ณ หน้าผาสูงทางทิศเหนือของเมือง
ซูอิ๋งอิ๋ง
สตรีรูปงามกำลังถือกระบี่ในมือแน่น ไหล่ซ้ายดูเหมือนจะมีโลหิตไหล่ออกมานิดหน่อย เบื้องหน้าห่างออกไปมีคนอีกผู้หนึ่งยืนอยู่ มิใช่ผู้ใด มันคือ ฟู่สิงซุนนั้นเอง
“เป็นอันใดไป เจ้าสำนักซูท่านคิดยอมแพ้แล้วหรือ” แสยะยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากก่อนเอ่ยถาม
“ยอมรึ? ช่างน่าขำยิ่งนัก บาดแผลแค่นี้ ไกลหัวใจ” ซูอิ๋งอิ๋งระบายยิ้มมั่นใจตอบ ทว่า...ลึก ๆ แล้วนางรู้สึกทรมานไม่น้อย ร่างกายรู้สึกชาแปลก ๆ อาจเพราะกระบี่ของฟู่สิงซุนเคลือบอาบยาพิษบางอย่างไว้
“ดี! ใจสู้ดี ขนาดโดนพิษดอกทองสลายวิญญาณของข้าเข้าไปแล้ว ยังตีฝีปากได้แบบนี้ข้านับถือยิ่งนัก เช่นนั้นข้ากระบวนท่าต่อไป ข้าจะส่งเจ้าไปปรโลกเสีย เพื่อต้องทรมานนาน รับมือ!” ฟู่สิงซุนเอ่ย ขึ้นก่อนมันจะกระชับกระบี่ ในมือ และพุ่งทะยานตรงมาหาซูอิ๋งอิ๋ง ความเร็วไม่ต่างจากก่อนหน้าที่มันประมือกับนาง ทว่า....ที่แปลกไปคือยามนี้ ตาของซูอิ๋งอิ๋งพร่ามัว มองเห็น ฟู่สิงซุนเป็นหลายคนแยกไม่ออกไหนจริง ไหนเท็จ ขาสองของสั่นระริก แทบยืนไม่ไหว ทั้งหมดเป็นผลมาจากพิษดอกทองสลายวิญญาณเป็นแน่ หรือนี่คือ จุดจบของซูอิ่งอิ๋ง...
เสียงกระบี่เสียบเข้าร่างเสียงดัง ฉึก! ทว่า....
หาใช่ร่างของซูอิ๋งอิ๋งไม่ แต่เป็นช่วงไหล่ด้านหลังของ ซูหยวนเย่ต่างหาก
“นะ...นี่เจ้า....” ซูอิ๋งอิ๋งถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ฟู่สิงซุนเองก็เช่นกัน
“จะ...เจ้ามาได้อย่างไรกัน ในชั่วพริบตา....” ฟู่สิงซุน ถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนเอ่ยถามขึ้น
“มาอย่างไรหรือ ข้า...ก็บินมาอย่างไรเล่า ไอ้คนสารเลว ออกไป๋!!” ซูหยวนเย่ กล่าวพร้อมโคจรลมปราณอันมหาศาลออกมานั้น ทำให้ กระบี่ที่เสียบคาอยู่ พร้อมกับร่างของ ฟู่สิงซุน กระเด็นถอยออกไปหลายสิบก้าว
“ลมปราณอันใดกัน!? ทำไมถึงรุนแรงเพียงนี่” เมื่อครู่ว่าน่าตกตะลึงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ยิ่งชวนตะลึงยิ่งกว่า ซูหยวนเย่ พลันหันมาช้า ๆ ก่อนเอ่ยว่า “ลมปราณอะไรงั้นหรือ? หากเจ้าเคยเป็นคนของเกาะดอกทอกคงเคยได้ยิน เคล็ดวิชา เทวะกามาสูรสินะ”
“เคล็ดวิชา เทวะกามาสูร! เป็นไปไม่ได้เคล็ดวิชานั้นท่อนล่างหายสาบสูญ ท่อนบนถูก หลันเทียนหลงเก็บไว้เป็นอย่างดี เจ้ากำลังบอกข้ารึ? ว่าได้ฝึกพวกมัน” ฟู่สิงซุนถึงกับ สองตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด ก่อนจะพลันสั่นหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ซูหยวนเย่บอก
“ไม่เชื่อกระนั้นหรือ ความเร็วเมื่อครู่ตอนข้าใช้ตัวพุ่งมารับคำกระบี่แทนนางเจ้าก็เห็นแล้วมิใช่รึ ไหนจะลมปราณที่ระเบิดออกมาจนเจ้ากระเด็นถอยออกไปยืนอยู่ตรงนั้นยังไม่พอพิสูจน์อีกหรือไร” ซูหยวนเย่เอ่ยเสียงขึ้น ฟู่สิงซุนนิ่งคิดไปชั่วขณะ
“จริงของมัน หากได้ฝึกสุดยอดเคล็ดวิชานั้น จะโผล่มาขวางในพริบตาแบบเมื่อครู่ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อย่างไรกัน? มันพบเคล็ดวิชาท่อนล่างบนเกาะแล้วแอบฝึกหรือ ก็อาจเป็นไปได้ แล้วท่อนบนล่ะ? เป็นไปไม่ได้ อาจารย์ไม่มีทางถ่ายทอดให้คนนอก และต่อให้เจ้าหมอรวดเร็วแค่ไหนก็ไม่มีทางแอบฝึก เคล็ดวิชาท่อนบนที่ถูกซ่อนไว้ได้ อาจารย์ไม่เคยบอกใครว่าเก็บไว้ตรงไหน”
“อ้าว ๆ เป็นอันใดเล่า ฟู่สิงซุน ตกใจกลัวพูดไม่ออกเลยรึ หรือ....กำลังสงสัยอยู่ว่าข้าฝึกพวกมันมาได้อย่างไร เช่นนั้นข้าจะบอกให้ก็ได้ เคล็ดท่อนล่างน่ะ ข้าบังเอิญโชคดีพบเข้าจึงได้ฝึกส่วน เคล็ดท่อนบนนั้น.....”
“นั้นทำไม? เจ้าจะบอกหรือว่า หลันเทียนหลงเป็นผู้ถ่ายทอดให้เจ้า อย่ามาผายลมให้ข้าฟังเลย เป็นไปไม่ได้เพราะ...”
“เพราะขนาดศิษย์ทรยศที่อยู่ข้างกายมานานเช่นเจ้า เขายังไม่คิดถ่ายทอดให้เลยใช่หรือไม่...” คำกล่าวของซูหยวนเย่ประโยคนั้นทำเอา ฟู่สิงซุนตกใจเป็นรอบที่ล้าน
“จะ....เจ้าเป็นใครกันแน่!!!” คราวนี้มันเอ่ยถามออกมาพร้อมสีหน้าแดงก่ำ ด้วยความโกรธ
“ข้าหรือ นามของข้าคือ ซูอี้หนาน อดีตจอมยุทธอันดับหนึ่ง และยังเป็นบุตรเขยของ หลันเทียนหลงอดีตเจ้าเกาะดอกทอง หรือก็คือ คนที่เล่นงานไอ้คุณชายศิษย์รักของเจ้าอย่างไรเล่า ข้าอุตส่าห์ฝากมันไปบอกเจ้าแล้วนี่ หรือมันลืม ช่างใช้ไม่ได้จริง” ซูหยวนเย่เอ่ยพร้อมสั่นหน้าไปมา ส่วนฟู่สิงซุนพอทราบความจริงก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพลันเปลี่ยนเป็นโกรธจัด
“เป็นเจ้านี่เอง มิน่าเล่าถึงฝึกเคล็ดวิชาเทวะกามาสูรท่อนบนได้ จะมาเอาตัวข้ากลับไปเกาะดอกทองเพื่อรับโทษกับ อาจารย์กระนั้นรึ... ฝันไปเถอะ!!!” ฟู่สิงซุนตวาดเสียงดัง ก่อนที่มันจะใช้มือล้วงไปในเสื้อ แล้วหยิบของบางอย่างออกมาปาลงบนพื้นดิน ซูหยวนเย่ที่เห็นก็ตกใจเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่า ฟู่สิงซุนจะซ่อนระเบิดไว้ในเสื้อ
“ท่านแม่ระวัง!!” ซูหยวนเย่หลุดปากเรียกซูอิ๋งอิ๋งว่ามารดาด้วยความตกใจ ก่อนจะพลันหันไปคว้าตัวนางเอาไว้ เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นขึ้นบนนั้น ก่อนจะตามมาด้วยฝุ่นควันมากมาย สองแม่ลูกดูเหมือนจะหนีไม่ทัน โดนแรงระเบิดตกไปเบื้องล่างของหุบเขา ส่วนฟู่สิงซุนนั้นใช้วิชาตัวเบา หนีไปเรียบร้อย
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไอ้หน้าโง่ คิดรึว่าข้าไม่มีไม้เด็ดซ่อนไว้ สมน้ำหน้าตกไปตายพร้อมกันทั้งคู่ซะ ต่อให้เจ้าฝึกสุดยอดเคล็ดวิชานั้นมา ก็ใช่จะมีปีกบินเสียหน่อย สะใจยิ่งนัก ทีนี้แหละ หลันอวี้คงได้กลายเป็นม่ายแน่นอน” ฟูสิงซุนหัวร่อชอบอกชอบใจ ขณะที่มันกำลังใช้วิชาตัวเบาโผไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว ทว่า...ในเวลานั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น
“นอกจากท่านจะมีนิสัยขี้ขโมยมาแต่ไหนแต่ไร ยามนี้ยังมีนิสัยชอบพูดใส่ร้ายคนอื่นด้วยหรือนี่...” ฟู่สิงซุนที่ได้ยินถึงกับหยุดชะงัก ก่อนแหงนหน้ามองขึ้นไปบนยอดไม้เหนือหัวมัน
“จะ....เจ้า!!!?”
ภาพเบื้องบนคือสตรีผู้งดงามนางหนึ่ง สวมใส่ชุดสีเหลืองอ่อนแต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้ฟู่สิงซุนเข่าอ่อนจนแทบตกต้นไม้เท่ากับภาพของชายวัยกลางคนอีกผู้หนึ่งซึ่งยืนเอามือไพล่หลังอยู่ข้าง ๆ นาง
“อะ...อาจารย์...!!!!!!”
กฎของเกาะดอกทองคือ ห้ามผู้ใดออกนอกเกาะโดยไม่ได้รับอนุญาต ตัวเจ้าเกาะเกือบทุกรุ่นเองก็ไม่มีใครเคยออกนอกเกาะเช่นกัน เพราะพวกเขาไม่อยากยุ่งกับยุทธภพภายนอก ทว่า...ยามนี้ หลันเทียนหลงอดีตเจ้าเกาะ กับบุตรสาว หลันอวี้ ผู้ซึ่งเป็นเจ้าเกาะคนปัจจุบัน ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย... หลันเทียนหลงมีเป้าหมายอยู่สองอย่าง หนึ่งคือ ออกมาตามศิษย์ชั่วอย่างฟู่สิงซุนไปรับโทษ สอง มาตามหา ซูอี้หนาน ผู้เป็นลูกเขย และสามีของบุตรสาวมัน...
จบบท