< ภารกิจประจำวัน 1 : บุรุษผู้รักสงบ
เป้าหมาย : งดทำการต่อสู้ทุกรูปแบบ
ระยะเวลาที่คงเหลือ : 8 ชั่วโมง 58 นาที 29 วินาที
รางวัล : ผักโขม 1 กำ
บทลงโทษ : ระงับการเพิ่มแต้มพัฒนา 24 ชั่วโมง >
“ผักโขม!? ให้มาทำอะไรวะเหรอเนี่ย!” เตชินท์สบถออกมาทันที
เขารู้สึกรู้สึกแย่สุด ๆ เมื่อเห็นของรางวัลภารกิจ เตชินท์เคยให้คำนิยามตัวเองว่าอยู่ในกลุ่มสัตว์กินเนื้อ เพราะเขาไม่ชอบกินผักเลย ถ้าไม่ถูกพี่สาวบังคับให้กินบ้างตอนอยู่ที่บ้าน เขาจะไม่แตะต้องผักทุกชนิดเลย แล้วนี่ของรางวัลเป็ผักโขม หนึ่งในผักที่เขาเกลียดที่สุด ให้ตายเขาก็ไม่สนใจทำภารกิจนี้เพื่อให้รับมามันแน่ ๆ
อย่างไรก็ตามแม้จะเกลียดของรางวัล แต่บทลงโทษมันสาหัสเกินไปสำหรับเขามากกว่า เขาอดไม่ได้ที่ต้องบ่นออกมาว่า “สรุปแล้วนี่มันมีแต่บทลงโทษหรือยังไง?! ให้ตายเถอะ”
การถูกระงับการเพิ่มแต้มพัฒนาเป็เวลายี่สิบสี่ชั่วโมง ถือเป็อีกเื่ที่เลวร้ายสำหรับผู้ที่้าแต้มพัฒนาอย่างเร่งด่วนแบบเตชินท์ เพราะนั่นหมายความว่าต่อให้เขาฟลุกได้เนื้อสัตว์อสูรขั้นเหนือเผ่าพันธุ์มา แต่ตลอดหนึ่งวันเต็ม ทุกอย่างที่เตชินท์กินเข้าไปใน่เวลาดังกล่าว เขาจะไม่ได้รับแต้มพัฒนาเพิ่มเลย มันจะเหมือนกับเขากินอาหารทั่วไปบนโลกไม่มีผิด
แม้เพียงแค่เขารอให้พ้นระยะเวลาที่กำหนด ความสามารถในการเพิ่มแต้มพัฒนาจะกลับมาก็จริง แต่มนุษย์ย่อมต้องกินอาหารเพื่อประทังชีวิต นั่นเท่ากับเขาจะเสียเวลาไปฟรี ๆ หนึ่งวันเต็มไปอย่างเปล่าประโยชน์
อย่างไรก็ตาม เตชินท์กำลังคิดถึงขอบเขตของภารกิจนี้ต่างหาก เขาไม่รู้ว่าคำสั่งของภารกิจนี้แค่หมายถึงการออกแรงต่อสู้จากเขาโดยตรงเท่านั้นหรือรวมทุกการกระทำของเขาแม้จะเป็แค่ทางอ้อมก็ตาม
ดั่งคำที่ว่า ‘รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง’ แม้จะพลาดขึ้นมาอย่างมากเขาก็แค่เสียเวลาไปหนึ่งวันเท่านั้น ไว้ครบกำหนดลงโทษเสร็จ เขาค่อยกินเนื้อที่ล่ามาก็ยังทัน และแน่นอนว่าเขาต้องรีบลงมือให้เร็วที่สุดเพราะเขา้าให้การครบกำหนดลงโทษก็จะเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขารีบออกคำสั่งให้เหล่าลูกน้องก็อบลินโดยเฉพาะเ้าจ่าฝูงก็อบลินตามเขาไป
