ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 149 ความไว้วางใจ รักใครก็รักคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย?

            หมอกหนากำลังก่อตัวขึ้นในดวงตาของหลงเซี่ยวเจ๋อแต่ยังมีความสุขลึกล้ำในดวงตาของเขา

            ในยามที่หลงเซี่ยวเจ๋อเห็นมู่จื่อหลิงราวกับว่าเขาเห็นรุ่งอรุณที่รอคอยมานาน

            หลงเซี่ยวเจ๋อมองขึ้นไปที่มู่จื่อหลิงอย่างกระตือรือร้นแล้วกล่าวด้วยความเสียใจว่า “พี่สะใภ้สาม ข้าหิวมาก บนร่างข้าไม่มีเงินเลย”

            “พอแล้ว…เจ้า…”มู่จื่อหลิงชี้ไปที่หลงเซี่ยวเจ๋อด้วยความหวังว่าเขาจะกลับมาเป็นปกติ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาจริงๆ

            หลงเซี่ยวเจ๋อเด็กที่โชคร้ายผู้นี้เขาจะยังมีลักษณะที่สะอาดและสดชื่นเหมือนปกติที่ผ่านมาได้อย่างไร? มันแตกต่างกันจริงๆ

            จากเดิมเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาก็เข้าตาจน ไม่ต่างไปจากขอทาน เลวร้ายยิ่งกว่าความสิ้นหวังที่มาจากสลัม

            หากฮ่องเต้เหวินอิ้นทรงรับรู้ว่าโอรสของพระองค์กลายเป็นเช่นนี้พระองค์คงจะทรงพิโรธมากจนอาเจียนเป็นเลือด

            “พี่สะใภ้สาม ข้า…”หลงเซี่ยวเจ๋อกำลังจะพูด แต่ก็กลืนคำพูดนั้นลงไปในทันที

            เพราะพี่สะใภ้สามจ้องมาที่เขาด้วยแววตาที่ดุร้ายมาก...ร่างกายของหลงเซี่ยวเจ๋อสั่นเทาเล็กน้อย

            แม้ว่านางจะไม่ได้รักความสะอาดล้ำลึกเหมือนผู้อื่นแต่มู่จื่อหลิงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นเหม็นบนร่างกายของหลงเซี่ยวเจ๋อ

            เด็กที่โชคร้ายผู้นี้ผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา? ทำให้ตัวเองอับอายขายหน้านี่มันเลวร้ายยิ่งกว่าขอทานเสียอีก

            มู่จื่อหลิงจ้องไปทางหลงเซี่ยวเจ๋ออย่างเหยียดหยามแสร้งทำเป็นเอ่ยตำหนิด้วยความโกรธ “ไม่มีเงินแล้วเหตุใดถึงยังไม่รู้จักกลับวังเจ้าโตถึงเพียงนี้แล้ว ยังทำให้ตนเองดูน่ารังเกียจเช่นนี้อีกหากเมื่อครู่ข้าไม่สังเกตเห็น เจ้าจะไม่อดตายอยู่บนถนนหรอกหรือ?”

            ในยามนี้มู่จื่อหลิงดุร้ายเหมือนกับผู้ปกครองที่ดุเด็กที่หนีออกจากบ้านแล้วประสบปัญหา

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลงเซี่ยวเจ๋อเรียกนางว่า ‘พี่สะใภ้สาม’ หรือไม่ แต่ในยามนี้ นางอยากจะสอนบทเรียนให้กับเด็กผู้โชคร้ายผู้นี้จริงๆ

            ไม่กี่วันก่อนยังคุยกับนางอย่างมีความสุขเพื่อหาเรื่องสนุกทำ แต่ยามนี้กำลังหลอกตนเองว่ามันสนุก

            เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มหล่อเหลาผู้สะอาดอยู่เสมอกลับมาเลอะเทอะรุงรังและยุ่งเหยิง อีกทั้งยังผ่ายผอมลงไปมาก นอกจากความโกรธแล้วมู่จื่อหลิงยังรู้สึกเป็นทุกข์เล็กน้อย

            หลงเซี่ยวเจ๋อสะดุ้งเบาๆขดตัวลงด้วยความกลัว ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ

            เมื่อเผชิญหน้ากับการดุด่าของมู่จื่อหลิงของเหลวในดวงตาของหลงเซี่ยวเจ๋อก็เอ่อล้นออกมาในที่สุด

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ในยามนี้หลงเซี่ยวเจ๋อรู้สึกขมขื่นและเสียใจเป็นอย่างมาก

            นานมากแล้วที่ไม่มีใครตำหนิเขาเช่นนั้น

            ในอดีตเมื่อหลงเซี่ยวเจ๋อทำผิดพลาดหลงเซี่ยวอวี่ก็จะโยนเขาเข้าไปในอวี่กงเพื่อสั่งสอนเขาโดยตรงโดยไม่พูดอะไรให้มากความ

            และเสด็จพ่อของเขาซึ่งก็เป็นฮ่องเต้เว้นแต่ถ้อยคำที่จู้จี้เป็นครั้งคราว ก็ไม่มีเวลาที่จะมาดูแล

            เมื่อได้ยินคำตำหนิของมู่จื่อหลิงหลงเซี่ยวเจ๋อก็รู้สึกอบอุ่นในใจเล็กน้อย...มันเป็นความอบอุ่นจากเครือญาติของเขาความอบอุ่นที่หายไปนานเข้ามาเติมเต็มหัวใจของเขาในทันที

            หลงเซี่ยวเจ๋อหลั่งน้ำตามองไปทางมู่จื่อหลิงอย่างน่าสงสาร นางเม้มปาก ไม่กล้าพูดอะไรอีก

            เมื่อมองดูท่าทางที่น่าสงสารและเศร้าใจของหลงเซี่ยวเจ๋อมู่จื่อหลิงก็ค่อยๆ หายใจออกอย่างขุ่นมัว ปรับอารมณ์ของตน แล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า“ยังไม่ลุกขึ้นอีก”

            “ลุก…ลุกไม่ได้ ขา…”หลงเซี่ยวเจ๋อลังเลอยู่นาน และไม่สามารถพูดประโยคที่สมบูรณ์ได้

            มู่จื่อหลิงอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกเล็กน้อยถามอย่างกังวลว่า “ขาของเจ้าเป็นอะไร?”

            จากนั้นนางก็ตระหนักว่านอกเหนือจากการมองขึ้นมาที่นางแล้ว หลงเซี่ยวเจ๋อยังคงอยู่ในท่าเดิม นั่นคือวางมือไว้บนเข่าไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

            “มันชา” หลงเซี่ยวเจ๋อพ่นน้ำลายออกมาสองคำด้วยความไม่พอใจยกมือขึ้นเพื่อเช็ดน้ำตาจากหางตา ทันทีที่เช็ดใบหน้าของเขาก็ยิ่งดำมากยิ่งขึ้น

            มู่จื่อหลิงรู้สึกหงุดหงิด

            หากวันนี้นางไม่ออกมาและไม่มีสายตาที่เฉียบแหลมพอที่จะสังเกตเห็น คาดเดาจากรูปร่างของหลงเซี่ยวเจ๋อแล้วไม่รู้ว่าเขาจะทำให้ตนเองเป็นเหมือนรูปปั้น แล้วมายืนรออยู่ที่นี่หรือไม่

            แม้ว่ามู่จื่อหลิงจะสอนบทเรียนให้กับหลงเซี่ยวเจ๋อแต่นางก็ยังก้มลงเก็บเศษหญ้าที่ติดอยู่ตามเส้นผมออกให้ทีละเส้นแล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ตั้งแต่วันที่เจ้าออกมาในวันนั้นเจ้าก็ยังไม่ได้กลับไปหรือ?”

            หลงเซี่ยวเจ๋อพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์

            แม้ว่านางจะคาดไว้แล้วแต่เมื่อเห็นหลงเซี่ยวเจ๋อยอมรับเรื่องนี้อย่างง่ายดายมู่จื่อหลิงก็ยังคงสำลักออกมา นางอยากจะพูดคำสองคำนี้จริงๆ สมควร

            มู่จื่อหลิงช่วยประคองหลงเซี่ยวเจ๋อขึ้นมาแล้วถามอย่างสับสนว่า “แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่กลับไป?”

