Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    เข้าขา

    เข้าขา

            เสียงระเบิดและเสียงกระทบกันของอาวุธดังอยู่เป็นระยะๆ รวมถึงเสียงห้ามปรามของคนที่ตระหนกตกใจเกินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาอย่างมาดามรีรีนไม่มีใครเข้าถึงทั้งคู่ได้เพราะรีสสร้างอาณาเขตเวทย์กั้นไว้และยังไม่มีคนใดทะลายกำแพงเวทย์ของรีสได้จึงมายืนรวมกลุ่มกันอยู่ไม่ไกลจากที่ทั้งคู่ต่อสู้กันนักเนย่าบินผ่านแนวป่าที่เป็นแนวกั้นเขตแดนระหว่างเซนเทียน่ากับหุบเหวลึกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อาศัยเก่าของรีสและเนย่าเป็นคนพาเขาขึ้นมาบนพื้นพิภพนี้

            “เนย่ามาพอดีเลยพวกเขาไม่ฟังใครในนี้สักคนเลยเข้าใกล้เหวนั่นเข้าไปเรื่อย ๆ แล้ว” รินรินรีบบอก

            “อาจาร์ยซาร์เรียพอจะมีวิธีไหมคะ” เนย่าเอ่ยถามคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างลำบากใจ

            “ฉันผ่านพลังของราชาวูฟวิงค์ไม่ได้ยิ่งเขามีพลังของอาวุธจากเปลือกไข่มังกรด้วยก็ยิ่งทำให้เขากล้าแกร่งขึ้นพวกเราทำได้แค่รอและหวังว่าก่อนทั้งคู่จะหยุดทะเลาะกันคงไม่ทำให้พวกไคร์มเมอร์ตื่นซะก่อน” ซาร์เรียหันมาบอกเนย่าก่อนจะพุ่งความสนใจไปที่การต่อสู้อีกครั้ง

            “คงไม่ทันแล้วล่ะ” น้ำเสียงเรียบนิ่งของฮาร์มเอ่ยขึ้นเขากำลังก้มมองพื้นหญ้าอยู่ทุกคนหันมามองเขาแล้วก้มมองพื้นแทบจะพร้อมเพรียงกันแม้แรงสะเทือนใต้เท้าทุกคนจะไม่รุนแรงแต่การเคลื่อนไหวของพื้นดินเมื่อครู่ก็ทำให้ต้นหญ้าที่เคยเรืองแสงมอดดับลงทันตาราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่มีไอร้อนระเหยขึ้นมารอบทิศทำให้อากาศอบอ้าวขึ้นในทันที

            “แย่แล้วพวกไคร์มเมอร์รู้ตัวแล้วเนย่ารีบพารีสกลับมาเร็วเข้า” รินรินเขย่าแขนเนย่าไปมา

            “ฉันทำไม่ได้เขาไม่ตอบรับฉัน” เนย่าหันไปบอกรินรินอย่างร้อนใจ

            “เธอทำได้แน่ลองดูอีกครั้งเชื่อฉัน” ฮาร์มสบตาของเนย่าบอกให้เธอลองทำดูอีกครั้ง

    “ก็ได้…” เนย่าพยักหน้ารับก่อนจะหลับตาลงแล้วลองใช้กระแสจิตส่งข้อความไปถึงรีส

            “รีสกลับมาฉันมีวิธีช่วยคนรักของนายแต่ขอให้นายหยุดมือแล้วกลับมาพวกไคร์มเมอร์รู้ตัวแล้ว”

            รีสและอีรอสที่กำลังสู้ติดพันกันอยู่ถึงกับชะงักกึกราวกับเสียงของเนย่าเมื่อครู่ไม่ได้มีแต่รีสคนเดียวที่ได้ยินรีสสะบัดศีรษะสองสามครั้ง ก่อนจะหันไปมองเนย่าและอีรอสสลับกัน

            แม้จะยังโกรธแค้นแต่เนย่าก็มีข้อเสนอที่น่าสนใจกว่ารีสจึงจำต้องรามือ.... แต่ก่อนที่รีสจะผละออกไปกลุ่มควันสีดำขนาดมหึมาราวกับเถ้าที่เกิดจากระเบิดปรมาณูก็พวยพุ่งขึ้นมาจากหุบเหวก่อนมันจะกลืนร่างของรีสหายเข้าไป

