The last hunter

    บทที่31 ศิษย์ภาคบังคับ(แก้คำผิดแล้ว)

    บทที่31ศิษย์ภาคบังคับ(แก้คำผิดแล้ว)

     

    “…..ท่านแน่ใจนะว่าจะรับข้าเป็นศิษย์ข้าเป็นพวกไม่สนกฎสนผู้คน หรือเคารพใครก็ตามหรอกนะ อย่างที่ท่านเห็นข้าไม่ได้แสดงความเคารพท่านหรือผู้ใดในนี้เลย หากนับด้านอายุข้าไม่สนใจใครทั้งสิ้นข้าสนใจเพียงแค่พลังเท่านั้น หากความรู้ของคนๆนั้นน้อยกว่าข้าข้าไม่แยแสแม้แต่น้อย”ชินหมิงกล่าวความต้องการของตนเองออกมาทันทีไป๋เทียนที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ“หากเจ้าเป็นศิษย์ของข้าก็ไม่ต้องสนใจใครนอกจากข้าและบุตรแห่งพระเจ้าทั้งสามที่เหลือเท่านั้นเอง”

     

    “ตอนนี้ระดับของเจ้าคือนักบวชระดับกลางอีกเพียงขั้นเดียวจะเป็นนักบวชระดับสูง ที่เป็นรองแค่จ้าววิหารหลักเท่านั้น”ไป๋เทียนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทันทีชินหมิงที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนที่จะประสานมือและคุกเข่าลงข้างหนึ่ง“เคารพอาจารย์”

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยอดเยี่ยมข้าได้เป็นทั้งอาจารย์และพ่อของเจ้าฝากด้วยด้วยละเจ้าลูกเขย”ไป๋เทียนหัวเราะลั่นอยู่นานจนทั้งวิหารสั่นสะเทือนก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเมื่อชินหมิงได้ยินก็งุนงงทันทีเขาเอียงคอด้วยความสับสนอีกด้านยูหลินหน้าแดงและวิ่งหายไปแล้วทิ้งเอาไว้เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น“ลูกเขยหรือ…อันใดละนั้นข้าไปแต่งกับคนในตระกูลท่านเมื่อใด”

     

    “ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องคิดมาก”เมื่อเห็นการแสดงออกของชินหมิงไป๋เทียนจึงรู้ว่าชินหมิงเป็นพวกโง่เรื่องความรักเขากล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจนักหลังจากนั้นพวกเขาทั้งกลุ่มก็เตรียมตัวออกเดินทางกลับไปยังวิหารหลักตัวของชินหมิงเองก็ต้องกลับไปด้วยเช่นกันเพราะเขาจะต้องกลับไปฝึกฝนกับไป๋เทียน“ไฮนิ๋วจะติดตามไปกับข้าเสมอหากท่านไม่ว่าข้าต้องการพาเขาไปด้วยได้หรือไม่”

     

    “ได้แน่นอนความแข็งแกร่งของผู้พิทักษ์ของเจ้านั้นไม่ธรรมดาเลยและข้าเองก็มีคนที่จะฝึกฝนให้กับเขาเช่นกัน”ไป๋เทียนกล่าวออกมาขึ้นพร้อมกับพาพวกเขาจากไปแต่ยูหลินยังต้องอยู่ที่นี้ต่อ นางเดินเข้ามาหาชินหมิงด้วยแววตาสับสน ชินหมิงหัวเราะอย่างชอบใจก่อนที่จะลูบหัวของนางเบาๆ“ข้าจะกลับมานะ”

     

    “ข้าจะรอนะ”ทั้งสองกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มบรรยากาศราวกับคู่รักใหม่ไป๋เทียนคิ้วกระตุกเดินเข้ามาลากคอของชินหมิงเข้าไปภายในแสงสว่างทันที ชินหมิงโบกมือลาทุกคนและทุกคนก็ประสานมือคำนับเขาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน“ขอให้โชคดีท่านอาจารย์”

     

    “ตั้งใจฝึกฝนเข้าละเหล่าเด็กน้อยที่น่ารักของข้า”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะหายเข้าไปภายในแสงสว่างพวกเขามุ่งหน้าไปด้วยแสงสว่างและพริบตาก็มาถึงยังส่วนของวิหารหลัก ชินหมิงตอนนี้สวมใส่ชุดนักบวชชั้นกลางเขามองไปรอบๆวิหารหลักที่ใหญ่โตราวกับพระราชวังของยักษ์“พวกเจ้าตามข้ามาข้าจะพาเจ้าไปพบกับจ้าวแห่งวิหาร”

     

    ชินหมิงและหลงอู่เดินเข้าไปตามทางจนมาถึงยังห้องโถงใหญ่ที่มีเสาสิบเสาตั้งอยู่และด้านหลังเสามีเสาขนาดใหญ่ที่มีบัลลังก์ทั้งสี่ตั้งอยู่เหนือขึ้นไปคือเสายักษ์ที่มีบัลลังก์สีทองตั้งอยู่อีกชายหนุ่มบนบัลลังก์สีทองจ้องมองลงมาที่พวกเขา ถึงชินหมิงจะไม่ชอบให้ใครกระทำเช่นนี้แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก

     

    “ท่านบุตรแห่งพระเจ้ากลับมาแล้วเช่นนี้หรือด้านหลังคือ”ชายหนุ่มกล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้มปีกสีขาวทั้งหกด้านหลังของเขาทำให้เขาดูยิ่งใหญ่มากเหล่าผู้อาวุโสเองก็สนใจชินหมิงกับหลงอู่ขึ้นมาเล็กน้อยบุตรแห่งเทพที่อยู่บนเสาเหลือเพียงคนเดียวอีกหนึ่งอยู่กับชินหมิง และอีกสองไม่ทราบที่อยู่แน่ชัด“เขาคือไท่หยาง นักบวชระดับกลาง นักบวชเพลิงตะวัน นักหลอมโอสถชั้นสูงสุดและศิษย์เอกเพียงหนึ่งของข้า”

     

    “เช่นนั้นเขาคงแข็งแกร่งไม่น้อยท่านจึงได้รับเขาเป็นศิษย์เช่นนี้”สิ้นคำกล่าวนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับใครหลายคนชายหนุ่มเองยังแปลกใจและพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มจึงกล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้มแรงกดดันราวกับหุบเขากระแทกเข้าใส่ทั้งสองคนทันทีหลงอู่ถูกกดทับจนเกือบจะคุกเข่าลงไป แต่ชินหมิงจับและดึงกลับขึ้นมาพร้อมกับปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาทำลายคลื่นพลังนั้นทิ้งทันทีไม้เท้าของเขาถูกเคาะลงไปที่พื้นสร้างมังกรเพลิงขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้นมาด้านหลังทันที“เป็นการต้อนรับที่น่าสนใจสมกับเป็นจ้าวแห่งวิหาร อำนาจแห่งแสงและแรงโน้มถ่วง ถึงว่าไม่เลว”

     

    “บังอาจ”ผู้อาวุโสทั้งสิบคำรามออกมาพวกเขาปลดปล่อยพลังจำนวนมากออกมาหวังสังหารชินหมิงแต่ตัวของชินหมิงหาได้หวาดกลัวไม่เขาเคาะไม้เท้าลงไปที่พื้นอีกครั้งปรากฏมังกรเพลิงนับสิบจ้องมองไปที่พวกมันพร้อมกับรวบรวมลมหายใจพร้อมโจมตีทันที“ถึงจะเป็นพวกเจ้าทั้งหมดในห้องนี้ข้าก็ไม่สนใจจะนักบวชชั้นสูง จ้าววิหาร หรือบุตรแห่งพระเจ้าเพราะสิ่งที่ทำให้ข้าเคารพได้นอกจากบิดามารดาแล้วมีเพียงอาจารย์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของข้าเท่านั้นหากเจ้าไม่แสดงให้เห็นข้าก็ไม่เชื่อมันก็แค่นั้น”

     

    “ท่านน่าสนใจมากนักบวชเพลิงตะวัน แต่พอเท่านี้เถอะ”จ้าววิหารกล่าวออกมาชินหมิงจ้องมองอีกฝ่ายเล็กน้อยและสลายเปลวเพลิงของเขาออกไปหลังจากนั้นก็เลิกสนใจสิ่งใดหลงอู่นั้นดื่มโพชั่นฟื้นฟูและไม่นานร่างกายของเขาก็กลับมาเป็นปกติทันทีเหล่าคนภายในห้องโถงจ้องมองขวดโอสถของเหลวสีแดงนั้นผลของมันสุดยอดอย่างแท้จริง“เช่นนั้นข้าต้องพาตัวเขาจากไปทันทีเพื่อฝึกฝน”

     

    “โปรดหยุดก่อนนักบวชเพลิงตะวัน โอสถของท่านนั้นจะมอบมันให้กับวิหารหรือไม่”เสียงดังขึ้นมันมาจากผู้อาวุโสที่เป็นสิบเสาพวกมันคือนักบวชระดับสูงทั้งสิ้น แต่กับทำตัวโลภมาจนน่าสมเพช ชินหมิงที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ“ไม่ข้าไม่ให้แต่ข้าขายตามราคาเดิม ถึงจะเป็นวิหารนี้ก็ตาม ถึงข้าจะเป็นนักบวชของวิหารนี้แต่ข้อผูกมัดไม่มีสำหรับข้า และข้าก็คือพ่อค้า ขวดละแสนเหรียญทองหากท่านต้องการก็ติดต่อผ่าน อาจารย์ของข้ามาได้ข้ามีจำนวนจำกัดด้วยพลังของข้าตอนนี้สามเดือนข้าสามารถสร้างได้ร้อยขวดต่อหนึ่งชนิด”

