เหล่าขุนนางที่เห็นฮ่องเต้มีอาการเช่นนี้ต่างก็ตกใจกันเป็นอย่างมาก มหาเสนารีบเข้าไปดูทันที
" ฝ่าบาทเป็นอะไรไปพะยะค่ะ เหตุใดฝ่าบาทถึงเป็นเช่นนี้ "
มหาเสนาทำทีเป็นห่วงฮ่องเต้ทั้งที่ในใจก็อดนึกสมน้ำหน้าไม่ได้ ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็นห่วงและกังวลกับอาการของฮ่องเต้อยู่นั้น ด้านหลังเหล่าองครักษ์ก็ถูกสังหารไปที่ละคน
" มีมือสังหาร อารักษ์ขาฮ่องเต้ "
เสียงทหารองครักษ์ตะโกนบอกก่อนที่จะถูกสังหารไปเช่นกัน ด้วยกำลังที่น้อยกว่า จึงทำให้ทุกคนต้องจนมุม ร่วมถึงฟานอวี้ด้วย
" ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะพลาดเช่นนี้สินะ ใครล่ะที่จะช่วยพวกเจ้าจากเงื้อมมือข้า "
" นี่เจ้าคิดก่อกบฏหรือมหาเสนา "
เสนาขวาเอ่ยขึ้นทันที เสนาซ้ายจึงหัวเราะออกมา
" หากไม่ก่อกบฏจะสังหารผู้คนทำไมละท่านเสนาขวา "
" นี่เจ้าก็เป็นไปด้วยหรือเสนาซ้าย เจ้าชั่งชั่วเหลือเกิน "
เสนาซ้ายเดินไปใช้กระบี่แทงที่แขนของคนที่ด่าท่อตน
" ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง ข้าไม่คิดว่าฝ่าบาทจะโชคร้ายถูกพิษจนทำให้ใบหน้าเป็นเช่นนี้ ให้ข้าช่วยดีกว่านะพะยะค่ะ จะได้ไม่ทรมานมากกว่านี้ "
มหาเสนาชักมีดพกออกมา ฟานอวี้ที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยขึ้น
" หยุดนะมหาเสนา ท่านคิดที่จะสังหารฮ่องเต้เชียวหรือ "
" หึ ข้าจะสังหารฮ่องเต้ เจ้าคิดว่าจะช่วยฮ่องเต้ได้เช่นนั้นหรือ ต่อไปก็จะถึงคราของเจ้าไม่ต้องห่วงข้าจะส่งเจ้าไปอารักษ์ขาฮ่องเต้ในนรกแน่ "
มหาเสนาง้างมีดออกเพื่อจะสังหารคนตรงหน้า แต่กลับถูกลูกธนูปักลงที่มือเสียก่อน รวมถึงคนที่จับตัวฟานอวี้ไว้ก็ถูกธนูจนล้มลงเช่นกัน
" อ๊ากก ใครกันมันเป็นใครที่กล้ายิงข้า "
" ข้าเอง แล้วข้าก็ไม่ได้มาคนเดียว "
ฝูหรงที่ยืนอยู่ด้านหน้าตามมาด้วยฮ่องเต้และเหล่าองครักษ์ และทหารจำนวนมาก มหาเสนาและเสนาซ้ายต่างก็ทรุดลงกับพื้น ก่อนจะหันไปหาคนที่คิดว่าเป็นฮ่องเต้
" นี่พวกเจ้าหลอกข้าเช่นนั้นหรือ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด "
" เจ้าจะทำเช่นไรกัน แม่ทัพหวังคนของเจ้าก็ถูกสังหารไปแล้ว คนที่เจ้าส่งเข้าไปสังหารสนมและโอรสข้าก็ถูกจับและสังหารแล้ว เจ้ายังมีใครที่จะช่วยเจ้าอีกเช่นนั้นหรือ "
" อะไรนะ นี่พวกเจ้ารู้แผนทั้งหมดของข้าตั้งแต่แรกหรือ "
มหาเสนามองฮ่องเต้และทุกคนอย่างโกรธแค้น ก่อนที่จะถูกจับมัดพร้อมกับเสนาซ้ายนำตัวเข้าเมืองหลวง
หลังจากถูกจับตัวเข้าเมืองหลวงก็มีคำสั่ง ให้จับคนของจวนมหาเสนาและจวนเสนาซ้ายทุกคนขังคุกข้อหากบฎ พร้อมกับจับมหาเสนาและเสนาซ้ายเดินลอบเมืองทุกวัน ให้ชาวเมืองลงโทษข้อหากบฏ ก่อนที่จะสังให้มีการประหารทั้งหมด
" ขอบพระทัยฝ่าบาทที่อภัยโทษให้กับว่านชิงและมารดาของนางพะยะค่ะ "
" อืม เพราะนางเองก็มีความดีความชอบอยู่มาก แล้วตอนนี้ว่านชิงก็เป็นบุตรบุญธรรมของแม่ทัพหยาง ก่อนที่มหาเสนาจะก่อกบฎเสียอีก เหล่าขุนนางก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาแต่อย่างใด "
จื่อยวนยิ้มออกมาทันที หลังจากเข้าเฝ้าเสร็จสิ้นต่างก็แยกย้ายกัน กลับจวนของตน
" ท่านพ่อท่านแม่คงจะเดินทางมาถึงพรุ่งนี้ ต่อจากนี้ก็คงจะสงบสุขเสียที "
" ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้นท่านพี่ "
ฝูหรงยิ้มให้กับคนตัวโต ที่นั่งอยู่บนเตียงหลังจากอาบน้ำเสร็จ