            “รีส!” อีรอสตะโกนเรียกเขาก่อนจะพุ่งตามร่างของรีสที่หายเข้าไปในกลุ่มเถ้าควันนั้นภาพที่เห็นสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคน

            “ไม่นะ!” เนย่าเป็นอีกคนที่ทำท่าจะพุ่งเข้าไปหาเถ้าควันนั้นด้วยแต่ถูกเซนดรินและฮาร์มดึงไว้แทบจะในทันที

            “หมอกนิลกาลรีบถอยให้ห่างก่อนที่ร่างจริงของไคร์มเมอร์จะปรากฏดีกว่า” เซนดรินดึงเนย่าให้ถอยตามเขาไปซาร์เรียและมาดามรีรีนพารินรินถอยออกไปอีกทางหนึ่งแล้ว

            “แล้วรีสกับอาจารย์อีรอสล่ะ” เนย่าพยายามจะแกะมือทั้งคู่ออก

            “รอให้หมอกหายไปก่อน หมอกพวกนี้ถ้าสูดดมเข้าไปหรือสัมผัสจะทำให้เป็นอัมพาตและตาบอดได้พวกไคร์มเมอร์มันขึ้นมาลากเหยื่อของมันแน่ แต่เวลานี้เราต้องหลบให้พ้นหมอกนี่ก่อน” ฮาร์มเป็นอีกคนที่ช่วยกันลากเนย่าออกมาแม้เธอจะดิ้นรนทั้งคู่ก็ไม่ได้ละความพยายาม

            “แต่ว่า!” เนย่าพูดได้แค่นั้นก็ถูกทั้งคู่ดึงไปหลบอยู่หลังโขดหินฮาร์มรีบสร้างเวทย์คุ้มกันขึ้นมาครอบทั้งสามไว้ทันที เกราะเวทย์คุ้มกันสั่นระริกเสียงสั่นสะเทือนของมันคล้ายกับกระจกที่กำลังจะแตกร้าว

            หมอกนิลกาลครอบคลุมมืดมิดไปทั่วบริเวนจนเนย่าอดคิดไม่ได้ว่าความมืดของชาลอตผู้ครองธาตุเงาอย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้ใครเป็นอัมพาตได้นอกจากความหวาดกลัวที่มีอยู่ท่วมท้นใจในตอนนั้นแต่ตอนนี้เธอเพิ่งรู้ว่าความมืดของพวกไคร์มเมอร์ทำอันตรายได้มากว่านั้นมากเพราะมันต้องการเพื่อนเธอเป็นเหยื่ออันโอชะ

            แสงจันทร์เริ่มสาดส่องให้เห็นทางอีกครั้งเมื่อหมอกนิลกาลผ่านพ้นเกราะป้องกันก็หมดแรงทานทนในทันทีมันแตกกระจายเป็นเสี่ยงก่อนจะเลือนหายไปเนย่าไม่รอช้าที่จะออกวิ่งไปหารีสกับอีรอสที่นอนสลบอยู่ใกล้กับหน้าผาเสียงเอะอะดังมาจากทางขวามือของเธอและใกล้เข้ามาเรื่อย ๆรินรินกับมาดามรีรีนกำลังร้องเรียกเธออย่างตื่นตระหนกและซาร์เรียก็วิ่งมารวมกับพวกเธอในเวลาอันรวดเร็ว

            “มันไปแล้วใช่ไหม” รินรินเอ่ยถามทันทีแต่ก็ถูกซาร์เรียตะปบปากไว้ได้ทันก่อนจะกดให้หมอบลงฮาร์มกับเซนดรินคว้าแขนและคอเสื้อให้เนย่าหมอบลงตามจนเนย่าล้มกระแทกพื้น

            “ทำบ้าอะไรของพวกนายเนี่ย เราจะถึงตัวทั้งคู่แล้วนะ” เนย่าบ่นโวยวายก่อนจะผลักอกทั้งคู่ให้ออกไปห่างๆ เธอซะที

