สวีหยางอี้ประสานมือพลางถอยลงจากเวทีพร้อมกับไป๋เสอ
ภายบรรยากาศในงานประมูลที่ชวนให้หายใจไม่สะดวกจากพลังกดดันวิญญาณจากผู้ฝึกตนกึ่งจินตันและจินตันเจินเหรินทั้งสิบสองคนเขาจำเป็นต้องพัก
แต่ขณะที่เขาลงเพิ่งจากเวที ก็พบกับผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่สิบกว่าคนถือม้วนหยกมากมายเดินเข้ามาหาเขา
“นี่คือ?” สวีหยางอี้มองทุกคนอย่างสงสัย
“สหายเพิ่งเข้าร่วมงานประมูลเป็นครั้งแรกสินะ” ไป๋เสอระบายยิ้มแจ่มใส“การประมูลของจินตันเจินเหรินกับผู้ฝึกตนต่ำกว่าจินตันลงไปเหมือนโลกสองใบที่ต่างกันราวกับฟ้ากับเหว”
ไป๋เสออดยิ้มหน้าระรื่นขึ้นไม่ได้ แม้แต่คนโง่ก็ดูออก หลังจากวันนี้เป็นตนไปค่าตัวของสวีหยางอี้และค่าจ้างของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์จะพุ่งทะยานไปในจุดที่ทุกคนคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน!
และราคาหุ้นของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างทบทวี!
ตอนนี้พลังของเขาอาจยังมีไม่มาก แต่การที่สวีหยางอี้สามารถหนีรอดจากโศกนาฏกรรมจูหงเสวี่ยในคราวนั้นซ้ำยังเป็นผู้ชนะ มีปรมาจารย์โอสถคอยหนุนหลังแบบนี้อนาคตของเขาหลังจากนี้จะต้องรุ่งโรจน์เกรียงไกรจนไม่อาจคาดเดาได้อย่างแน่นอน
“เอ๊ะ? รบกวนรุ่นพี่ช่วยอธิบายหน่อยครับ”สวีหยางอี้ไม่ใช่พวกยกตนข่มไพร่ แม้ผู้ใหญ่เอ็นดู เขาประสานมือคลี่ยิ้มเอ่ย
“ฉันขอพูดเกริ่นก่อนแล้วกัน” ไป๋เสอคลี่ยิ้มเล็กน้อย“เดี๋ยวอีกสักพักสหายจะรู้เอง... แต่ฉันขอบอกเอาไว้ก่อนม้วนหยกพวกนี้เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ที่บันทึกทรัพย์สมบัติ วัตถุเวทมนตร์และสิ่งของล้ำค่าเอาไว้ตั้งแต่ระดับC ไปจนถึงระดับ SSS”
กำลังจะบอกว่า...การประมูลสินค้าของผู้ฝึกตนระดับจินตัน...ไม่ได้ประมูลกันด้วยหินวิญญาณงั้นเหรอ?
สวีหยางอี้เลิกคิ้ว เขาจับใจความที่ไป๋เสอต้องการจะสื่อได้ทันที
ภายในใจของเขาพลันร้อนรุ่มขึ้นในบัดดล
เช่นนั้น เหล่าจินตันเจินเหรินจะประมูลกันด้วยอะไร?
ด้วยคัมภีร์วิชาเวทหรือคัมภีร์วิชายุทธ์? หรือ...สมบัติล้ำค่าที่เห็นได้แค่ในหนังสือ?
และแล้วเวลาพักยี่สิบนาทีก็จบลง
ครั้นสวีหยสงอี้เดินขึ้นเวทีอีกครั้งก็พบว่าแขกทุกคนยังอยู่ครบไม่มีใครขอตัวกลับก่อนแม้แต่คนเดียว บรรยากาศในงานก็ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ !
มีบางอย่างภายในงานเปลี่ยนไป!
ม่านแสงขนาดใหญ่คล้ายจอโปรเจคเตอร์ส่องทาบบนอากาศเหนือเวทีขึ้นไปด้านบนบันทึกรายชื่อจำนวนมากอยู่อย่างแน่นเอี๊ยด!
