เทียนคงยิ้มบางแล้วตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า“ท่านเป็นถึงองค์หญิง คงจะหาทางกลับบ้านเองได้ ใช่เหรือไม่”
“นี่เจ้ากล้าคิดจะทิ้งข้าเหรอ.......... เชอะ ข้านำทางให้ก็ได้ จะไปไหนก่อนล่ะ ตลาดกลาง หรือว่าตลาดมืด”ซินเหยียนขู่ทันควัน แต่พอเห็นสีหน้านิ่งเฉยและรอยยิ้มเล็ก ๆนั่นของเทียนคงแล้วก็รู้สึกได้ว่า เขาทิ้งจริงแน่ หากยังฝืนดึงดันต่อคงได้เดินทางกลับเมืองหลวงเองแน่นอน
คุณหนูโจวจ้องมองซินเหยียนตาไม่กระพริบนี่ใช่องค์หญิงที่นางรู้จักจริง ๆหรือ และพลันคิดในใจว่า “ข้ารู้จักเจ้ามา 20 ปี นี่คือครั้งแรกเลยที่เห็นเจ้าทำตัวแบบนี้กับผู้อื่น.... เจ้าคงจะชอบเทียนคงเอามาก ๆเลยสินะ ....” และพอคิดได้แบบนี้ คุณหนูโจวก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางที่ตอนนี้กลับรู้สึกแปลก ๆพิกล มันอึดอัดอย่างไรไม่รู้บอกไม่ถูก
“ไปตลาดกลางกันก่อนเถอะ”เทียนคงยิ้มรับพร้อม ๆกับพยักหน้าทีหนึ่ง และเมื่อรู้ว่าจะไปที่ไหนแล้วซินเหยียนก็ขยับตัวไปด้านหน้าแล้วเกาะไหล่ขวาเทียนคงจากนั้นจึงชี้ไม้ชี้มือคอยนำทางและบอกรายละเอียดของสิ่งปลูกสร้างระหว่างทางที่ผ่าน
ทิ้งคุณหนูโจวให้นั่งอยู่เบาะหลังคนเดียวแต่ไหนเลยนางจะยอมถูกทิ้งให้กลายเป็นส่วนเกิน และไม่รู้ว่าเพราะอะไรจิตใต้สำนึกนางกำลังสั่งว่าไหล่ซ้ายของเทียนคงยังว่างอยู่ และจงเข้าไปเกาะมันสะเดี๋ยวนี้
“ว้ายยยย.... นังบ้า ทำอะไรของเจ้าน่ะ ออกไปเลยนะ ใครให้เจ้ามาเกาะแกะเขากัน”ซินเหยียนขู่ฟอดทันทีที่คุณหนูโจวกระเด้งตัวมาเกาะไหล่ซ้ายเทียนคง
“ข้าแค่ทำให้ยานพาหนะนี้มันสมดุลก็เท่านั้นองค์หญิงของข้า ท่านอย่าคิดมากน่า แม้ตอนนี้ข้าจะเริ่มรู้สึกชอบหมอนี่ขึ้นมานิดหน่อยแล้วก็ตามอย่าคิดมาก ๆ”
คุณหนูโจวไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังสับสนวุ่นวายอยู่ในใจนั้นคืออะไรแต่สิ่งที่บอกได้แน่ ๆคือ นางเริ่มรู้สึกชอบเทียนคงขึ้นมาแล้วจริง ๆ และก็บอกได้อย่างเต็มปาก(ในตอนนี้) ว่ามันไม่ได้ชอบแบบหนุ่มสาว นางแค่รู้สึกว่าการได้อยู่กับเทียนคงและซินเหยียนแบบนี้มันก็สนุกไม่เลว
“ห๊ะ... เจ้าว่าอะไรนะ นี่เจ้า ........ ก็ได้ยังไงเจ้าทึ่มนี่มันก็ไม่รู้หรอกว่าเราทั้งคู่กำลังคุยกันเรื่องอะไรและรู้สึกอย่างไรกับมัน บ้าบอสิ้นดีเลย เจ้าว่าจริงไหม”
“ฮ่าๆๆๆ จริงของท่าน ... ท่านแสดงออกขนาดนี้ เขายังไม่รู้ตัวเลยสักนิด”
“เจ้าว่าไงนะ... มานี่เลย”
สอบสตรีคุยกันข้ามหัวเทียนคงโดยที่ไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิดไม่พอยังใช้มือข้างที่เหลือยื้อแย่งต่อสู้กันผ่านหลังเทียนคงอีก
“.....นี่พวกท่านนั่งดี ๆกันไม่ได้หรือ บอกทางข้าจากด้านหลังก็ได้แล้ว เกาะกันแบบนี้ระวังจะตกนะ”และเจ้าทึ่มคนนี้ก็ไม่รู้เรื่องอะไรบ้างเลยจริง ๆนั่นแหละแม้พวกนางจะพูดข้ามหัวเขาเรื่องที่พวกนางชอบเขา เขาก็คิดไปแค่ว่าชอบแบบที่เขาชอบคือ ชอบลักษณะนิสัย และชอบที่จะอยู่ด้วย เพียงเท่านั้นไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านี้เลย ซึ่งที่เทียนคงเป็นแบบนี้ ก็ใช่ว่าจะอธิบายไม่ได้สิ่งที่คนอื่นเห็นเทียนคงตอนนี้ ก็คือชายหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาอายุราว 18-19 ปี มากความสามารถและมีความลับน่าค้นหา
และคงมีคนเดียวที่รู้ว่าแท้จริงแล้ว เทียนคงนั้นเป็นดั่งเด็กทารก ที่อยู่ในร่างของชายหนุ่มอายุ19 ปี ดังนั้นแล้ว เขายังถือว่าเป็นเด็กน้อยที่ไม่ประสีประสาเรื่องรัก ๆใคร่ๆของหนุ่มสาว และสิ่งที่เขาคิดก็มีเพียงแค่ว่าใครมีลักษณะนิสัยที่ดี เขาก็จะชอบคนๆนั้น เท่านั้นเอง และเขาก็คิดว่าคนอื่น ๆเวลาบอกว่าชอบใคร ก็คือการชอบแบบนี้
เพราะคลังความรู้และทักษะของเขา แม้จะมากมายมหาศาล แต่มันไม่มีเรื่องของความคิดและความรู้สึก ดังนั้นเรื่องความรู้สึกรักใคร่ และความรู้สึกอื่น ๆ เทียนคงต้องเรียนรู้ใหม่ด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น
ไม่นานหลังจากนั้นหนึ่งบุรุษสองสตรีก็มาถึงใจกลางเมืองอัญมณีสามสี ที่มีจุดศูนย์กลางของเมือง คือสถานที่ทำการค้าอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดแห่งดาววิหคคราม และมันถูกเรียกว่า ตำหนักชิราอิชิ
ตำหนักชิราอิชิแห่งเมืองอัญมนีสามสีนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากหินขาวทั้งหมด แยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกมีทั้งหมด9 ชั้น แต่ละชั้นมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 20,000 ตารางเมตร ซึ่งแม้จะเป็นตลาดกลางในการซื้อขายอัญมณีแต่ก็ไม่ได้มีแค่อัญมณีที่ทำการต้าขายที่นี่ แต่มันมีแทบทุกอย่างเพียงแต่การค้าขายอัญมณีคืออันดับหนึ่งของดาววิหคคราม อัญมณีที่ดีที่สุดของดาว จะถูกซื้อขายกันที่นี่เท่านั้น
ชั้น1 จะเป็นพื้นที่ของร้านค้าทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารเพื่อต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนในระดับทั่วไป
ชั้น2 และ 3 ร้านค้าจะเป็นเช่นเดียวกับชั้น 1แต่ทั้งคุณภาพและราคาจะแพงขึ้นตามระดับชั้น
ชั้นที่4 และ 5 จะเป็นส่วนที่เริ่มมีอัญมณีและร้านค้าอาวุธและชุดเกราะ แน่นอนว่าคุณภาพและราคาของชั้นที่5 จะสูงกว่ามาก แต่อย่างไรทั้งชั้นที่ 4 และ 5 นี้ อาวุธจะถูกทำขึ้นด้วยโลหะและชิ้นส่วนอสูรระดับ 4 เท่านั้น
ชั้นที่6 จะเป็นพื้นที่ของค้าขายของอาวุธและชุดเกราะที่มีระดับ 5 ขึ้นไป รวมถึงอาวุธที่มีขั้นสูงสุดด้วยและแน่นอน รวมอาวุธที่ถูกตีอัญมณีเข้าไปด้วย
ชั้นที่7 และ 8 ถึงจะเป็นพื้นที่ของการขายอัญมณีที่สูงกว่าระดับ 5 ระดับความหายากขึ้นอยู่กับชั้นเช่นกัน
และสุดท้ายชั้นที่9 บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะเป็นส่วนที่ใช้ในการประมูลสินค้าที่ไม่สามารถตั้งราคาขายได้ โดยจะจัดขึ้นเมื่อมีผู้ถือครองของบางอย่างในระดับที่กล่าวถึงแล้วต้องการขาย โดยมูลค่ารวมของสินค้าที่จะขายต้องไม่ต่ำกว่า 50 ล้านเหรียนญเงินจากการประเมินของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตำหนักชิราอิชิ
ส่วนที่2 จะเป็นที่พักอาศัยหรือโรงแรม ที่เอาไว้รองรับแขกผู้มาเยือน มีทั้งหมด 150 ชั้นสูงกว่า 500 เมตร คุณภาพและราคาขึ้นอยู่กับระดับชั้นเช่นเดียวกัน มีห้องรวมกันทั้งหมดมากกว่า10,000 ห้อง ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าในแต่ละวันนั้น มีแขกผู้มาเยือนมากมายขนาดไหน
“คนเยอะจังนะเมืองนี้”พอมาถึงที่หมาย เทียนคงก็หยุดรถที่ข้างทาง แล้วมองดูยานพาหนะที่สัญจรไปมา รวมถึงคนที่เดินไปเดินมากันไปทั่วจนแทบไม่เหลือที่ว่างแล้ว ดูไปแล้วคนที่นี่เยอะกว่านครวิหคครามเสียอีก
“แน่นอนเมืองอัญมณีสามสี เป็นเมืองที่เศรษฐกิจดีที่สุดคนย่อมต้องเยอะเป็นธรรมดา และหากไม่รู้จักสถานที่ดีพอล่ะก็เจ้าอาจต้องใช้เวลามากกว่าในการเดินหาสิ่งที่ต้องการมากกว่าการมีคนนำทางนะ ....หึหึ” ที่ซินเหยียนยอมก่อนหน้านี้เพราะตัวนางรู้ว่าเมืองอัญมณีสามสีนี้เป็นอย่างไรและจงใจพาเทียนคงมาถึงที่หมายก่อนแล้วค่อยต่อรองอีกครั้ง
“...ท่านนี่ก็นะ ... เอาก็เอา ตามนั้น รบกวนท่านช่วยนำทางข้าด้วยส่วนว่าข้าจะให้อะไรท่านนั้น ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่า หากท่านอยากได้อะไรก็บอกข้ามาเถอะ” เทียนคงเมื่อคิดตามแล้ว มันก็เป็นอย่างที่ซินเหยียนกล่าวไว้จริงๆนั่นแหละ
เพราะขนาดเมืองอัญมณีสามสีนี้เท่าที่ดูมันไม่ได้เล็กไปกว่านครวิหคครามเลย อาคารบ้านเรือนขนาดใหญ่โตเต็มไปหมด ทั้งมากด้วยผู้คนแม้เขาจะสามารถใช้โดรนเพื่อสร้างแผนที่ แต่การจะระบุว่าอะไรขายอะไร อยู่ตรงไหน อย่างน้อยต้องมีหลายสิบวันและที่สำคัญที่สุด คือการที่จะติดต่อคนที่เราต้องการ หากเริ่มต้นจากไม่รู้อะไรเลยย่อมต้องใช้เวลา ซึ่งเทียนคงไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ดังนั้นแล้วทางที่ดีที่สุด ก็คือต้องยอมซินเหยียนจริงๆ
“เจ้าตกลงแล้วนะลูกผู้ชายห้ามผิดคำพูดรู้ไหม ... ส่วนข้าอยากได้อะไร ไว้จะบอกทีหลัง ....ทีนี้บอกข้ามา ว่าเจ้าอยากไปดูอะไรก่อนเป็นอันดับแรก” ซินเหยียนได้ยินเทียนคงรับคำก็พอใจอย่างมาก
“ก่อนอื่นพวกเราไปหาที่พักกันก่อนเถอะ”
“ไม่เอาข้าจะนอนในกระโจม ... จะกินอาหารฝีมือเจ้า ...” คุณหนูโจวเองไม่ได้มาที่เมืองอัญมณีสามสีบ่อยๆแบบซินเหยียน จึงมองดูสถานที่และผู้คนด้วยดวงตากลมโต แม้นางจะเป็นองครักษ์ส่วนตัวแต่ก็ใช่ว่าจะได้ตามติดซินเหยียนไปทุกที่ทุกเวลาเพราะคำว่าองครักษ์ส่วนตัวนี้คือต่ำแหน่ง และจะถูกมอบหมายให้ดูแลเชื้อพระวงศ์เวลาไปปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงเท่านั้นดังนั้นแล้วเวลาซินเหยียนมาที่เมืองอัญมณีสามสี น้อยครั้งที่คุณหนูโจวจะได้มาด้วย
และพอนางได้ยินว่าเทียนคงจะหาที่พักก็โวยวายทันที เพราะหลังจากได้สัมผัสความสะดวกสบายของกระโจมและความเลิศรสของอาหารจากเทียนคงนางก็ไม่อยากนอนหรืออยากกินที่ไหนอีกแล้ว
“ไม่ได้หรอก.... ข้าจะใช้ของพวกนั้นก็ต่อเมื่ออยู่กลางป่าเท่านั้นแหละ หากอยู่ในเมืองแบบนี้ข้ายังจำเป็นจะต้องใช้มันให้เหนื่อยอีกทำไม”
“ถ้างั้นพวกเราก็ไปนอนกันที่ป่ากันเถอะ”
“นังบ้าอยากไปก็ไปเองคนเดียวเลย ... แล้วก็ไหน ๆก็มาถึงตำหนักชิราอิชิแล้วเราก็ไปพักที่นั่นกันเลยเถอะ” ซินเหยียนใช่ว่านางไม่อยากพักในกระโจมและทานอาหารฝีมือเทียนคงแต่พอจะเข้าใจสิ่งที่เทียนคงทำ เพราะหากใช้สิ่งของแบบนั้นกลางเมืองล่ะก็คงได้แตกตื่นกันทั่วแน่ ๆ และอาหารยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะมันไม่สามารถลงมือทำในห้องพักของโรงแรมได้แน่ๆ อย่าว่าแต่โรงแรมเลย โรงเตี้ยมธรรมดา ๆก็ทำไม่ได้
“ก็ได้ก็ได้ .... บู ........” เมื่อโดนซินเหยียนดุ คุณหนูโจวก็หน้าจ๋อยไป ซึ่งเอาจริงๆนางเองก็ไม่ใช่คนโง่ ที่จะไม่เข้าใจสิ่งที่ควรและไม่ควรทำเทียนคงดูแล้วเป็นคนที่มีความลับอยู่มากมาย และเขาไม่ต้องการบอกเรื่องของเขาให้ใครรู้ที่นางโวยวายไปเมื่อครู่ ก็แค่เรียกร้องความสนใจเท่านั้นเอง
เมื่อตกลงได้แล้วว่าจะหาที่พักซินเหยียนก็ออกเดินนำทันทีโดยมีคุณหนูโจวควงแขนตามไปส่วนเทียนคงก็ถอนหายใจแล้วเก็บยานพาหนะเข้าอุปกรณ์มิติ ซึ่งในจังหวะนั้นเอง ช่วงที่เขาเก็บยานได้ถูกคนกลุ่มหนึ่งมองเห็นเข้าพอดี
“ลูกพี่ ... เห็นเหมือนที่ข้าเห็นไหม” ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ร่างกายสูงผอม นั่งมองเทียนคงด้วยแววตาสุดชั่วร้ายอยู่ริมถนนในมุมมืดหนึ่งและเลียริมฝีปากไปมาด้วยลิ้นอันแหลมยาว
“ข้าไม่ได้ตาบอดนะเจ้าโง่... ดูท่าพวกนั้นจะเป็นคุณหนูคุณชายที่มาเที่ยวแถวนี้ ส่งคนไปจับตาดูหากพวกมันเข้าเกณฐ์ ก็ทำตามแผนได้เลย”
“ได้เลยหัวหน้า...” ชายผอมสูงรับคำก่อนจะออกไปรวบรวมคนเพื่อติดตามเทียนคงไป โดยที่เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเทียนคงรับรู้ได้ถึงจิตสังหารของพวกเขาแล้ว ....