ไผ่อย่างแท้จริง ด้านในนั้นมีเพียงเตียงไม้ไผ่และโต๊ะหนึ่งโต๊ะกับเก้าอี้สองตัวเพียงเท่านั้น

     

     


    ในตอนนี้ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสีขาวได้ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าพร้อมกับนั่งลงไปยังเก้าอี้และจ้องมองมาที่ชายหนุ่ม ชายหนุ่มที่เห็นการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนผู้นี้จึงผสานมือเอ่ยทักทายทันที

     

     

    “คารวะผู้อาวุโส”

     

     

    “นั่งก่อนสิ”

     

     

    ชายวัยกลางคนผู้นั้นเอ่ยออกมาพร้อมผายมือไปทางเก้าอี้ตรงข้าม ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นจึงเข้าไปนั่งทันที

     

     

    “เจ้าคิดว่าพิภพบูรพานี่เป็นเช่นไร”

     

     

    ชายหนุ่มที่ได้ยินคำถามเช่นนั้นจึงคิดอยู่คู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย

     


    “เป็นดินแดนที่มีทั้งความดีและความชั่วผสมปนเปกันขอรับ”

     

     

    ชายวัยกลางคนที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ

     

     

    “เช่นนั้นรึ ถือว่าเป็นมุมมองที่ดี”

     

     

    ชายหนุ่มที่ได้ยินคำตอบจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถามชายวัยกลางคนตรงหน้า

     

     

    “ว่าแต่ว่าผู้อาวุโสเป็นผู้ใดกันขอรับ แล้วท่านเรียกข้ามาเพราะเหตุใด”

     

     

    ได้ยินเช่นนั้น ชายวัยกลางคนจึงเอ่ยตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

     

     


    “ชื่อของข้าบอกไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่รู้จัก เอาไว้เจ้าเป็นจักรพรรดิเซียนได้เจ้าก็จะได้รู้ชื่อของข้าเองนั่นแหละ แต่ฉายาของข้าเจ้าอาจจะรู้จักทุกคนต่างเรียกข้าว่าจักรพรรดิวิถีสวรรค์”

     

     


    “ส่วนเรื่องที่ข้าเรียกเจ้ามาก็เพราะว่าเจ้าเป็นความหวังหนึ่งเดียวของข้าและอีกหลายคนไงล่ะ”

     

     


    ชายหนุ่มที่รับรู้ว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าตนเป็นใครก็อดที่จะใจสั่นเสียไม่ได้

     

     


    “จักรพรรดิวิถีสวรรค์ ตัวตนที่อยู่จุดสูงสุดของพิภพบูรพาจอมยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียน”

     

     


    ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังตกใจอยู่นี่เอง เสียงของจักรพรรดิวิถีสวรรค์ก็ได้ดังขึ้นขัดจังหวะ

     

     


    “นี่เจ้าหนูตระกูลหลินอย่ามามัวเสียเวลาอยู่เลย นี่เป็นแค่เพียงร่างจำแลงที่ข้าทิ้งเอาไว้เท่านั้นมันคงจะอยู่ในสภาพนี้ได้ไม่นานนัก”

     

     

    “ข้ารู้ว่าเจ้ามีคำถามมากมายและจะถามอะไรต่อจากนี้ ข้าบอกไว้เลยว่าที่เราได้เจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญข้าสามารถทำนายอนาคตได้และรู้ว่าเจ้าจะมายังที่แห่งนี้ ข้าจึงทิ้งร่างจำแลงไว้ก่อนจะจากไป ส่วนข้าไปไหนนั้นไม่ต้องถามข้าบอกไม่ได้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้”

     



    “ขอรับผู้อาวุโส”

     


    ชายหนุ่มตอบรับทันที หลังจากฟังคำพูดของจักรพรรดิวิถีสวรรค์และน้ำเสียงที่จริงจัง ชายหนุ่มจึงคาดเดาไว้เลยว่าเรื่องที่จักรพรรดิวิถีสวรรค์กำลังจะบอกตน ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ๆ

     


    สิ้นความคิดของชายหนุ่มเสียงของจักรพรรดิวิถีสวรรค์ได้ดังขึ้นอีกครั้ง

     

     


    “อย่างแรกเจ้าควรจะรู้พื้นฐานของระดับเจ้าดินแดนเสียก่อนว่าทั้งสามระดับนั้นแตกต่างกันอย่างไรและควรฝึกแบบใด”

     

     


    “ระดับจ้าวปฐพี ในระดับนี้เจ้าจะต้องทำความเข้าใจมรรควิถีต่างๆ บนพื้นปฐพีให้ได้มากที่สุดพร้อมๆ กับบ่มเพาะลมปราณไปด้วย เมื่อพลังปราณของเจ้ามาถึงขีดเจ้ากัดจำนวนมรรควิถีที่เจ้าเข้าใจในระดับนี้นั่นจะเป็นตัววัดความแข็งแกร่งของเจ้า”




    “ระดับจ้าวนภา ในระดับนี้ก็ไม่ต่างจากระดับจ้าวปฐพีมากนัก เจ้าเพียงแค่เปลี่ยนจากการทำความเข้าใจมรรควิถีเป็นผืนปฐพีไปเป็นทำความเข้าใจมรรคต่างๆ บนนภาแทน พร้อมๆ กับเพิ่มพลังลมปราณไปด้วย”