            “มันมาแล้ว” มาดามรีรีนบอกเสียงสั่น ในขณะที่ค่อย ๆย่อตัวลงหมอบด้วยอีกคน ท่อนไม้สีดำมีขนยุบยับพาดขึ้นมาจากปากเหวก่อนที่อีกท่อนจะตามมาติด ๆ

            “นั่นมันตัวบ้าอะไรเนี่ย” เนย่าสบถเมื่อขาทั้งหกของมันขึ้นมาจนครบพร้อมกับลำตัวที่คล้ายมนุษย์แต่ส่วนหัวของมันเป็นกะโหลกหนา เขี้ยวคมยาวน่ากลัวดวงตาสีแดงฉานมีเขายาวใหญ่โค้งงุ่มลงมาข้างหน้า เสียงครางต่ำ ๆอย่างพอใจที่ได้เห็นเหยื่อของมันคล้ายกับน้ำเดือดในขุมนรกขนาดของมันเท่ากับตึกสามชั้นดูน่าสยองจนขนหัวลุก

            รีสได้สติก่อนเขาลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้าแต่ก็ไม่สามารถขยับตัวได้แม้เขาจะเคยอาศัยอยู่ในที่เดียวกับพวกไคร์มเมอร์จนดูดซับพิษของมันมาไว้ที่ตัวอย่างมากกมายแต่การถูกโจมตีแบบไม่ได้ตั้งตัวก็ทำเอาเขาฟื้นพลังได้ไม่รวดเร็วนักและมันใกล้เข้ามามากขึ้นทุกที ถ้าช้ากว่านี้เขาคงจะไม่รอดแน่กรงเล็บของมันเงื้อง่าอยู่เหนือตัวของเขารีสหลับตาลงพร้อมรับชะตากรรม

            “ชั้วะ!!” เสียงของมีคมตัดผ่านอุ้งมือของไคร์มเมอร์เคียวคู่ของอีรอสตัดผ่านนิ้วทั้งห้าที่แข็งหนาออกได้อย่างง่ายดายและมันร่วงลงมาราวกับกิ่งไม่ที่ถูกหวดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของไคร์มเมอร์ทำเอาทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดหู

            ร่างของอีรอสซวนเซก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้ารีสเขายกยิ้มที่มุมปากอย่างใจเย็น แม้เขาจะถูกพิษแต่เขาก็ใช้ยาแก้พิษได้ทันเวลา แต่มันก็เผาผลาญอย่างรวดเร็วและหมดฤทธิ์ลงแทบจะในทันทีเมื่อเขาใช้พลัง

            “เจ้าบ้าเอ้ย!” รีสพูดลอดไรฟันก่อนอีรอสจะฟุบลงและเขาถูกไคร์มเมอร์ใช้มืออีกข้างฟาดกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนกระอักเลือด

            รีสฝืนลุกขึ้นยืนและตั้งท่าจะเดินไปหาอีรอสแต่เรี่ยวแรงของเขาก็กลับมาช้าเหลือเกิน

            “รีส หนีเร็วเข้า” เนย่าทำได้เพียงแต่ร้องตะโกนบอกให้เขาหนีเพราะฮาร์มกับเซนดรินยังคงกดหัวเธอไว้ไม่ให้ไคร์มเมอร์เห็น

            รีสเหลือบมองเนย่าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กระพือปีกหนึ่งครั้งเพื่อให้ตัวเองลอยสูงขึ้นไคร์มเมอร์มองเห็นเหยื่อของมันที่ลอยอยู่ก็คำรามลั่นแล้วเอื้อมมือข้างที่เหลือไคว่ขว้ารีสบินโฉบเข้าไปหาอีรอสเพื่อจะพาเขาหลบไปให้พ้นทางแต่ก็ถูกไคร์มเมอร์จับปีกได้หนึ่งข้างแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกับโขนหินใกล้ๆ กันนั้น

            “พวกนายปล่อยฉันซะทีได้ไหม รีสกับอาจาร์ยกำลังแย่นะ” เนย่าโวยวายเมื่อฮาร์มกับเซนดรินยังไม่ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

