คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 1

    39 สิ้นเสี้ยนหนาม

             ฮัวหยางจัดการควบคุมตัวอนุฉางไปส่งที่สำนักมือปราบด้วยตนเอง ขากลับเขารออู๋จือเลิกงาน มือปราบหญิงเดินเข้าไปในตรอกเล็ก พอเห็นคนที่แหวกมือออกจากผ้าม่านหน้าต่างข้างรถก็ยิ้ม นางขึ้นไปนั่งในรถม้ายังไม่ทันได้นั่ง ฮัวหยางสอดมือไปกอดเอวนางรั้งเข้ามาแนบชิด เขาแนบริมฝีปากที่ใบหูของนางแล้วจูบที่ผิวนุ่มใต้ใบหูไปสองสามครั้ง

            “ชื่นใจจัง จือจือ”

            “ฮัวหยาง ท่านชอบเอาเปรียบข้า”

            “เอาเปรียบที่ใดกัน  ข้าเป็นคนของเจ้าแล้ว เจ้าต่างหากที่ต้องดูแลข้าให้มีความสุขทุกวัน”

             สัมพันธ์ทางกายบ่อยครั้งในระยะนี้ ทำให้อู๋จือติดใจในตัวคุณชายใหญ่ฮัว และนางก็เริ่มแสดงความปรารถนาออกมาเองในหลายคราว พอถูกเขาจูบที่ซอกคอหลายครั้งเข้า มือปราบหญิงก็หันหน้าไปจูบแก้มท่านหมอหนุ่มรูปงาม

             “จือจือ เจ้าซนขึ้นมากเชียว ทำเช่นนี้ไม่กลัวข้าจะอยากทำเรื่องแบบนี้ในรถม้าหรือ ” ฮัวหยางลูบหลังคนรัก

             “ท่านชอบให้ข้าทำแบบนี้นี่ ”

             “ใช่ ชอบ และก็ชอบให้ทำมากกว่านี้ด้วย” ฮัวหยางตอบแผ่วๆ แล้วหันไปไล้เลียริมฝีปากคนที่ยกมือลูบหน้าอกเขาเบาๆ

             อู๋จือเงยหน้าขึ้นใช้สองมือกุมคอของฮัวหยางแล้วจูบเม้มริมฝีปากคนร่างหนาอย่างอ่อนโยน ท่านหมอหนุ่มตอบสนองด้วยความพออกพอใจ

             “ท่านกำลังจะพาข้าไปที่ใดหรือ  เหตุใดจึงมีกล่องยาไปด้วย ”

             “ถึงเวลาที่ข้าต้องไปหอสะท้านจันทร์แล้ว ต้องไปตรวจโรคให้หญิงงามที่นั่น แต่หากไปคนเดียว คงจะถูกพวกนางลากขึ้นเตียงแน่ เดิมทีข้าต้องมากับ     จางเจิ้งจี แต่ตอนนี้มีเจ้าแล้ว ไม่ต้องเอาสหายมาบังหน้าอีก”

             อู๋จือหน้าบึ้ง “ใครกัน  กล้าคิดจะเอาท่านขึ้นเตียงด้วย” นางใช้สองมือประคองใบหน้าของชายหนุ่ม

             ฮัวหยางหัวเราะแหะๆ “ก็มีแต่คนกล้าแต่ข้าไม่ขึ้น ดูเจ้าสิ ทำหน้าเช่นนี้ คงไม่ดื่มน้ำส้มเข้าไปจนคิดจะชักกระบี่ออกมาไล่ฟันพวกนางหรอกนะ”

             ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาจนแทบจะงดงามของท่านหมออู๋ เหล่าหญิงงามทั้งหลายที่ทำหน้าที่รับแขกต่างพากันอยากจะขึ้นเตียงกับท่านหมอแทนการรักษา

             “ก็ไม่แน่หรอก หากว่าพวกนางลวนลามท่าน ข้าก็ไม่ละเว้น ท่านบอกเองว่าท่านเป็นคนของข้าแล้ว” อู๋จือกล่าวหน้าตาย

             “เจ้าหวงข้าขนาดนี้ ข้าคงต้องให้รางวัลเจ้าสักหน่อย”

             ในรถม้า มีเสียงพึมพำเล็กน้อยแล้วเงียบไป ปากของทั้งคู่ถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากของกันและกัน

     

             ไม่นานนัก รถม้าของสกุลฮัวก็มาจอดประตูด้านหลังของหอสะท้านจันทร์ หากฮัวหยางเข้าไปประตูใหญ่ เขาเกรงว่าจะเป็นเรื่องเอิกเกริก คุณชายสกุลใหญ่ไม่ควรเข้าหอคณิกาให้เป็นที่ครหา

             “ถึงแล้ว พวกเราลงไปกันเถิด”