" เหนื่อยหรือไม่เจ้าค่ะ ข้าจะไปทำอะไรให้ทาน "
" อื้ม ให้พี่ช่วยเจ้าหรือไม่"
" ไม่เป็นไรเจ้าค่ะมีพี่ชินลี่ช่วย อีกบ่าวในจวนก็มีมาก "
ฟานอวี้ยิ้มให้กับคนตัวเล็ก ก่อนที่จะเดินไปห้องหนังสือ หานชิงและจางเหยาเดินเข้าไปรายงานถึงงานที่ได้รับมอบหมายตามหน้าที่ของตน
" ส่งคนไปรับท่านพ่อท่านแม่ข้าแล้วใช่หรือไม่ "
" ขอรับท่านแม่ทัพ เห็นว่าวันนี้องค์ชายซีกวนจะพาว่าที่พระชายามาทานอาหารที่จนวหรือขอรับ "
" ใช่ บอกคนบ่าวรับใช้เตรียมเรือนด้านหลังไว้ด้วย เผื่อองค์ชายไม่อยากเสด็จเข้าวัง ก็จะได้พักที่นี่เลย "
" ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าน้อยก็แปลกใจอยู่ว่าเหตุใดฮูหยินถึงได้เข้าครัวเอง "
จางเหยาเอ่ยขึ้น ฟานอวี้รีบเอ่ยตอบออกไปทันที
" นั้นเป็นเพราะข้าอยากกินปกลาต่างหากล่ะ ฮูหยินก็เลยลงมือทำให้ข้า "
" อ่อเป็นเช่นนี้นี่เอง "
จางเหยาและหานชิงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
พลบค่ำเหล่าสหายต่างก็มารวมตัวกันที่จวนของฟานอวี้ วันนี้จวนของแม่ทัพใหญ่ดูคึกคักเป็นอย่างมากต่างก็ร่วมทานอาหารและดื่มกินกันอย่างมีความสุข
" นี่จางเหยา หานชิง ข้าได้ยินว่าพวกเจ้ามีข่าวดีแล้วหรือ ข้าดีใจด้วยจริงๆนะ "
จื่อยวนเอ่ยขึ้น ก่อนที่องค์ชายจะเอ่ยตาม
" จริงๆหรือ แล้วเช่นนี้จะให้ลูกใช้แซ่อะไรกัน "
ซีกวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย จึงทำให้หานชิงและจางเหยาต่างก็มองหน้ากัน
" อันที่จริงเรื่องนี้คิดว่าจะให้ชินลี่เป็นคนตัดสินใจพะยะค่ะ จะได้ไม่ต้องถกเถียงกัน เพราะถึงอย่างไรก็เป็นลูกของหม่อฉันทั้งสามพะยะค่ะ "
" ดีมากที่คิดได้เช่นนั้น ในเมื่อพวกเจ้าตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องปรึกษาและเข้าใจกันจะได้ไปรอด "
ฟานอวี้เอ่ยกับคนสนิทของตน
" แล้วเจ้าล่ะเมื่อไหร่จะได้ยินข่าวดี "
จื่อยวนหันมาหาสหายตน ฟานอวี้จึงรีบเอ่ยขึ้น
" ข้าก็รอข่าวดีของเจ้าเช่นกัน สำหรับข้าไม่แน่ว่าอาจจะมีแล้วก็ได้ แต่เพราะอาการยังไม่ออกแค่นั้นเอง "
" ข้าเองก็คงเช่นกันกับเจ้า ไม่แน่ว่าลูกข้าอาจจะเกิดก่อนลูกเจ้าก็ได้ "
สองสหายต่างก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมกันจนองค์ชายเอ่ยขึ้นบ้าง
" ดูสิคนอื่นจะมีบุตรกันหมดแล้ว แต่เรายังไม่ได้เข้าหอกันเลยนะหมิงเฟย "
" องค์ชายใครเขามาพูดเรื่องนี้กันต่อหน้าผู้อื่นกันล่ะเพคะ "
" ก็มันจริงนี่ ข้าก็อยากมีลูกแล้วนะ ถ้างั้นวันนี้เราก็เข้าหอกันเถอะ ค่อยแต่งทีหลังเหมือนจื่อยวนก็ได้ "
เอ่ยจบองค์ชายก็อุ้มคนรักกลับเรือนด้านหลังทันทีโดยไม่สนใจผู้ใด
" ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ "
ฟานอวี้เอ่ยกับฮูหยินตน ก่อนที่จะแบกฮูหยินไปโดยไม่สนใจใครเช่นกัน
" ท่านพี่ปล่อยเถอะเจ้าค่ะ ทำบ้าอะไรของท่านกัน "
ฟานอวี้ไม่สนใจเสียงของฮูหยิน แบกเข้าห้องของตนไป
" แล้วเราล่ะ "
จื่อยวนหันไปถามคนรัก
" เดินไปก็พอเจ้าค่ะ "
ว่านชิงหันไปตอบคนตัวโตพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นผู้เป็นนายต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้อง สามสามีภรรยาก็กลับเข้าห้องเช่นกัน ต่อจากนั้นเสียงแห่งความ
สุขก็ดังทั่วทุกมุมของจวน
# จบบริบูรณ์ #
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