            เมื่อหลงเซี่ยวเจ๋อเห็นปากที่ดุร้ายของมู่จื่อหลิงที่ยังแฝงไว้ซึ่งความห่วงใยเขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงกระแสน้ำอุ่นที่ไหลผ่านหัวใจของตนรู้สึกดีมากที่ได้รับการดูแลจากพี่สะใภ้สาม!

            เขาดูค่อนข้างเศร้าใจแล้วพูดช้าๆ ว่า “หากกลับไป จะออกมาไม่ได้อีก พอคิดแบบนั้นแล้ว จะกลับไปคงไม่ได้”

            มู่จื่อหลิงยกมือขึ้นกุมหน้าผากของนางอย่างอดไม่ได้บรรพบุรุษตัวน้อยผู้นี้นี่มันจริงๆ เลย!

            ในยามนี้หากหลงเซี่ยวเจ๋อไม่เป็นเช่นนี้มู่จื่อหลิงก็อยากจะตบหัวเขาแรงๆ

            นางเข้าใจแล้ว!

            เดิมทีชายผู้นี้ถูกคุมขังอยู่ในวังหลวง

            ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อครั้งที่แล้วเขาจะปฏิบัติต่อนางแปลกไปจากเดิมกลับกลายเป็นว่าใช้ความโดดเด่นของนางเพื่อแอบออกไปเที่ยวเล่น

            ก่อนหน้านี้กลับได้ก็ไม่กล้ากลับเพราะกลัวเข้าไปแล้วจะออกมาไม่ได้อีก

            อีกทั้งเงินทั้งหมดของเขาที่มีอยู่ก็ถูกใช้ไปหมดแล้วและเมื่อเขาต้องการจะกลับไปก็สกปรกมากจนบิดามารดายังจำไม่ได้ เกรงว่าเขาจะเข้าใกล้ประตูวังไม่ได้ด้วยซ้ำ

            “เจ้าไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อนใช่ไหม? ไม่มีที่อื่นให้ไปแล้วหรือ?” มู่จื่อหลิงถามอีกครั้ง

            “นี่เป็นครั้งแรกข้าเคยไปหาท่านอาเล็กของข้ามาก่อนแต่ใครจะรู้ว่าคราวนี้ท่านอาเล็กของข้าจะไม่ยอมรับข้า”หลงเซี่ยวเจ๋อพูดและรู้สึกเสียใจขึ้นมาอีกครั้ง

            ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออก ท่านอาเล็กที่รักเขามากในยามปกติคราวนี้แม้แต่ประตูก็ไม่ยอมให้เขาเข้าไป เป็นเรื่องที่น่าเศร้า

            มู่จื่อหลิงรู้สึกหดหู่ใจจนอยากจะทุบกำแพง

            นางรู้ว่าท่านอาเล็กที่ออกมาจากปากของหลงเซี่ยวเจ๋อก็คือองค์หญิงใหญ่นางเคยได้ยินคนเขาพูดกันว่าองค์หญิงใหญ่รักเขามาก แต่ยามนี้กลับถูกทอดทิ้งนี่หมายความว่าเขาได้รับโชคร้ายใช่หรือไม่?

            เป็นเพียงครั้งแรกแน่หรือ? เหตุใดเขาไม่พูดตรงๆว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกท่านอาเล็กของเขาปฏิเสธ

            เมื่อเขาหมดสภาพแล้ว เขาจึงมาที่นี่เป็นครั้งแรกหลังจากที่เขาถูกปฏิเสธแล้วจะได้ไม่ต้องอดอาหารอีก

            คนผู้นี้บอกว่าตนน่าสงสารทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่เขาทำมันด้วยตนเอง และมันทำให้คนรู้สึกสมเพช

            จะบอกว่าเขาไม่ได้น่าสงสารหรือเขามักจะสวมเสื้อผ้าที่ดีและทานอาหารชั้นเลิศ เพียงแค่เหยียดมือออกไปหยิบอาหารแล้วเปิดปากของเขาออกก็เท่านั้น แต่จู่ๆ เขาก็ยากจน ตกจากสวรรค์สู่นรกเมื่อมองเช่นนี้ก็น่าสงสารจริงๆ

            มู่จื่อหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามด้วยความสงสัย“เจ้ามาอยู่ตรงนี้เพื่อรอข้าหรือ?”