             บ่าวรับใช้ของหอสะท้านจันทร์ที่รออยู่ประตูเล็กด้านหลัง เห็นท่านหมอรูปงามมาพร้อมกับสตรีผู้หนึ่งในชุดมือปราบก็พลันชะงัก

             “คุณชายใหญ่ฮัวขอรับ ไม่มีเหตุร้ายอันใดใช่หรือไม่ ”

             ฮัวหยางหันไปมองสตรีที่ยืนอยู่ข้างตน “นางเป็นมือปราบที่ข้าให้มาคอยดูแลความปลอดภัย เจ้าไม่ต้องกังวล ไม่ได้มาจับผู้ใดในหอนี้หรอก”

             “ขอรับ ถ้าเช่นนั้นเชิญตามข้าน้อยมา”

             อู๋จือเดินรั้งท้ายสุด นางพยายามสังเกตสิ่งรอบข้างและจดจำเอาไว้ให้มากที่สุด นางไม่เคยเข้ามาตรวจในหอคณิกาเลยสักครั้ง และหอสะท้านจันทร์ก็ไม่ได้อยู่ในเขตความรับผิดชอบของนาง เรือนสองชั้นตั้งเรียงรายอยู่หลายหลัง ที่ระเบียงมีแม่นางหน้าแฉล้มมายืนโบกผ้าเช็ดหน้า

             “ท่านหมอไม่มานานเลยนะเจ้าคะ ข้ารอแล้วรออีก คิดว่าท่านจะไม่มาเสียแล้ว คราวก่อนเถ้าแก่ก็ไปเอาท่านหมอเฉินมารักษาแทน ข้าว่ายาของเขาไม่ได้ผลเท่าของท่านหมออู๋เจ้าค่ะ” สตรีงามผู้หนึ่งรีบตรงเข้ามายืนแทบจะชิดฮัวหยาง เอ่ยวาจาฉอเลาะ

             อู๋จือที่เดินตามข้างหลังนึกอยากจะชักกระบี่มาทิ่มร่างคนผู้นี้สักทีสองที ทว่าได้แต่กำกระบี่แล้วสะกดใจ นางต้องอดทนให้มาก นี่คืองานของเขา

             “หัวหน้าจางก็แต่งงานหนีท่านไปแล้ว ท่านหมอฮัวไม่คิดจะรับพวกเราเอาไว้ช่วยเยียวยาแผลใจหรือเจ้าคะ ”

     

             คนเหล่านี้ยังคงคิดว่าฮัวหยางกับจางเจิ้งจีเป็นคู่รักที่ต้องแยกจากกันเพราะจางเจิ้งจีหนีไปแต่งงานกับสตรี บัดนี้ฮัวหยางต้องผิดหวัง พวกเขาจึงได้พยายามเสนอตัวมาแทน

             อู๋จือยืนอยู่ข้างหลังมองฮัวหยางที่แต่งกายงดงามกำลังโดนสาวงามล้อมหน้าล้อมหลังด้วยความหงุดหงิด นางไม่ได้ฟังสิ่งที่สตรีพวกนั้นพูดเลยสักนิด 

            ท่านหมอหนุ่มที่สูงกว่าทุกคนที่ยืนห้อมล้อมเหลือบมองหญิงคนรักของตนที่กำลังหน้าตึง เขาหัวเราะหึๆ ก่อนจะยกมือขึ้นห้าม

             “พวกเจ้าไม่ทันแล้ว ไม่เห็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังข้าหรือ ” เขาชี้มือมายังอู๋จือ “ข้ามีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว นางเป็นมือปราบ”

             หญิงสาวทั้งหลายส่งเสียงฮือฮากันอย่างไม่เชื่อถือ

             “ท่านโกหกพวกเราแน่เลย นางผู้นี้ดูบึกบึน ใบหน้าก็แสนธรรมดา ข้าไม่เชื่อว่าท่านหมอฮัวจะชอบสตรีเยี่ยงนี้ ”

             ทีแรกพวกนางถูกฮัวหยางหลอกว่าเป็นคู่รักกับจางเจิ้งจี แต่พอจางเจิ้งจีแต่งงาน พวกนางก็หวังจะได้ตัวของฮัวหยาง วันนี้เขากลับนำเอามือปราบหญิงมาด้วย

             “ข้าชอบนางมาก และจะแต่งงานกับนางเท่านั้น” ฮัวหยางประกาศเสียงดังฟังชัด พร้อมหันมามองอู๋จือด้วยสายตารักใคร่หวงแหน