ตัวประหลาดที่ดูเหมือนเต่าก็ไม่ใช่ดูเหมือนไก่ก็ไม่เชิง จะบอกว่าเป็เต่าที่ยืนสองขาเหมือนไก่ก็เป็ได้ หากขนาดของตัวมันไม่เล็กเท่ากับไก่ มันจะน่ากลัวอย่างมากเพราะมันอยู่รวมกันเป็ฝูง ดูจากพฤติกรรมในการหาอาหารของมันที่มักวิ่งตามกันเพื่อรุมฉีกปลาในลำธารแล้ว หากใครไปแหย่มันเข้ามีหวังถูกพวกมันทั้งฝูงรุมทึ้งเป็แน่แท้
เตชินท์พาเหล่าลูกน้องก็อบลินของเขามายืนมองเ้าฝูงเต่ายืนสองขา เนื่องจากบริเวณธารน้ำนี้เขาหมายตาจะใช้เป็แหล่งน้ำสำหรับคันนาในอนาคตของเขา และบังเอิญเ้าฝูงเต่ากลุ่มนี้มายืนจับกลุ่มกันอยู่ตรงนี้พอดี
ระดับของสัตว์อสูรในภพมรรตัยประกอบไปด้วย สามัญ, วิวัฒนาการ, สมบูรณ์, ขีดจำกัด, ผ่าเหล่า, เหนือเผ่าพันธุ์ แม้ไม่รู้ระดับของพวกมัน แต่ด้วยประสบการณ์ร่วมยี่สิบปีที่คร่ำหวอดอยู่ในภพมรรตัยมา เขาย่อมรู้ว่าหมู่บ้านหรือเมืองจะเป็ตัวกำหนดระดับสัตว์อสูรที่อยู่รอบ ๆ เพราะฉะนั้นเ้าฝูงเต่าสองขาพวกนี้ไม่ควรจะมีระดับเกินขั้นวิวัฒนาการ
อย่างไรก็ตามพวกมันอาจมีขั้นสมบูรณ์บ้าง แต่โดยทฤษฎีแล้ว สัตว์อสูรที่รวมกลุ่มเป็ฝูงเช่นนี้ จะมีจ่าฝูงที่อยู่ในขั้นสมบูรณ์เพียงหนึ่งเท่านั้น นั่นทำให้เตชินท์เชื่อว่าเหล่าก็อบลินรับใช้ของเขาต้องจัดการพวกมันได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเ้าจ่าฝูงก็อบลินและลูกน้องทหารของมัน หากไม่โดนเตชินท์ใช้เล่ห์เหลี่ยม มันก็คงไม่พลาดท่าเสียหมู่บ้านให้กับคนไม่มีแต้มพัฒนาอย่างเขาแน่นอน
แม้ว่าจะเสี่ยงต่อกฎของภารกิจ แต่เขาก็ยังอยากลองดู หากสำเร็จ ดูจากจำนวนของเต่าสองขาที่เห็นแล้ว เตชินท์ขอเพียงให้ได้มาครบห้าตัว เขาก็จะได้แต้มพัฒนาถึงสิบห้าแต้มที่เป็ขีดจำกัดที่เขาควรจะได้จากสัตว์อสูรหนึ่งชนิดแล้ว
เนื่องจากสัตว์อสูรทุกตัวหากกินมันเป็ครั้งแรก เขาจะได้รับแต้มพัฒนาจากมันมาห้าแต้มหากได้กินมันหมดทั้งตัว และเมื่อกินตัวที่สองจะก็ลดหลั่นลงมาเหลือสี่, สาม, สองและหนึ่งแต้มเมื่อกินตัวที่ห้าเข้าไป หากกินเพิ่มเข้าไปหลังจากนั้น ซึ่งแน่นอนเตชินท์เคยทดลองแล้ว ต่อให้กินอีกเป็ร้อยตัว ก็จะไม่ได้แต้มพัฒนาเพิ่มอีกเลย ราวกับเป็การให้อนุรักษ์สัตว์อสูรไปในตัว มิฉะนั้นคงเกิดการล่าสัตว์อสูรเพียงชนิดเดียวจนสูญพันธ์ุอย่างแน่นอน
โดยไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไป เตชินท์ชี้นิ้วไปยังฝูงเต่าสองขาทันที แม้เหล่าก็อบลินจะด้อยสติปัญญาจนยากจะสื่อสารกับพวกมันรู้เื่ แต่เมื่อใดที่ถูกออกคำสั่งให้ต่อสู้ ด้วยสัญชาตญาณนักล่า มันกลับตอบรับคำสั่งของเตชินท์ได้เป็อย่างดี
ทันทีที่เ้าจ่าฝูงก็อบลินได้รับคำสั่งจากเ้านายของมัน แม้แต่บรรดาลูกน้องของมันก็วิ่งตรงไปยังฝูงเต่าสองขาทันที ส่วนเขายืนดูอยู่ห่าง ๆ เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะเขากลัวมันจะส่งผลต่อภารกิจที่สั่งให้เขางดทำการต่อสู้
< เต่าสองขาสามัญถูกสังหารโดยก็อบลินระดับทหารใต้อาณัติ ไม่สามารถรับิญญาอสูรได้ เมื่อกินเนื้อของเต่าสองขา คุณมีโอกาสได้รับแต้มพัฒนาขั้นสามัญ >
“มันได้ผล!” เตชินท์ร้องออกมาอย่างดีใจ แต่ราวกับควันยังไม่ทันจางหายไป ความฉิบหายก็บังเกิดขึ้นมาอย่างทันควัน เขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนอีกข้อความทันที
< ภารกิจประจำวันชายผู้รักสงบ ล้มเหลว บทลงโทษระงับการเพิ่มแต้มพัฒนา 24 ชั่วโมง >
เตชินท์รู้สึกโกรธจนตัวสั่น แต่เขาก็ไม่รู้จะไประบายใส่ใครได้ เพราะเขาเลือกที่จะเสี่ยงเอง แม้ของรางวัลเป็ผักโขมที่เขาแสนเกลียด แต่ระบบไม่ได้มีข้อกำหนดบังคับให้เขากินมันเข้าไป แม้จะไม่รู้ว่าผักโขมที่ได้รับจากระบบจะมีดีพิเศษอะไรหรือไม่ แต่มันย่อมดีกว่าการได้รับบทลงโทษที่ทำให้เขาอดเพิ่มแต้มพัฒนาไปตลอดหนึ่งวันเต็มอย่างแน่นอน
“งั้นก็ช่างแม่งมันล่ะ” เตชินท์รู้สึกหัวเสีย เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว ในเมื่อภารกิจล้มเหลวไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงออกคำสั่งให้เหล่าก็อบลินออกไล่ล่าสัตว์อสูรเพิ่มเติมทันที อย่างน้อยเขาก็รอตุนเนื้อสัตว์อสูรให้หลากหลายไปเลยในคราวเดียว หากวันรุ่งขึ้นเกิดมีภารกิจประจำวันเช่นเดิมอีก เขาจะได้หยุดออกล่าและตั้งหน้าตั้งตากินเหล่าเนื้อสัตว์อสูรที่เขาล่าได้วันนี้แทน
แม้จะเสียดายอยู่บ้างที่การใช้ก็อบลินเหล่านี้ล่าสัตว์อสูรแทน เพราะเขาจะไม่ได้รับิญญาอสูรเลย เนื่องจากก็อบลินถือเป็สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำและในจิตใจของมันกลวงเปล่า ทำให้พวกมันไม่สามารถรับิญญาอสูรเข้าไปได้ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม มีทางเดียวที่เตชินท์จะได้ลุ้นได้รับิญญาอสูรก็คือ เขาต้องเป็คนลงมือโจมตีใส่สัตว์อสูรเป็คนสุดท้ายเพื่อทำให้มันสิ้นลมหายใจให้ได้
