จู่ๆเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระหว่างประมวลผลข้อมูลอย่างต่อเนื่องมาหลายชั่วโมงก็มีหน้าจอเล็กๆเปิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ก่อนจะกระพริบเตือนพร้อมกับส่งสัญญาณอะไรเบาๆติดต่อกันหลายครั้ง
เ้าหน้าที่ห้องแล็บที่กำลังถือถาดบรรจุหลอดใส่สารเคมีหันไปทางต้นเสียงแล้วรีบนำถาดในมือใส่ตู้เก็บอุปกรณ์ทดลองอย่างรวดเร็วและก้าวตรงมาอ่านข้อความบนหน้าจอ เขาถอนหายใจก่อนจะหันมาขอความคิดเห็นจากเ้าหน้าที่อีกคนที่กำลังบันทึกรายการต่างๆลงในสมุดบันทึกประจำวันซึ่งอยู่อีกด้านของมุมห้อง
"เครื่องเป็อะไร"
"ไม่รู้สิแบบนี้ไม่เคยเจอ เมื่อสิบนาทีที่แล้วผมมาดูผลไปครั้งหนึ่งแต่มันก็ปกติดีนะ เกือบเสร็จแล้วด้วย ด็อกเตอร์กวินกำลังรอผลการทดสอบอันนี้ด้วยสิ บอกว่าประมวลผลเสร็จให้เรียกไม่ว่าแกจะทำอะไรอยู่"
"ถ้าอย่างนั้นเรียกด็อกเตอร์กวินดีไหม หากมีอะไรร้ายแรงจะได้แก้ไขทัน"
"ด็อกเตอร์กำลังสอนอยู่นะ"
"ถ้าผลการทดลองมีปัญหาเราอาจโดนหนักกว่าโดนว่าเื่ไปขัดจังหวะการสอนของด็อกเตอร์นะ"
"ด็อกเตอร์เจย์ก็ไม่อยู่เสียด้วย"
คนพูดหมายถึงผู้ดูแลโครงการอีกคนซึ่งเป็ที่ปรึกษาด้านระบบซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล
"นั่นสิ ไปเรียกด็อกเตอร์กวินเถอะ เร็วๆนะ"
สองสามนาทีต่อมา ชายหนุ่มร่างสูง ผิวเข้ม ใส่เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดรีดเรียบ เนียบั้แ่หัวจรดเท้าซึ่งเป็ลักษณะการแต่งตัวที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยแห่งนี้เห็น เขาเปิดประตูเข้ามาแล้วตรงไปที่หน้าคอมพิวเตอร์ทันที
"เป็ไง" คนพูดไล่สายตาอ่านข้อมูลบนหน้าจอก่อนจะคลิกเมาส์ "ไม่ได้มีข้อผิดพลาดนี่นา"
"ครับ ไม่ได้มีข้อผิดพลาด แต่ไม่แน่ใจว่าต้องทำยังไงต่อดีครับด็อกเตอร์ พวกผมไม่เคยเจอผลแบบนี้มาก่อน"
"ดีแล้วที่ให้คนไปตามผม"
ชายหนุ่มร่างสูงคลิกเมาส์ไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ป้อนคำสั่งลงไปอย่างรวดเร็ว เขาเปิดหน้าจอเล็กๆอีกอันก่อนจะรั่วนิ้วพิมพ์ค่าตัวแปรที่ได้มาล่าสุดลงไปความเร็วของนิ้วที่เคาะแป้นพิมพ์ทำให้ผู้ร่วมงานที่ยืนอยู่อึ้งไป ข้อมูลเ่าั้ล้วนเป็ตัวเลขที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเลยแต่ดร.กวินก็พิมพ์เหมือนกับสมองของเขาได้จดจำพวกนั้นไว้แล้วเพียงการมองผ่านๆในเสี้ยววินาที
"คุณใส่ค่าตัวแปลผิด แต่ไม่มีปัญหาแล้ว" เขาบอกเ้าหน้าที่ไปสั้นๆเมื่อผ่านไปราวห้านาที น้ำเสียงผ่อนคลายลงนิดไม่เครียดเหมือนตอนเข้ามาในห้อง นั่นทำให้ทุกคนต่างถอนหายใจโล่งอกไปพร้อมๆกัน เพราะมันหมายถึงอาชีพการทำงานของตนเองน่าจะยังมั่นคงต่อไป
ดร.กวินเป็ผู้บริหารสถาบันวิจัยที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาสามปีกว่าแล้ว ภายในเวลาดังกล่าวที่นี่สามารถผลิตผลงานวิจัยและต้นแบบออกมาอย่างต่อเนื่องใช้งบไปประมาณร้อยล้านบาท ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากภายนอกทั้งในและต่างประเทศงานวิจัยแต่ละชิ้นของที่นี่มีมูลค่ามหาศาลนั่นทำให้ทุกคนไม่อยากจะทำพลาด "แสดงว่าเรากำลังจะทำสำเร็จใช่ไหมครับด็อกเตอร์"
กวินไม่ยิ้มเพียงสายตาที่ตวัดผ่านคนพูดก็ทำให้เขารีบปิดปาก
"คุณจะต้องทำการทดลองซ้ำใหม่ั้แ่ต้นอีกรอบ"
เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
แววตาหลังกรอบแว่นบางสีเข้มไม่บอกว่าเ้าตัวรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่มันทำให้ผู้ฟังถึงกับหน้าเสีย ใครก็รู้กิตติศัพท์ของความเอาจริงของผู้บริหารที่นี่การทดลองใหม่หมายความว่าสิ่งที่ทำไปก่อนหน้า...ล้มเหลว
"ถ้าประมวลผลสำเร็จพิมพ์ผลการทดลองที่เกี่ยวกับการอ่านค่าการทนความร้อนของวัสดุชิ้นนี้ แล้วเขียนรายงานด้วยว่ามันต่างจากคราวก่อนยังไงบ้างเอาทั้งส่วนที่ดีกว่าและแย่กว่านะ ผมจะเอามาวิเคราะห์รวมกับผลทางเคมี"
"ครับ"
กิตรับปากเสียงเบาไหล่ตก เขาทำผิดพลาดอีกแล้ว
จังหวะที่เ้าตัวกำลังจะถอนหายใจนั้นเองฝ่ามือของกวินก็ตบเบาๆที่ไหล่ของกิต
"พยายามอีกนิดผมรู้ว่าคุณทำได้"
"ผม..."
"เริ่มใหม่ไม่ได้แปลว่าที่ทำมาครั้งก่อนผิด"
คนพูดเหมือนจะอ่านใจอีกฝ่ายได้
"มันแปลว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น" เขาพูดต่อ "ผมจะกลับไปสอน่บ่ายๆเจอกัน สรุปผลของครั้งนี้กับครั้งก่อนให้ละเอียดนะ อย่าให้พลาดอีก"
ประตูห้องแล็บเปิดออก พนักงานอีกคนของแล็บซึ่งถูกใช้ให้ไปเอาเอกสารที่ห้องของกวินเปิดประตูเข้ามา เธอทำหน้าตื่นก่อนจะตรงเข้าไปหาเ้าของแล็บ ยื่นเอกสารให้
"ด็อกเตอร์คะ เอ่อ มีแขกมารอพบอยู่นะคะ"
"ใคร ผมไม่ได้นัดใครไว้ ให้ไปพบคุณแป้งก่อนก็ได้"
คนพูดหยิบชาร์ตบันทึกข้อมูลออกมาเปิดเร็วๆอย่างไม่ได้ใส่ใจ แต่ทุกคนในแล็บรู้ดีว่าข้อมูลทุกอย่างถูกบันทึกลงในหน่วยความจำอันมีจุมมหาศาลในหัวของเขาเรียบร้อยแล้ว
"เอ่อ''
"เป็อะไรทำไมทำท่าทางลำบากใจขนาดนั้น"
ขนาดยังไม่ได้หันไปชายหนุ่มยังจับอารมณ์คนพูดได้
"ค..คือว่า เธอบอกว่าเป็ภรรยาของคุณค่ะ"
คำว่า'ภรรยา'ทำให้นิ้วที่กำลังพลิกเอกสารอยู่ชะงักดวงตาหลังกรอบแว่นบางสีเข้มสบตากับคนพูดชั่วแวบก่อนเ้าตัวจะขยับแว่นวางชาร์ต
"ตอนนี้เธออยู่ไหน"
"เอ่อ..."