            หลงเซี่ยวเจ๋อพยักหน้า“ใช่”

            “เจ้าจะทำอย่างไรหากข้าไม่ออกมา? หรือหากข้าเห็นเจ้าแต่ข้ากลับไม่สนใจเจ้าล่ะ” มู่จื่อหลิงงุนงง คนผู้นี้กล้าที่จะรอจริงๆ

            “เป็นไปไม่ได้”หลงเซี่ยวเจ๋อพูดอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องคิด

            “เจ้าเชื่อข้าขนาดนั้นเลยหรือ?” มู่จื่อหลิงถามอย่างจริงจัง

            หากหลงเซี่ยวเจ๋อเชื่อนางเช่นนั้นนางไม่สมควรได้รับความไว้วางใจจากเขาจริงๆ!

            ไม่ ยังไม่เห็นหน้าเขาก็สามารถจำได้เพียงแค่ดูจากรูปลักษณ์

            แต่…

            หลงเซี่ยวเจ๋อเงียบไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มเผยเขี้ยวน้อยน่ารักด้วยท่าทางโง่เขลาและไร้เดียงสา“เพราะข้าเชื่อในพี่สามและท่านเป็นพี่สะใภ้สามดังนั้นข้าจึงเชื่อในตัวท่าน”

            ในความเป็นจริงหลงเซี่ยวเจ๋อต้องการพูดว่า นอกจากพี่สามแล้ว ข้าเชื่อเพียงท่านผู้เดียว

            แต่หลังจากที่เขาไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาก็รู้สึกว่าอย่างหลังนั้นตรงไปตรงมาเกินไปและมู่จื่อหลิงอาจไม่เชื่อเมื่อเขาพูดออกไป ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงพูดเช่นนั้น

            อย่างไรก็ตามในใจของหลงเซี่ยวเจ๋อมันก็มีความหมายไม่ต่างกันแต่มู่จื่อหลิงที่ได้ฟังกลับไม่ชอบมัน

            การเชื่อพี่สามของเขา ดังนั้นจึงเชื่อใจนางผู้เป็นพี่สะใภ้สามนี่มันหมายความว่าอย่างไร?

            ตรรกะอะไร? นี่อาจเป็นความไว้วางใจรักใครก็รักคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วยใช่หรือไม่?

            เส้นสีดำสามเส้นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมู่จื่อหลิง

            ความไว้ใจในตัวนางของเด็กโง่ผู้นี้มันกลับกลายเป็นว่ามีพื้นฐานมาจากหลงเซี่ยวอวี่ ทำไมมันฟังดูไม่สบายใจนักนะ?

            มู่จื่อหลิงอยากถามว่าหากนางไม่ใช่พี่สะใภ้สาม เขาจะยังเชื่อใจนางมากอยู่หรือไม่?

            แต่เมื่อมองไปที่หลงเซี่ยวเจ๋อที่กำลังยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่โง่เขลาแล้วนางก็ตัดสินใจที่จะไม่ถามหาเรื่องที่ไม่น่าสนใจ ไม่ว่าเขาจะเชื่อใจหรือไม่ก็ตามความเชื่อใจก็ไม่อาจกินได้

            “เจ้านั่งอยู่ตรงนี้มานานเพียงใดแล้ว?” มู่จื่อหลิงถามขณะประคองหลงเซี่ยวเจ๋อ

            หลงเซี่ยวเจ๋อลืมตาขึ้นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างไม่แน่ใจว่า “สอง...สองวัน”

            “เจ้าไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว?” มู่จื่อหลิงเหลือบมองไปที่หลงเซี่ยวเจ๋อผู้ซึ่งสูงกว่านางครึ่งหัวด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างไร้ความปรานี

            หลงเซี่ยวเจ๋อเหยียดมือที่เรียวยาวสีดำสนิทของตนออกมาอย่างน่าสมเพชแสดงสามนิ้วอย่างน่าสงสาร “สาม...สามวัน”

            หิวแทบตายแล้วสินะเจ้ามู่จื่อหลิงพูดไม่ออก “แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่เข้าไปในจวนฉีอ๋องเล่า?”

