สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สี่สิบสาม การวิเคราะห์หลังการต่อสู้

    ตอนที่สี่สิบสามการวิเคราะห์หลังการต่อสู้

    Heal แสงสีขาวพุ่งออกจากมือของผมรักษาพวกที่ตอนแรกอโคกำลังรักษาอยู่แต่โดนผมยิงซ้ำไปจนไม่สามารถลุกขึ้นได้

    แววตาของพวกเขาหวาดกลัวผมก็จริงแต่ก็แฝงความ..นับถือ?เคารพ?

    Command:Heal

    “ด้วยคำสั่งของข้าจงรักษาตนเองเสีย”

    ผมลองทดสอบสกิลของตนเองไปมาว่าจะสามารถใช้สองสกิลได้พร้อมกันหรือไม่

    สรุปก็คือแม้จะใช้มานามากกว่าปรกติ

    แต่ร่างกายที่ส่องแสงของผมก็ทำให้ร่างกายของผู้ที่ได้รับการรักษาแทนที่จะนอนลงกับลุกขึ้นมานั่งแม้ยังบาดเจ็บอยู่และอาการบาดเจ็บหายไปด้วยความรวดเร็วกว่าการใช้Heal แต่เพียงอย่างเดียว

    แม้จะใช้มานามากกว่าการ Heal แบบปรกติแต่น่าจะเอาไว้เป็นคอมโบในตอนสู้รบที่ต้องการรักษาด้วยความรวดเร็วได้เวลาแลกมากับการใช้จ่ายทรัพยากรที่มากขึ้นกว่าเดิม

    คือสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้

    คทาแสงขนาดใหญ่ของผมที่ตอนแรกผมถือไม่ค่อยถนัดจากการที่ผ่านการต่อสู้มาบ้างทำให้ผมพอจะถือได้แล้ว

    แสงสว่างของการรักษากระจายไปทั่วบริเวณแต่ก็กินพลังมากจนผมต้องทานน้ำยาเพิ่มพลังเหมือนกันแต่สภาพของทุกคนก็มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

    “พวกเจ้าแพ้เพราะอะไร?”

    ผมเอ่ยถามหลังจากที่ได้ตรวจดูรอบๆว่าพวกอโคที่ร่างกายเปราะนั้นไม่มีอาการบาดเจ็บแล้ว

    แต่ละคนมองหน้ากันไปมา พูดไม่ออกกับความพ่ายแพ้

    มีแต่พี่กล้ามที่ตอบว่า

    “เพราะพวกเราไม่มีท่านออกคำสั่งขอรับพวกพลปืนมีท่านออกคำสั่งให้พวกนั้นเลยชนะถ้าท่านสู้อยู่ข้างเราพวกพลปืนนั้นแพ้เราไปแล้ว”

    “ใช่ ใช่”พี่กล้ามคนอื่นต่างก็พยักหน้าตามหัวหน้าของเหล่าพี่กล้าม

    โอ้ตอบได้ฉะฉานดีมาก

    แต่ผมไม่ได้ต้องการคำตอบนี้โว๊ย

    ปรกติช่วงนี้มันต้องเป็นตอนที่แต่ละคนเศร้าสร้อยที่พ่ายแพ้และเอาความเจ็บใจเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองสิฟะ

    ตกลงพี่กล้ามมันไม่มีความสงสัยในตนเองเลยสินะนี่?

    การมีลูกน้องที่มีความคิดแบบพระเอกโชวเน็นมันลำบากอย่างนี้นี่เอง

    ผมแกล้งทำท่าพยักหน้าไปทางพี่กล้ามและหันไปถามพวกนักผจญภัยที่เหลือ

     

    “พวกเจ้าล่ะ คำตอบของพวกเจ้าคืออะไร?”

    ฮาลล์ฟลิ่งคนหนึ่งกล่าวอย่างโมโห

    “เพราะพลปืนของเจ้าน่ะสิใครไม่รู้ว่าพลปืนของเพนดราก้อนเป็นที่หนึ่งในแผ่นดินตอนปราบนักล่าเด็กใหม่ก็เห็นแล้วว่าพวกนี้ยิงได้กระทั่งฮาร์ปี้และพวกเป้าบินที่เคลื่อนไหวยึดครองพื้นที่มุมสูงกว่าพวกเรา จะให้ข้าหาที่หลบที่ไหนได้?” ฮาล์ฟฟลิ่งหนุ่มน้อยวัยห้าสิบกล่าว

    ผมหันไปทางอโคและนักผจญภัย

    “พวกเจ้าล่ะ คิดว่าเพราะอะไร?”

    “ชั้นเอ่อ..”อโคตอบไม่ได้มองไปมาอย่างลังเล

    นักผจญภัยหลายคนมองหน้ากัน

    “Dead end ขอรับท่านดยุก นักผจญภัยเรียกกันถึงตอนที่พวกเราเจอสถานการณ์ที่ไม่สามารถเอาชนะได้แบบเดียวกับเจอทางตัน Dead End ในเขาวงกตหรือดันเจี้ยนพวกเราไม่สามารถรอดพลปืนของท่านที่ครองพื้นที่ที่ได้เปรียบเอาไว้ได้”นักดาบที่มีประสบการณ์คนหนึ่งกล่าว

    ผมพยักหน้า ไม่ใช่คำตอบที่ผมพอใจนักแต่ก็ยังนับว่าเป็นคำตอบ

    “เข้าใจล่ะข้าก็จะบอกสถานการณ์ที่ข้าคิดว่าจะแพ้ได้ละกันเช่น..”ผมชี้ไปที่แม่หนูอโคจนเธอสะดุ้ง

    “หากเจ้าละการป้องกันตนเอง ใช้ Protection แนวการยิงของพลปืนของข้าก็พังทลายแน่นอนหากพี่กล้ามมาประชิดตัวได้แม้แต่คนเดียวเจ้าคือคนที่ทำอย่างรั้นได้คือคนที่สามารถตัดสินแพ้ชนะของการต่อสู้ที่ผ่านมานี้ได้ ทำไมเจ้าเลือกรักษาเพื่อนข้างกายแทนที่จะเป็นพี่กล้าม?”

    “ชะชั้นเห็นพวกเขาบาดเจ็บและเอ่อ..” อโคกล่าวตะกุกตะกักและก้มหน้าด้วยความอาย

    ผมผงกศีรษะกล่าวชมว่า

    “ถูกแล้วการรักษาชีวิตเพื่อนร่วมทีมเป็นสิ่งที่ดีข้าไม่ได้ตำหนิเจ้าในตรงจุดนั้น แต่เพราะการรักษาเพื่อนร่วมทีมเจ้าที่กุมกุญแจของชัยชนะได้ละทิ้งชัยชนะไปเพราะอะไรหรือ?”

    นักดาบและนักผจญภัยหันไปมองหน้ากัน

    “เอ่อ ท่านดยุก ไม่มีใครสามารถกุมสติได้ในตอนที่พลปืนฝีมือขนาดนี้ระดมยิงมาหรอกนะขอรับท่านแค่พวกเราหนีเอาตัวรอดก็แย่แล้ว ใครจะไปคิดถึงการบุกเข้าโจมตีล่ะขอรับ?..เอ่อนอกจากพวกพี่กล้ามนะ”นักผจญภัยนั้นกล่าวต่อให้จบ

    เมื่อการกระตุ้นแบบพระเอกโชวเน็นไม่น่าจะได้ผลผมเลยพยายามพูดกับพวกเขาอย่างซื่อสัตย์มากขึ้นในการวิเคราะห์กลยุทธการต่อสู้และความผิดพลาด

    “อืม พวกเจ้าไม่คิดหรือว่า หากบุกเข้ามาจัดการข้าได้พวกเจ้าก็ชนะในการซ้อมครั้งนี้แล้วนะ?”

    ผมพยายามหาทางวิเคราะห์แนวคิดและเรื่องของการต่อสู้กลยุทธจะปรับไปตามสภาพการณ์และเราค่อยๆปกปิดจุดผิดพลาดทีละเล็กละน้อย

    “ช่วงนั้นพวกเราไม่มีใครคิดทำอย่างนั้นเพราะพลปืนยิงมาหนาแน่นมากและกระทั่งพี่กล้ามยังโดนยิงบาดเจ็บ พวกเราโดนเข้าไปทีก็หมดสภาพต่อสู้แน่ๆ พวกเราวางแผนที่จะรอเพื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงแต่ท่านไม่เปิดโอกาสให้เราขอรับ ท่านสั่งจัดการคนที่เหลืออย่างไม่ลังเล”

    นักดาบและนักผจญภัยที่มีประสบการณ์ก็พยักหน้าความกลัวของเขามีผสมกับความเคารพอยู่พอสมควร

    “พวกข้าไม่คิดว่าท่านจะบัญชาการเก่งขนาดนี้ขอรับแค่ความสามารถของท่านดยุกก็น่าจะเป็นแฟมิเลียอันดับหนึ่งเองได้แล้วไม่มีความจำเป็นต้องใช้พวกข้า”

    พวกนักดาบคอตก

    ความสามารถในการบัญชาการคือสิ่งที่นักผจญภัยนับถือคนที่วางแผนการต่อสู้ได้มักจะกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มไปโดยปริยายไม่ว่าคนนั้นจะอยู่ตำแหน่งไหนของกลุ่มก็ตาม

    “ไม่หรอกพวกเจ้ามีคุณสมบัติมากพอที่จะทำให้ข้าแพ้ได้ ข้ารู้ดีพวกเจ้าเพียงแค่ขาดบางอย่างไปและข้า..”

    ควั่บ

    “ก็นึกวิธีออกแล้วที่จะทำให้พวกเจ้าเป็นอันดับหนึ่งคู่ไปกับแฟทิเลียของเรานี้ได้จริงๆเตรียมใจเอาไว้ได้เลย”

    ผมคว้าแส้ออกมาอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน