14
ล่อง์
“พี่ต้า...”
ธันย์ชนกครางให้กับภาพที่กำลังนึกหวั่นว่าจะได้เห็นเธอบังเอิญผ่านมาแถวนี้และสะดุดตากับสปอร์ตโรดสเตอร์ของพี่ชายที่จอดอยู่หน้าร้าน ‘INDIRA’จึงจอดรถรอดูอยู่ไม่นานก็ได้เห็นผู้หญิงที่รู้จักดีเดินควงแขนพี่ชายของเธอออกมาก้าวขึ้นรถนั่งลงบนเบาะที่ผู้หญิงหลายต่อหลายคนเคยนั่งมาแล้ว
ข่าวลือและสิ่งที่กังวลเป็ความจริงจนได้แต่ธันย์ชนกพยายามบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรน่าห่วงพี่ชายของเธอไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน แค่สนุกด้วยชั่วครั้งชั่วคราวผู้หญิงเต็มใจให้ไม่ได้ไปหลอกลวงใครเขากับคนนี้ก็น่าจะแค่ของใหม่ที่ธานินทร์ยังเล่นไม่เบื่อแต่ที่น่าห่วงก็คือผู้หญิงที่ทิ้งสามีและลูกของตัวเองได้อย่างเืเย็นคนนั้นคิดจะทำอะไรกับพี่ชายของเธอนอกจากอยากสนุกด้วยชั่วครั้งชั่วคราวหรือเปล่า
เตือนไว้หน่อยดีกว่าไหม...คนเป็น้องเฝ้าถามตัวเองแล้วได้แต่ส่ายหน้าเพราะเธอไม่เคยยุ่งวุ่นวายกับเื่ทำนองนี้ของพี่ชายเลยสักครั้งเธอเชื่อว่าธานินทร์ไม่ใช่ประเภทไก่อ่อนที่จะถูกผู้หญิงหลอกจับง่ายๆแต่ผู้ชายงี่เง่าอีกคนที่ยังจมอยู่กับความรักในอดีตนั้นล่ะ จะคิดยังไง รู้สึกยังไง
...หรือที่เขาอยากจะลาออกจากงานก็เพราะรู้เื่นี้แล้วเลยทำใจไม่ได้ที่จะทำงานกับพี่ชายของเธอ
ธันย์ชนกถอนใจเฮือกใส่แสงไฟท้ายรถของธานินทร์ก่อนเคลื่อนรถตัวเองออกไปยังเส้นทางที่ตัดสินใจเลือกใหม่คืนนี้เธอขอกลับบ้านดึกอีกสักคืนขอไปดูหน้าผู้ชายบูชาความรักคนนั้นสักหน่อยให้หายคิดถึง!เอ้ย! ไม่ใช่ๆ ให้หายสมเพชเวทนาต่างหาก...
นายก้อนหินโสโครกเข้มแข็งหน่อยนะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็บูชาเงินทองมากกว่าความรักอยู่แล้วนายกับลูกโชคดีแล้วแหละที่ไม่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงหน้าสวยใจร้ายแบบนั้นฉันขอให้หล่อนรักพี่ต้าหัวปักหัวปำ และขอให้ถูกพี่ต้าฟันแล้วทิ้งในเร็ววันนี้เผื่อหล่อนจะได้รู้ซึ้งซะทีว่าผู้ชายไม่ได้โง่งี่เง่าเหมือนนายก้อนหินโสโครกนั่นทุกคน
“คุณอภินันท์อยู่ไหน”ธันย์ชนกถามพนักงานต้อนรับด้านใน เพราะตั้งใจว่าถ้าเขายังอยู่ในห้องทำงานเธอก็จะนั่งหาอะไรดื่มกินอยู่แถวนี้ไม่อยากเข้าไปพบหน้าให้ต้องต่อปากต่อคำกันอีก
“ออกไปโรงพยาบาลค่ะเห็นว่าน้องขนมเค้กโดนรถชน”
“ห๊า!โรงพยาบาลไหน”
“ไม่รู้ค่ะคุณเตยคุณอิฐรีบร้อนออกไปก็บอกไว้แค่นั้นแหละค่ะ”
ธันย์ชนกพยักหน้าหงึกๆแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอภินันท์ เดินออกห่างไปหามุมสงบรอสายอยู่พักใหญ่กว่าเขาจะกดรับสายด้วยเสียงเคร่งขรึม
“สวัสดีครับคุณธันย์ชนก”
“เอ่อ...ฉันมาที่ร้าน แล้วรู้ว่าลูกคุณถูกรถชน แกเป็อะไรมากไหมคะ”
“ผมก็รอคำตอบจากหมออยู่เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”
“โรงพยาบาลไหนคะเดี๋ยวฉันไปหา”
เสียงเงียบไปอึดใจก่อนจะเอ่ยชื่อโรงพยาบาลในเครือวราเวศซึ่งเธอเป็หนึ่งในผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลมาใช้จ่ายอย่างสบายๆโดยไม่ต้องทำงานเป็เื่เป็ราวมาจนถึงทุกวันนี้