หลังจากกวาดตามองดู สวีหยางอี้ก็ถูกบางรายชื่อตรึงเอาไว้ทันที
“ดอกฝิ่นแห่งปารมิตา[1] เติบโตหนึ่งร้อยปีเบ่งบานหนึ่งร้อยปี ออกผลหนึ่งร้อยปี อีกหนึ่งร้อยปีตกผลภายในผลอุดมไปด้วยพลังปราณหยิน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ฝึกตนที่ฝึกวิชาเวทปราณหยินจัดอยู่ในระดับ A”
“หม่อนไร้ผล เติบโตบนชั้นเมฆเหนือยอดเขาคุนหลุนขึ้นไปสามพันเมตรไม่มีรูปทรงของผล เป็นเพียงเส้นใยที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นพลังปราณของโลกธาตุอันบริสุทธิ์หนึ่งพันปีออกผลสิบลูก อีกหนึ่งพันปีออกผลอีกหนึ่งร้อยลูก จัดอยู่ในระดับ S”
รายชื่อแต่ละชื่อทำเอาเขาตาลายไปเลย ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นกับโลกผู้ฝึกตนใบนี้
ตอนนี้ เขาอยากไปบนยอดเขาคุนหลุนและขึ้นไปดูต้นไม้ไร้รูปร่างที่อยู่เหนือยอดเขาขึ้นไปสามพันเมตรนั่นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
เขาอยากดำลงไปใต้ก้นสมุทรลึกสองพันเมตรนั่นเพื่อลงไปดูว่าตำหนักจากทองสำริดทั้งหลังที่ไม่มีสนิมเกาะทั้งที่ผ่านมาหลายร้อยปีว่ามันมหัศจรรย์ขนาดไหน
“นี่สิ โฉมหน้าที่แท้จริงของโลกใบนี้” เขาคลี่ยิ้มและเดินไปยืนกลางเวที“คนธรรมดาจะรู้ลึกตื้นหนาบางของผืนแม่น้ำมหาสมุทรได้อย่างไร”
บรรยากาศในงานต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงเสียงวุ่นวายพลันสลายเหลือเพียงความเงียบกริบ
ประตูบานหลักของศาลาทั้งสิบสองหลังเปิดร่า แต่มองเห็นด้านในไม่ชัดเจนมีเพียงแสงวิเศษขมุกขมัวที่สกัดกั้นพลังจิต
“แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน” ไป๋เสอตะเบ็งเสียงออกจากลำคอดังฟังชัดเขาพยายามสะกดความตื่นเต้นเอาไว้แต่นี่มันการประมูลของผู้ฝึกตนขั้นจินตันทั้งหมดในประเทศหวาซย่าเชียวนะ!
หากทำงานนี้สำเร็จลุล่วง ชื่อเสียงของเขาจะต้องโด่งดังกระฉ่อนไปทั่ววงการแน่นอน!
“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปขอเริ่มการประมูลโอสถวิเศษห้าเม็ดสุดท้ายอย่างเป็นทางการ” เขาพูดเสียงสดใส“โดยทางโรงประมูลสินค้าจินโต้วของพวกเรา...ขอเริ่มเปิดประมูลด้วยด้วยโอสถวิเศษชนิดยารองเพียงเม็ดเดียวจากห้าเม็ดเป็นเม็ดแรก!”
สวีหยางอี้ยืนคลี่ยิ้ม ยารองเพียงเม็ดเดียวงั้นเหรอ? ในมือของเขายังมีอีกเยอะ
แต่ของที่มีน้อยย่อมมีค่าถ้าการประมูลครั้งนี้เปิดประมูลยารองทั้งหมดสิบเม็ดแล้วแบบนี้จะส่งขับความล้ำค่าของยารองออกได้อย่างไร
“เจ้าหนู... หยุดพูดให้มากความได้แล้ว”เสียงแก่ชราพร่าแหบดังขึ้นอีกครั้งหลังจากหายไปนาน “ฉันรอจนหงุดหงิดแล้ว”
“ขอรับ” ลมหายใจของไป๋เสอถี่กระชั้น พลันรีบปัดมือขึ้นจากนั้นโอสถวิเศษชนิดยารองสามลายเส้นก็ลอยขึ้นเหนือฝ่ามือ
“ขอเรียนเชิญท่านอาวุโสทุกท่าน... เสนอราคาได้!”
บรรยากาศในงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจและเสียงหัวใจเต้นดังแผ่ว
ประหนึ่งพายุฝนกระหน่ำเคลื่อนตัวใกล้ถึงผืนมหาสมุทรความเงียบสงัดที่ฉาบหน้าอยู่ แท้จริงซุกซ่อนพายุคลั่งชวนหวาดหวั่น!
ที่น่าแปลกก็คือ แม้แต่เหล่าจินตันเจินเหรินก็ไม่เปล่งเสียงออกเช่นกัน!
“สหายทั้งหลายไม่ลงมือหรอกหรือ?” ไม่รู้ผ่านไปนานเพียงใดน้ำเสียงอารมณ์ดีก็ดังมาจากศาลาสีม่วงเป็นเสียงของจินตันเจินเหรินที่ไม่ได้ลงทะเบียนที่ชื่อว่าเยว่ฉงเหรา “เช่นนั้น...อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจแล้วกัน”
ยังไม่ทันสิ้นสุดเสียงพูด ศาลาทั้งหลังก็เปล่งแสงสว่างขึ้น
“ซู้ด...” ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีคนหนึ่งสูดลมหายใจเย็นวูบวาบเข้าปอดหนึ่งเฮือกจ้องมองศาลาหลังนั้นอย่างตื่นเต้น ภายในปรากฏแสงศักดิ์สิทธิ์ทองอร่ามสอดส่องประหนึ่งความมืดมิดถูกชะล้างกลายเป็นตอนเที่ยงวันคล้ายแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ส่องทุกสิ่งอบอุ่นนุ่มละมุนชวนให้รู้สึกสบายตัวทั่วทั้งร่างทำเอาพวกเขาเหมือนหยุดเข้าไปอยู่ที่มิติแห่งเซียน!
พลังปราณเข้มข้นหล่อหลอมกลายเป็นมือทองอร่ามข้างหนึ่งที่กำลังกำหมัดอยู่กินรัศมีพื้นที่กลางอากาศสิบกว่าเมตร จากนั้นก็ค่อยๆ คลายมือออกปรากฏดอกกล้วยไม้รัตติกาลจากพืชพรรณบุปผชาติจากแดนเซียน
ดูเหมือนช้า หากแต่เร็ว ทั้งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงไม่กี่วินาทีครั้นแบออกจนสุดกลางฝ่ามือพลันปรากฏต้นกล้าเขียวอ่อนหนึ่งต้นที่กำลังส่ายไหวตามแรงลม
ดวงแสงคล้ายหมู่ดาวแพรวพราวโปรยปรายลงบนต้นกล้าอ่อนสีเขียวมรกตทั้งลำต้นต่อให้เป็นหยกน้ำแข็งก็ยังไม่เขียวมรกตใสโปร่งแสงเท่าต้นกล้าอ่อนต้นนี้! ยามเพ่งมองเข้าไปกลับไม่เห็นอีกฝั่งหากแต่รู้สึกคล้ายดวงวิญญาณถูกดูดเข้าไปก็ไม่ปาน!
หลังจากต้นกล้าอ่อนต้นนี้ปรากฏขึ้น ดวงตาทุกคนภายในงานก็ส่องประกายกล้ามเนื้อบนไปหน้าพวกเขานิ่งค้าง บ้างก็เกร็งกระตุกรำไร!
“นี่เป็นพลังของจินตันเจินเหริน...”ผู้ฝึกตนมากมายเหม่อมองภาพเบื้องหน้าอย่างเคลิบเคลิ้มประหนึ่งว่ากำลังชมภาพยนต์ 3D เทคนิคการถ่ายทำขั้นสูง
ในเวลาเดียวกันผู้เฒ่าคนหนึ่งยกมือลูบแก้มตัวเองอย่างควบคุมไม่อยู่“ต้นกล้าต้นนี้... เป็นพลังปราณงั้นเหรอ? ทำไมผิวหนังขั้นจู้จีของฉันรู้สึกเหมือนถูกบางอย่างเสียดแทง?”