             เหล่าหญิงงามจ้องมองอู๋จือ พอกวาดสายตาขึ้นลงไปมาได้พักใหญ่ ก็พากันยิ้ม

             “แม้จะผอมไปสักหน่อยแต่ก็ดูแล้วพอใช้ได้ ข้าว่าท่านหมอหาข้ออ้างเสียมากกว่า ท่านไม่อยากให้พวกเรามีความหวังกับท่านก็เลยเอานางมาอ้าง”

             ฮัวหยางมองคนพูดที่เป็นดาวเด่นหอสะท้านจันทร์แล้วก็หัวเราะออกมา

            ‘คนเรานี่ก็ประหลาดดี ตอนโกหกเชื่อเป็นวรรคเป็นเวร แต่พอตอนพูดจริงกลับไม่เชื่อ’

            อู๋จือที่ยืนงงอยู่ในดงสาวงามถูกท่านหมอฮัวคว้าเอวเข้าไปกอดแล้วก้มลงจูบอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางความตื่นตะลึงของบรรดาหญิงคณิกา สุดท้ายสายตาของพวกนางก็กลายเป็นความอิจฉา

            “ว้า! นี่ข้าพลาดไปอีกแล้วหรือ ”

            “เสี่ยวซู ข้าบอกเจ้าแล้ว หากชอบท่านหมอฮัวก็ให้รีบแสดงตัว เป็นอย่างไรเล่า  พอท่านจางแต่งงานได้ไม่ทันไร ท่านหมอฮัวก็มีใหม่ทันที”

            “ก็ท่านหมอบอกว่าชอบบุรุษ ไหนเลยข้าจะรู้ว่าสุดท้ายท่านหมอโกหกเรา อีกอย่างข้าเห็นท่านหมอฮัวกับคุณชายจางเพิ่งเลิกกัน ท่านหมออาจจะต้องใช้เวลาในการทำใจสักหน่อย ไม่คิดว่าจะแอบซ่อนไว้สตรีข้างกาย”

             

            ฮัวหยางปล่อยให้อู๋จือยืนหน้าแดงเป็นผลผิงกั่วอยู่กลางห้อง เขาหันไปเรียกสาวงามที่ต้องการรักษาโรคให้มานั่งบนเก้าอี้ เรียงลำดับเอาไว้

            “มาๆ รักษาตัวกันก่อนดีกว่า พวกเจ้ายังมีโอกาสพบปะบุรุษดีๆ อีกมาก ส่วนคนไม่ดีอย่างข้าก็ปล่อยให้อู๋จือรับไปเถิด” ท่านหมอพูดกลั้วหัวเราะ

            หญิงคณิกาทั้งห้องมองเขาแล้วค้อนควัก

            “ไม่ดีที่ใดกัน  ท่านรูปงามที่สุดในบรรดาบุรุษที่เคยมาเหยียบย่างที่นี่ น่าเสียดายที่พวกเราอยากปรนนิบัติ แต่ท่านก็ปฏิเสธ ข้าบอกแล้วว่าสำหรับท่านหมอ ข้าไม่คิดเงินสักอีแปะ”

            อู๋จือได้ยินก็ถลึงตาใส่แม่นางที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวซูในทันที “ตราบใดที่มีข้าอยู่ เจ้าอย่าได้คิดเกินเลยกับท่านหมอฮัวเด็ดขาด”

            เสี่ยวซูมองกระบี่ในมือของอู๋จือแล้วร้องว้าย ถอยหลังไปอยู่ข้างสหายของนาง “เจ้าเป็นมือปราบ จะทำร้ายคนส่งเดชไม่ได้นะ”

            “ส่งเดชที่ไหนกัน  ข้ากำลังปกป้องบุรุษของข้าต่างหาก อย่าหาว่าข้าไม่เตือน อยากรักษาก็ให้รีบรักษา ข้าไม่อยากให้ท่านหมอฮัวอยู่ในนี้นานนัก และก็ไม่รู้ว่าข้าจะอดทนได้นานแค่ไหน”

            สตรีทั้งหมดรีบหุบปากฉับ ท่าทางดุร้ายของอู๋จือและท่าทางหงอๆ ของท่านหมอฮัวทำให้พวกนางเปลี่ยนท่าที หญิงสาวนางหนึ่งรีบยกมือขึ้นโบก

            “เอาล่ะๆ พวกเราก็รีบรักษาเถิด ในเมื่อท่านหมอฮัวอุตส่าห์มาแล้ว เราไม่ควรทำให้ท่านหมอและแม่นางมือปราบลำบากใจ”

            ฮัวหยางหัวเราะน้อยๆ เขาเหลือบมองอาการหึงหวงของอู๋จือด้วยความพอใจ แล้วก็หันไปเปิดกล่องยาเพื่อเริ่มการรักษา

     

    ****************

    ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเรื่อง "เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย" จำนวน 3 เล่มจบ มีจำหน่ายทางเว็บ mebmarket, dek-d, pintobook