บทที่ 17 สิ้นสุดคำสัญญา
หลังลี่ลี่ตอบตกลงข้อเสนอของแมงมุมมรณะราชันพยัคฆ์ขาวกับหงส์เพลิงะได้จากไป ปล่อยให้แมงมุมมรณะกับลี่ลี่กลับไปยังสถานที่ราชันพยัคฆ์ขาวใช้ฝึกเด็กตระกูลหลิงรุ่นแรก
ไม่กี่วันให้หลัง
หลังจากแมงมุมมรณะกับลี่ลี่กลับมาถึงสถานที่ฝึกฝนเด็กอายุห้าขวบปีห้าคนจากตระกูลหลิงที่ต้องเข้ารับการฝึกฝน ถูกผู้นำตระกูลหลิงนำพาเข้ามาด้วยวิธีเดิมเหมือนที่เคยให้รุ่นแรกเข้ามาฝึกฝน
เพียงแต่แมงมุมมรณะไม่ค่อยเข้าใจถึงการเคาะประตูและเข้ามาลี่ลี่จึงอธิบายครั้งแรกที่ถูกพาเข้ามาในสถานที่ฝึกฝน อีกอย่างครั้งนี้ผู้นำตระกูลหลิงยังใเพราะเห็นแมงมุมมรณะอยู่แทนราชันพยัคฆ์ขาว
โชคดีการอธิบายของลี่ลี่กระชับรวดเร็ว เข้าใจง่าย แม้เป็ในมุมมองของนาง แมงมุมมรณะก็เข้าใจหลายอย่างทำให้มันกล่าวกับผู้นำตระกูลหลิงได้ราบรื่น
“ไม่ต้องกังวลข้ามาแทนเ้าพยัคฆ์ร้ายตนนั้น อีกสิบปีจะมีวิหคตัวหนึ่งมาแทน พวกเราทั้งสามสลับสับเปลี่ยนวนเวียนกันไปจวบจนครบหนึ่งร้อยปี” แมงมุมมรณะกล่าวสบายๆ แต่มันไม่ได้คิดเลยว่าตัวมันน่ากลัวสำหรับผู้นำตระกูลหลิงเพียงใด
“ขอรับเช่นนั้นข้าขอตัว” ผู้นำตระกูลหลิงกล่าวน้ำเสียงจริงจังแฝงความจริงใจแล้วเดินจากไปเหมือนสิบปีก่อน ทิ้งให้เด็กห้าขวบตัวน้อยทั้งห้าในรุ่นที่สองยืนแข็งค้างทำอะไรไม่ถูกกระทั่งลี่ลี่กระตุ้นให้เด็กๆแสดงความเคารพแมงมุมมรณะ
หลังจากนั้นแมงมุมมรณะกล่าวน้ำเสียงเปี่ยมความเข้าใจทุกถ้อยคำให้เด็กทั้งห้าเข้าใจและเริ่มปรับตัว
ลี่ลี่เห็นแมงมุมมรณะมีความละเอียดรอบคอบใส่ใจทุกรายละเอียดทั้งแผนการฝึกฝนและการทดสอบ ต่างกับราชันพยัคฆ์ขาว แต่นางไม่รู้เลยว่านับจากนี้ไม่เพียงนางต้องคอยชี้แนะในสิ่งที่ร่ำเรียนมาให้เด็กๆ
แต่นางยังต้องทำอย่างอื่นด้วยเพราะนางต้องเป็ผู้ช่วยของแมงมุมมรณะ และยังต้องฝึกเหมือนเด็กรุ่นสองทุกอย่างนี่เป็ตัวแมงมุมมรณะมีความตั้งใจหนึ่งในอนาคต หลังเจียอี้ตื่นขึ้นจากการบ่มเพาะจะได้มีคนคอยช่วยเหลือเป็มือขวา หากว่าอสูรทั้งสิบต้องไปทำสิ่งอื่น
เพียงแต่แมงมุมมรณะก็ไม่รู้เื่หนึ่งเช่นกันว่าผู้นำตระกูลหลิงเริ่มสร้างรูปสลักของมันมาเคารพบูชาในตระกูลเฉกเช่นเดียวกับราชันพยัคฆ์ขาว
เมื่อทุกอย่างลงตัวแมงมุมมรณะเริ่มฝึกฝนเด็กรุ่นสอง ลี่ลี่เป็ผู้ช่วยดูแลพร้อมฝึกฝนการฝึกฝนของเด็กเหล่านี้หนักหนากว่าของรุ่นแรกหลายเท่าไม่เพียงมีการฝึกคล้ายๆกับราชันพยัคฆ์ขาว ยังมีการฝึกร่างกายให้ทนทานต่อพิษเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นฟูร่างกาย
