CURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป

    ตอนที่ 49

    ติ้ง~ ติ้ง~



     

    เสียงของหยดน้ำหยดลงที่หน้าของนอสที่กำลังหลับอยู่ให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล นอสค่อยๆลืมตาขึ้น สภาพแวดล้อมโดยรอบที่นอสสัมผัสและมองเห็นได้ในตอนนี้นั้นคือ เหมือนนอสจะอยู่ที่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ลึกแต่กลับตื้นขอดอย่างชัดเจน และรอบข้างของนอสก็ถูกความมืดโอบล้อมบดบังวิสัยทัศน์ไปหมดทุกทิศทุกทาง



     

    “เราอยู่ที่ไหนเนี่ย…เราควรจะอยู่ที่ห้องจำลองนี่น่าตอนนี้?” 

    นอสพูดด้วยอาการงัวเงียสับสนกับสถานที่ ที่ตนอยู่ตอนนี้ นอสตั้งสติและลุกขึ้นยืนขึ้นมาและเริ่มเดินไปยังทาง ทางหนึ่งโดยที่ตัวของนอสเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงตัดสินใจเดินไปทางนี้เหมือนกัน นอสมีความรู้สึกอึดอัดที่เหมือนว่าจะสามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้แต่ก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ 



     

    ติ้ง~ ติ้ง~ 



     

    เสียงเท้าของนอสที่กระทบกับแอ่งน้ำเนื่องจากการเดินดังก้องสะท้องไปทั่วบริเวณ นอสนั้นรู้สึกว่าตัวเองนั้นเดินมานานแล้ว แต่สภาพโดยรอบของนอสก็ยังคงมืดมิดแบบเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นนอสก็ยังถูกบังคับให้เดินต่อไปอยู่ดี นอสเหมือนกับว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในเขาวงกตสักที่อยู่อย่างไงอย่างนั้น



     

    ครืด~ 



     

    ในระหว่างที่นอสกำลังเดินอยู่นั้นจู่ๆนอสก็เริ่มได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่เหมือนว่ามันกำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตัวของนอส แต่เมื่อนอสหันไปยังทางที่มาของเสียงนั้นก็ไม่พบกับอะไรเลยนอกจากความมืด เมื่อเห็นว่ามันไม่มีอะไรนอสก็เริ่มออกเดินต่อ แต่ทันทีที่นอสเริ่มออกเดินเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้นั้นก็เหมือนจะเคลื่อนไหวตามนอสไปตลอดเวลา ทั้งความมืดทั้งเสียงน้ำและเสียงของอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถระบุได้นอสรู้สึกว่ามันต้องเป็นบางสิ่งที่มีขนาดตัวที่ใหญ่อย่างแน่นอนนั้น ทุกอย่างโดยรอบสร้างความกดดันและหวาดระแวงให้นอสเป็นอย่างมาก นอสลองพยายามจะใช้เนตรมนตราอยู่เรื่อยๆแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสิ่งเดียวที่นอสทำได้ตอนนี้คือการขยับร่างกายเดินไปยังทิศทาง ทางหนึ่งเท่านั้น



     

    ยิ่งนอสเดินไปมากเท่าไหร่เสียงนั้นก็ยิ่งเหมือนจะเริ่มเข้ามาใกล้นอสมามากขึ้นเข้าไปทุกที หลังจากเดินมาสักระยะนอสก็เจอเข้าอะไรอะไรบางเป็นกำแพงสีขาวขวางทางตัวเองอยู่ 

    “สิ่งนี้มันคืออะไรกันนะ”

    นอสเกิดคำถามขึ้นภายในจิตใจของตัวเอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้นอสเริ่มลองเอามือสัมผัสกำแพงข้างหน้าตัวองดูเล็กน้อย เมื่อได้ลองสัมผัสดูนอสก็รู้สึกว่ามันเป็นเหมือนกับเกล็ดอะไรบางอย่าง ในระหว่างที่นอสกำลังมองดูกำแพงตรงหน้าด้วยความสงสัยนั้นก็ได้มีบางอย่างยกตัวเองขึ้นมาเหนือหัวของนอสที่ด้านหลัง โดยที่นอสไม่ได้รู้สึกตัวเลย



     

    มันแผ่แม่เบี้ยและจ้องมองมาที่นอสด้วยสายตาที่ดูดุร้ายมันอ้าปากออกมาและมันก็พุ่งตัวเข้าจู่โจมนอสจากด้านหลังทันที เมื่อมันพุ่งเข้าใส่นอสกำแพงสีขาวที่นอสเห็นอยู่ด้านหน้าตัวเองก็เริ่มขยับเขยื้อนและนอสก็ถูกบังคับให้หันหลังไปเพราะสัมผัสได้ถึงอันตราย ในจังหวะนั้นนอสจึงได้เห็นสิ่งที่ตามเขามาตลอดทางที่ผ่านมามันคืองูตัวสีขาวขนาดใหญ่ นอสไม่มีโอกาสจะได้ร้องออกมาก็ถูกมันกลืนเข้าไปทั้งตัว



     

    “อ้ากกก!!!”

    นอสร้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา ทั่วทั้งตัวของนอสเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

    “แฮ่กๆ…อะไรกันนี่เราฝันไปหรอกหรอเนี่ย”

    หลังจากที่ตั้งสติได้นอสก็หันไปดูรอบๆและพบว่าตัวของนอสนั้นได้ถูกนำตัวมาพักฟื้นที่ห้องพยาบาลของค่าย นอสพยายามจะลุกออกจากเตียงให้ได้แต่ก็ต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะดูเหมือนว่าร่างกายของนอสนั้นยังไม่ได้หายเหนื่อยล้าจากการใช้เวทย์เสริมพลังและผลค้างเคียงของแหว่งเมื่อตอนสอบทำให้นอสยังไม่สามารถขยับร่างกายมากได้เท่าที่ควร



     

    “อ้าวฟื้นแล้วหรอคะ”

    เสียงพยาบาลคนหนึ่งดังขึ้นมาหลังจากที่ได้เห็นว่านอสนั้นฟื้นแล้ว

    “ผมหลับไปนานเท่าไหร่แล้วหรอครับ”

    นอสถามพยาบาลสาวที่เดินเข้ามาหา

    “ประมาณสามชั่วโมงได้แล้วค่ะตั้งแต่ที่ผู้คุมสอบพาคุณมาที่นี่ แต่คุณฟื้นตัวไวมากเลยนะคะเพราะปกติแล้วหลังจากที่ฝืนใช้พลังเวทย์กับร่างกายจนถึงขีดสูงสุดไปนานขนาดนี้ถ้าเป็นคนทั่วไปอย่างต่ำกว่าจะฟื้นตัวก็ราวๆเจ็ดชั่วโมงได้เลย แต่ถึงคุณจะฟื้นตัวไวอย่างนี้ฉันก็ขอให้คุณนอนอยู่แบบนี้อีกสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็น่าจะเริ่มขยับร่างกายตัวเองได้ แล้วก็จะกลับบ้านได้เลยค่ะ”  

    พยาบาลพูดชมและบอกรายละเอียดอาการตอนนี้ของนอส



     

    “ขอบคุณครับคุณพยาบาล”

    นอสพูดขอบคุณ เมื่อเสร็จธุระแล้วพยาบาลสาวคนนั้นก็พยักหน้ารับคำขอบคุณของนอสและเดินออกจากห้องไปทันที หลังจากคุยกับพยาบาลเสร็จนอสก็เปิดจอขึ้นมาเพื่อดูอันดับคะแนนตัวเอง 

    “เราได้210/320คะแนน ส่วนอันดับ…102”

    นอสนั่งมองคะแนนตัวเองและกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจเพราะถ้านอสสู้ได้อีกสักนิดหนึ่งล่ะก็นอสอาจจะสามารถพาตัวเองติดอันดับโควต้าได้เลยก็ได้



     

    “บ้าเอ้ย! เจ็บใจชะมัดถ้าไม่ได้โดนเหล็กในของแบทเทิลบีโจมตีตอนทีเผลอล่ะก็น่าจะยื้อเวลาสู้ไปได้อีกนิดและเราอาจจะมีสิทธิ์จะฆ่าได้อีกสักตัวได้ก็ได้….เฮ้อ~ เอาเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้วจะให้ทำยังไง แล้วไอ้พวกที่ติดในอันดับ100ได้นี่มันต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะถึงได้สามารถจัดการกับฝูงมอนสเตอร์ทั้งระดับสีเหลืองระดับสีส้มทั้งฝูงพร้อมกับระดับสีแดงพร้อมกันไปด้วยได้…”

    นอสคิดวนอยู่ภายในหัวตัวเองและอยากจะดูการทดสอบของคนอื่น แต่เมื่อการแข่งมันจบไปแล้วนอสก็ไม่สามารถเข้าไปดูวิดีโอย้อนหลังของการทดสอบได้ นอสจึงตัดสิ่งที่อยู่ในหัวตัวเองทิ้งและโทรหาเฟิงให้มาหาตัวเองที่ห้องพยาบาล



     

    เฟิงที่ได้รับรู้ว่าเพื่อนของตัวเองนั้นอยู่ที่ห้องพยาบาลก็เริ่มเป็นห่วงและแหกปากโวยวายออกมาถามคำถามนอสไม่หยุด นอสจึงชิงพูดตัดบทเฟิงไป

    “นี่ช่วยหยุดกระโตกกระตากเป็นไก่แล้วมาหาฉันที่ห้องพยาบาลได้แล้ว ตอนนี้ฉันปลอดภัยดีร่างกายครบสามสิบสองส่วน โอเคไหม ถ้าเข้าใจแล้วก็รีบมา” 

    นอสพูดก่อนจะตัดสายเฟิงทิ้งไป



     

    ผ่านไปไม่นานเฟิงก็รีบวิ่งมาที่ห้องพยาบาลที่นอสอยู่ด้วยความเร่งรีบ

    “โว้ยนอส!! ตัดสายฉันทำไมเนี่ยเพื่อนเขาอุส่าห์เป็นห่วง”

    เฟิงพูดขึ้นมาหลังจากเดินเข้ามา



     

    “ก็นายแหกปากโวยวายไม่ให้ฉันได้พูดอะไรเลยสักทีฉันก็เลยชิงพูดให้นายมาที่นี่เลยจะได้อธิบายทุกอย่างได้ง่ายๆ”

    นอสพูดอธิบายให้เฟิงที่กำลังเป็นห่วงเพื่อนของตัวเองนั้นใจเย็นลง



     

    เมื่อได้ฟังที่นอสพูดเฟิงก็มองดูสภาพของนอสและเห็นว่านอสนั้นดูปลอดภัยดีปกติดีทุกอย่างจึงเริ่มใจเย็นลงมาบ้างทันที

    “แล้วจะเริ่มเล่าได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้องจำลองทำไมนายถึงขนาดหมดสภาพแล้วลงเอยด้วยการมานอนที่เตียงห้องพยาบาลได้”

    เฟิงถามนอสขึ้นมา



     

    “อ้าวหายไม่ได้เห็นภาพถ่ายทอดสดที่ห้องที่ฉันทดสอบหรือไงทำไมฉันต้องอธิบายด้วยเล่า”

    นอสถามเฟิงด้วยความสงสัยที่จู่ๆเฟิงก็ให้ตัวเองอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดในนั้นให้ฟัง

    “ฉันควรจะถามฝั่งนายมากกว่าทำไมถึงไม่มีภาพถ่ายทอดสดของนายขึ้นจอ!!”

    เฟิงพูดตอบกลับ เมื่อนอสได้ยินที่เฟิงพูดก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติทันที



     

    “นายไม่เห็นจอห้องของฉัน??”

    นอสถามย้ำเฟิงอีกรอบ

    “ก็เออสิงั้นฉันจะถามนายทำไม”

    เมื่อได้ได้ยินแบบนั้นนอสก็เกิดคำถามขึ้นมามากมายกับการทดสอบของตัวเอง 

    “นี่เฟิงนายเห็นการทดสอบของคนอื่นเป็นยังไงบ้าง”



     

    “เป็นไงหรอ…อืมก็หลังจากเริ่มการสอบก็มีหมาป่าออกมาทีละ10ตัวและระดับสีส้มออกมาแล้วก็ระดับสีแดงออกมาตามลำดับตามที่ผู้คุมสอบอธิบายเลยนะ”

    เฟิงตอบนอส

    “ไม่ใช่สิ ตอนที่ระดับสีส้มออกมามันออกมาทีละกี่ตัวใช่ทีละหกตัวเลยหรือเปล่า”

    นอสถามด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้น



     

    “ฮ่าๆพูดเรื่องตลกอะไรของนายกันนอสหายสู้จนหลอนไปแล้วหรอ มันก็ต้องออกมาทีละตัวสิถ้ามันโผล่ออกมาทีละหกตัวตามที่นายว่ามาแบบนั้นใครมันจะไปผ่านการสอบโควตาปีนี้กันล่ะจริงไหม”

    เฟิงหัวเราะและพูดออกมาด้วยท่าทีที่สงสัยว่านอสเข้าใจอะไรการสอบผิดไปหรือเปล่า




     

    “ทำไมนายถามฉันขึ้นมาแบบนั้นล่ะ??”

    หลังจากหยุดหัวเราะเฟิงถามนอสกลับไป

    “ก็เพราะฉันไม่ได้เจอแบบที่นายเล่ามาไง ตอนที่เริ่มสอบพวกหมาป่าวายุที่ออกมาช่วงแรกน่ะของฉันมันโผล่ออกมาทีเดียวตั้งสามสิบตัวเลยแถมระดับสีส้มของฉันไอ้ห้องจำลองบ้านั่นมันก็คัดลอกมอนสเตอร์ระดับสีส้มที่ฉันเคยสู้ออกมาจากความทรงจำของฉันด้วยละแถมออกมารวดเดียวหกตัวเลย”

    นอสพูดขึ้นหลังจากที่เฟิงถาม



     

    หลังได้ยินนอสอธิบายเฟิงก็ทำหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา

    “…..นายพูดจริงไหมเนี่ย??”

    “หน้าฉันตอนนี้เหมือนคนกำลังพูดเรื่องโกหกอยู่หรือไงกันล่ะ”

    นอสตอบกลับเฟิงไป ทำให้เฟิงถอนหายใจออกมา

    “เฮ้อ~ เอาล่ะฉันชักอยากจะฟังเรื่องราวของนายตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ ช่วยเล่าให้ฉันฟังที….”

    เฟิงหยิบเก้าอี้ตัวหนึ่งออกมาและนั่งลงที่ข้างเตียงของนอสเพื่อให้นอสเล่าเรื่องที่ได้เจอในห้องจำลองนั้น



     

    ……………………….