“ค่ะทำใจดีๆ นะคะ น้องขนมเค้กต้องไม่เป็อะไร เดี๋ยวฉันไปหานะ”บอกพลางเร่งเท้ามุ่งออกไปยังรถยนต์ส่วนตัวและรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรอีกบ้างเขาเงียบไปนานจัง หรือว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณอิฐเป็อะไรหรือเปล่าคะ ทำไมเงียบไป”
“เปล่าครับนี่คุณกำลังมาใช่ไหม”
“ค่ะถึงรถแล้ว แค่นี้นะคะ ฉันขับรถก่อน”
“ผมอยู่หน้าห้องฉุกเฉินขับรถดีๆ นะครับ”
“ค่ะเดี๋ยวเจอกันค่ะ”
“ครับ”
อภินันท์รอฟังจนเสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้นจึงลดโทรศัพท์ลงเก็บใส่กระเป๋ายกมือลูบหน้าแรงๆ เพื่อให้ตัวเองเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็ความจริงอะไรทำให้ธันย์ชนกพูดดีกับเขา แสดงความห่วงใยลูกสาวของเขาทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าแถมยังบอกว่าจะมาหา
...มาหาในเวลาที่เขากำลัง้าใครสักคนใครก็ได้ที่พร้อมจะมาอยู่เคียงข้างกันในสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่ถึงสิบนาทีประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกอภินันท์รีบเข้าไปหาคุณหมอโดยไม่ได้รับรู้ถึงการมาของธันย์ชนก หญิงสาวเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่เดินหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินจะเรียกไว้ก็เกรงใจ รู้ว่าเขาต้องรีบเข้าไปดูอาการลูกจึงทำได้แค่ยืนรออยู่ด้านนอกพลางสวดภาวนาขอให้เขากลับออกมาพร้อมข่าวดี
ขอให้ลูกสาวของเขาปลอดภัยและขอให้ผู้หญิงใจร้ายที่ไม่สนใจลูกเต้าตัวเองแต่กลับไประริกระรี้กับผู้ชายอื่นจงพบแต่ความผิดหวังเสียใจไปตลอดชีวิต
สายลมเอื่อยพัดม่านบางสีขาวพลิ้วไหวอยู่รายรอบโต๊ะดินเนอร์บนหาดทรายขาวละเอียดแต่เทียนไขไฟฟ้าที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากสายลมยังคงให้แสงสว่างนำทางชายหญิงทั้งสองที่เดินจูงมือกันเข้าไปนั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกที่เสกสรรขึ้นมาในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยอำนาจเงินและคำสั่งของเ้านายใหญ่
ดินเนอร์ครั้งนี้เกิดขึ้นในสถานที่ที่อินทิราคาดไม่ถึงเพลย์บอยมืออาชีพอย่างธานินทร์ทำให้ผู้หญิงอ่อนต่อชั้นเชิงชายอย่างอินทิราหัวใจฟูฟ่องได้ง่ายๆด้วยการพาเธอมายังสถานที่แรกที่ได้พบกัน บนชายหาดแห่งนี้จุดที่เธอและเขาพบกันครั้งแรก
“เชิญครับ”เสียงนุ่มดังขึ้นขณะเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งเมื่อทุกอย่างได้ถูกเตรียมไว้อย่างพรั่งพร้อมแล้วธานินทร์ก็ไม่้าให้ใครเข้ามาเป็ส่วนเกินระหว่างเขากับอินทิราอีก
“ขอบคุณค่ะ”
บรรยากาศบนโต๊ะเริ่มต้นขึ้นด้วยสายตาหยอกเย้าของธานินทร์และรอยยิ้มแห่งความเขินอายของอินทิราทั้งสองใช้เวลาในการทานอาหาร จิบแชมเปญและพูดคุยกันเบาๆพาดพิงถึงเหตุการณ์ในอดีตเล็กน้อยที่จบลงด้วยเสียงหัวเราะเก้อๆ เมื่อธานินทร์จนมุมคำถามไล่ต้อนของอินทิราจนต้องยอมรับว่าที่เขาจู่โจมจูบเธอในครั้งนั้นก็เพราะ...
