บทที่ 10 ฉัน้าหย่า
“คุณชายจะไม่เข้าไปหน่อยเหรอครับ?”
คนรับใช้ที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามออกมาด้วยความงุนงง แต่ฉีส่าวฉิงกลับส่ายหน้าด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นอีกทั้งดวงตาก็แสดงความสับสนและเ็ปอย่างไม่รู้ตัว
‘เพราะถ้าหากเข้าไปตอนนี้ มีหวังภรรยาของเขาอาจจะเอากระถางไฟทุบหัวเขาจนตายก็ได้’
จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของเขาที่ตั้งค่าเป็โหมดสั่นก็ส่งเสียงครืดออกมาจนต้องหยิบออกมาด้วยความรำคาญ แต่เมื่อมองเห็นเบอร์แปลก ๆ ที่อยู่บนหน้าจอก็รีบตัดสายทันที
เขากำลังจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง แต่มันกลับสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และยังมีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหนึ่งข้อความเด้งขึ้นมา
[ส่าวฉิง ฉันกำลังจะกลับจีนแล้ว คุณยังสบายดีอยู่หรือเปล่า?]
ด้านล่างข้อความนั้นยังมีข้อมูลที่แสดงถึงรายละเอียดของเที่ยวบินอีกบรรทัดหนึ่ง ทันใดนัันก็รู้ได้ในทันทีว่าใครเป็คนส่งข้อความนี้มา
ฉีส่าวฉิงจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอด้วยสายตาที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับมีน้ำฝนตกลงในดวงตา เขาจึงรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง
ทว่าเมื่อหันไปมองไปที่หลุมศพอีกครั้งกลับไม่พบร่างผอมบางนั้นแล้ว เขาจึงหันหน้าไปมองรอบ ๆ และสำรวจอย่างรวดเร็ว แต่กลับเห็นลู่จั่นเหยียนขึ้นรถของฉีอวี้ที่จอดอยู่ด้านข้างแล้ว
นี่พวกเขา…
“่นี้คุณหนูกับคุณชายฉีอวี้ดูเหมือนจะสนิทกันมากเลยนะครับ”
คนรับใช้มองตามสายตาของเขาไปและพูดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แต่เมื่อพูดจบก็รู้ตัวว่าตัวเองพูดมากเกินไป อีกทั้งยังถูกจ้องมองจากสายตาที่แฝงความกดดันจากคุณชายอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ
จั่นเหยียนกับฉีอวี้? ั้แ่เมื่อไหร่กัน?
ลู่จั่นเหยียนนั่งอยู่ในรถอย่างเงียบเชียบั้แ่ขึ้นมา เธอเอาแต่เหม่อมองสายฝนที่พรำลงมาเหมือนกับใจของเธอที่กำลังอ่อนไหวเช่นกัน
ความเ็ปที่แสนทรมานในตอนแรกได้หายไปหมดแล้ว แต่กลับกลายเป็ความทรมานที่แสนยาวนานถูกแทรกเข้ามาแทนที่อย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ฉีอวี้หันไปมองเธอเล็กน้อย จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจพูดออกมา
“เวลาเป็ยาที่ดีที่สุดแล้ว จั่นเหยียน เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไปเอง”
ทว่าคำพูดนั้นราวกับไม่มีผลใด ๆ ต่อเธอเลยแม้แต่น้อย ไม่มีการตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
เธอทำแค่เพียงพยักหน้าเล็กน้อย อีกทั้งสายตาก็ยังคงมองออกไปไกลและเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสนแหบแห้งที่ฟังดูอึดอัดและกดดันเป็อย่างมาก
“คุณพาฉันไปบาร์ได้ไหม? ฉันอยากดื่มเหล้า?”
ฉีอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะอารมณ์ของหญิงสาวไม่เหมาะจะไปบาร์ที่มีแต่ควันและกลิ่นเหม็นในตอนนี้
“วันนี้กองทัพของพวกเรามีการแสดงศิลปะ ผมสามารถพาคุณไปผ่อนคลายที่นั่นได้”
“ฉันแค่อยากไปบาร์ แต่ถ้าคุณไม่อยากไป…งั้นช่วยจอดรถให้ฉันลงไปเถอะนะ”
เธอหันกลับมาพูดด้วยดวงตาที่แดงก่ำ แต่แฝงไปด้วยความดื้อรั้นเป็อย่างมาก
เพราะตอนนี้สิ่งที่เธออยากทำมากที่สุดคือหาที่เมาให้ลืมโลก เพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้น ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จะเอาความกล้าที่ไหนมาใช้ชีวิตในเดือนต่อ ๆ ไป
ทหารที่กำลังขับรถก็ส่งสายตาแฝงมาด้วยคำถาม ฉีอวี้ก็เม้มปากเล็กน้อยและพยักหน้า
“หาบาร์ที่ใกล้ที่สุดจากที่นี่”
ห้านาทีถัดมา ลู่จั่นเหยียนนั่งอยู่ที่บาร์และตรงหน้าก็มีเหล้าวางอยู่หนึ่งแถวโดยที่เธอดื่มไปแล้วส่วนหนึ่ง
“แค่ก! แค่ก!”
แต่เพราะดื่มเร็วมากเกินไปจนทำให้สำลักออกมา เธอจึงก้มตัวและไอออกมาอย่างรุนแรงจนน้ำตาไหล ฉีอวี้ที่เห็นดังนั้นจึงยื่นมือมาลูบหลังเธออย่างสุภาพ
“ใจเย็นก่อน ค่อย ๆ ดื่มก็ได้ ในเมื่อผมพาคุณมาแล้ว คุณอยากจะดื่มเท่าไหร่ ผมก็จะไม่ยุ่ง”
เขาสังเกตเห็นความเ็ปในดวงตาของเธอ แล้วถ้าหากมันสามารถระบายออกมาผ่านการดื่มเหล้าได้ก็อาจจะเป็เื่ดี
“ขอบคุณ”
เธอฝืนยิ้มออกมา แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเศร้าสร้อยยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก อีกทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้มก็ถูกปาดทิ้งอย่างลวก ๆ ก่อนที่เธอจะเงยหน้ากระดกเหล้าต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เหล้าทั้งหมดบริเวณนั้นถูกดื่มจนหมดเกลี้ยง และตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวก็มีความแดงซ่านอยู่ที่แก้มของเธอ แม้แต่ดวงตาก็ยังพร่ามัวไปด้วย ลู่จั่นเหยียนใช้นิ้วเรียวบางบีบแก้มของคนตรงหน้าและดึงไปด้านข้างอย่างรุนแรง
“ฉีส่าวฉิง! ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้!?”
“ในเมื่อคุณไม่ชอบฉัน แล้วทำไมตอนแรกถึงยอมแต่งงานกับฉันล่ะ!? ฉันต้องมาทนเห็นคุณเข้าโรงแรมกับผู้หญิงคนอื่นอย่างวุ่นวายทุกวันงั้นเหรอ!? ฉันก็เป็คนนะ มีจิตใจมีความรู้สึกเหมือนกัน!”
“ฉัน…! ฉันทนไม่ไหวแล้วเหมือนกันนะ ฮึก!”
เธอพูดระบายความในใจออกมาอย่างอู้อี้และมึนงง ขณะเดียวกันน้ำตาก็ไหลออกมา แม้ว่าตอนแรกจะยังกลั้นใจสะอื้นไม่ร้องออกมาได้ แต่สุดท้ายก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสารในที่สุด
ฉีส่าวฉิง คุณจะรู้บ้างไหม? ว่ายิ่งรักหัวใจก็จะยิ่งเปราะบาง แม้ต้องทนรับาแแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้เลย
แต่คุณ…คุณกลับทำร้ายฉันอย่างเ็ป!