"ฉันอยู่นี่"
เสียงเบาๆแทรกขึ้นมาหลังประตูที่เปิดแง้มไว้ก่อนที่คนพูดจะเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน
น้ำเสียงใสเบาที่มีลักษณะพิเศษนั้นเป็เสียงที่กวินได้ยินไม่กี่ครั้งก็จำได้ขึ้นใจ ชายหนุ่มกลั้นใจนิดหน่อยเมื่อร่างเล็กๆของเ้าของเสียงเดินเข้ามาในห้องอย่างสง่าผ่าเผยบอกความเป็คนมั่นใจในตัวเอง
ห้องแล็บวิจัยที่เต็มไปด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ราวหลุดออกมาจากภาพยนตร์ ที่แห่งนี้ดูสว่างไสวขึ้นในพริบตาเพราะผู้มาใหม่ที่เดินช้าๆมาพร้อมรอยยิ้มทั้งปากและตาเธอมองตรงไปที่ใบหน้าของคนที่เ้าตัวแจ้งกับเ้าหน้าที่ว่า้าพบ ทำราวกับว่าคนในห้องไม่มีคนอื่นอยู่เมื่อยืนอยู่ห่างกับเขาเพียงสามก้าวคลียิ้มอีกครั้งราวกลับรู้จักกันมาเป็หลายปี
เธอดูน่ารักและแพงไปทั้งตัวเหมือนเดิม ผู้ชายที่เติบโตท่ามกลางความหรูหราร่ำรวยไม่เคยใช้ของโนเนมราคาถูก
เขาลอบถอนใจไม่ยิ้มตอบแต่ไม่ได้เมินสายตาหลบสายตาของคนพูด รู้สึกได้แล้วว่าทุกคนในห้องนอกจากเขาและเธออยู่ในการแปลกใจแบบปิดไม่มิด
ก็เป็ธรรมดาอยู่เองที่ทุกคนจะรู้สึกแบบนี้เพราะเขาไม่เคยแสดงอะไรสักอย่างที่บอกได้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ไม่เคยเอ่ยถึงชื่อผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนในเวลาทำงาน แถมทำงานหนักกลับบ้านดึกราวกับว่ายังโสดสนิทไม่มีพันธะใดๆ
ไม่เคยว่อกแว่กต่อให้กับนักศึกษาสาวๆกับอาจารย์สาวรุ่นต่างคณะจะคอยส่งสายตาหวานๆให้ตามโอกาสที่มี
"ผมไม่ได้นัดคุณไว้"
เอ่ยขณะเบี่ยงตัวหลบปลายนิ้วเรียวที่ทำท่าเหมือนจะแตะที่ปลายแขนของเขา ดวงตาหลังกรอบแว่นมีแววเบื่อหน่ายนิดๆพยายามรักษาน้ำเสียงให้นิ่งเรียบไร้อารมณ์เหมือนเดิม
"กิตผมไปสอนก่อนนะอย่าลืมไปรายงานผลทันทีที่เครื่องรันโปรแกรมเสร็จเรียบร้อย ไม่ว่าผมจะทำอะไรอยู่"
ชายหนุ่มเดินหลีกร่างบางออกจากห้องหน้าตาเฉยทำให้ผู้มาใหม่ทำหน้าตาเหลอหลา
"คุณพัทธ์"เรย์หุบยิ้มก่อนจะมองไปรอบๆห้องเ้าหน้าที่ทุกคนต่างมองเธอด้วยแววตาแปลกๆ ชายหนุ่มสะบัดหน้าก่อนจะรีบเดินตามเขาออกไป
"นายจะทำให้ฉันเสียหน้าแล้วเดินจากไปแบบนี้ไม่ได้"
ชายหนุ่มก้าวเร็วจนแทบจะกลายเป็วิ่งเพื่อจะให้ทันร่างใส่ชุดเสื้อเชิ้ตขาวรีดเรียบกับกางเกงสุดเนี๊ยบนั่น แต่รองเท้าที่เธอสวมอยู่นั้นทำให้ไม่สามารถก้าวเร็วได้อย่างที่ใจคิด
