เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทุกคนกินอาหารเสร็จ ไป๋เจิ้นเสียงออกไปทำงานพร้อมกับไปส่งไป๋ซิ่วหลินที่สำนักศึกษา ในบ้านเหลือแต่ซุนเอ้อร์เหนียงกับไป๋สู่ขุย
สู่ขุยทำความสะอาดอยู่ในครัว ส่วนซุนเอ้อร์เหนียงแต่งตัวอยู่ในห้องเหมือนทุกวัน
ซุนเอ้อร์เหนียงนั่งมองเครื่องแต่งตัวต่างๆ อยู่หน้ากระจก
พอสู่ขุยทำงานใกล้เสร็จ ซุนเอ้อร์เหนียงก็เปิดหน้าต่าง เรียกเสียงดัง “สู่ขุย”
สู่ขุยเพิ่งล้างมือเสร็จ จึงเช็ดมือไปด้วยเดินไปด้วย พร้อมขานรับ
ซุนเอ้อร์เหนียงยิ้มให้สู่ขุย สังเกตว่าแม้นางอายุยังน้อยแต่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม หน้าขาวอมชมพู คิ้วดก ปากแดงระเรื่อ “สู่ขุยตอนบ่ายเ้าอยู่ดูแลบ้านนะ ข้าจะไปคารวะฮูหยินที่จวนเศรษฐีจิน จะเอางานมาทำด้วย”
สู่ขุยยิ้มรับ
ปกติแล้วต้องไปเอางานที่จวนสกุลจินเป็ประจำ ซึ่งส่วนมากสู่ขุยเป็คนไปเอา นานๆ ทีซุนเอ้อร์เหนียงจึงจะไป อีกไม่กี่วันนางก็ต้องไปเอาเส้นไหมกับผ้าที่นั่นอยู่ดี
ซุนเอ้อร์เหนียงมองสู่ขุยแล้วพูดว่า “วันนี้อากาศดี เ้าเอาเสื้อผ้าที่เราสามคนใส่แล้วไปซักด้วยล่ะ!”
บ่อน้ำของบ้านนางอยู่หลังบ้าน จึงซักเสื้อผ้าที่นั่นได้เลย พอซักเสร็จก็ตากบนเชือก แค่รอให้แห้ง
จากนั้นสู่ขุยเดินไปหยิบเสื้อผ้าของพ่อ ซุนเอ้อร์เหนียง และซิ่วหลินที่เพิ่งเปลี่ยนเมื่อคืนไปซักที่หลังบ้าน
ซุนเอ้อร์เหนียงรู้ตัวว่าไม่ใช่คนผิวขาว จึงไม่กล้าแต่งหน้าเยอะ แค่ทาขี้ผึ้งทาปากกลิ่นดอกท้อ ปัดคิ้ว และใช้น้ำมันหอมทาผมแล้วหวีให้เงางาม นางใส่เสื้อคลุมสีม่วงกับกระโปรงสีขาวที่ปักลวดลายสวยงาม เดินออกไปสั่งงานสู่ขุยที่ซักผ้าอยู่หลังบ้านอีกสองสามอย่างจึงออกจากบ้าน
หลังซุนเอ้อร์เหนียงเดินจากไป สู่ขุยสงสัยปนแปลกใจว่าทำไมวันนี้ซุนเอ้อร์เหนียงแต่งตัวดูสวยงาม
นางได้แค่คิด แต่พูดออกมาไม่ได้
สู่ขุยรู้อยู่แล้วว่าก่อนนี้ซุนเอ้อร์เหนียงเคยเป็ข้ารับใช้อยู่จวนสกุลจิน แต่เพราะนางอายุมากขึ้น เศรษฐีจินจึงแนะนำให้แต่งงานกับไป๋เจิ้นเสียงพ่อของสู่ขุย หรือว่า...