            “รอดูไปก่อนสิ อาจจะมีหนทางที่ดีกว่านี้” เซนดรินเอ่ย

            “นายพูดบ้าอะไรเนี่ยถ้ามีใครตายขึ้นมาจะทำยังไง” เนย่าโวยวายแล้วผลักเซนดรินแต่เขาก็ไม่ขยับ

            “ไคร์มเมอร์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เธอจะล้มมันได้ด้วยความบ้าเหมือนที่ผ่านมานะมันเลวร้ายกว่านั้นมากและมันกลืนวิญญาณเธอไปเป็นอาหารของมันได้” เซนดรินเสริมต่อ

            “อย่างนี้ก็ต้องรีบช่วยสองคนนั่นใหญ่เลย” เนย่าขยับตัวอีก

            “เชื่อฉันเมื่อถึงเวลาฉันปล่อยเธอไปแน่รับรองเลย” เมื่อเซนดรินบอกให้เนย่าเชื่อนั่นคือสิ่งที่เธอมักจะต้องหยุดฟังและยอมทำตามเสมอเพราะเมื่อเขาพูดนั่นหมายความว่าจะเป็นไปตามนั้น

            อีรอสฟื้นสติขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อเห็นว่ารีสถูกทำร้ายเขาลุกขึ้นยืนทันทีแล้วทะยานขึ้นในอากาศก่อนจะเงื้อเคียวทั้งสองขึ้นแล้วตะหวัดพร้อมกัน

            คมเคียวกรีดผ่านเนื้อหนังของมันตรงช่วงกลางหลังแต่มันก็สมานปิดอย่างรวดเร็วดวงตาของมันวาวโรจน์ด้วยความเกรี้ยวกราดก่อนจะหันมาเล่นงานอีรอสที่ยืนถึงพื้นอีกครั้งด้วยอาการโงนเงน

            มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสู้ในสภาพไม่พร้อมเช่นนี้แต่ถ้าจะให้มังกรของเขาเข้าร่วมต่อสู้ก็เกรงว่าจะทำให้มังกรได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสหรือไม่ก็ถึงกับต้องสูญเสียไปเพราะถ้าถูกกลืนวิญญาณไปเป็นอาหารแล้วล่ะก็ต่อให้ใช้วิธีรักษายังไงก็คืนชีวิตให้ไม่ได้อย่างแน่นอน

            “ถอยไปอย่ามายืนเกะกะ” รีสเข้ามายืนขวางหน้าอีรอสก่อนจะใช้ปีกบังเขาไว้จนมิด

            “ทำเก่งไปนายก็แย่เหมือนกันนี่” อีรอสใช้เคียวพยุงตัวเพื่อไม่ให้ล้ม

            “อย่าพูดมากน่า ถ้าข้าตายอย่างน้อยก็ได้ไปอยู่กับชีน่าแต่ถ้าเจ้าตายใครจะดูแลแม่สาวซ่านั่นล่ะ” รีสพูดประชด

            “นายไม่โกรธฉันแล้วรึไง”

            “โคตรเกลียดเลยต่างหาก” รีสกระแทกเสียงใส่

            “เจ้าหมาเพี้ยน” อีรอสพูดติดตลก

            “เจ้านอกรีต ถ้ารอดไปได้ข้าฆ่าเจ้าด้วยมือข้าแน่แต่เนย่าบอกว่ามีวิธีชุบชีวิตชีน่า ข้าจะไม่ยอมตายแน่หลบไปได้แล้ว” รีสใช้หางโบกใส่หน้าอีรอสไปมาตั้งท่าเตรียมสู้

            “ฉันไม่อ่อนแอขนาดนั้นหรอกน่า” ว่าแล้วอีรอสก็กระโดดลอยขึ้นเหนือศรีษะของรีสก่อนจะใช้เคียวคู่ควงเป็นวงกลมแล้วปล่อยออกไปในทันทีคล้ายกับบูมเบอแรงส่วนรีสก็พ่นไฟหลอกล่อให้ไคร์มเมอร์เผลอเพื่อเคียวของอีรอสจะได้ตัดหัวมันได้อย่างสะดวก

            แต่ไคร์มเมอร์ก็ฉลาดเกินกว่าที่มุกตื้นๆ ของทั้งสองคนจะใช้ได้ มันหลบคมเคียวของอีรอสได้ทันก่อนจะพ่นใยแมงมุมที่สามารถละลายทุกอย่างได้ราวกับน้ำกรดไปทั่วทิศทาง

            พื้นดินและต้นหญ้าที่ถูกใยของมันล้วนละลายและกลายเป็นหลุมลึกกว้างถ้าเผลอไปโดนมันเข้าละก็แม้แต่เศษฝุ่นก็คงไม่เหลือไว้ให้เป็นความทรงจำแน่นอนเสียงคำรามของมันดังก้องแม้มือของมันจะขาดไปหนึ่งข้างแต่มันก็ไม่งอกขึ้นมาใหม่เหมือนที่แผลของมันสมานตัวได้นั่นแสดงว่าต้องตัดหัวของมันเท่านั้น

            การต่อสู้กินเวลายาวนานแม้รีสเกือบจะฟื้นพลังได้เต็มที่แต่ก็มีบางครั้งที่เขาเพลี่ยงพล้ำถูกใยน้ำกรดของมันเข้าจนปีกซ้ายบาดเจ็บและไม่สามารถบินได้อีกส่วนอีรอสแม้ร่างกายจะอ่อนแอเต็มทีแต่อาวุธอย่างเคียวคู่และเวทมนตร์ก็ใช้ได้อย่างใจนึกไม่ต้องเป็นภาระให้กับรีสมากนัก

            ไคร์มเมอร์ตอนนี้ก็ยิ่งเกรี้ยวกราดและมันโถมทำลายทุกอย่างที่คิดว่าเหยื่อของมันหลบซ่อนอีรอสและรีสต่างมาหยุดพักหายใจกันคนละฟากของไคร์มเมอร์และมันลังเลว่าจะจัดการใครก่อนรีสกับอีรอสพยักหน้าให้กันก่อนอีรอสจะขว้างเคียวคู่ออกไป และเมื่อใกล้จะถึงตัวไคร์เมอร์รีสก็พุ่งเข้าไปใกล้มันแล้วพ่นไฟใส่เคียวของอีรอสเพิ่มความร้อนให้คมเคียว และรีสไถลตัวเข้าไปตัดกำลังขาที่เหลือของมันจนมันล้มลงคมเคียวตัดฉับเข้าที่คอของมันพอดิบพอดี

            เสียงคำรามครั้งสุดท้ายของมันดังก้องจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดหูและร่างของไคร์มเมอร์ก็ล้มตึงในที่สุด รีสหอบหายใจอยู่ใกล้ ๆ ร่างของไคร์มเมอร์และอีรอสก็พยายามพาร่างตัวเองมาหาเขาอย่างทุลักทุเล

            “ยังเข้าขากันเหมือนเดิมเลยว่าไหม” อีรอสหอบหายใจก่อนจะนั่งลงอย่างหมดแรงข้างๆ รีส

            “ใครว่า ข้าแค่รอจังหวะต่างหาก” รีสสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างถือดี

            “รีส ฉันไม่เคยขอให้นายเชื่อแต่ฉันอยากจะบอกนายว่าฉันไม่...ระวัง!” ฉึก!! ยังไม่ทันที่อีรอสจะได้พูดจบเขาก็ผลักร่างของรีสให้พ้นขาและเล็บคมของไคร์มเมอร์ที่พุ่งมาแทงเข้าข้างหลังของเขาจนทะลุหน้าท้องอีรอสก้มมองแผลตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมามองรีสก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ให้เขา

            “จะ เจ้า” รีสถึงกับพูดไม่ออกเขาได้แต่มองอีรอสค่อย ๆฟุบลงกับพื้น พร้อมกับซากของไคร์มเมอร์ที่สิ้นฤทธิ์

            “เขา ว่า กันว่าถ้าใครถูกไคร์มเมอร์ฆ่าตายดวงวิญญาณจะไปเป็นอาหารของมัน นายคงจะดีใจใช่ไหม รีส” เสียงแหบโหยนั้นแผ่วเบาเอ่ยถามอย่างต้องการคำตอบว่าเพื่อนรักของเขาไม่ต้องการเช่นนั้น

            “ดีใจบ้าอะไรกัน เจ้าต้องถูกข้าฆ่าตายสิถึงจะสมใจลุกขึ้นมาสู้กับข้าอย่างสมเกียรตินะเจ้าอสุรเทวานอกรีต” รีสใช้อุ้งเท้าตบหน้าเขาไปมาเพื่อปลุกให้เขาลุกขึ้นแต่อีรอสก็พูดอย่างแผ่วเบาเหลือเกินว่า

            “ฉัน...ขอ...โทษ” ดวงตาของเขาค่อย ๆ ปิดเนย่าเหล่าผองเพื่อและอาจารย์วิ่งมาถึงจุดที่ทั้งคู่อยู่ทันที

            “อีรอส อีรอส ลุกนะ ตาบ้าอย่าหลับนะ” ซาร์เรียเข้ามาประคองก่อนจะตบหน้าเขาเบาๆ

            “อาจารย์คะ” รินรินเรียกอีรอสก่อนจะยกมือปิดหน้าร้องไห้เนย่าได้แต่หันไปคาดโทษสองหนุ่ม ที่ตีสีหน้าเรียบเฉย ส่วนมาดามรี       รีนรีบจับชีพจรอีรอสทันทีเสียงมังกรของอีรอสคำรามลั่นมันบินวนเวียนอยู่เหนือหัวพวกเขาแล้วร่อนลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นมันครางต่ำแล้วเดินเข้ามาใกล้ร่างของอีรอส ใช้จมูกใหญ่ ๆของมันสูดกลิ่นผู้ฟูมฟักอย่างกระวนกระวายใจ

            ซาร์เรียไม่รอช้าเธอกระชากขาของไคร์มเมอร์ออกจากร่าง       อีรอสกระตุกพร้อมกับเลือดที่ทะลักทะล้นทั้งปากทั้งจมูก

            “ไม่นะ นายตายไม่ได้ฟื้นนะ” ซาร์เรียประคองอีรอสอีกครั้งรีสเดินวนไปมารอบร่างของอีรอส เจ้าหมอนี่จะมาตายง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน

            “เขายังไม่สิ้นใจ แต่ชีพจรแผ่วมากถ้าปล่อยให้เขาตายวิญญาณเขาจะเป็นอาหารของไคร์มเมอร์และมันอาจจะฟื้นขึ้นมาอีกรอบเพราะฉะนั้นรีบรักษาเขาจะดีกว่า” มาดามรีรีนบอกอย่างร้อนใจ

            “หนูใช้พลังรักษาเขาได้ค่ะ” เนย่าเสนอตัวทันทีแต่...

            “พลังของเธอมีข้อยกเว้นนะแม่หนูตาเขียวพลังมังกรรักษาพิษจากพวกที่มาจากนรกหรือสรรค์ไม่ได้มันรักษาได้เฉพาะอาการใกล้ตายหรือบาดเจ็บจากผู้ทำร้ายที่อยู่ในโลกเซนเทียเท่านั้น” ชูม่าเอ่ยขัดขึ้นดูเหมือนใคร ๆเกือบจะลืมตัวต้นเรื่องไปแล้ว

            “บ้าชิบ เจ้าตายไม่ได้ เจ้าต้องมาตัดสินกับข้า เจ้าคือหมอเทวดาอย่ามาใจเสาะตายตอนนี้นะ” รีสสบถก่อนจะใช้อุ้งเท้าเหยียบขาของอีรอสซ้ำ ๆราวกับจะให้อุ้งเท้านุ่ม ๆ ของเขาสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่นอนอยู่

            “พิษงั้นเหรอ” เนย่าเหมือนฉุกคิดอะไรได้บางอย่างเธอควานหาของในกระเป๋าแล้วหยิบขวดบรรจุน้ำสีสวยขึ้นมามันเป็นยาแก้พิษที่อีรอสทำขึ้นและให้เป็นรางวัลแก่เธอที่ทำคะแนนดีในการเรียกไข่มังกรให้กลับคืนตอนเรียนในคาบของเขา

