แม้พระราชวังจะพังทลายไปส่วนใหญ่แล้วแต่เทวรูปทั้งสองข้างทางยังคงสภาพสมบูรณ์
เทวรูปด้านซ้ายเป็นเทพถือหอกยาวและโล่ใหญ่ เงยหน้าคำรามกึกก้อง
เทวรูปด้านขวาเป็นเงาร่างเลือนราง รายล้อมด้วยหมู่มวลดารา ดูลึกลับน่าค้นหา
“น่าสนใจ!”
อู๋ฉือพาทุกคนมาถึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก็ก้าวขึ้นบันไดพระราชวังไป
ที่ประตูใหญ่มีมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นมันถือกระบี่และโล่ครบมือ และสวมชุดคลุมสีดำ
ใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าดารารัตติกาลนั้นไร้ชีวิตชีวาและว่างเปล่าเห็นได้ชัดว่าได้กลายเป็นมอนสเตอร์มิติไปแล้ว
พวกมันได้กลิ่นของสิ่งมีชีวิตจึงหันกลับมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลันกระโจนเข้าใส่ทุกคนอย่างไร้สติ
“แค่ 1 ตัวเอง แถมยังไม่มีสติปัญญาจริงๆ ด้วย”
หลินไต้อวี้ถอนหายใจแผ่วเบาขี้เกียจที่จะลงมือ
“ท่านลอร์ด ให้ข้าจัดการเองเจ้าค่ะ”
ฉินเข่อชิงยิ้มอย่างอ่อนโยนนางอ้าปากพ่นลมหายใจสีน้ำเงินเข้มออกไปปกคลุมทั่วบริเวณด้านหน้าหลายสิบเมตรในทันใด!
เปรี๊ยะ~!
ในชั่วพริบตานั้นเองมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงประตูใหญ่ทั้ง 2 ตัวก็ถูกแช่แข็ง
ฉินเข่อชิงโบกมือเล็กๆทำให้รูปปั้นน้ำแข็งทั้งสองตัวแตกละเอียดไปทันทีมอนสเตอร์ทั้งสองที่อยู่ข้างในก็ตายสนิทไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ง่ายดายและน่าพึงพอใจยิ่งนัก!
อันที่จริงการจุติครั้งนี้ของอู๋ฉือ ไม่ได้พบเจอโชคดีถึงขีดสุด
อย่างเช่นตกลงไปในซากปรักหักพังของเหล่าเซียนเทพหรือพบเจอสมบัติเซียนอาวุธเทพใดๆ
แต่ก็ไม่ได้โชคร้ายถึงขีดสุดเช่นกัน
ที่ต้องเผชิญหน้ากับราชันปีศาจตั้งแต่แรกหรือปรากฏตัวข้างเทพมารอันโหดเหี้ยม
ครั้งหนึ่งเคยมีลอร์ดคนหนึ่งจุติใกล้กับซากศพเทพมาร
ทว่าแม้เทพมารจะล่มสลายไปแล้วแต่กลิ่นอายจากซากศพยังคงส่งผลกระทบต่อลอร์ดผู้นั้น!
ลอร์ดผู้นั้นสามารถหลบหนีออกจากมิติว่างเปล่าและกลับไปรักษาตัวได้ทันแต่เขากลับโลภมากเกินไป อยากได้สมบัติจากซากศพเทพมาร
ดังนั้นเขาจึงเสี่ยงออกสำรวจและได้สมบัติลึกลับของเทพมารมาบางส่วนมาครอบครอง
แต่ผลที่ตามมาก็คือดินแดนทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายเทพมาร
เมื่อเขากลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงเขาก็กลายเป็นผู้รับใช้ของเทพมารไปแล้ว
ทำให้เขาเกิดการกลายพันธุ์ถึงขั้นอัญเชิญดินแดนที่กลายสภาพเป็นดินแดนบิดเบี้ยวของเทพมารมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงสร้างความเสียหายให้กับเมืองโดยตรง ก่อให้เกิดภัยพิบัติไม่ใหญ่ไม่เล็กขึ้น...
ที่บอกว่าใหญ่...เพราะเป็นไปได้ที่ลอร์ดผู้แข็งแกร่งจะก่อความเสียหายได้อย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการติดเชื้อจากกลิ่นอายเทพมาร พลังและการทำลายล้างก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นอาจนำไปสู่การฟื้นคืนชีพของเทพมารได้!
ส่วนที่บอกว่าเล็กนั้น...เป็นเพราะบนโลกมีเหล่าเซียนเทพมากมายกว่า!
อย่าว่าแต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเทพมารเลยแม้กระทั่งเทพมารตนหนึ่งข้ามจักรวาลมา ก็จะถูกปราบปรามลงได้อย่างเด็ดขาด
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
ลอร์ดได้ก่อปัญหามากมายจึงมีกฎหมายของโลกที่ห้ามลอร์ดอัญเชิญฮีโร่และหน่วยทหารมายังโลกแห่งความเป็นจริง!
