เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 185: ไดเมียวผู้ฟื้นคืนชีพ 2 (The Daimyo’s Resurrection Part 2)

            ในระหว่างนั้น พวกยูกินะกับอันจินนั้นยังได้มีการอัญเชิญเหล่าภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนให้ออกมาช่วยต่อสู้กับโยชิโมโตะด้วย

            แต่อย่างไรก็ตาม โยชิโมโตะก็สามารถหลบหลีก ป้องกัน และรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด โยชิโมโตะนั้นมีความสามารถในด้านการต่อสู้ด้วยดาบ และพลังอำนาจแห่งปีศาจที่มีความร้ายกาจเกินกว่าที่พวกยูกินะกับอันจินนั้นคาดคิดเอา ไว้มาก จึงทำให้พวกยูกินะ โทโมเอะ คิทสึเนบิ อันจิน ทาคิยาฉะ-ฮิเมะ และคาชินนั้น แทบจะไม่สามารถเอาชนะโยชิโมโตะที่อยู่ตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

            “เท็นมะ” เมื่อไม่มีทางเลือก ยูกินะจึงต้องเอ่ยขานภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาออกมา แล้วทำการรวมร่างเข้าด้วยกันกับภูติพิ ทักษ์ประจำกายของตน เพื่อที่จะกลายสู่ร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะเป็นหนทางสุดท้าย

            “ด้วยเวทย์ศาสตราคมแห่งข้า ข้าขอให้กายสังขารของข้า และดาบพลังแสงเล่มนี้จงรวมเป็นหนึ่งกับภูติพิทักษ์ประจำกายของข้าบัดเดี๋ยวนี้”

            หลังกล่าวจบ เท็นมะ ภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาก็ได้พุ่งเข้ามาสิงสถิตอยู่ในร่างงามของยูกินะด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ตัวเธอนั้นได้กลายสู่ร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะโดยทันที พร้อมกับดาบพลังแสงคุซานางิที่ได้กลายมาเป็นขรรค์ฟ้าฟื้นมหาเวทย์โฮชินเซย์ โนะ สึรุกิ

            “ชินิกามิ” ส่วนทางด้านทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้เอ่ยขานภูติพิทักษ์ม้าเพลิงอเวจีออกมา แล้วทำการรวมร่างเข้าด้วยกันกับภูติพิทักษ์ประจำกายของตน เพื่อที่จะกลายสู่ร่างอาคุมาจิน-คุโรมุฉะ

            “ด้วยพลังอำนาจแห่งศาสตร์มืดที่บดบังทุกสิ่งอย่างจนมัวหมอง ไร้ซึ่งหนทางแห่งแสงสว่าง ข้าขอให้ความมืดมิดนี้จงหลอมรวมกันเป็นหนึ่งกับกายสังขารแห่งข้า” หลังจากที่กล่าวจบ ชินิกามิ ภูติพิทักษ์ม้าเพลิงอเวจีก็ได้พุ่งเข้ามาสิงสถิตอยู่ในร่างงามของทาคิยาฉะ-ฮิเมะด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ตัวเธอนั้นได้กลายสู่ร่างอาคุมาจิน-คุโรมุฉะโดยทันที พร้อมกับเคียวยม ทูตแห่งปรภพที่ได้ถูกแปรเปลี่ยนมาจากดาบคุโระ-มาโฮกาตานะ

            “พี่โทโมเอะ” คิทสึเนบิเอ่ยทักผู้เป็นเสมือนพี่สาวอย่างโทโมเอะ เป็นการบอกในเชิงนัยยะว่าจะให้พวกเธอทั้งสองทำการรวมร่างกันเพื่อกลายสู่ร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์

            “เข้าใจแล้ว” หลังจากที่กล่าวจบ โทโมเอะกับคิทสึเนบิก็ได้ทำการรวมร่างเข้าด้วยกัน เพื่อกลายสู่ร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์โดยทันที

            “ในนามของมิโกะแห่งแสง ผู้เป็นอดีตนักรบอิสตรีที่เคยฝ่าแดนสมรภูมิไปทั่วสารทิศ / ในนามแห่งจิ้งจอกผู้รอดพ้นจากวายชนม์ที่เคยผ่านการผจญกับความมืดและความสิ้นหวัง...ข้าขอให้พวกเราทั้งสองจงรวมกันเป็นหนึ่งบัดเดี้ยวนี้” หลังจากที่กล่าวจบ โทโมเอะกับคิทสึเนบิก็ได้รวมร่างเข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง จนกลายสู่ร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์ไปโดยทันที

            ดาบเคนเมียวเร็นของคิทสึเนบิได้มารวมเข้าด้วยกับกระบี่คันศรของโทโมเอะที่มาจากดาบโชโทเร็นและดาบไดโทเร็น จนกลายมาเป็นมหาศาสตราวุธที่มีนามว่าไดซันเมียว โนะ เคน สุดยอดกระบี่คันศรที่จะประกอบไปด้วยดาบเคนเมียวเร็นที่เป็นส่วนล่างของสุดยอดกระบี่คันศร ซึ่งมันจะชี้ปลายดาบลงมายังพื้น และดาบไดโทเร็นกับดาบโชโทเร็นที่เป็นส่วนบนของสุดยอดกระบี่คันศร ซึ่งมันจะชี้ปลายดาบขึ้นไปยังท้องฟ้า และแยกออกเป็นรูปตัว V