            หลงเซี่ยวเจ๋อส่ายหัวแล้วพูดด้วยเสียงสั่นๆ ด้วยคำที่เกินจริงว่า “หากพี่สามรู้ว่าข้าเป็นเช่นนี้ยังจะไม่หักกระดูกข้าเอาหรอกหรือ”

            ในยามที่หลงเซี่ยวเจ๋อพูดออกมามันมีความรู้สึกอยากจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตาอยู่ด้วย

            สวรรค์รู้ดีว่าเขาทุกข์ทรมานเพียงใดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ต้องใช้ท้องฟ้าเป็นผ้าห่ม ใช้พื้นดินเป็นเตียง ไม่ต้องพูดถึงอาหาร เพราะเขาไม่ได้ดื่มน้ำเลยแม้แต่นิดเดียว

            ไม่เพียงแต่ต้องรออย่างระมัดระวังอยู่ใกล้ๆจวนฉีอ๋องเท่านั้น แต่ยังต้องระมัดระวังตลอดเวลาหากถูกทหารยามพบตัวก็เท่ากับถูกหลงเซี่ยวอวี่หาพบแล้ว

            หลงเซี่ยวเจ๋อตระหนักในตนเองจริงๆว่าหากหลงเซี่ยวอวี่เห็นเขาเป็นเช่นนี้ด้วยตาของตนเองมันจะไม่ใช่เพียงแค่หักกระดูก

            อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลงเซี่ยวอวี่จะไม่ได้เห็นด้วยตาของเขาเอง แต่เขาย่อมรู้มานานแล้วไม่อย่างนั้น หลงเซี่ยวเจ๋อจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้มู่จื่อหลิงคิดในใจอย่างขบขัน

            มุมปากของมู่จื่อหลิงกระตุกเล็กน้อยนางมองดูหลงเซี่ยวเจ๋ออย่างไม่พอใจ “เจ้าคิดว่าตราบใดที่เจ้าไม่เข้าไปเขาจะไม่รู้หรือ?”

            นางยังคาดเดาได้ว่าหลงเซี่ยวเจ๋อผู้นี้ยอมอดตายดีกว่า ขอนั่งอยู่ตรงมุมนี้ดีกว่าเข้าไปในจวนฉีอ๋อง เขากลัวหลงเซี่ยวอวี่และในยามนี้มันก็ดูเป็นเช่นนี้

            อย่างไรก็ตามหลงเซี่ยวเจ๋อเป็นเด็กที่ไร้เดียงสา!

            ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่มือสังหารบุกเข้ามาเหล่าทหารองครักษ์ของจวนฉีอ๋องและองครักษ์เงาก็เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

            จวนฉีอ๋องในยามนี้สามารถกล่าวได้ว่าได้รับการปกป้องโดยองครักษ์ที่กล้าหาญและมีความสามารถข้างในมีสามชั้น ข้างนอกอีกสามชั้น เป็นการป้องกันที่หนาแน่นมากแม้แต่แมลงวันก็บินเข้ามาไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงแม้แต่คนที่ไม่ทราบที่มาก็ไม่สามารถเข้าใกล้จวนฉีอ๋องได้

            กล่าวได้ว่าทหารองครักษ์ในวังหลวงจำคนได้ไม่ชัดแต่ทหารองครักษ์ของจวนฉีอ๋องนั้นต่างกัน

            แม้ว่าจวนฉีอ๋องจะเข้าถึงได้ยากกว่าวังหลวงแต่ทหารองครักษ์ในจวนล้วนเป็นปรมาจารย์ที่เฉลียวฉลาดทุกคนล้วนผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและเข้มงวด การจดจำบุคคลนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยาก

            องครักษ์เหล่านั้นต้องตระหนักว่าหลงเซี่ยวเจ๋ออยู่ที่นี่ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะไม่อนุญาตให้ขอทานมานั่งอยู่ตรงมุมใกล้กับจวนฉีอ๋อง

            นางบอกไปแล้วว่าหากปราศจากคำสั่งของหลงเซี่ยวอวี่จะมีขอทานมานั่งอยู่ที่มุมของจวนฉีอ๋องได้อย่างไร หลงเซี่ยวเจ๋ออาจไม่สามารถนั่งพิงผนังอยู่เช่นนี้ได้

            “เป็นไปไม่ได้ข้าหลบซ่อนอย่างดีในช่วงสองวันที่ผ่านมา พี่สามจะรู้ได้อย่างไร”หลงเซี่ยวเจ๋อส่ายหัวและคัดค้านโดยไม่คิด

            และจากนั้น......

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730