“ก็ผมอยากจูบปากคุณน่าจูบมาก”
อินทิราแสร้งส่ายหน้ากลบความกระดากอายกับคำพูดเถรตรงนั้นรู้ทั้งรู้ว่ากำลังอยู่กับผู้ชายปากหวานแต่ก็ยังอดเคลิ้มไม่ได้เสน่ห์ของผู้ชายคนนี้รุนแรงเกินกว่าผู้หญิงจะต้านทานได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมกันเป็เขาไม่มีอะไรเลยที่เธอไม่ชอบยกเว้นสิ่งที่เขาเคยพูดกรอกหูเธอไว้เื่ความเ้าชู้และไม่รักจริงและนั่นก็ทำให้เธออยากลองดูว่าจะทำให้เขากลืนน้ำลายตัวเองด้วยการหลงรักเธอได้ไหม
“ง่ายดีนะคะอยากจูบใครก็จับจูบเอาง่ายๆ”
“ผมชอบชีวิตเรียบง่ายครับ”คนลื่นไถลตอบไปอีกทางก่อนเอ่ยเปลี่ยนเื่เอาดื้อๆ “อิ่มแล้วไปเดินเล่นกันดีกว่านะครับ” ชวนแล้วก็ขยับกายลุกขึ้นไปจับพนักเก้าอี้หญิงสาวรอจนเธอก้าวออกมายืนเคียงข้างก็คว้ามือไปกุมไว้ก่อนพาก้าวเดินกินลมชมวิวไปยังทิศทางที่ห่างจากรีสอร์ตออกไปเรื่อยๆ
แสงจันทร์วันเพ็ญส่องสว่างเห็นเป็เกล็ดเงินเกล็ดทองกระทบเกลียวคลื่นที่สาดซัดฝั่งเสียงคลื่นลมเป็เพียงเสียงเดียวที่ดังอยู่รอบกายชายหญิงทั้งสองมือใหญ่จับกระชับมือบางพาเดินไปตามความยาวหน้าหาดทอดไกลสุดลูกหูลูกตาและไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดหมาย
“จะพาฉันไปไหนคะ”อินทิราอดที่จะสงสัยไม่ได้ ธานินทร์พาเธอเดินห่างจากรีสอร์ตมาไกลเกินไปแล้ว
“ไปขึ้น์ครับ”เหลียวมองแล้วให้คำตอบพร้อมรอยยิ้มที่แสนคุ้นตา
อินทิราหยุดเท้าไว้หันมองคนยกยิ้มมุมปากด้วยแววตาจับสังเกตเธอมั่นใจเต็มร้อยว่าคืนนี้ธานินทร์ต้องพาเธอขึ้นเตียงจนสำเร็จเพราะเธอก็รอคอยที่จะยินยอมแต่โดยดีขนาดโทรศัพท์กลับไปบอกมารดาแล้วว่าอาจจะไม่กลับบ้านแต่ตอนนี้ชักเริ่มสงสัยว่เขาจะถ่วงเวลากินลมชมวิวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนเธอเดินมาไกลจนเมื่อยขาไปหมดแล้ว
“มีอะไรหรือครับ”คนอารมณ์ดียิ้มถาม
“์ของคุณอยู่ตรงไหนคะต้องเดินอีกไกลไหม ฉันเมื่อยแล้ว”
เมื่อถูกตั้งคำถามด้วยเสียงเง้างอนใส่คนคิดการณ์ยาวไกลก็หัวเราะร่วนหันกายมาเผชิญหน้า สองมือหนายกขึ้นลูบไล้สองไหล่มนอย่างเอาใจ
“์ของผมก็อยู่ตรงหน้าผมนี่ไงครับส่วน์ของคุณก็ผมนี่แหละ แค่เรามีกันและกัน ทุกสถานที่ก็คือ์ของเรา”
อินทิราเกือบหลุดหัวเราะให้สำนวนพระเอกลิเกแต่แววตาแน่วแน่ของธานินทร์บอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่นหญิงสาวจึงเงยมองหน้าเขาอย่างจริงจังแล้วคลี่ยิ้ม
“ขอบคุณที่พูดให้ฉันรู้สึกดีนะคะตอนนี้ฉันกล้ายอมรับแบบไม่อายเลยว่า ฉันรักคุณ” พูดแล้วก็รู้สึกลึกซึ้งกับถ้อยคำนั้นจริงๆคิดว่าไม่พ้นเธอคงต้องหลงรักผู้ชายคนนี้ดวงตาของธานินทร์กำลังยิ้มกว้างพอใจในสิ่งที่ได้ยิน
“เป็คนรักของผมไม่มีอะไรต้องอายหลังจากนี้คุณจะเป็ผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุด เชื่อผมสิ”
“ฉันเชื่อคุณค่ะ”