            มือเรียวงามข้างซ้ายของเธอนั้นได้กลายมาเป็นอุ้งมือของปีศาจจิ้งจอกที่มีกรงเล็บอันแหลมคมงอกออกมาจากนิ้วเรียวยาวทั้ง 5 ของเธอ ใบหน้างามของเธอได้กลายมาเป็นใบหน้าที่สุขุมลุ่มลึกและเย็นชาอย่างสุดๆ ราวกับเป็นหญิงสาวที่ได้บรรลุนิติภาวะของความเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ที่สำคัญ มีลูกไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดย่อมทั้ง 5 ลูกลอยไปมาอยู่ล้อมรอบตัวเธอด้วย

            จากนั้น พวกเธอทั้งสามอย่างยูกินะ โทโมเอะ และทาคิยาฉะ-ฮิเมะ ต่างก็รีบพุ่งเข้าปะทะกับโยชิโมโตะด้วยความเร็วสูง โดยยูกินะที่อยู่ในร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะนั้นจะรีบพุ่งเข้าไปตวัดดาบฟันใส่โยชิโมโตะด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบ หอก และดาบยาว

            ในระหว่างนั้น เธอก็ยังได้มีการเสกพลังเวทย์ธาตุต่างๆ ทั้ง 7 ธาตุลงบนคมดาบ เพื่อที่จะใช้ในการต่อสู้กับอีกฝ่าย นอกจากนั้นแล้ว ยังได้มีการใช้พลังเวทย์ขั้นสูงชนิดอื่นๆ ในการปิดฉากการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย

            ส่วนทางด้านโทโมเอะก็รีบทำการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบไดโทเร็นกับโชโทเร็นให้ลอยพุ่งเข้าไปตวัดฟันใส่โยชิโมโตะด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง จากนั้น เธอก็รีบพุ่งเข้าไปตวัดดาบฟันใส่โยชิโมโตะด้วยความเร็วสูงอย่างต่อ เนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างกระบี่คันศร ดาบสองปลาย และดาบคู่

            ในขณะเดียวกัน เธอก็ยังได้มีการเสกพลังธาตุต่างๆ ทั้ง 7 ธาตุลงบนคมดาบทั้งสามเล่ม เพื่อที่จะใช้ในการต่อสู้กับอีกฝ่ายด้วย โดยการฟันแบบปกติ ตวัดปล่อยคลื่นดาบ และตวัดปล่อยคลื่นกงจักร นอกจากนั้นแล้ว เธอก็ยังได้มีการยิงธนูเวทย์ขั้นสูงออกมา และมีการพ่นไฟออกมาจากปากของคิทสึเนบิที่มาในลักษณะเป็นภาพเนรมิตหัวของหัวภูพิทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนีในรูปแบบต่างๆ เพื่อที่จะจัดการกับโยชิโมโตะที่อยู่ตรงหน้าด้วย

            และทางด้านทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็จะรีบพุ่งเข้าไปตวัดดาบฟันใส่โยชิโมโตะด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยเคียวยม ทูตแห่งปรภพที่อยู่บนมือเรียวงามทั้งสองข้าง ในระหว่างนั้น เธอก็ยังได้มีการเสกพลังมนต์ดำธาตุต่างๆ ทั้ง 7 ธาตุลงบนคมเคียวยมทูต เพื่อที่จะใช้ในการต่อสู้กับอีกฝ่าย นอกจากนั้นแล้ว เธอก็ยังได้มีการใช้พลังอำนาจแห่งมนต์ดำขั้นสูงชนิดอื่นๆ ในการต่อสู้กับอีกฝ่ายด้วย การต่อสู้กันในครั้งนี้เป็นไปอย่างดุเดือด

            ด้วยความที่ยูกินะ โทโมเอะ และทาคิยาฉะ-ฮิเมะนั้นมีพลังที่เพิ่มมากขึ้นจากการรวมร่างเข้าด้วยกันกับภูติพิทักษ์ประ จำกายของพวกเธอทั้งสาม จึงทำให้ศึกการต่อสู้ในครั้งนี้ ลูกเล่นต่างๆ ของโยชิโมโตะนั้นแทบจะไม่สามารถทำอะไรกับพวกเธอทั้งสามคนนี้ได้เลย หลังจากที่ต่อสู้กันไปได้สักระยะ พวกเธอทั้งสามก็สามารถเอาชนะศึกการต่อสู้ในครั้งนี้ แล้วจัดการกับโยชิโมโตะที่อยู่ตรงหน้าไปได้อย่างหวุดหวิด

            ร่างของโยชิโมโตะในตอนนี้ก็ได้ดับสลายหายไปในทันที พวกเธอทั้ง 4 คนนั้นก็ได้กลับคืนสู่ร่างปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง หลังจากที่ศึกการต่อสู้ในครั้งนี้ได้จบสิ้นลง พวกเธอทั้ง 4 ต่างก็พากันหายใจหอบเหนื่อยกันยกใหญ่

            “เจ้าหญิงฮิเมรากิ ของที่อยู่ในหีบใบนั้น...เจ้าจงรับมันเอาไว้ละกัน”

            ทาคิยาฉะ-ฮิเมะได้มอบชิ้นส่วนจากอายาคาชิทั้ง 7 ชิ้นที่อยู่ภายในหีบใบนั้นให้กับยูกินะ ก่อนที่เธอกับคาชินจะรีบไปจากพื้นที่บริเวณตรงนั้นในทันที

            “แล้วพวกเจ้าจะเอายังไงกันต่อ”

            โทโมเอะเอ่ยถามความเห็นกับทาคิยาฉะ-ฮิเมะ และคาชิน

            “พวกข้าจะออกตามล่าเจ้านางเทวีอสูรฯ นั่น แล้วก็สังหารมันทิ้งเสีย”

            ทาคิยาฉะ-ฮิเมะเอ่ยตอบพวกยูกินะเกี่ยวกับเป้าหมายของสองพี่น้ององเมียวจิแห่งศาสตร์มืดที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อนางเทวีอสูรฯ อย่างสุดขีด

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน