ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่334 ขั้นปราณจิต หลอมดวงวิญญาณ

  อี้เฉิน ครั้นเมื่อเขาหาที่หลบซ่อนตัวได้ เขาถึงกับถอนหายใจออกมายาว ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "ถ้ำบริเวณแห่งนี้น่าจะปลอดภัยนะ แถมมันยังอยู่ใกล้แหล่งน้ำเสียด้วย การคิดจะหลบหนี คงจะไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากเท่าใดนัก ...ช่วงนี้ข้าต้องเก็บตัวสักระยะเสียแล้ว" ครั้นเมื่อคิดเช่นนั้นได้ เขาหยิบ หีบใบเล็กที่เก็บโอสถออกมาในทันที หมายมั่นคิดจะใช้มัน ขัดเกลาปราณจิต ภายในร่างของเขา


 

  ทันทีที่เม็ดโอสถ ระดับ6 สีเขียวสด ปรากฏออกมาสู่สายตาอี้เฉิน รอบๆ ถ้ำก็เต็มไปด้วย กลิ่นสมุนไพรลอยออกมา คละคลุ้ง หลากหลายชนิด เตะจมูกอี้เฉินเป็นอย่างมาก แถมยังมาพร้อมปราณพลังที่น่าคร้ามเกรง หากเขาไม่จับเม็ดโอสถ ให้ดีๆ ประหนึ่งว่ามันจะหนีหายจากไป อี้เฉินครั้นเห็น เช่นนั้น เขาตกตะลึงอยู่ไม่น้อย


 

  เมื่ออี้เฉิน นั่งขัดสมาธิ ทำจิตใจของเขาให้สงบนิ่งได้ เขาไม่ลังเลอีกต่อไป กลืนโอสถขัดเกลาปราณจิต ระดับ6 ที่อยู่ในมือ ลงคอไปในทันที ระหว่างที่ไหลลงคอไปได้ ตัวอี้เฉินถึงกับเบิกตาออกกว้าง ครั้นเมื่อสัมผัสได้ว่า โอสถขัดเกลาปราณจิตสั่นไหวอย่างรุนแรง แม้แต่แสงสีเขียวที่มันสาดทอ ออกมา ยังพอมองเห็นว่ามันค่อยๆ ไหลลงคอไปอย่างยากลำบาก

 


  ภายในร่างอี้เฉินในยามนี้ ประหนึ่งมีมังกรตัวเล็ก อาละวาดอยู่ภายในกายาของเขา อย่างบ้าคลั่ง แสงสีเขียว เองก็สาดทอออกมาจนทั่วทั้งถ้ำที่เขาหลบซ่อน เปล่งแสงออกมาไม่หยุด ยังดีที่บริเวณแห่งนี้ เป็นถ้ำที่ติดอยู่กับริมแม่น้ำ ยิ่งฝนที่สาดเทลงมา สร้างหมอกควันไว้อีก ยิ่งยากที่ผู้ใดจะหาอี้เฉินพบ

 


  ปากของเขาถึงกับมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด เม็ดโอสถเองก็พยายาม ดีดตัวหนีอย่างบ้าคลั่ง อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าเล็ดลอดออกมาตามไรฟัน "นี่มันบ้าอะไร เหตุใดข้ารู้สึกว่าตัวข้า กินยาพิษ เข้าไปกันเล่า"


ทว่าอี้เฉินก็ไม่ยอมแพ้กัดฟันกรอด อดทนอยู่เช่นนั้น หากเขาคายมันออกมา เขารู้สึกว่า เขาจะต้องสูญเสียเม็ดโอสถ ขัดเกลาปราณจิต ระดับ6 ไปเป็นแน่

 


ครั้นเมื่อสำรวจกายา กลับพบว่าแสงสีเขียว ที่เม็ดโอสถ ปลดปล่อยออกมา ค่อยๆ ทำลายร่างกายของเขาไปทีละน้อย ตัวอี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาภายใน โสตประสาท อย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งตัวเขาในยามนี้ ถูกมังกรตัวน้อยภายในร่าง พ่น เปลวเพลิงสีเขียวออกมา เผาผลาญร่างกายของเขา

 


ปากอี้เฉินกัดฟันไว้แน่น จนเสียงกรามกระทบกันดัง กึกๆ!!! "เจ้าคิดจะทดสอบเจตจำนงของข้าสินะ เจ้ามังกรน้อย ไม่ว่าอย่างไรข้าจะต้องดูดซับ สมุนไพรภายใน เม็ดยาของเจ้าให้ได้ คอยดู"

 


...ทว่าเมื่อผ่านไปถึง 3ชั่วยาม โอสถ ขัดเกลาปราณจิต ระดับ6 ก็ไม่มีทีท่า ว่าจะลดการป้องกันแม้แต่น้อย มันยังสาดแสงสีเขียวสว่างจ้า เผาผลาญร่างอี้เฉินอยู่อย่างนั้น จนกายาอี้เฉินเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ราวกับใยแมงมุม เนื้อตัว  เองก็แดงฉาน ดุจดั่งเหล็กร้อนที่โดน ไฟวิเศษเผาผลาญ ไม่มีส่วนไหนของร่างกาย ดีไปกว่ากันมากนัก ปราณจิตที่ก่อสร้างร่างกายขึ้นมาเองก็พร้อมจะแตกสลายลงทุกเมื่อ ประหนึ่งตัวเขาในยามนี้ ก้าวเท้าข้างหนึ่ง ไปยืนอยู่บนปากอเวจี พร้อมจะตายตกลงทุกเมื่อ

 


อี้เฉิน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอุทานออกมา แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วย ความยึดมั่นถือมั่นไม่น้อย "สมแล้วที่เป็นถึง โอสถ ขัดเกลาปราณจิต ระดับ6 หากมันดูดซับง่ายดาย ก็คงจะไม่ใช่โอสถ ระดับ6แล้ว"

 


   อี้เฉิน เขาต้องอดทน แบกรับกับความเจ็บปวดอยู่เช่นนั้น เวลาที่ไหลผ่านแต่ละชั่วยาม ราวกับไหลผ่านไปนับวัน ดวงตาที่หลับตาปี๋ ไม่อาจสงบจิตสงบใจได้ แม้แต่น้อย ภายในถ้ำที่เคยชุ่มชื้นเต็มไปด้วยไอน้ำ คราบตะไคร่เกาะ ค่อยๆ แห้งกัง ไร้ชีวิตชีวาอีกต่อไป บ่งบอกถึงความร้อนที่แพร่ออกมาจาก โอสถ ขัดเกลาปราณจิต ระดับ6 สูงล้ำถึงเพียงใด แม้แต่สภาพอากาศ รอบๆ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้

 


...ทว่าเมื่อผ่านไปถึง2วันเต็ม ตัวอี้เฉินเขากลับเริ่มค่อยๆ ยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อเขาส่งปราณจิตออกไปตรวจสอบกายาตัวเองดู เห็นว่าแสงสีเขียวที่สาดทอลงมา ทั่วเม็ดโอสถ นั้น ค่อยๆ อ่อนกำลังลง มังกรที่ล้อมพัน เม็ดโอสถอยู่ไม่ห่างเองก็ตัวเล็กลงไปมาก ไม่ช้ามันคงสลายหายไปเอง เพียงนับวันรอเท่านั้น

 


   ครั้นเมื่อเข้าวันที่3 จู่ๆ ร่างของอี้เฉิน ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อตัวเขาเริ่มดูดซับ โอสถ ระดับ6 เข้าสู่ร่างกายได้ ส่งคลื่นพลัง โอสถ ที่ตัวเขาไม่สามารถดูดซับได้หมด เล็ดลอดออกมาจากร่างกาย ราวกับระลอกคลื่น กระจายออกมาเป็นวงกว้าง ส่งผลให้โขดหินรอบๆ ถล่มลงมายับ แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะ หยุดลงแม้แต่น้อย ยังดีที่บริเวณนี้ไม่มีผู้คนอยู่ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าใครที่โดน คลื่นพลัง โอสถ ที่เล็ดลอดออกมา ก็อาจจะบาดเจ็บหนักได้

 


กายาอี้เฉินที่เริ่มดูดซับ เม็ดโอสถ สีเขียวสด ส่งผลให้กายาที่เคยถูกทำลายค่อยๆ กลับมาเป็นปกติอีกครา ทว่าอี้เฉินก็ต้องเบิกตาออกกว้างอีกครั้ง เมื่อพบว่า กระดูกสันหลังที่เปลี่ยนแปลงของเขา ค่อยๆ ดูดซับ เม็ดโอสถ สีเขียวสด เข้าไปอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ตัวเขาก็ไม่อาจควบคุมมันได้

 


"เจ้าจะเอาไปหมดไม่ได้ เจ้า กระดูกสันหลังของข้า" อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะกัดกรามไว้แน่น มันไม่เคยจะช่วยอะไรตัวเขาแม้แต่น้อย แต่ในยามนี้มันกลับมาแย่ง ร่างปราณจิตของเขาดูดซับ ใบหน้าของเขาอดไม่ได้ที่จะบึ้งตึงออกมา

 


อี้เฉิน ครั้นเห็นว่า โอสถนั้นมี คลื่นพลังให้ดูดซับ อยู่มากมาย เขาจึงปล่อยเลยตามเลย ให้กระดูกสันหลังของเขาได้ดูดซับ ทว่ามันที่ดูด ปราณพลังของโอสถเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ร่วมๆ 2วันก็ไม่มีท่าทีว่าจะถูกเติมเต็ม

 


อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น จน คิ้วขมวดเป็นปมเข้าติดกัน "เหตุใดเจ้าดูดซับของล้ำค่า ไปมากมายถึงเพียงนี้ ข้าไม่อาจเลี้ยงให้เจ้าได้เติบใหญ่ได้เป็นแน่ หากเจ้ายังกินตะกละตะกลาม เช่นนี้" อี้เฉินกล่าวออกมาตัดพ้อตนเอง อยู่ไม่น้อย ที่เห็นกระดูกสันหลังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้แต่น้อย

 


   แต่เมื่อเทียบกับปราณจิตภายในร่างของเขา ประหนึ่งถูกหลอมรวม เนือง ๆ อยู่ตลอดเวลา รอคอยเพียงเวลาเลื่อนขั้นปราณจิตเข้านั้น ...อี้เฉินที่เห็นว่าปราณจิตของเขาแข็งแกร่งขึ้นมา เรื่อยๆ เหมือนว่ามันในยามนี้แข็งแกร่งขึ้นมากว่าแต่ก่อนหลายเท่า มั่นใจได้ว่าจะไม่ถูก ทักษะวิชา สังหารปราณจิต ฆ่าสังหารได้โดยง่ายอย่างแน่นอน มันทำให้เขาอุ่นใจไม่น้อย

 


ลูกแก้วปราณจิตใส เองก็ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง แปรเปลี่ยนเป็นสีแดง เนืองๆ ขึ้นมา ส่งผลให้ปราณจิตภายในร่าง เลื่อนขั้นพลังปราณจิต มาอยู่ในขั้น หลอมดวงวิญญาณ ภายในระยะเวลา 7วัน

 


ระลอกคลื่นที่โอสถ ระดับ6 ส่งออกมาค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย ก่อนจะถูกอี้เฉินดูดซับไปจนหมด เขาอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา ครั้นเมื่อขยับกายาก็รู้สึกถึงแรงบีบคั้นบางอย่างจากปราณจิต ที่แพร่กระจายออกมา



   บึงน้ำแห่งนี้ ในยามนี้ กลุ่มคนเองก็เริ่มมารวมตัวกันอยู่ยังพื้นที่แห่งนี้ไม่น้อย ครั้นเมื่อพวกเขาสัมผัส ถึงระลอกคลื่นที่แพร่กระจายออกมา ไม่หยุดไม่หย่อน แม้แต่กลุ่มของพวก ยี่ผิงที่ไปทำลายสถิติ มีชื่อขึ้น บนแท่นศิลา จากการรู้เทคนิคจากอี้เฉิน ยังมารวมตัวกันอยู่ยังสถานที่แห่งนี้

 


พวกเขาพอจะคาดเดาได้ว่ามีของล้ำค่า บางอย่าง แพร่ปราณพลังออกมา 3วันเต็มมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแม้แต่น้อย แต่วันนี้จู่ๆ มันก็หยุดเสียอย่างนั้น อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มกันออกมา เตรียมที่จะกรูกันเข้าไปค้นหาของล้ำค่าภายใน โขดหินเหล่านั้น

 


ทว่าเมื่อผู้คนกรูกันเข้าไป เห็นชายหนุ่มใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย ริมฝีปากมีเลือดฝาดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้า อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ครั้นเห็นสายตาที่เฉียบคมของชายหนุ่มผมขาว กายารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หยุดชะงักอย่างไม่รู้ตัว

 

ยี่ผิง ตัวนางที่อยู่ในขั้นพลัง เทวะ ยังรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่ชายหนุ่มส่งออกมา แต่นางไม่รู้ว่ามันคืออะไร "เจ้าๆ มาอยู่ที่นี่เองงั้นหรือ หรือว่าเจ้าดูดซับ มันไปแล้ว"

 


อี้เฉินที่เห็น ยี่ผิง เขาเพียงเกาหัวเบาๆ บอกกล่าวนางด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ใช่ ข้าดูดซับมันไปแล้ว"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน