อชิราเมื่อรู้แน่ชัดว่าร่างของบิดาและผู้าุโทั้งหลายได้ถูกทำลายไปแล้ว ก็รู็สึกราวกับว่าโลกนี้พังพินาศ ทว่าอีกฝ่ายแม้จะรู้สึกอาวรณ์อยู่มาก และยังมีอีกหลายอย่างที่เป็ห่วง กระนั้นิญญาทุกดวงต่างได้ประสบความเลวร้ายเมื่อตอนถูกกักวิญาณอยู่ในร่างของผู้เสพิญญา
ในนั้นทั้งมืดมิด และทุกข์ทรมาณ ิญญาทุกดวงต่างรับรู้ได้ว่าในนั้นพวกเขาไม่ต่างอะไรกับแหล่งพลังงานที่ถูกสูบอยู่ตลอดเวลาเพื่อไปส่งเสริมให้กับพลังของผู้เสพิญญา
ขึ้นชื่อว่าผู้เสพิญญา ความลับของพวกนั้นคือการดูดกลืนิญญาเพื่อเป็พลังงาน ดังนั้นไม่แปลกใจที่พวกมันมีฉายาว่าแสงสุดท้าย เพราะว่าพลังของพวกมันไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่มันสามารถดูดกลืนิญญาได้เรื่อยๆ ยิ่งิญญาที่ถูกดูดแข็งแกร่งเพียงใด ย่อมเป็แหล่งพลังงานชั้นดีเท่านั้น
มิหนำซ้ำ ผู้เสพิญญาผู้นี้น่าจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักสิทธิ์ขั้นขั้น 9 ก็เป็ได้ แต่ยังคงพลาดท่าให้กับพลังลึกลับของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากับพวกเขา
อชิระกับเหล่าผู้าุโกำลังมองไปยังครามอย่างพินิจพิเคราะห์ เื่บุญคุณก็ส่วนหนึ่ง แต่เื่ของพลังปริศนาที่ช่วยพวกเขาและเหล่าิญญาที่ถูกกักขังเอาไว้ก็เื่หนึ่ง
“หนุ่มน้อยท่านนี้ เ้านี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ข้าเห็นพร์อันยิ่งใหญ่ในตัวเ้า” นั่นคือสิ่งที่ทุกคนอยากจะพูดออกมา การต่อสู้ที่มีผลลัพธ์ที่ประจักษ์เยี่ยงนี้ ไมีมีผู้ใดมีข้อกังขาในอนาคตของครามได้ เขาน่าจะเป็คนเดียวที่จะช่วยให้อชิราสามารถกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งในอนาคต และฟื้นฟูสำนักเมื่อพวกเขาจากไป
“เอ่อ ท่านผู้าุโทั้งหลายข้าน้อยยังเด็ก ต้องอาศัยโชคช่วยถึงปราบผู้เสพิญญาลงได้”
อชิระส่ายหัว “ไม่หรอก เ้าไม่ใช่บุคคลธรรมดาเป็แน่ ชาติกำเนิดของเ้าก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน ถ้าเ้าจะเห็นแก่พวกเราช่วยปกป้องลูกสาวของข้าให้รอดพ้นจากพวกชั่วช้าด้วยเถิด ข้าเชื่อว่ามีบางอย่างที่ผู้เสพิญญา้าและสิ่งนั้นพวกมันยังคงไม่ได้ไป”
อชิระ ทำท่าระบายลมหายใจ ทั้งๆ ที่ไม่มี แล้วพูดต่อว่า “หลังจากนี้เธอจะต้องอยู่เพียงลำพัง กับสำนักที่แทบไม่เหลือใคร คัมภีร์ต่างๆ ในสำนักข้ายกให้เ้าทั้งหมด แต่รบกวนช่วยหาวิธีทำให้ลูกข้าให้แข็งแกร่งด้วยได้ไหม เพื่อไม่ให้นางต้องโดนรักแกจากสำนักใหญ่ในอนาคต”
พอกล่าวจบวิญาณทุกดวงก็นั่งคุกเข่าให้กับคราม เขารีบร้องห้าม
ทันใดนั้น ยมทูตได้ผุดร่างขึ้นมาจากพื้นดิน แน่ล่ะ มีเพียงิญญาและครามเท่านั้นที่เห็น ยมทูตโค้งคำนับครามเพื่อทำความเคารพในฐานะที่ครามเป็ลูกศิษย์ของพญายมราช นั่นไม่ต่างอะไรกับการเป็นายน้อยของยมทูตเลยแม้แต่น้อย
เมื่อดวงิญญาเ่าั้เห็นยมทูตทำความเคารพคราม จึงยิ่งมั่นใจได้เลยว่าครามไม่ใช่คนธรรมดาสามัญที่มีเพียงแค่พร์อันน่าเกรงขามแน่นอน มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ดังนั้นทั้งหมดจึงพร้อมใจกันขอร้องครามเพื่อให้ตอบรับ
เมื่อครามเห็นว่าเหล่าิญญาไม่ยอมจากไป และรบเร้าเขาอยู่นั่น จึงตกปากรับคำ
“เอาล่ะทุกท่าน ข้าจะดูแลพี่สาวอชิราให้ดีที่สุด” ครามพูดจบก็คำนับตอบ ด้วยการที่เขาเป็ศิษย์ของพญายมราช เขาไม่สามารถคำนับใครได้มากว่านี้ มันดูผิดแผกมาก และดูเหมือนจะเป็การดึงอาจารย์ลงเป็เป็คนธรรมดา ดังนั้นเขาจำเป็ต้องแข็งแกร่งอย่างที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องขอร้องใคร
“อชิรา พ่อกับทุกคนต้องไปก่อน เ้าจงจำไว้ พ่อไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ในใจเ้า ร่างกายของเ้ามีเืของพ่อไหลเวียนอยู่เสมอ จงจำไว้ ชายผู้นี้จะดูแลเ้าแทนข้า”
เหล่าวิญาณทุกดวงพยักหน้าอย่างยินดี พลางโบกมือลาแม่หญิงอชิรา แล้วค่อยๆ หายไปพร้อมๆ กับยมทูต ส่วนอชิรานั้นก็พยามวิ่งตามจนล้ม ครามเข้าใจถึงความโศกเศร้าในการพลัดพรากนี้ดี
ครามเดินเข้าไปอย่างไม่รู้ ว่าจะปลอบเธออย่างไร พลันหญิงสาวโผเข้ามากอดเขาเอาไว้ ครามยืนนิ่งอยู่นาน นานพอที่เธอร้องไห้จนไม่มีเสียง และหมดสติคาอกของเขา
ครามเข้าใจดี เวลานี้จิตใจของเธอไม่ต่างอะไรกับนกที่าเ็ จำเป็ต้องหากิ่งไม้เกาะเพื่อหยุดพักให้หายดี
สิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่ผู้เฒ่าในหมู่บ้าน 7 ครัวเรือนเสียชีวิตลง เขาและเด็กๆ ในหมู่บ้านร้องไห้กันหลายวันเลยทีเดียว เวลานั้นพวกเราต่างก็เป็ที่ยึดเกาะของซึ่งกันและกัน