“ต้องอัดแน่นพลังปราณมากมายขนาดไหนถึงทำออกมาได้ขนาดนี้?” “เกรงว่านี่อาจไม่ใช่ต้นกล้า... แต่อาจเป็นแร่ธาตุวิญญาณกระมัง!”“น่ากลัว... บีบอัดพลังปราณจนเป็นรูปร่างที่วิจิตรชัดเจนได้ขนาดนี้”
“สิ่งนี้...” ทันใดนั้น น้ำเสียงเจือแววตกใจเล็กน้อยดังขึ้นกลางอากาศดึงสติทุกคนออกมาจากห้วงภวังค์ และพากันหันไปมองที่ศาลาสีเหลืองทันที
จวี้หลิงเจินเหริน!
“หนึ่งร้อยยี่สิบปีก่อนหน้านี้...” จวี้หลิงเจินเหรินค่อยๆ พูดหวนความหลังโดยไม่สนใจอาการตกใจของคนอื่นแม้แต่น้อย“ตอนที่สำรวจพื้นที่รอบนอกของวิหารชิเชนอิตซา[2] ในสำนักของพวกเรามีศิษย์ขั้นจู้จีทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบคนพวกเราตามร่องรอยของอสรพิษขนนก[3] แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ...ทว่ากลับพบกับเมล็ดพันธุ์ที่ดูเหมือนจะถูกย้อมด้วยโลหิตแห่งเทพหนึ่งเม็ด”
จวี้หลิงเจินเหรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเรียบเรียบนิ่งทว่าทุกคนในงานรวมถึงสวีหยางอี้ต่างฟังอย่างลุ่มหลงคล้อยตามราวต้องมนตร์สะกด
วิหารชิเชนอิตซา... อสรพิษขนนก...
หรือว่า... โบราณสถานของอารยธรรมที่หายสาบสูบในโลกนี้จะมีร่องรอยของเทพเจ้าของอารยธรรมนั้นๆ อยู่จริงๆ?
หรือว่าอสรพิษขนนกจากยุคสมัยที่เหล่าทวยเทพปกครองมวลมนุษย์จะมีอยู่บนโลกนี้จริงๆ?
ถ้าไม่มี แล้วทำไมบุคคลระดับจินตันเจินเหรินถึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่วิหารชิเชนอิตซาในประเทศเม็กซิโกด้วย?
แล้วในอนาคต... ตัวเองจะมีวันๆ นี้ไหม?
ไม่มีใครพูดแทรก ทว่าน้ำเสียงของจวี้หลิงเจินเหรินก็หยุดชะงักลงโทนเสียงพลันเย็นฉียบ “ช่วงที่ฉันกำลังจะคว้าเมล็ดนี้มา กลับต้องแย่งชิงกับผู้ฝึกตนขั้นจินตันท่านหนึ่งที่มีหมอกโลหิตห่อหุ้มอยู่ที่น่าแปลกก็คือสหายผู้นั้นใช้พลังเวทในแบบฉบับของโลกผู้ฝึกตนในประเทศหวาซย่าโดยเฉพาะกระบวนท่าฝ่ามือศูนตาของอีกฝ่าย ฉันคนนี้ไม่มีวันลืม... สหาย...”
น้ำเสียงของจวี้หลิงเจินเหรินเจือจิตสังหารขึ้นมารำไร“วันนั้นเป็นนายงั้นเหรอ?”
เสียงสีของเยว่ฉงเหรายังคงอารมณ์ดี“สมบัติล้ำค่าย่อมตกเป็นของผู้ที่มีวาสนาคู่ควรไม่ใช่หรือ?”
“ช่างเถอะ...” ตอนนี้น้ำเสียงของจวี้หลิงเจินเหรินเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง“แต่ว่า... คู่ต่อสู้ในวันนั้นกลับไม่ได้มีจินตันเจินเหรินแค่คนเดียว หลังจากฉันล้มเหลววันนั้นก็กลับมาหาข้อมูลอยู่พักใหญ่แล้วในที่สุดก็ยืนยันได้หนึ่งเรื่อง...”
“สหาย...นายกล้ายอมรับต่อหน้าเทียนฉายเจินเหรินหรือไม่ว่าจินตันเจินเหรินที่ร่วมมือกับนายในวันนั้นเป็นคนจากตระกูลวลาด[4]แห่งโลกผู้ฝึกตนตะวันตก?”
“อะไรนะ?” “เป็นพวกเขางั้นเหรอ?” “เป็นไปไม่ได้...”
ผู้ฝึกตนวัยรุ่นคนหนึ่งได้แต่มองผู้ฝึกตนอาวุโสที่พากันสีหน้าแตกตื่นก่อนเอ่ยถาม “ท่านผู้นำครับ... ตระกูลวลาดที่ว่า... คืออะไรเหรอครับ?”
“นายเด็กเกินไปแล้ว...” ท่านผู้นำตระกูลสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางตบไหล่เขาเบาๆ “นายคิดว่าในโลกใบใหญ่นี้มีผู้ฝึกตนและสังคมโลกผู้ฝึกตนแค่ในประเทศหวาซย่าของพวกเราประเทศเดียวเหรอ?”
“รอก่อนแล้วกัน... วันหนึ่งที่นายบรรลุขั้นจู้จีได้ นายจะเข้าใจเอง...”
“นี่เป็นชื่อตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ของต่างประเทศชื่อแรกที่นายควรจำให้ได้...โดยผู้ตระกูลราชวงศ์มีชื่อว่า วลาด แดร็กคิวล่า... โดยพระโอรสของพระองค์มีพระนามเต็มๆว่า วลาด เซเปส ดรากูน... วลาดที่ 3 เจ้าชายแห่งวาลาเคีย... หรือวลาดนักเสียบ...”
ท่ามกลางบรรยากาศในงาน เยว่ฉงเหราได้แต่แสยะยิ้มเยือกเย็นไม่ปริปากพูด
บรรยากาศตอนนี้เงียบกริบทั่วทั้งงานผ่านไปเนินนานเทียนฉายเจินเหรินจึงเอ่ยปากพูดเสียงเรียบนิ่ง“โลกของสังคมผู้ฝึกตนในประเทศนั้นมีเขตแดนผนึกตั้งแต่สมัยโบราณกาลมาจนถึงปัจจุบันยกตัวอย่างเช่นมหาเขตแดนอาคมสังหารเซียนเก้าพิภพของประเทศหวาซย่า ความลับนี้ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีขึ้นต่างรู้กัน”
“สำหรับผู้ฝึกตนประเทศอื่นตั้งแต่ขั้นจินตันขึ้นไป หากย่างกรายเข้าเขตพื้นที่ประเทศอื่นก็จะต้องเขตแดนอาคมของประเทศนั้นๆตัดทอนพลังลง บนโลกนี้มีมหาเขตแดนอาคมพิทักษ์ประเทศที่ทรงพลังที่สุดอยู่ไม่กี่ประเภทมหาเขตแดนอาคมสังหารเซียนเก้าพิภพแห่งหวาซย่า มหาเขตแดนท้าวพรหมเทพแห่งชมพูทวีปมหาเขตแดนตำหนักทวยเทพโอลิมปัสแห่งกรีซทั้งหมดนี้จัดอยู่ในเขตแดนอาคมพิทักษ์ประเทศที่ทรงพลังที่สุดในโลก ถ้าหากวันนั้นสหายเยว่ได้ร่วมมือกับผู้ฝึกตนขั้นจินตันของประเทศนั้นจริงๆก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และไม่มีอะไรเสียหาย”
“ท่านอาวุโสไม่ลองพิจารณาตรวจสอบเรื่องนี้หรือ?” จวี้หลิงเจินเหรินแค่นเสียงเย็นชา“เบาะแะร่องรอยของเรื่องนี้เกี่ยวโยงไปถึงหนึ่งในมหาปีศาจชั่วร้ายระดับโลกเลยก็ว่าได้ทั้งยังมีคำสั่งสังหารที่แปะอยู่ที่ CSIB มาเป็นเวลาร้อยกว่าปี!อีกทั้งปีศาจตัวนั้นมีค่าหัวถึงห้าหมื่นแปดพันล้านเหม่ยจิน (ดอลลาร์) ...”
“พอแค่นี้” เทียนฉายเจินเหรินพูดเสียงเรียบ “ต่อได้”
จวี้หลิงเจินเหรินไม่เอ่ยปากพูดอะไรขึ้นอีก แต่ทุกคนในงานรวมถึงสวีหยางอี้เลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นทั่วร่างกาย!ใบหน้าเริ่มแดงเรื่อ!”
ประเดี๋ยวเลือดลมกลับมาเป็นปกติ ประเดี๋ยวพลุ่งพล่านขึ้นกลางหัว!เป็นแบบนี้ซ้ำไปวนมา!
ในเวลาเดียวกัน เสียงลมหายก็ดังคลอเคลียใบหูทุกคนอย่างชัดเจน!
“นี่...เป็นเสียงลมหายใจที่อัดอั้นจากความโมโหของจวี้หลิงเจินเหริน!”สวีหยางอี้พยายามต่อต้านความรู้สึกวิงเวียนวูบวาบเอาไว้และเงยหน้ามองศาลาของจวี้หลิงเจินเหรินอย่างหวั่นสะพรึง
นี่เป็นคลื่นลมหายใจของจินตันเจินเหรินที่ส่งผลกระทบต่อผู้ฝึกตนระดับต่ำกว่า!
ผ่านไปหลายวินาที ในที่สุดลมหายใจก็กลับมาเป็นปกติผู้คนในงานเหงื่อตกกันทั่วหน้า
น้ำเสียงของเยว่ฉงเหรายังคงสดใสไม่เปลี่ยนแปลง “ที่มาที่ไปของต้นไม้ต้นนี้สหายจวี้หลงได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนแล้ว ใช่แล้ว บนโลกนี้มีแค่ต้นเดียว...”
จากนั้นมือสีทองขนาดใหญ่ก็เขย่าเล็กน้อยใบไม้ขนาดเล็กเท่าเล็บมือจากใบไม้หลายพันใบบนต้นค่อยๆ ลอยร่วงลงมา
“ขอเสนอราคา”
บรรยากาศแตกตื่นขึ้นอีกครั้ง!
“มัน... ถูกย้อมด้วยโลหิตแห่งเทพจริงๆ เหรอเนี่ย? นี่มันของขวัญจากสรวงสวรรค์ชัดๆ!” ผู้ฝึกตนผู้เฒ่าคนหนึ่งจ้องมองใบไม้เขียวมรกตที่ร่วงหล่นลงมาอย่างตาเหลือกตาลานอีกนิดเกือบพุ่งเข้าไปคว้ามาแล้ว แต่ถูกสติที่เหลือติดตัวอยู่ไม่มากรั้งเอาไว้
“ไม่รู้ว่ามีอิทธิฤทธิ์อะไร...” ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีวัยกลางคนคนหนึ่งคล้ายมีเปลวไฟปะทุออกมาจากดวงตา“แต่สิ่งนี้อุดมไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์เข้มข้นมหาศาลขนาดอยู่ไกลแบบนี้ยังรู้สึกมีบางอย่างแทรกซึมทิ่มแทงเข้าไปตามผิวหนัง!อยากรู้จริงๆ ว่าสิ่งนี้ทำอะไรได้!”
ไม่มีใครรู้ถึงพลังอิทธิฤทธิ์ของมัน
แต่ถ้ามันสามารถดึงดูดผู้ฝึกตนขั้นจินตันสองคนจากหวาซย่าและผู้ฝึกตนขั้นจินตันจากต่างประเทศอีกหนึ่งคนให้ต่อสู้แย่งชิงกันได้ขนาดนี้เกรงว่ามูลค่าของมันคงไม่อาจประเมินค่าได้อย่างแน่นอน!
สวีหยางอี้ก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว ทว่าเสี้ยววินาทีนั้น อยู่ๆเขารู้สึก... มีแรงสั่นคลอนเกินต้านทานสั่นสะท้านออกมาจากจุดทะเลลมปราณ!”
จาก... หนอนไหมตัวนั้น!
หนอนไหมที่ปกติเงียบสงบ ตอนนี้ อยู่ๆ ก็บ้าคลั่งขึ้นมาและพยายามใช้ลำตัวอ้วนท้วมนุ่มนิ่มของมันกระแทกกรงพลังจิตที่สวีหยางอี้สร้างขึ้นมาขังมันที่ทะเลลมปราณก่อนหน้านี้แต่พลังของมันยังมีน้อยเกินไป จึงไม่เป็นผล
สวีหยางอี้หลุบตาต่ำ สงบสติอารมณ์ และกลับไปยืนอยู่ที่เดิมนิ่งๆ
ใบไม้ที่ดูเหมือนค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้าลอยลงมาบริเวณจอแสงขนาดใหญ่ เพียงพริบตา ตัวหนังสือที่ปรากฏบนจอแสงก็รวนไปหมด!
สวีหยางอี้มองไปที่จอแสงอย่างไม่กะพริบตา เมื่อครู่ไป๋เสออธิบายให้เขาฟังหากแสงเปลี่ยนเป็นสีเขียว ของวิเศษระดับ C สีฟ้า แทนระดับ Bและ...
สีม่วง!
คือระดับ A!
นาทีนี้ แม้แต่เยว่ฉงเหราก็ยังตกตะลึงเขานึกไม่ถึงว่าใบไม้ใบอ่อนที่เพิ่งเกิดนี้เป็นของวิเศษระดับ A !
สายตาของเขาส่องลอดผ่านมองไปยังต้นกล้ากลางฝ่ามือตัวเองอย่างลุ่มลึกพลางครุ่นคิด...แล้วทั้งต้นจะอยู่ในระดับไหน?
หรือว่า... อสรพิษขนนกมีอยู่บนโลกนี้จริงๆ ? หรือว่าเคยมีอยู่?ตอนนี้นั้นเมล็ดพันธุ์เม็ดนี้ย้อมโลหิตแห่งเทพจริงๆ เหรอ?
ทั้งที่ตัวเอง... ขึ้นมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกอย่างขั้นจินตันแล้วโลกใบนี้ ยังมีความลับที่ตัวเองไม่รู้อยู่อีกหรือ?
หรือว่า... ระดับจินตันเจินเหรินมีวาสนาไม่มากพอที่จะตามหาเบาะแส?
“สีม่วง!” “ของวิเศษระดับ A !” “พระเจ้า!เพิ่งเสนอราคา ก็เปิดด้วยของวิเศษระดับ A เนี่ยนะ! นี่สินะการประมูลของจินตันเจินเหริน” “เหอะๆ ผ่านวันนี้ไปได้ ฉันก็นอนตายตาหลับแล้ว...”
--------------------------------------------------------------------------------
[1] ปารมิติเป็นชื่อที่มาจากพระสูตรที่สำคัญและเป็นที่นิยมยิ่งในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ชื่อ"ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร" มีความหมายตามตัวอักษรว่า"พระสูตรอันเป็นหัวใจแห่งปฏิปทาอันยวดยิ่งแห่งความรู้แจ้ง" หัวใจของพระสูตรว่าด้วยการเห็นแจ้งในรูปเป็นความว่างเปล่า เกิดมหาปัญญาเห็นแจ้งในความว่างเปล่าเป็นรูป เกิดมหากรุณา
[2] ชิเชนอิตซา (ภาษาสเปน: Chichén Itzá) เป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยชาวมายาของประเทศเม็กซิโกเป็นส่วนหนึ่งของเมืองจำนวนมากมายซึ่งพวกมายาได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้าผู้ทรงกระหายพระโลหิตลักษณะโดยทั่วไปเป็นรูปเหลี่ยมลดขั้นเป็นชั้น ๆ บนเนื้อที่ราว 6.4 ตารางกิโลเมตรมีบันไดกลาง ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไปใช้เป็นที่ทำพิธีสังเวยเทพเจ้าโดยใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า
[3] อสรพิษขนนกคือเทพเจ้าที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดองค์หนึ่งของอารยธรรมอเมริกากลางโบราณโดยเฉพาะชาวแอสเท็กซ์ในประเทศเม็กซิโก
[4] วลาด เป็นตระกูลผู้ปกครองอาณาจักรวาลาเคียสมัยศตวรรษที่15 เป็นต้นกำเนิดของตำนานแดร็กคิวล่า