แต่ปัญหามันอยู่ที่เหล่าก็อบลินมันแทบจะฟังคำสั่งอะไรจากเขาไม่รู้เื่เลย พวกมันมีแต่สัญชาตญาณดิบในการสังหารสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ยั้งคิดใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นทำให้เขาแทบไม่มีโอกาสได้โจมตีใส่พวกเต่าสองขาก่อนสิ้นใจเสียด้วยซ้ำ
“ดูนั่นสิ มีหมู่บ้านอยู่แถวนี้ด้วย” ชายหัวโล้นคนหนึ่งร้องทักบอกพรรคพวก
“อย่าเสียงดังสิ” ชายผมทองอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวกลุ่มทำตาดุใส่ชายหัวโล้น “เดี๋ยวพวกก็อบลินก็ได้แห่กันมาหรอก”
“ขอโทษด้วยครับลูกพี่” ชายหัวโล้นหน้าเจื่อนลงทันที
“เดี๋ยวฉันไปสอดแนมดูให้ก่อนค่ะ” ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเสนอตัว และชายผมทองที่ถูกเรียกว่าว่าลูกพี่ก็พยักหน้าตอบรับเธอทันที
หลังผ่านไปชั่วครู่ หญิงสาวก็กลับมาด้วยหน้าตาตื่นเต้น และเธอกล่าวออกมาทันทีที่มาถึงกลุ่มว่า “ข่าวดีค่ะ ลูกพี่โจ ไม่มีก็อบลินหรือใครอยู่เลย”
“จริงดิ? เยี่ยมไปเลยสิแบบนี้ นี่มันโอกาสทองชัด ๆ บุกเข้าไปยึดหมู่บ้านนี้มาเป็ของเราซะเลยดีกว่าลูกพี่” ชายหัวโล้นดูตื่นเต้นเป็อย่างมาก
แต่ชายผมทองกลับขมวดคิ้ว เขารู้สึกแปลกชอบกล แม้จะมองด้วยตาเปล่า หมู่บ้านก็อบลินนี้ก็ควรมีระดับอย่างน้อยขั้นสองแล้ว แต่ไฉนเลยถึงไม่มีใครอยู่เลย เมื่อสงสัยก็ต้องพูดออกมาเพื่อหยั่งเสียงบรรดาลูกน้องว่า “แปลก หมู่บ้านตั้งใหญ่แต่กลับไม่มีใครอยู่เฝ้าเลย เป็ไปได้ไง?”
“พวกมันคงออกล่าประจำวันหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มอีกคนที่มัดผมหางม้าเสนอความคิดขึ้นมา
“หรือมีคนคิดจะยึดหมู่บ้านเหมือนกัน? เลยทำให้ตอนนี้พวกก็อบลินทั้งหมดอาจจะกำลังไล่ล่าคนมาบุกรุกอยู่หรือเปล่าคะ?” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวช่วยเสนอความคิดอีกคน
“ถ้าเป็แบบนั้นเราก็ควรจะยิ่งรีบเข้าไปหามณีเ้าบ้านให้เร็วที่สุดนะลูกพี่” ชายหัวโล้นเร่งเร้า
ชายผมทองดูลังเล แต่ก็พูดออกไปว่า “ก็ได้ รีบทำให้จบ ถ้าสำเร็จพวกเราจะได้ไม่ต้องทนอยู่ที่เดิมกันอีกต่อไป”
“ใช่แล้วลูกพี่ พอกันกับการจ่ายธรรมเนียมหมู่บ้าน ต่อไปพวกเราจะต้องมีประตูมิติเป็ของตัวเอง เฮ้!” ชายหัวโล้นนำโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม ลูกน้องอีกสองคนก็ทำตามทันที
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