สตรีผู้นี้คือฮูหยินข้า

    30.รอยยิ้มและความสุข

    เหล่าขุนนางที่เห็นฮ่องเต้มีอาการเช่นนี้ต่างก็ตกใจกันเป็นอย่างมาก มหาเสนารีบเข้าไปดูทันที


    " ฝ่าบาทเป็นอะไรไปพะยะค่ะ เหตุใดฝ่าบาทถึงเป็นเช่นนี้ "


    มหาเสนาทำทีเป็นห่วงฮ่องเต้ทั้งที่ในใจก็อดนึกสมน้ำหน้าไม่ได้ ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็นห่วงและกังวลกับอาการของฮ่องเต้อยู่นั้น ด้านหลังเหล่าองครักษ์ก็ถูกสังหารไปที่ละคน


    " มีมือสังหาร อารักษ์ขาฮ่องเต้ "


    เสียงทหารองครักษ์ตะโกนบอกก่อนที่จะถูกสังหารไปเช่นกัน ด้วยกำลังที่น้อยกว่า จึงทำให้ทุกคนต้องจนมุม ร่วมถึงฟานอวี้ด้วย


    " ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะพลาดเช่นนี้สินะ ใครล่ะที่จะช่วยพวกเจ้าจากเงื้อมมือข้า "


    " นี่เจ้าคิดก่อกบฏหรือมหาเสนา " 


    เสนาขวาเอ่ยขึ้นทันที เสนาซ้ายจึงหัวเราะออกมา 


    " หากไม่ก่อกบฏจะสังหารผู้คนทำไมละท่านเสนาขวา " 


    " นี่เจ้าก็เป็นไปด้วยหรือเสนาซ้าย เจ้าชั่งชั่วเหลือเกิน " 


    เสนาซ้ายเดินไปใช้กระบี่แทงที่แขนของคนที่ด่าท่อตน 


    " ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง ข้าไม่คิดว่าฝ่าบาทจะโชคร้ายถูกพิษจนทำให้ใบหน้าเป็นเช่นนี้ ให้ข้าช่วยดีกว่านะพะยะค่ะ จะได้ไม่ทรมานมากกว่านี้ " 


    มหาเสนาชักมีดพกออกมา ฟานอวี้ที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยขึ้น 


    " หยุดนะมหาเสนา ท่านคิดที่จะสังหารฮ่องเต้เชียวหรือ " 


    " หึ ข้าจะสังหารฮ่องเต้ เจ้าคิดว่าจะช่วยฮ่องเต้ได้เช่นนั้นหรือ ต่อไปก็จะถึงคราของเจ้าไม่ต้องห่วงข้าจะส่งเจ้าไปอารักษ์ขาฮ่องเต้ในนรกแน่ " 


    มหาเสนาง้างมีดออกเพื่อจะสังหารคนตรงหน้า แต่กลับถูกลูกธนูปักลงที่มือเสียก่อน รวมถึงคนที่จับตัวฟานอวี้ไว้ก็ถูกธนูจนล้มลงเช่นกัน 


    " อ๊ากก ใครกันมันเป็นใครที่กล้ายิงข้า " 


    " ข้าเอง แล้วข้าก็ไม่ได้มาคนเดียว " 


    ฝูหรงที่ยืนอยู่ด้านหน้าตามมาด้วยฮ่องเต้และเหล่าองครักษ์ และทหารจำนวนมาก มหาเสนาและเสนาซ้ายต่างก็ทรุดลงกับพื้น ก่อนจะหันไปหาคนที่คิดว่าเป็นฮ่องเต้ 


    " นี่พวกเจ้าหลอกข้าเช่นนั้นหรือ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด " 


    " เจ้าจะทำเช่นไรกัน แม่ทัพหวังคนของเจ้าก็ถูกสังหารไปแล้ว คนที่เจ้าส่งเข้าไปสังหารสนมและโอรสข้าก็ถูกจับและสังหารแล้ว เจ้ายังมีใครที่จะช่วยเจ้าอีกเช่นนั้นหรือ " 


    " อะไรนะ นี่พวกเจ้ารู้แผนทั้งหมดของข้าตั้งแต่แรกหรือ " 


    มหาเสนามองฮ่องเต้และทุกคนอย่างโกรธแค้น ก่อนที่จะถูกจับมัดพร้อมกับเสนาซ้ายนำตัวเข้าเมืองหลวง 


    หลังจากถูกจับตัวเข้าเมืองหลวงก็มีคำสั่ง ให้จับคนของจวนมหาเสนาและจวนเสนาซ้ายทุกคนขังคุกข้อหากบฎ พร้อมกับจับมหาเสนาและเสนาซ้ายเดินลอบเมืองทุกวัน ให้ชาวเมืองลงโทษข้อหากบฏ ก่อนที่จะสังให้มีการประหารทั้งหมด 


    " ขอบพระทัยฝ่าบาทที่อภัยโทษให้กับว่านชิงและมารดาของนางพะยะค่ะ " 


    " อืม เพราะนางเองก็มีความดีความชอบอยู่มาก แล้วตอนนี้ว่านชิงก็เป็นบุตรบุญธรรมของแม่ทัพหยาง ก่อนที่มหาเสนาจะก่อกบฎเสียอีก เหล่าขุนนางก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาแต่อย่างใด  " 


     จื่อยวนยิ้มออกมาทันที หลังจากเข้าเฝ้าเสร็จสิ้นต่างก็แยกย้ายกัน กลับจวนของตน 


    " ท่านพ่อท่านแม่คงจะเดินทางมาถึงพรุ่งนี้ ต่อจากนี้ก็คงจะสงบสุขเสียที " 


    " ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้นท่านพี่ " 


    ฝูหรงยิ้มให้กับคนตัวโต ที่นั่งอยู่บนเตียงหลังจากอาบน้ำเสร็จ 


    " เหนื่อยหรือไม่เจ้าค่ะ ข้าจะไปทำอะไรให้ทาน " 


    " อื้ม ให้พี่ช่วยเจ้าหรือไม่" 


    " ไม่เป็นไรเจ้าค่ะมีพี่ชินลี่ช่วย อีกบ่าวในจวนก็มีมาก " 


    ฟานอวี้ยิ้มให้กับคนตัวเล็ก ก่อนที่จะเดินไปห้องหนังสือ หานชิงและจางเหยาเดินเข้าไปรายงานถึงงานที่ได้รับมอบหมายตามหน้าที่ของตน 


    " ส่งคนไปรับท่านพ่อท่านแม่ข้าแล้วใช่หรือไม่ " 


    " ขอรับท่านแม่ทัพ เห็นว่าวันนี้องค์ชายซีกวนจะพาว่าที่พระชายามาทานอาหารที่จนวหรือขอรับ " 


    " ใช่ บอกคนบ่าวรับใช้เตรียมเรือนด้านหลังไว้ด้วย เผื่อองค์ชายไม่อยากเสด็จเข้าวัง ก็จะได้พักที่นี่เลย " 


    " ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าน้อยก็แปลกใจอยู่ว่าเหตุใดฮูหยินถึงได้เข้าครัวเอง " 


    จางเหยาเอ่ยขึ้น ฟานอวี้รีบเอ่ยตอบออกไปทันที 


    " นั้นเป็นเพราะข้าอยากกินปกลาต่างหากล่ะ ฮูหยินก็เลยลงมือทำให้ข้า " 


    " อ่อเป็นเช่นนี้นี่เอง " 


    จางเหยาและหานชิงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน 


    พลบค่ำเหล่าสหายต่างก็มารวมตัวกันที่จวนของฟานอวี้ วันนี้จวนของแม่ทัพใหญ่ดูคึกคักเป็นอย่างมากต่างก็ร่วมทานอาหารและดื่มกินกันอย่างมีความสุข 


    " นี่จางเหยา หานชิง ข้าได้ยินว่าพวกเจ้ามีข่าวดีแล้วหรือ ข้าดีใจด้วยจริงๆนะ " 


    จื่อยวนเอ่ยขึ้น ก่อนที่องค์ชายจะเอ่ยตาม 


    " จริงๆหรือ แล้วเช่นนี้จะให้ลูกใช้แซ่อะไรกัน " 


    ซีกวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย จึงทำให้หานชิงและจางเหยาต่างก็มองหน้ากัน 


    " อันที่จริงเรื่องนี้คิดว่าจะให้ชินลี่เป็นคนตัดสินใจพะยะค่ะ จะได้ไม่ต้องถกเถียงกัน เพราะถึงอย่างไรก็เป็นลูกของหม่อฉันทั้งสามพะยะค่ะ " 


    " ดีมากที่คิดได้เช่นนั้น ในเมื่อพวกเจ้าตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องปรึกษาและเข้าใจกันจะได้ไปรอด " 


    ฟานอวี้เอ่ยกับคนสนิทของตน


    " แล้วเจ้าล่ะเมื่อไหร่จะได้ยินข่าวดี " 


    จื่อยวนหันมาหาสหายตน ฟานอวี้จึงรีบเอ่ยขึ้น 


    " ข้าก็รอข่าวดีของเจ้าเช่นกัน สำหรับข้าไม่แน่ว่าอาจจะมีแล้วก็ได้ แต่เพราะอาการยังไม่ออกแค่นั้นเอง " 


    " ข้าเองก็คงเช่นกันกับเจ้า ไม่แน่ว่าลูกข้าอาจจะเกิดก่อนลูกเจ้าก็ได้ " 


    สองสหายต่างก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมกันจนองค์ชายเอ่ยขึ้นบ้าง 


    " ดูสิคนอื่นจะมีบุตรกันหมดแล้ว แต่เรายังไม่ได้เข้าหอกันเลยนะหมิงเฟย " 


    " องค์ชายใครเขามาพูดเรื่องนี้กันต่อหน้าผู้อื่นกันล่ะเพคะ " 


    " ก็มันจริงนี่ ข้าก็อยากมีลูกแล้วนะ ถ้างั้นวันนี้เราก็เข้าหอกันเถอะ ค่อยแต่งทีหลังเหมือนจื่อยวนก็ได้ " 


    เอ่ยจบองค์ชายก็อุ้มคนรักกลับเรือนด้านหลังทันทีโดยไม่สนใจผู้ใด 


    " ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ " 


    ฟานอวี้เอ่ยกับฮูหยินตน ก่อนที่จะแบกฮูหยินไปโดยไม่สนใจใครเช่นกัน 


    " ท่านพี่ปล่อยเถอะเจ้าค่ะ ทำบ้าอะไรของท่านกัน " 


    ฟานอวี้ไม่สนใจเสียงของฮูหยิน แบกเข้าห้องของตนไป 


    " แล้วเราล่ะ " 


    จื่อยวนหันไปถามคนรัก 


    " เดินไปก็พอเจ้าค่ะ " 


    ว่านชิงหันไปตอบคนตัวโตพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นผู้เป็นนายต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้อง สามสามีภรรยาก็กลับเข้าห้องเช่นกัน ต่อจากนั้นเสียงแห่งความ

    สุขก็ดังทั่วทุกมุมของจวน 










    # จบบริบูรณ์ #


    ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ 


























































    คล้ายกับเรื่องสตรีผู้นี้คือฮูหยินข้า ที่คุณอ่าน