"หยุดก่อนสิ มาคุยกันก่อน ฉันมีเื่จะคุยกับคุณนะคะ"
เรย์ลองเรียกใส่คนไหล่กว้างที่เอาแต่เดินกับเดินไม่มีแววจะหยุดหรือหันมาสักนิด
"คุณไม่ควรเดินหันหลังให้ฉันแบบนี้นะ ฉันจะฟ้องคุณปู่"
เด็กหนุ่มพูดปนหอบในขณะที่คนที่เดินอยู่ด้านหน้าสองสาวก้าวยังทำเฉยราวกลับไม่ได้ยิน
''คอยดูนะ...อุ๊บ"
ร่างบางชนเข้ากับร่างสูงที่จู่ๆก็หยุดกะทันหัน ปลายนิ้วปอนคีบเหล็กรวบต้นแขนของเด็กหนุ่มพยุงร่างบางไว้เพียงครู่เดียวเมื่อรู้ตัวว่าเ้าตัวจะทรงตัวได้ก็รีบปล่อย
"ที่นี่สถาบันการศึกษาอย่ามาทำอะไรรุ่มร่าม" เขากระซิบ "ถ้าคุณไม่รู้สึกอะไรกับการกระทำของคุณก็ให้นึกถึงชื่อเสียงของคุณปู่คุณด้วย"
"แต่ฉันมีเื่จะคุยนะคะ"
ปลายเสียงพยายามใช้น้ำเสียงอ้อนแบบที่เ้าตัวไม่เคยใส่น้ำเสียงแบบนี้กับใครยกเว้นตอนที่ขอเงินจากคุณปูเท่านั้น
มุมปากของดร.หนุ่มยิ้มนิดๆ
"ผมมีสอน ถ้ามีอะไรจะคุยช่วยไปนัดกับคุณแป้งเลขาของผม ตรงไปขวามือมีป้ายบอกที่หน้าห้องหวังว่าคุณจะยังจำชื่อสามีของตัวเองและนามสกุลของเขาได้"
พูดจบเขาก็ก้าวเร็วๆจากไปโดยไม่สนใจแม้แต่จะเหลือบสายตาหันมามองคนร่างเล็กพี่ยืนกำหมัดแน่นเม้มปาก บอกตัวเองว่าอยากถอดรองเท้าปาใส่ศีรษะของคนมาดนิ่งปากร้ายนั้นสักที
'ถ้าฉันไม่คิดจะขอให้นายช่วยอะไรแล้วก็ จะไม่มายืนตากหน้าให้เสียเวลาหรอก ไม่คิดว่าไม่ได้เจอกันปีกว่านายจะเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ สงสัยจะยังโกรธอยู่' หญิงสาวคิดอยากหงุดหงิด'ก็ไม่เปิดโอกาสให้อธิบายอะไรเลยนี่น่า ตั้งใจจะมาง้อแล้วนะคนอย่างฉันไม่เคยจะง้อใครง่ายๆด้วย'
เด็กหนุ่มรวบรวมสติบอกตัวเองว่าจะมามั่วใส่ใจท่าทางห่างเหินเ็าของเขาไม่ได้มีเื่ที่ใหญ่กว่านั้นรออยู่ คิดได้ดังนั้นจึงตรงไปยังห้องที่อีกฝ่ายบอก
แล้วก็ต้องแปลกใจที่ตำแหน่งที่เขียนไว้หน้าห้องนั้นคือ 'ผู้อำนวยการสถาบัน' เธอไม่เคยรู้เลยว่าเขามีตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้ ไม่น่าหล่ะทุกคนที่นี่ถึงแสดงท่าทางสนใจเธอทันทีเมื่อบอกว่าเป็อะไรกับเขา
ผลักประตูเข้าไปด้านในเป็ห้องโถงที่จัดไว้สำหรับแขก มีโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่มุมในสุดหน้าห้องที่น่าจะเป็ห้องของผู้อำนวยการสถาบัน