     

    “แสนเหรียญทองหรือเจ้าไม่คิดว่ามันมากไปหรือ”ผู้อาวุโสคนหนึ่งขมวดคิ้วพร้อมกับกล่าวออกมาทันทีเพราะเขานั้นรู้ราคาของมันคือเก้าหมื่นเหรียญทองแต่ตัวของชินหมิงกับกล่าวว่าแสนเหรียญทองมันเพิ่มขึ้น“แน่นอนว่าไม่มากไปเพราะผลของมันดีขึ้นและอีกอย่าง”

     

    “หากท่านบาดเจ็บในการต่อสู้ท่านต้องการที่จะฟื้นฟูแล้วสู้ต่อหรือหนีหางจุกก้นไปหลบแล้วกินโอสถเม็ดนั่งฟื้นฟูพลังที่ใช้เวลานานมากในการฟื้นฟูละ”ชินหมิงกล่าวถามออกมาอย่างไม่คิดมากนักพวกเขาทั้งหมดเงียบลงทันที โอสถของชินหมิงนั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆและนั้นทำให้พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธราคาที่สามารถเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลาเช่นนี้“ได้แต่เจ้าจะต้องคงราคานี้เอาไว้ตลอด”

     

    “ไม่รับปาก ไปกันเถอะ”ชินหมิงกล่าวตอบอย่างไม่แยแสพร้อมกับเดินออกไปทันทีผู้อาวุโสทั้งหมดเต็มไปด้วยความโกรธหากไม่เพราะตัวของชินหมิงเป็นศิษย์เอกของบุตรแห่งพระเจ้าพวกเขาจะโจมตีชินหมิงไปแล้วแต่เพราะตัวของชินหมิงนั้นมีอำนาจหนุนหลังที่แม้แต่จ้าววิหารยังยากที่จะต่อกรทำให้เขาไม่สามารถทำสิ่งใดได้“เอาละให้ผู้พิทักษ์ของเจ้าไปฝึกฝนกับสหายเก่าของข้า เขาได้นามว่าเทพแห่งดาบยักษ์เขาจะช่วยผู้พิทักษ์ของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้อีก”

     

    “ไฮนิ๋วหวังว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้พรสวรรค์ของเจ้าแน่นอนว่าเหยียบหัวทุกคนได้ไม่ยากเลย”ชินหมิงกล่าวออกมาหลังจากนั้นชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาภายในพื้นที่หุบเขาของไป๋เทียนเขายิ้มออกมาเมื่อมองเห็นหลงอู่ก่อนที่จะพุ่งเข้ามาชกเข้าไปที่ท้องอย่างแรงจนหลงอู่หมดสติไปชินหมิงจ้องมองด้วยความตกตะลึงความเร็ว พลังทำลายทุกอย่างสูงมากประเมินระดับไม่ได้เหมือนกับบุตรแห่งพระเจ้า แข็งแกร่งมาก“ข้าพาเขาไปละนะเจ้าดาบอีกหนึ่งปีเจอกันที่นี้”

     

    “ได้เจ้าดาบยักษ์หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ”ไป๋เทียนกล่าวออกมาหลังจากนั้นทั้งสองก็จากไปตัวของชินหมิงเข้าไปภายในพื้นที่ของหุบเขาเป็นเส้นทางลับเดินลึกลงไปใต้หุบเขาเป็นห้องลับขนาดใหญ่ที่มีขนาดเป็นทั้งหุบเขาเลยก็ว่าได้ทั้งสองจ้องมองหน้ากันเล็กน้อย“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุอัคคีที่เก่งกาจ แต่ตอนนี้เจ้ามีศาสตราวุธบินแล้วเพราะเช่นนั้นจงใช้มันให้ได้อย่างเชี่ยวชาญให้ได้เพียงแค่ใช้พอเป็นศาสตราวุธเท่านั้น”

     

    “ศาสตราวุธบินนั้นไม่เหมือนกับการควบคุมทั่วไปพวกมันนั้นมีจิตวิญญาณของพวกมันเองเจ้าจะต้องเชื่อมต่อและเป็นหนึ่งเดียวกับมันข้าจะสอนเจ้าในการแยกประสาทการรับรู้มันเรียกว่า ทักษะแยกจิต เป็นทักษะระดับสูงมากหากฝึกฝนได้ดีเจ้าจะควบคุมศาสตราวุธนับสิบได้ด้วยตัวคนเดียว”

    คล้ายกับเรื่องThe last hunter ที่คุณอ่าน