นางลุกขึ้นบิดผ้าที่ซักเสร็จ และหวังว่าตัวเองจะคิดมากไป
แม้สู่ขุยจะอายุยังน้อย แต่นางโตมาในเมืองที่เื่รักๆ ใคร่ๆ ระหว่างหญิงชายเป็เื่ธรรมดา เล่ากันปากต่อปาก ทั้งได้ยินจากเพื่อนบ้าน น้าๆ อาๆ นางจึงทำได้แค่สังหรณ์ใจ
กว่าซุนเอ้อร์เหนียงจะกลับก็เย็นมาก นางกลับมาด้วยสีหน้าแดงก่ำ ั์ตาลอย
ทันทีที่สู่ขุยเปิดประตูใหญ่ให้ก็ได้กลิ่นเหล้าจากตัวนาง
เมื่อเห็นว่าคนที่มาเปิดประตูเป็สู่ขุย ซุนเอ้อร์เหนียงที่เดินเข้าบ้านด้วยอาการมึนเมา จึงรีบอธิบายกลบเกลื่อนสีหน้าที่แดงก่ำของตัวเองว่า “ฮูหยินจวนสกุลจินกับเหล่านายหญิงทั้งหลายเชิญนักร้องสองคนมาดื่มเหล้าที่บ้าน ข้าไปพอดี พวกเขาจึงให้ข้าดื่มเหล้าหลายแก้ว ไหนจะให้ข้าอยู่ช่วยรับ...”
นางพูดแก้ตัวและคิดไปด้วยว่าไป๋สู่ขุยเพิ่งอายุสิบสองปีเหมือนจะไม่ประสา แต่ั์ตาของนางดูเหมือนรู้ทุกอย่าง ต้องรีบจัดการขายนางออกจากบ้านนี้ซะ ก่อนที่นางจะรู้อะไรมากกว่านี้
สู่ขุยเห็นซุนเอ้อร์เหนียงอ่อนแรงจึงจับมือพยุงนางเข้ามาในห้องโถง พร้อมค่อยๆ ก้มไปดมซุนเอ้อร์เหนียง สู่ขุยได้กลิ่นแปลกๆ ไม่เหมือนกลิ่นทั่วไป มีกลิ่นหอมของดอกไป่เหอ[1] กลิ่นเหล้า และไม่รู้กลิ่นอะไรอีกกลิ่น
นางพยุงซุนเอ้อร์เหนียงไปนั่งเก้าอี้ แล้วลุกไปเอาชามาให้หนึ่งจอก “ท่านแม่จิบชาล้างปากสักหน่อยไหม”
เมื่อส่งชาให้แล้ว สู่ขุยยังคงพยายามดมกลิ่นฉุนๆ บนตัวซุนเอ้อร์เหนียง เป็กลิ่นดอกไป่เหอจริงด้วย นางได้แต่คิดว่า กลิ่นหอมดอกไป่เหอแพงมาก ซุนเอ้อร์เหนียงจะซื้อได้อย่างไร
ซุนเอ้อร์เหนียงรู้สึกปากแห้งเพราะวันนี้ไปดื่มเหล้ามา ไหนจะงีบหลับอยู่ในูเาจำลองบริเวณห้องหนังสือส่วนนอกของจวนสกุลจินครึ่งค่อนวัน เมื่อรับชามาจิบคำหนึ่งก็ชื่นใจมาก เพราะน้ำชาไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป
ซุนเอ้อร์เหนียงมองสู่ขุยที่อยู่ข้างๆ แล้วคิดว่า เด็กนี่ช่างฉลาดนัก ถ้าได้ไปอยู่จวนไช่ไท่เว่ยละก็ ไม่นานต้องได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงๆ แน่ ต้องปฏิบัติกับนางดีๆ อีกหน่อยนางจะได้เต็มใจทำเพื่อซิ่วหลิน...
พอคิดถึงตรงนี้นางก็ยิ้ม “สู่ขุย จินฮูหยินให้ผ้าข้ามาหลายผืน อยู่ในห่อผ้าน่ะ เ้าเอาไปตัดเสื้อผ้าให้ตัวเองสิ”
สู่ขุยตอบรับสั้นๆ “ขอบคุณท่านแม่” นางตั้งใจยกห่อผ้าของซุนเอ้อร์เหนียงขึ้นมา ค่อยๆ ยกกะน้ำหนักดูก็รู้สึกว่าห่อผ้าหนักเป็พิเศษ หรือว่าจะมีอะไรมากกว่าผ้าธรรมดาทั่วไป “ท่านแม่ข้าจะเอาผ้าออกมาเริ่มตัดเลยนะ”
ซุนเอ้อร์เหนียงรีบท้วง “เดี๋ยวก่อน!”
นางยื่นมือหยิบห่อผ้า รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เ้าเด็กผีนี่น่ารำคาญจริงเชียว!
นางรีบจัดแจงห่อผ้าแล้วพูดว่า “รอข้าจัดเสร็จก่อน ค่อยว่ากัน”
สู่ขุยสงสัยแต่ไม่พูดอะไร “เ้าค่ะ”
สู่ขุยเห็นนางห่วงห่อผ้า จึงตัดบทพูดว่า “ท่านแม่ ข้าไปทำมื้อเย็นก่อนนะ ท่านอยากกินอะไร”
ซุนเอ้อร์เหนียงตอบว่า “แล้วแต่เ้าละกัน ข้าเหนื่อยมาทั้งวัน จะเข้าห้องไปพักสักหน่อย”
เห็นว่าสู่ขุยเดินออกไปแล้ว ซุนเอ้อร์เหนียงค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้ ฟันขาวๆ กัดริมฝีปากครุ่นคิด...
สักพักนางก็ถือห่อผ้าเข้าห้องไป
สู่ขุยสงสัยแต่ไม่พูดอะไร นางทำอาหารพร้อมคิดไปด้วย
นางทำอะไรเป็ขั้นเป็ตอน เจียวไข่ใส่กุยช่ายก่อน น้ำแกงไข่ไก่ในกระทะใบขวาก็เริ่มได้ที่ สีเหลืองของไข่แดงลอยขึ้นมาจากความร้อน ห้องเล็กอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหาร
สู่ขุยคิดเื่ซุนเอ้อร์เหนียงไปจวนเศรษฐีจิน ห่อผ้าที่นางเอามาต้องมีอะไรที่ไม่อยากให้สู่ขุยเห็นแน่
สู่ขุยตัดสินใจสังเกตซุนเอ้อร์เหนียง ว่า่นี้นางคิดจะทำอะไร
เพิ่งทำอาหารเสร็จไม่นาน ไป๋เจิ้นเสียงกับไป๋ซิ่วหลินกลับถึงบ้านพอดี
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ขณะที่สู่ขุยรอเก็บโต๊ะก็ยกน้ำชารากบัวมาให้ทุกคน ไป๋เจิ้นเสียงจึงค่อยเปิดปากพูดว่า “เศรษฐีจินให้ข้าไปขายผ้าที่หูโจวกับซุนซื่อ พรุ่งนี้จะออกเดินทางแต่เช้า”
สู่ขุยใได้แต่มองพ่อ “ท่านพ่อ” จงมู่ถึงหูโจว ไกลกันนับพันลี้ อีกอย่าง เื่ในบ้านก็คงยุ่งเหยิง หากแม่เลี้ยงกับเฉียนผอจื่อรวบหัวรวบหางจะขายนางให้ได้ล่ะ...
ซุนเอ้อร์เหนียงแสดงสีหน้ายินดี “ท่านพี่ นี่เป็โอกาสหายากของทุกคน! วันนี้ข้าไปคารวะฮูหยินที่จวนเศรษฐีจินมา ได้ยินฮูหยินกับเด็กรับใช้คุยกันว่าลูกจ้างทั้งหลายอยากไปกันยิ่งนัก แต่ท่านเศรษฐีเห็นว่าท่านพี่ขยันซื่อสัตย์ จึงให้ท่านพี่ไป”
ไป๋เจิ้นเสียงไม่อยากจากลูกเมียที่รัก แต่เมื่อเศรษฐีจินมอบหมายให้แล้วเขาจำต้องไป อีกอย่างเพื่อจะได้เก็บเงินด้วย เมื่อคิดแบบนี้จึงไม่พูดอะไรอีก
สู่ขุยใจไม่ดี มีหลายอย่างที่นางอยากพูดกับพ่อ แต่ซุนเอ้อร์เหนียงไม่ยอมห่างไป๋เจิ้นเสียง นางจึงไม่มีโอกาสได้คุย
นางทำได้แค่พูดว่า “ท่านพ่อดูแลตัวเองดีๆ กลับมาไวๆ นะเ้าคะ”
เช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่ฟ้ายังไม่สว่าง ไป๋เจิ้นเสียงลุกขึ้นมาเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทาง
ไป๋เจิ้นเสียงกำลังล้างหน้าอยู่ที่ลานบ้าน
สู่ขุยเห็นแม่เลี้ยงเข้าไปดูแลน้อง จึงค่อยๆ ไปคุยกับพ่อว่า “ท่านพ่อ ข้ากลัวว่าท่านไปแล้ว ท่านแม่จะขายข้า...”
ไป๋เจิ้นเสียงเช็ดหน้าแล้วพูดว่า “วางใจเถอะ เมื่อคืนข้ากำชับท่านแม่ของเ้าแล้ว หากนางกล้าขัดคำสั่ง ข้าจะเลิกกับนาง”
สู่ขุยนิ่งเงียบและคิดในใจว่า ‘ท่านพ่อ ท่านคิดว่าซุนเอ้อร์เหนียงจะกลัวท่านหรือ’
เห็นลูกสาวจ้องหน้าตัวเองแล้ว ไป๋เจิ้นเสียงคิดว่าลูกไม่เข้าใจความหมาย จึงดึงมือลูกสาวมาบอกว่า “สู่ขุยเ้าวางใจเถอะ เมื่อวานข้าคุยกับท่านลุงฟู่ของเ้าแล้ว ว่าพอพ่อกลับมา เราจะให้เ้ากับฟู่อิงหมั้นกัน”
สู่ขุยนิ่งเงียบ ‘ท่านพ่อ ประเด็นของข้าไม่ใช่เื่นี้!’
เขามองหน้าลูกสาว วางผ้าในมือ พูดว่า “พ่อจะนำเงินที่ได้จากการไปขายของคราวนี้ มาเตรียมชุดเ้าสาวให้เ้า!”
สู่ขุยรู้สึกอ้างว้าง เศร้าใจและขมขื่น นางทำได้แค่เข้าไปสวมกอดแนบหน้าไว้ที่อกของพ่อและไม่พูดอะไรอีก
เมื่อเห็นลูกสาวแสดงกิริยาเหมือนยังเป็เด็กเล็กอยู่ ถึงไป๋เจิ้นเสียงจะชอบแต่ก็รู้สึกปวดใจ ค่อยๆ ลูบหัวปลอบว่า “วางใจเถอะ เด็กดีของพ่อ...”
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ทั้งบ้านก็ไปส่งไป๋เจิ้นเสียงที่ท่าเรือ
ไป๋เจิ้นเสียงขึ้นเรือไปกับคนขับเรือจวนสกุลจิน
ซุนเอ้อร์เหนียงพาสู่ขุยกับซิ่วหลินยืนมองเรือที่ค่อยๆ แล่นออกจากท่าไปสู่จุดหมาย
หลังส่งไป๋เจิ้นเสียง ซุนเอ้อร์เหนียงไปส่งซิ่วหลินที่สำนักศึกษาแล้วจึงพาสู่ขุยกลับบ้าน
พอกินมื้อเที่ยงเสร็จ สู่ขุยกำลังจะเข้าครัวไปล้างชาม ซุนเอ้อร์เหนียงพูดว่า “สู่ขุยข้าอยากกินแผ่นซิ่ง[2]อบแห้งกับบ๊วยแห้งของร้านสกุลหวง ที่ขายอยู่ตรงสี่แยกฝั่งตะวันตก เ้าไปซื้อมาอย่างละสองตำลึงนะ ขากลับไปรับซิ่วหลินที่สำนักศึกษาด้วย”
สู่ขุยทำได้แค่ยิ้มรับคำสั่ง แล้วรับเงินจากซุนเอ้อร์เหนียงมาใส่ถุงผ้าใบเก่า พลางนึกว่าแผ่นซิ่งอบแห้งกับบ๊วยแห้งที่ไหนก็มีขาย ทำไมต้องให้นางไปไกลขนาดนั้น หรือว่าซุนเอ้อร์เหนียงอยากให้นางออกไปซื้อไกลๆ
พอนึกขึ้นได้แบบนี้ ใจของสู่ขุยก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมา
นางรับคำซุนเอ้อร์เหนียง เดินออกจากบ้านไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f
[1] ดอกลิลี
[2] เอพริคอต