ธานินทร์จรดริมฝีปากลงกลางหน้าผากเนียนก่อนค่อยและเล็บลงไปยังสันจมูกและเปลือกตาที่หลับพริ้มซุกไซ้ปลายจมูกตามไปเรื่อยจนได้สูดกลิ่นหอมรัญจวนจากนวลแก้มสาวและเพียงขยับต่อไปอีกเล็กน้อยริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็ได้ัักับความเนียนนุ่มของริมฝีปากแดงเรื่อที่เผยอเปิดทางให้อย่างรู้ใจแต่คราวนี้เขาไม่ใจร้อน ค่อยส่งปลายลิ้นออกไปเคลียไล้ริมฝีปากด้านในจนทั่วก่อนจะสอดลึกเข้าไปในโพรงปากหวานฉ่ำ
อินทิราเริ่มเรียนรู้ที่จะตวัดเรียวลิ้นตอบรับการรุกเร้าร้อนรนแม้ไม่ประสาแต่แรงปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ในกายหญิงก็ส่งผลให้ร่างกายของเธอตอบสนองความ้าของตัวเองและชายหนุ่มได้อย่างไม่เคอะเขินและนั่นก็ทำให้เพลิงปรารถนาในกายธานินทร์ลุกโชนขึ้นอีกเท่าตัวเรียวลิ้นสากตวัดรุกเร้ารุนแรงขึ้นราวจะกลืนกินกันและกันให้สิ้นซาก หากทำได้
“อิน...”เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาเมื่อต้องยอมถอดริมฝีปากจากคนที่กำลังหอบหายใจหนัก
“คุณต้า...”เสียงระโหยครางออกมา ดวงตาค่อยหรี่ปรือขึ้นทีละนิด
อ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดร่างบางไว้อย่างอ่อนโยนคลายออกเพียงครู่เพื่อจับสองแขนของหญิงสาวขึ้นมาโอบไว้รอบลำคอตนแล้วจึงรวบร่างบางเข้าแนบชิดบดเบียดแผงอกแกร่งเข้าหาความอวบอิ่มอย่างเจตนายั่วเย้าโน้มใบหน้าเข้าหาคนก้มหน้าเอียงอายเพื่อไซ้ปลายจมูกกับแก้มเนียนเบาๆให้หญิงสาวยอมเงยขึ้นมองสบดวงตาหยาดเยิ้ม
“รู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณเป็ผู้หญิงที่น่าปรารถนาแค่ไหน สวย หอม หวาน”
“ก็พอรู้ค่ะแต่ฉันอยากเป็ผู้หญิงที่น่ารักมากกว่า” ตอนนี้เธออยากได้ยินคำว่ารักจากปากธานินทร์อีกสักครั้งเพื่อความสบายใจส่วนตัวยอมรับว่ากลัวแต่ก็อยากรู้อยากลองมากกว่า
“นั่นก็ด้วยทั้งน่ารักน่าปรารถนา จนผมแทบจะอดใจไม่ไหว”
ถ้อยคำระรื่นหูนี้ได้รับการตอบกลับเป็รอยยิ้มขันปนอายคนอดใจไม่ไหวเลยโน้มลงไปบดคลึงริมฝีปากกันและกันอีกครั้งอย่างดื่มด่ำและยาวนานจนร่างกายไม่อาจต้านทานไฟปรารถนาที่โหมหนักได้อีกต่อไป
“ไปกันดีกว่านะครับยืนตากน้ำค้างนานๆ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” คนรอบจัดหว่านล้อมต้อนลูกแกะเข้าคอกมือหนากดรั้งแผ่นหลังบางและเนินสะโพกกลมมนไว้อย่างรอคอย
“ค่ะ”คำตอบรับสั้นๆ แต่แปลความหมายได้ยาวเหยียด ทั้งที่เดาไม่ได้เลยว่าเขาจะพาไปไหนต่อถ้าขืนให้เดินกลับไปทางเดิม กว่าจะถึงรีสอร์ตก็คงขาลาก
ธานินทร์คลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ปลดมือหญิงสาวออกจากลำคอแกร่งมาคล้องควงแขนพาเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าวก็หันหน้าเข้าหาทิวสนและถนนเรียบชายหาดที่มีรถตู้คันหรูของรีสอร์ตจอดรอรับอยู่อินทิราอดทึ่งกับการสร้างบรรยากาศของเขาไม่ได้ เลิกสงสัยเป็ปลิดทิ้งว่าทำไมผู้หญิงมากมายถึงหลงใหลผู้ชายคนนี้นักหนาเพราะแค่่เวลาสั้นๆ ที่ได้คบหากันเขาก็ทำให้เธอลืมตัวและลืมเจตนารมณ์ของตัวเองไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
รถตู้ใช้เวลาวิ่งอยู่บนถนนเกือบชั่วโมงโดยที่อินทิราไม่ได้สนใจมองว่าไปทางไหนเพราะมัวแต่เขินอายอยู่กับการหาเศษหาเลยของธานินทร์ เธอถูกเขาจูบแล้วจูบอีกจับแล้วจับอีกจนร่างงามเกือบจะเหลวเป็วุ้น
“พอเถอะค่ะถึงแล้ว”
เมื่อรู้สึกว่ารถชะลอความเร็วลงก็รีบประท้วงผลักแผงอกหนาออกห่างกายส่งผลให้ปลายจมูกที่ซุกอยู่ตรงซอกคอต้องขยับออกห่างพร้อมเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ
“เชิญครับไปล่อง์กัน”
ท่าเรือส่วนบุคคลเป็จุดหมายปลายทางที่มาถึงเรือยอร์ชสีขาวของ ธานินทร์ วราเวศกุล จอดเทียบอยู่เบื้องหน้าเรือลำใหญ่ขนาดห้าสิบเอ็ดฟุ๊ตแบ่งเป็สองชั้น ออกแบบตกแต่งภายในอย่างสวยหรูชั้นล่างมีห้องนอนใหญ่ ห้องดูหนัง ห้องครัว ห้องน้ำ ชั้นบนเป็ห้องนั่งเล่นห้องควบคุมเรือ ดาดฟ้า และพื้นที่ตัวยูขนาดใหญ่ไว้สำหรับทำกิจกรรมสารพัด
ธานินทร์ไม่ได้ใช้เรือลำนี้เพื่อประโยชน์อย่างว่ามานานหลายนับปีแล้วั้แ่เริ่มรับภาระงานหนัก กิจกรรมเพื่อความสำราญส่วนตัวก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยห่างไปจนเหลือไว้แค่การพักผ่อนส่วนตัวจริงๆหรือไม่ก็เพื่อปลดปล่อยความ้าตามธรรมชาติของร่างกายหนุ่มแน่นเท่านั้นอินทิราเป็ผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขานึกอยากจะล่องเรือเพื่อเสพความสุขสำราญใจชนิดที่ว่ามีเวลามากแค่ไหนก็ใช้ให้คุ้ม
“สุดสัปดาห์นี้ผมเหมานะครับ”เสียงกระซิบข้างหูดังขึ้นเมื่ออินทิราก้าวลงมายืนอยู่ข้างกายหนุ่มแสงสปอตไลท์สาดส่องไปยังเรือยอร์ชลำใหญ่สะดุดตาและนั่นก็นำมาซึ่งความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง
“ยังไงคะ”เธอยอมรับว่ากลัวแต่ตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่า
“ผมจะพาคุณกลับเข้าฝั่งเช้าวันจันทร์แต่กว่าจะกลับถึงหาดใหญ่คงเกือบเที่ยง”
“คุณต้า...”
“ถ้าอยากจะติดต่อบอกใครก็จัดการซะตอนนี้เลยนะครับหลังจากนี้ผมอยากให้เรามีแค่กันและกัน ตลอดเวลาสามวันสามคืน”
“เอ่อ...คือ”
“ห้ามปฏิเสธเป็ครั้งที่สี่ครับคุณผู้หญิงอย่าให้ผมต้องใช้ความรุนแรงกับคนที่ผมรัก”
แล้วใครจะกล้าทั้งที่ไม่ได้กลัวเลยไอ้ความรุนแรงอะไรนั่นเพราะถ้าเธอเป็ผู้หญิงที่เขารักอย่างปากว่าจริงๆ อะไรๆที่เขาคิดจะทำกับเธอมันจะรุนแรงสักแค่ไหนกันเชียวในเมื่อเธอพร้อมแล้วที่จะเป็ของเขา ทั้งกายทั้งใจ
“งั้นฉันโทรหาแม่ก่อนนะคะ”
“ตามสบายครับผมขอไปตรวจความเรียบร้อยหน่อย เดี๋ยวจะกลับมารับ”
ธานินทร์สร้างความประทับใจให้อินทิราได้ครั้งแล้วครั้งเล่านอกจากเรือหรูลำใหญ่จะชวนตื่นตาตื่นใจแล้วอินทิรายังนึกไม่ถึงว่าเพลย์บอยพันล้านอย่างเขาจะทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเองได้ตั้งหลายอย่างแถมยังเตรียมการรอบคอบทั้งของใช้ของกินสำหรับระยะเวลาที่จะอยู่ด้วยกันบนเรือแบบสองต่อสอง
“คุณว่ายน้ำเป็ไหม”เสียงถามมาอย่างหยอกเย้าหลังจากใช้เวลาไม่นานในการพาเรือออกจากท่ามุ่งหน้าสู่ที่ไหนสักแห่งกลางท้องทะเลกว้าง
“เป็ค่ะแต่ฉันไม่ได้เตรียมชุดว่ายน้ำมานะ” เสียงหวานหยอกกลับมาก่อนต่อว่ากลายๆ“คุณไม่ให้เวลาฉันเตรียมตัวเลย นึกจะมาก็มา”
“ก็ไม่ต้องใส่ผมเห็นคนเดียว ไม่ถือสาอยู่แล้ว”
“บ้า!”ไม่นึกว่าจะได้คำตอบมาแบบนี้ ธานินทร์หัวเราะชอบใจสีหน้างอง้ำของคนสวยที่มองเท่าไหร่ก็ไม่รู้เบื่อ
“รู้อะไรไหมอินผมเตรียมการเผื่อไว้สำหรับค่ำคืนนี้มานานแค่ไหนแล้วรับรองได้ว่าทุกอย่างที่ผมอยากให้คุณมีถูกเตรียมพร้อมอยู่บนเรือลำนี้เรียบร้อยแล้วครับ”
“ฉันดีใจจังที่ได้ยินแบบนี้”นั่นแสดงว่าเขาคิดถึงวันเวลาที่จะได้อยู่ร่วมกับเธอมากแค่ไหน
“ผมก็ดีใจ”ยืนยันคำพูดด้วยแววตาพราวระยับที่บอกความ รู้สึกได้มากกว่าคำพูด
ไม่กี่นาทีต่อมาเรือยอร์ชลำสวยก็จอดทอดสมอใกล้เกาะเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งธานินทร์คุ้นเคยดี เวลาว่างๆหรืออยากปลีกวิเวกเขาจะแล่นเรือมาหาโลกส่วนตัวบริเวณนี้หลังเครื่องยนต์ดับสนิททุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบแววตาของคนที่กำลังเดินเข้ามาหาคนนั่งเอียงอายอยู่บนโซฟารูปตัวยูฉายแววปรารถนาแบบไม่คิดปิดบังร่างใหญ่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าก่อนยื่นมือไปหา
“เชิญครับ”
จะปฏิเสธหรือเล่นตัวไปก็ใช่ที่เธอมาไกลเกินจะถอยหลังกลับแล้วก็ควรจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามที่ควรเป็เก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ นับั้แ่นี้ไว้และหวังว่าทุกย่างก้าวนับต่อจากนี้จะราบรื่นและสวยงามอย่างที่วาดหวัง
“ค่ะ”
มือบางวางลงในอุ้งมือใหญ่ก่อนถูกรวบรัดแล้วฉุดรั้งให้ร่างบางลุกขึ้นยืนต่อหน้ามองสบตาสื่อความหมายลึกล้ำ ส่งรอยยิ้มบางๆให้อย่างนึกเอ็นดูก่อนโอบไหล่พาเดินลงไปยังชั้นล่างมุ่งสู่ห้องนอนที่มีเตียงทรงรีขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องในตำแหน่งหัวเรือ
“ตามสบายนะครับมีเสื้อผ้าของใช้หลายอย่างอยู่ในตู้ จะล้างหน้าล้างตาก่อนก็ได้”
“เอ่อ...ค่ะ” ทุกอย่างดูจะเป็เื่เป็ราวเสียจนคนไม่เคยประหม่าแล้วประหม่าอีก
“เดี๋ยวผมมา”บอกแล้วตบท้ายด้วยการขยิบตาให้ก่อนถอยหลังออกไปจากห้อง ปิดประตูให้เบาๆ
อินทิรายืนใจสั่นหวิวไหวอยู่คนเดียวเป็ครู่ก่อนจะเริ่มสำรวจข้าวของสารพัดอย่างที่ถูกตระเตรียมไว้สำหรับการล่องเรือรักเรือสวาทและบางสิ่งบางอย่างที่เห็นว่าเขาตระเตรียมไว้อย่างมากมายก็ทำให้เธอคิดอะไรขึ้นมาได้
อินทิราใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานก็ก้าวออกมายืนอมยิ้มแก้มแดงอยู่ตรงหน้าคนนั่งไขว่ห้างจิบไวน์อยู่บนโซฟาตัวเล็กหน้าห้องน้ำ
“ขอโทษเื่ชั้นในนะครับผมยังไม่รู้ไซส์เลยไม่ได้สั่งเผื่อมา” น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แววตาหาได้สำนึกผิดสักนิดก็เขาเจตนาจะไม่ให้เธอใส่ของพวกนั้นจะซื้อหามาทำไม
คนอยู่ในชุดนอนแบบเชิ้ตยาวสีขาวกระดุมหน้าได้แต่ส่ายหน้าให้เหตุผลน่าหมั่นไส้เธอต้องโนบราและใส่กางเกงขาสั้นแทนกางเกงชั้นในเพราะธานินทร์ไม่ได้สำรองพวกมันไว้ให้เลยสักชุดมีแต่บิกินี่สารพัดแบบที่พอจะใส่แก้ขัดได้อยู่หรอกถ้าไม่ใช่เวลานี้