            “เราน่าจะลองนี่นะ” เนย่าชูขวดขึ้นมาแล้วยิ้มแป้น

            “อะไรน่ะเนย่า” รินรินเอ่ยถาม

            “อาจารย์อีรอสบอกว่ามันแก้พิษได้สารพัดมันวิเศษมากแต่ไม่ให้หนูใช้พร่ำเพรื่อและหนูคิดว่าพิษจากไคร์มเมอร์มันก็น่าจะรักษาได้” เนย่ายื่นขวดไปให้ซาร์เรียที่กำลังขมวดคิ้วยุ่ง

            “ลองเลยไม่ต้องเสียเวลา” ซาร์เรียเป็นคนคว้าขวดไปแล้วกรอกใส่ปากของอีรอสทันที

            “อะ... อาจารย์คะ” เนย่าถึงกับอ้าปากค้าง

            “อะไรอีกล่ะเนย่า” ซาร์เรียหันมาดุอย่างรำคาญใจ

            “อาจารย์อีรอสบอกว่าให้ใช้แค่หยดเดียวก็เกินพอแล้ว” เนย่ายิ้มเฝื่อนและซาร์เรียทำตาโตก่อนจะมองหน้าเนย่ากับอีรอสสลับกันไปมาเมื่อสารสีสวยไหลลงคอมันเรืองแสงสีเขียวจนทะลุผ่านผิวขาว ๆ ของอีรอสได้มันไหลไปตามลำคอของเขาและเข้าไปอยู่กลางอกก่อนมันจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทุกคนกลั้นหายใจมองภาพนั้นอย่างลุ้นระทึก ก่อนร่างอีรอสจะกระตุกซ้ำ ๆ แล้วนิ่งไป

            “มะ.... มันเยอะไปเหรอ” ซาร์เรียถึงกับหน้าเหวอ

            “หนูก็คิดว่าอย่างนั้นค่ะ แต่แผลอาจารย์มันประสานกันแล้วนะคะ” เนย่าพยักหน้าแต่ก็รีบปลอบใจซาร์เรียเรื่องแผลของอีรอสที่หายสนิท

            “ตอนนี้ชีพจรเขาเต้นเร็วมาก ๆ เลยนะ” มาดามรีรีนบอก

            “มะ... ไหม้...ไหม้.... ร้อนเธอทำบ้าอะไรน่ะซาร์เรียเธอจะเผาฉันใช่ไหม” อีรอสดิ้นทุรนทุรายอีกครั้งก่อนจะลืมตาโพลงแล้วตะโกนลั่นเขาออกวิ่งไปหาแหล่งน้ำใกล้ ๆ ทันทีทุกคนไม่รอช้าที่จะวิ่งตามไปและถาพที่เห็นต่อมาคืออีรอสกระโดดลงไปในธารน้ำไหลที่กำลังระเหยเป็นไอจากความร้อนในตัวเขาอีรอสหอบหายใจดำผุดดำว่ายอยู่หลายนาทีท่ามกลางสายตาฉงนฉงายของทุก ๆ คน

            “ดูเหมือนยาแก้จะได้ผลแฮะ” ชูม่าเอ่ยขึ้น

            “เจ้าบ้าเอ้ย!” รีสส่ายหัวอย่างระอาเขานึกว่าอีรอสจะไม่ฟื้นเสียแล้ว

            “ขึ้นมาได้แล้วน่าอีรอส” ซาร์เรียเอ่ยพลางยิ้มขำ

            “เธอเกือบฆ่าฉันแล้วนะยายแสบ” อีรอสชี้หน้าซาร์เรียอย่างเดือดดาลมาดามรีรีนได้แต่ใช้พัดปิดปากหัวเราะเบา ๆ รินรินกระโดดเข้าไปกอดเนย่าอย่างดีใจส่วนสองหนุ่มฮาร์มกับเซนดรินได้แต่ยืนมองภาพนั้นด้วยท่าทีนิ่งสงบถ้าอีรอสเป็นหนอนบ่อนไส้จริงเขาก็คงจะเป็นหนอนที่น่าสงสารน่าดูเชียวล่ะเนย่าคิดในใจ

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน