โลกหมื่นมิติ

    36.เผชิญหน้าระดับทองคำม่วง

       หลังจากสอบถามผู้ปลุกพลังคนอื่นๆก็ได้รับคำตอบว่าดินแดนลึกลับจะเปิดในอีกสามวัน เพื่อไม่ให้เวลาสูญเปล่าไผ่จึงปลีกตัวออกมาแล้วหาพื้นที่เงียบๆเพื่อฝึกฝนเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง 

       อีกอย่างไผ่ก็ใกล้จะทะลวงระดับทองแล้วถ้าเขาเติมเต็มลูกแก้วพลังของเขาได้แล้วเมื่อเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่ดุเดือดเขาอาจจะสามารถทะลวงระดับทองสำเร็จก็เป็นได้

       ลูกแก้วพลังของไผ่ค่อยๆถูกเติมเต็ม จนกระทั่งเข้าวันที่สามลูกแก้วพลังของไผ่ก็มีปริมาณมากถึง90%ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียวไผ่ก็จะเข้าสู้กระบวนการทะลวงระดับทอง

       ไผ่ลืมตาขึ้นช้าๆและพึมพำด้วยรอยยิ้มพอใจ “การต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้รากฐานของเรามั่นคงทำให้อัตราความเร็วในการดูดซับพลังงานรวดเร็วมากขึ้นไปอีก แบบนี้เราคงจะละเลยก่อนต่อสู้ไม่ได้แล้วสิ”

       หลังจากคำนวณเวลาและเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่ดินแดนลึกลับแห่งโชคจะเปิดแล้วไผ่จึงมุ่งหน้ากลับมายังยอดเขาอีกครั้ง

       “คนเยอะมาก เห็นทีจะไม่ง่ายแล้วสิ”ไผ่แสดงสีหน้าจริงจังออกมาเนื่องจากว่าเขาสัมผัสได้ถึงผู้แข็งแกร่งมากมายอยู่ที่นี่

       ในมุมหนึ่งชายหนุ่ม หญิงสาวยืนมองไผ่ด้วยแววตาสนใจ

       “แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ดูเหมือนใกล้จะทะลวงระดับแล้วด้วย”หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

       “น่าสนใจ”ทางด้านชายหนุ่มเองก็มองไผ่ที่ไผ่ด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน แม้ว่าเขาจะเป็นคนใจร้อนแต่เขาก็ยังเป็นอัจฉริยะและไม่ใช้คนโง่จึงสามารถดูออกเช่นกัน

       “ไปสืบหามาว่ามันเป็นใครมาจากตระกูลไหน ข้าต้องการข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับมันอย่างละเอียด ถ้ามันเป็นอัจฉริยะจริงมันจะต้องเป็นที่รู้จักในเมื่อเราไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของมันในเมืองมหานคร มันอาจจะมาจากเมืองทะเลครามเมืองที่ใกล้ที่สุดก็ได้”ปีเตอร์เอยกับผู้ติดตามของเขาที่ยืนอยู่ด้านหลัง

       “รับทราบครับคุณชาย”ชายในชุดสูทสีดำต้อนรับเสร็จก็หายตัวไปทันที

       ในขณะเดียวกันทางด้านไผ่ที่ยืนห่างออกไปรู้สึกเหมือนว่ามีคนจับตามองอยู่จึงหันไปมองพร้อมกับพบลีน่าและปีเตอร์มองมาทางเขา ไผ่หรี่ตามองเล็กน้อยหลังจากมองปีเตอร์และผู้ติดตามของเขาที่หายตัวไป

       “น่าสนใจจริง หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ทำอะไรล้ำเส้นของข้าไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้ารู้สึกสิ้นหวังอย่างแน่นอน”ไผ่พึมพำแล้วก็เลิกสนใจเนื่องจากประตูมิติสีแดงด้านหน้าของเขากำลังจะเปิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

       ในขณะนั้นเองได้มีชายวัยกลางคนดูจากหน้าตาอายุน่าจะประมาณ50ปีเห็นจะได้ตามด้วยผู้ติดตามที่สวมชุดทางการอีกห้าคนยืนอยู่ด้านหลัง ทั้ง6คนเดินไปยืนที่ด้านหน้าประตูมิติทางเข้าพร้อมทั้งหันหน้ามามองทุกคนแล้วเอยขึ้น

       “บางคนอาจจะรู้แล้วว่าดินแดนลึกลับที่จะเปิดขึ้นนี้คืออะไรซึ่งมันก็มีกฎของมันอยู่เช่นกันกฎของมันคือผู้ที่มีอายุมากกว่า25ปีไม่สามารถเข้าไปได้ ถ้าใครที่อายุเกิน25ปีแล้วฝืนเข้าไปคนผู้นั้นจะถูกกฎของดินแดนลึกลับสังหาร หวังว่าทุกคนจะไม่ฝ่าฝืนมันไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครช่วยพวกคุณได้ ขอให้ทุกคนโชคดี”

       ไผ่ได้ยินก็ก้มมองบัตรผ่านในมือที่ซื้อเอาไว้เมื่อสามวันก่อน บัตรผ่านนี้เป็นตั๋วยืนยันว่ามีสิทธิ์เข้ราร่วมดินแดนลึกลับแห่งนี้ซึ่งไผ่ซื้อมาจากรัฐบาลด้วยเงินจำนวน100หินพลังงาน 

       ทุกคนจะเข้าดินแดนลึกลับแห่งโชคนี้จะต้องจ่ายหินพลังงานคนละ100ก้อนนั้นคือกฎที่ถูกตั้งเอาไว้ถ้าใครไม่ยอมจ่ายก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไป

       แม้จะฟังดูเอาเปรียบผู้คนเกินไปเนื่องจากดินแดนลึกลับแห่งนี้ไม่มีเจ้าของและใครก็สามารถเข้าไปได้ แต่ก็นั้นแหละสุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง เพราะถ้าคุณแข็งแกร่งคุณจะไม่ถูกจำกัดด้วยเรื่องแบบนี้

       ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง

       ประตูมิิติได้เปิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ตัวแทนของเหล่าตระกูลใหญ่ทั้งหมดที่ยืนอยู่ด้านหน้าต่างก็พากันพุ่งเข้าไปในดินแดนลึกลับอย่างรวดเร็ว

       ไผ่เองก็ไม่รอช้าตามเข้าไปติดๆ

       หลังจากผ่านประตูมิติเข้ามาแล้วสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือทุ่งหญ้าโล้งกว้าง

       “เมื่อเข้ามาแล้วทุกคนจะถูกส่งไปในที่ที่ต่างกันสินะ”ไผ่พึมพำเมื่อมองไปรอบๆแล้วไม่เห็นใคร

       ไผ่เรียกต้นไม้แห่งการรู้แจ้งออกมาจากนั้นก็หยั่งรากมันลงไปใต้ดิน “ทางนั้นสินะในกลางของดินแดนลึกลับ จากที่เราสัมผัสได้ทางนั้นจะต้องมีสมุนไพรระดับสูงอยู่อย่างแน่นอน” เมื่อแน่ใจแล้วไผ่ไม่รอช้าก้าวขาวิ่งไปในทิศทางนั้นทันที 

       ในระหว่างที่วิ่งผ่านทุ่งหญ้าไผ่สัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตที่ใกล้เข้ามา ไม่มีเวลาให้คิดมากไผ่ก้มหัวหลบทันทีพร้อมทั้งหยุดวิ่งอย่างกะทันหัน

       “ถ้าตอบสนองช้าอีกนิดหัวของเราคงหลุดไปแล้ว”ไผ่เอยด้วยสีหน้าจริงจังเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเมื่อครู่นี้มันอันตรายเกินไปจริงๆ

       ไผ่มองไปยังสิ่งมีชีวิตที่โจมตีเขาก็เห็นว่ามันคือตั๊กแตนตัวหนึ่งสูงกว่าสามเมตรร่างกายของมันกลมกลืนกับทุ่งหญ้าบริเวณนี้ทั้งหมด

       “ระดับทองคำม่วงอย่างนั้นรึไม่แปลกใจเลยที่มองไม่เห็นมันก่อนหน้านี้ ถ้าไม่เพราะจิตสังหารของมันเราคงตายไปแล้ว ลำบากแล้วสิแบบนี้”ไผ่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

       “เร็วมาก”ไม่เปิดโอกาสให้ไผ่ได้คิดมันพุ่งเข้ามาพร้อมทั้งใช้ขาหน้าที่คมเหมือนดาบฟันใส่ไผ่ทันที

       ไผ่เองก็ไม่กล้าใช้ร่างกายรับตรงๆจึงทำได้เพียงแต่เบี่ยงหลบเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นหน้าอกของไผ่ก็ยังปรากฎบาดแผลลึกกว่าหนึ่งเซนอยู่ดี.