“แล้วบิกินี่ล่ะคะมีประจำเรืออยู่ก่อนแล้วหรือไง ทำไมถึงเยอะนัก”
“ทุกอย่างใหม่เอี่ยมครับเตรียมไว้สำหรับคุณเท่านั้น ผมลองสั่งมาหลายแบบคิดว่าถ้าใส่ไม่ได้หรือไม่ชอบก็ไม่เป็ไรเพราะผมยินดีที่จะเห็นคุณเปลือยเปล่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน” ร่างสูงขยับกายลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าหาประกอบถ้อยคำชวนสยิว
อินทิราควรโมโหที่เขาพูดเล่นเลยเถิดขนาดนี้แต่สิ่งที่รู้สึกกลับเป็ความร้อนผ่าว ซาบซ่าน วูบไหวอยู่ภายใน่ท้องแค่คิดวาดภาพตามคำเขาว่า จนเมื่อเขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็ยังทำอะไรไม่ถูกได้แต่เงยมองรอยยิ้มและดวงตาของเขาราวต้องมนต์สะกด
วินาทีต่อมากายสาวก็เริ่มเบาหวิวเมื่อมือหนาร้อนรุ่มยื่นมาโอบประคองบั้นเอวคอดนำพาความอุ่นซ่านแผ่ผ่านทั่วร่างอีกมือของธานินทร์โอบประคองวงหน้าหญิงสาวให้แหงนขึ้นรอรับริมฝีปากที่ประทับลงมาอย่างใจเย็นจุมพิตอ่อนหวานที่ต่างคนต่างแลกเปลี่ยนละเลียดความฉ่ำล้ำลึกของกันและกันอย่างเต็มใจไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังอำพรางกันอีกแล้ว
รักปรารถนา อารมณ์ใคร่ หรืออะไรก็ช่าง ขอเพียงให้เวลานี้มีแค่กันและกันก็พอ…
มือใหญ่กดรั้งแผ่นหลังบางให้แผงอกแข็งแกร่งได้แนบสนิทกับก้อนเนื้ออวบอิ่มอินทิราก็เต็มใจส่ายร่างเข้าหา ยั่วยุปลุกเร้าเสียจนธานินทร์อดใจไม่ไหวผละมือจากใบหน้าหวานมากอบกุมความอวบอิ่มแล้วบีบเคล้นเต็มแรง แต่เมื่ออินทิราผวาเผลอเปล่งเสียงร้องราวเ็ปก็รีบชะงักมือไว้
“เจ็บหรือครับ”เอ่ยถามอย่างกังวล
“นิดหน่อยค่ะแต่ใ”
“ผมขอโทษ”ธานินทร์เป่าปากฟู่ ต้องยอมรับว่าอารมณ์เขาพุ่งเร็วและแรงเสียจนเกินต้านทานกลิ่นกายหอมกรุ่นของอินทิรากระตุ้นความกระหายใคร่อยากของผู้ชายได้ชะงัดไหนจะผิวเนื้อเนียนนุ่มกับทรวดทรงองค์เอวที่สวยงามสมบูรณ์แบบจนหาที่ติไม่เจอ
คำขอโทษเสียงระโหยของธานินทร์ทำให้อินทิรานึกอยากแก้ตัวใหม่เธอก็ใช่จะเจ็บมากแต่เพราะความไม่เคยทำให้ตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าควรทำหรือไม่ทำอะไรหญิงสาวแก้ตัวด้วยการแอ่นหน้าอกขึ้นสู้มือหนาที่ยังลูบวนอยู่ไม่ห่างแต่ไม่กล้าลงน้ำหนักมือมากเหมือนเมื่อครู่กิริยาเช่นนั้นทำให้ธานินทร์ลอบสูดหายใจเข้าปอดแล้วฉกริมฝีปากลงดูดเรียวปากเนียนนุ่มอีกครั้งอย่างอดใจไม่ไหว
มือใหญ่ที่กอบกุมก้อนเนื้อนุ่มเริ่มขยับและเพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆคลึงเคล้าบีบเคล้นอย่างค่อยเป็ค่อยไปพลางลักลอบปลดกระดุมเสื้อเม็ดแล้วเม็ดเล่าจนอุ้งมือใหญ่ได้กอบรวบเนื้อแท้ที่เนียนละเอียดลื่นมือชวนััไม่รู้เบื่ออีกมือที่โอบประคองแผ่นหลังก็เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้ััรสชาติเดียวกันจากก้อนเนื้อบั้นท้ายกลมแน่น
“คุณต้า...”
อินทิราครางแ่เมื่อกางเกงขาสั้นตัวหลวมถูกปลดเปลื้องจนร่วงหล่นไปกองแทบปลายเท้าอึดใจต่อมาร่างทั้งร่างก็ลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดายเมื่อคนตัวใหญ่โอบอุ้มขึ้นแนบลำตัวพาก้าวไปไม่กี่ก้าวหญิงสาวก็ได้นั่งลงตรงปลายเตียง
คนเริ่มใจร้อนจู่โจมต่ออย่างทันท่วงทีด้วยการนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าแล้วแกวกสาบเสื้อทั้งสองออกจากกันเปิดเปลือยร่างสาวแก่สายตาชายแบบหมดเปลือกการกระทำนั้นส่งผลให้อินทิรารีบหนีบเรียวขาทั้งสองเข้าหากันวางสองมือประกบลงปิดส่วนสงวนทันทีกิริยาตื่นตระหนกนั้นเรียกรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจากคนเฝ้ามอง
“ไม่ต้องอายครับคุณสวย... สวยมาก”
เสียงพร่าชมมาอย่างเอาใจก่อนค่อยจับสองมือของหญิงสาวขึ้นมาโอบไว้รอบลำคอตนจับตามองใบหน้าแดงซ่านแล้วส่งยิ้มให้ด้วยนึกเอ็นดูคนประสบการณ์สูงอย่างธานินทร์พอจะเข้าอารมณ์เขินอายของผู้หญิงเป็ไปได้ว่าอินทิราอาจจะห่างร้างเื่ทำนองนี้มานานพอสมควรแล้ว ถ้าเช่นนั้นเขาคงต้องใจเย็นสักหน่อยคิดซะว่ากำลังจะได้เปิดบริสุทธิ์สาวน้อยวัยละอ่อนอีกสักคนก็ตื่นเต้นเร้าใจดี
“ผิวคุณสวยจังเลยอิน”
อดหลุดปากชมตามความรู้สึกไม่ได้แม้จะตั้งใจทำเพื่อให้หญิงสาวคลายกังวลแต่มันก็เป็ความจริงทุกคำมือใหญ่ทั้งสองช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อเชิ้ตเนื้อบางออกพ้นกายเพื่อที่เขาจะได้ชื่นชมความสวยสดงดงามของนางฟ้าตรงหน้าได้อย่างที่เฝ้าฝันมาหลายวันเสียที
“ตรงนี้ก็สวย”
สองมือหนาวาดเรื่อยจากหัวไหล่มนลงมาโอบอุ้มทรวงอิ่มวนเวียนบีบคลึงให้กายสาวสะเทิ้นสะท้านจนหลุดเสียงครางออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายนิ้วร้ายลูบวนหยอกเย้าบีบคลึงปุ่มเนื้อสีหวานจนหดเกร็ง
“นี่ยิ่งสวย”
วาดมือหนึ่งลงไปถึงโคนขาอ่อนค่อยๆ แยกสองเรียวขาออกจากกันอย่างใจเย็น ค่อยเป็ค่อยไปลูบไล้เวียนวนจนกายสาวอ่อนยวบ ยอมแยกขาเปิดกายให้คนเฝ้ารอได้ชื่นชมความงามสมใจอยาก
“คุณเพอร์เฟคที่สุดเลยที่รักสวยจนผมหมดคำชมแล้ว”
อินทิราจำต้องอ่อนให้ชั้นเชิงของคนเจนจัดทั้งรสััและถ้อยคำรักหวานหูร่วมมือกันผลักไสกิริยาต่อต้านทั้งหลายทั้งปวงแม้แต่ความเขินอายก็แทบไม่เหลือเพราะมันเริ่มถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาล้ำลึกที่ฝังอยู่ก้นบึ้งจิตใจของมนุษย์ปุถุชน
ไม่กลัวไม่อาย ไม่รู้สึกอื่นใดมากไปกว่าแรงปรารถนาที่จะร่วมรักกับคนที่รักอีกแล้ว...
...........
**โหลดอีบุ๊คได้ที่ meb นะคะ