นี่คือกฎเหล็กที่ไม่อาจเมินเฉยได้!
ส่วนกระดานสนทนาหมื่นโลกนั้นไม่จำเป็นต้องกังวล
“เข้าไปข้างในกันเถอะ”
เมื่อได้สติอู๋ฉือก็โบกมือเรียกทุกคน ตอนนี้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
เพราะเขาคิดว่าจะมีสงครามครั้งใหญ่แต่กลับกลายเป็นเพียงประสบการณ์ที่ไม่เป็นอันตรายเลย!
ภายในพระราชวัง
อู๋ฉือและเหล่าฮีโร่พร้อมด้วยหน่วยทหารพากันเดินเรียงแถวเข้าไปและไม่นานก็เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบได้!
ข้างในมีมอนสเตอร์ไม่มากนัก
รวมกันแล้วประมาณร้อยกว่าตัวส่วนใหญ่เป็นมอนสเตอร์ระดับ 10-20 เช่นพลทหารคุ้มกันชั้นยอด และทหารม้าองครักษ์ พลังของพวกมันไม่แข็งแกร่งนักพรสวรรค์และสายเลือดก็ธรรมดา
ภายใต้กระบวนทัพเซียนฉินของทหารกล้าแห่งต้าฉินพวกมันราวกับไก่ดินสุนัขกระเบื้อง ถูกสังหารในไม่กี่วินาที!
ไม่กี่อึดใจต่อมาในพระราชวังอันกว้างใหญ่ มีเพียงท้องพระโรงตรงกลางเท่านั้นที่ยังไม่ถูกโจมตี!
“ประกายแสงแห่งอารยธรรม!”
อู๋ฉือเดินเข้าไปพร้อมกับกระตุ้น ‘ดวงใจแห่งลอร์ด’ เพื่อรวบรวมร่องรอยอารยธรรมจากที่นั่น!
..........
[รังมอนสเตอร์ลึกลับ]
[คำอธิบาย:ท้องพระโรงแห่งนี้ถูกประกายแสงแห่งอารยธรรมกดดันมอนสเตอร์จำนวนมากไว้หลังจากเปิดและกำจัดมอนสเตอร์ทั้งหมดแล้ว จะได้รับรางวัลมากมาย]
..........
ท้องพระโรงมีพื้นที่ประมาณ400ตารางเมตร!
ไม่ถือว่าใหญ่มากนัก!
อู๋ฉือมองไปรอบๆอย่างประหลาดใจพลางกล่าวว่า “รังมอนสเตอร์งั้นเหรอ?”
“สถานที่เล็กขนาดนี้ จะมีมอนสเตอร์กี่ตัวกัน?”
“นอกจากว่า มันจะเป็นห้วงมิติรอง!”
อู๋ฉือครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วโบกสะบัดมือออกไป!
ในพริบตานั้นทหารกล้าเซียนฉินก็จัดกระบวนทัพอย่างเคร่งครัดผู้ฝึกตนแต่ละคนก็รวบรวมพลังเตรียมพร้อมร่ายเวทรอยประทับและสังเกตการณ์อย่างเคร่งขรึม
อู๋ฉือพยักหน้าให้ฮีโร่ทั้งสองแล้วเก็บรวบรวมประกายแสงแห่งอารยธรรม!
แสงสว่างเรืองรองหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของอู๋ฉือในฉับพลัน!
ในเวลาเดียวกันประตูใหญ่ของท้องพระโรงพลันเปิดออกกะทันหัน เผยให้เห็นห้องโถงที่ผุพังภายใน!
ภายในห้องโถงนั้นมีบัลลังก์ตั้งอยู่และบนบัลลังก์ก็มีชายหนุ่มเผ่าดารารัตติกาลสวมมงกุฎนั่งประทับอยู่
ส่วนเบื้องล่างบัลลังก์นั้นมีผู้คนจำนวนมากยืนอยู่สองข้างทาง ดูเหมือนจะเป็นขุนนางและข้าราชการของเมืองนี้
แน่นอนว่าพวกมันได้กลายเป็นมอนสเตอร์ไปแล้ว!
ร่างกายที่ผุพังถูกหลอมรวมเข้ากับห้วงมิติรองกลายเป็นมอนสเตอร์ดวงตาที่ว่างเปล่าจ้องมองอู๋ฉือเขม็ง!
“คนนอก!” ชายหนุ่มบนบัลลังก์พลันเอ่ยปาก
เสียงของเขาภายใต้กฎของมิติว่างเปล่าได้เปลี่ยนเป็นภาษาที่อู๋ฉือสามารถเข้าใจได้!
“คุกเข่า!”
ชายร่างกำยำของเผ่าดารารัตติกาลที่อยู่ข้างบัลลังก์หันกลับมาพร้อมกับตะโกนเสียงเย็น
คุกเข่า!?
อู๋ฉือรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อยพลันก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
พื้นที่โดยรอบเปลี่ยนแปลงไปในบัดดล
ทันใดนั้นเขาก็มายังมิติประหลาดแห่งหนึ่ง!
“เป็นห้วงมิติรองจริงๆ ด้วย!”
เขาไม่ประหลาดใจเลยพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ และพบกองทัพที่อยู่ไกลออกไปสองข้างของท้องพระโรง!
เป็นกองทัพของเผ่าดารารัตติกาลที่เขาเคยเห็นในมิติภาพลวง!
“แค่กองทัพเศษสวะ ยังคิดจะมาสู้กับฉันอีกงั้นเหรอ?”
ใบหน้าของอู๋ฉือกระตุกเล็กน้อยเหล่าฮีโร่และหน่วยทหารของเขาต่างก็เดินตามเข้ามาในห้วงมิติรองเช่นกัน
ขณะนั้นเองชายร่างกำยำผู้นั้นก็คำรามด้วยความโกรธ “ดูหมิ่นองค์ราชา!สมควรตาย!”
จากนั้นทหารสองนายที่สวมชุดเกราะเต็มตัวตรงประตูใหญ่ก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไร้ซึ่งความรู้สึก!
ดูจากการเคลื่อนไหวของพวกมันเหมือนต้องการจะจัดการกับอู๋ฉือผู้ไม่เคารพกษัตริย์ให้สิ้นซาก!
..........
[หัวหน้าองครักษ์ชั้นยอด]
[ระดับ: 20]
[พรสวรรค์: ???]
(ละไว้)
..........
ในฐานะองครักษ์ของกษัตริย์มอนสเตอร์ทั้งสองตัวนี้ย่อมมีพลังอันแข็งแกร่งตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่
หลังจากถูกมิติว่างเปล่ากลืนกินพลังของพวกมันก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น ดูน่าสะพรึงกลัวมากทีเดียว
ทว่า...พวกมันยังไม่ทันเดินเข้ามาใกล้ ก็ถูกเหล่าสาวๆ ที่เพิ่งมาถึงเข้าโจมตีทันทีวงจันทราโลหิตลอยขึ้นสูงบนท้องฟ้า พลันพุ่งลงมาราวกับแสงโลหิต!
ปังปัง ปัง!
หัวหน้าองครักษ์ชั้นยอดต้านทานการโจมตีได้หนึ่งหรือสองรอบแต่ก็ต้านทานไม่ไหวเมื่อเจอการโจมตีร่วมสิบกว่ารอบ
ยังไม่ทันเดินไปไหนไกลก็ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมล้มลงกับพื้น
“ดูหมิ่นองค์ราชา! สมควรตาย!”
“ผู้บุกรุก จงตายเสีย!”
“เจ้าพวกสารเลว!”
..........
ภายในท้องพระโรงเหล่าขุนนางต่างก็หันมามองพวกของอู๋ฉือด้วยสีหน้าเย็นชา
ชายร่างกำยำก้าวออกจากท้องพระโรงพลันโบกสะบัดมือออกไป
กองทัพเผ่าดารารัตติกาลก็ก้าวเดินออกมามุ่งหน้าเข้าหาพวกของอู๋ฉือโดยตรง!
..........
[แม่ทัพเผ่าดารารัตติกาล]
[ระดับ: 30]
[พรสวรรค์: ???]
[สายเลือด: ???]
(ละไว้)
..........
“บอส!”
อู๋ฉือเหลือบมองด้วยความสนใจรอจนทุกคนมาพร้อมหน้า แล้วก็เอ่ยปากอย่างเฉยเมยว่า “ไปเลย!”
“เจ้าค่ะ!”
เสียงคำรามดุจสายฟ้าฟาดดังขึ้นในพริบตา
ทหารกล้าเซียนฉินแต่ละนายถือทวนพุ่งเข้าสังหารเวทจันทรากระจ่างก็พุ่งลงมาจากฟ้าอย่างต่อเนื่อง!
กองทัพทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง!
“ฆ่า!”
“ปราณกระบี่ โจมตี!”
“เชือกผนึกเซียน ไป!”
..........
ทหารกล้าเซียนฉินสวมหน้ากากสำริดราวกับเป็นอสูรเทพพวกนางรวดเร็วและโหดเหี้ยมยิ่งนัก
ทวนยาวกวาดไปทั่วแปดทิศสังหารทหารเผ่าดารารัตติกาลไปทีละนาย ทะลวงเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
แม้ระดับของพวกนางจะไม่สูงนักแต่ด้วยคุณภาพระดับทองและกระบวนทัพ กลับแสดงให้เห็นถึงการบดขยี้อย่างสิ้นเชิง!