     

     


    “และระดับสุดท้ายนี้ คือระดับ บัญชาสวรรค์ สาเหตุที่เรียกระดับนี้ว่าบัญชาสวรรค์นั้นก็เพราะระดับนี้จะสามารถใช้มรรควิถีต่างๆ ของฟ้าดินได้ดังใจนึก ถ้าเรียกให้ถูกคือหยิบยืมพลังมรรคของเต๋าสวรรค์นั่นแหละ สิ่งที่เจ้าต้องทำคือนำความเข้าใจของเจ้าต่อสองระดับก่อนหน้ามาใช้ให้ได้อย่างเชี่ยวชาญ เพื่อที่เจ้าจะสามารถแจ้งมรรคเป็นเซียนจำแลงได้”

     

     

    “และข้าขอแนะนำให้เจ้าทำความเข้าใจมรรควิถีต่างๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เจ้าทำได้”

     

     


    “ส่วนเรื่องเทคนิคบ่มเพาะของเจ้าในระดับนี้ ข้าแนะนำให้เจ้าเอาเทคนิคกายาหลอมมรรคมาเป็นรากฐานและพัฒนามันต่อด้วยกายกำเนิดเต๋าของเจ้า”

     

     

    สิ้นเสียงของจักรพรรดิวิถีสวรรค์ ตำราขาดๆ หนึ่งเล่มได้ปรากฏเบื้องหน้าชายหนุ่ม

     

     



    “นี่คือตำราเกี่ยวกับกายาของเจ้าแม้มันจะเสียหายไปเยอะถึงเจ็ดส่วนแต่ข้าเชื่อว่ามันก็ยังมีประโยชน์ต่อเจ้าในตอนนี้ เมื่อเจ้ารู้ความพิเศษของร่างกายเจ้าแล้ว เจ้าจงนำจุดเด่นของร่างกายเจ้ามาพัฒนาเทคนิคบ่มเพาะของเจ้าซะ เรื่องนี้สำคัญมาก”

     

     

    “ส่วนเหตุผลว่าเพราะอะไรข้าจะเล่าให้เจ้าฟังอย่างรวบรัดเลยแล้วกัน เพราะเวลาของข้าเหลือน้อยเต็มทน”

     

     


    เอ่ยถึงตรงนี้ร่างจำแลงของจักรพรรดิวิถีสวรรค์จึงค่อยๆ เลือนรางลงทีละน้อย

     



    “เจ้าคงจะรู้เรื่องของเต๋าสวรรค์ในปัจจุบันแล้ว นอกจากจะสร้างวิชามรรคใหม่เพื่ออยู่นอกเหนือกฎสวรรค์ของเต๋าสวรรค์ ยังมีคนอีกจำพวกหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องสร้างวิชามรรคใหม่ก็สามารถอยู่นอกเหนือกฎสวรรค์ได้ นั่นก็คือพวกที่มีกายเซียนบรรพกาลข้าแค่พวกเขาบ่มเพาะจนถึงระดับจักรพรรดิเซียนพวกเข้าก็สามารถอยู่นอกเหนืออำนาจของกฎสวรรค์ได้อย่างไม่ยากเย็น”

     

     


    “ทว่านั่นก็ทำได้แค่ตัวเองเท่านั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์หรือมีอำนาจเหนือเต๋าสวรรค์ไปได้”

     

     


    เอ่ยถึงตรงนี้จักรพรรดิวิถีสวรรค์ได้เงียบไปสักพักพร้อมกับสบตากับชายหนุ่ม

     

     


    “มีเพียงกายกำเนิดเต๋าเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ของเต๋าสวรรค์และกฎสวรรค์ได้ เพราะผู้ที่มีกายนี้สามารถสร้างเต๋าสวรรค์ที่สมบูรณ์ได้ ฉะนั้นก่อนที่เจ้าจะแจ้งเป็นจักรพรรดิเซียนจงเรียนรู้ทุกๆ สิ่งให้ได้มากที่สุดเพื่อที่เจ้าจะสามารถสร้างเต๋าที่สมบูรณ์แบบกว่าเต๋าปัจจุบันและไปแทนที่มันได้”

     

     


    จบประโยคสายฟ้าสีดำทมิฬได้ผ่าลงมายังร่างจำแลงของจักรพรรดิวิถีสวรรค์อย่างไม่ทันให้ตั้งตัว เมื่อสายฟ้าหายไปร่างจำแลงก็ค่อยๆ เลือนรางจนเบาบางมากแล้ว

     



    “ฮ่าๆๆๆ ดูเหมือนข้าจะพูดมากไปสินะ”

     


    สิ้นเสียง เขาได้จ้องไปยังชายหนุ่มอีกครั้ง

     



    “อย่าลืมที่ข้าบอกไปล่ะ อีกไม่นานเราจะได้เจอกันอีก”

     


    เอ่ยถึงตรงนี้เหมือนจักรพรรดิวิถีสวรรค์จะนึกอะไรขึ้นได้




    “จงทำทุกวิถีทางเพื่อเอาวาสนาสูงสุดในตำหนักสวรรค์ของข้าให้ได้ล่ะ”

     

     

    สิ้นเสียงร่างของจักรพรรดิวิถีสวรรค์ก็ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ ที่แห่งนี้ตกอยู่ในความเงียบงัน

     

     

    ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน ที่คุณอ่าน

    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271