สิบปีผ่านไป
การฝึกฝนของเด็กรุ่นสองได้จบลงหลังผ่านบททดสอบเอาชีวิตรอดในป่าไร้ชื่อแห่งหนึ่งในระยะเวลาห้าเดือนสุดท้ายเด็กรุ่นสองทุกคนต่างผ่านการทดสอบ
ไม่กี่วันหลังเด็กรุ่นสองจากไปหงส์เพลิงะได้เข้ามาแทนที่ แมงมุมมรณะ แมงมุมมรณะจึงจากไปแต่ก่อนจะจากไปแมงมุมมรณะได้ฝากฝังลี่ลี่ที่เข้าสู่ระดับเทวะให้หงส์เพลิงะดูแลและส่งผ่านความทรงจำทุกอย่างตลอดสิบปีให้
สองวันถัดมาเด็กรุ่นสามจะถูกผู้นำตระกูลหลิงพามาฝึกฝนครั้งนี้ผู้นำตระกูลหลิงพบเจอหงส์เพลิงะยังมีท่าทีเหมือนตอนได้พบเจอแมงมุมมรณะครั้งแรก แม้ยังจดจำคำกล่าวของแมงมุมมรณะได้
หลังผู้นำตระกูลหลิงจากไปยังคงสร้างรูปปั้นให้หงส์เพลิงะเพื่อให้คนตระกูลหลิงเคารพบูชา
ด้านลี่ลี่หลังผ่านมาสิบปีนางได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็การฝึกฝนเรียนรู้เคล็ดวิชาการคงรูปลักษณ์ให้อยู่ในสภาพเดิม การควบคุมพลังเทวะ การเป็ผู้ช่วยและการดูแลเด็กระหว่างฝึกฝน นางจึงสามารถทำทุกอย่างได้ราบรื่น
หงส์เพลิงะกวาดสายตามองเด็กทั้งห้าผ่านๆแต่กลับเห็นลี่ลี่เดินเข้าไปอธิบายและส่งพลังบางเบา เพื่อให้เด็กรุ่นสามทำความเข้าใจกับคำพูดของนางทุกถ้อยคำ
เห็นเช่นนี้หงส์เพลิงะจึงเลิกคิดกล่าวให้เสียเวลาเอาเวลามาปรับเปลี่ยน พัฒนาแผนการฝึกฝนเด็กรุ่นสามในระยะสิบปี ซึ่งแผนการฝึกฝนของหงส์เพลิงะแตกต่างกับแผนการฝึกฝนของแมงมุมมรณะเล็กน้อย
หงส์เพลิงะเปลี่ยนจากฝึกเื่พิษเป็การฝึกฝนเื่เพลิงเน้นไปทางทำความเข้าใจ ควบคุมและใช้การรักษาด้วยเพลิงนับได้ว่าเด็กรุ่นสามได้รับความทรมานระหว่างฝึกฝนไม่ต่างจากรุ่นใดเลยเผลอๆอาจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
นอกเหนือจากการฝึกฝนของเด็กรุ่นสามหงส์เพลิงะให้ลี่ลี่ฝึกฝนรูปแบบพิเศษยิ่งกว่า เพราะอนาคตข้างหน้านางต้องเป็มือขวาของเจียอี้
่เวลาค่อยๆเดินผ่านสิบปีของเด็กตระกูลหลิงรุ่นสามจบลงอย่างรวดเร็วราวเทพเซียนกะพริบตาคราหนึ่ง
เมื่อการฝึกรุ่นสามจบลงราชันพยัคฆ์ขาวจึงกลับมายังสถานที่ฝึกฝนการกลับมาครั้งนี้สร้างความใให้หงส์เพลิงะกับลี่ลี่เพราะราชันพยัคฆ์ขาวมิได้อยู่ในระดับเทวะอีกต่อไป แต่ก้าวข้ามมาสู่ระดับราชันเทวะเป็ที่เนรียบร้อย
สิบปีจากระดับเทวะสามารถก้าวข้ามมาอยู่ระดับราชันเทวะสร้างความประหลาดใจให้หงส์เพลิงะไม่น้อย แต่ก็สงบใจลงในไม่ช้าเพราะคิดไปคิดมาก้าวไปสู่ระดับไหนล้วนขึ้นอยู่การแสวงหาและความเข้าใจในพลังยิ่งเป็อสูรที่เกิดจากเจียอี้ผู้ได้รับมรดกอสูรย่อมมีศักยภาพและพร์เหนือธรรมดา
“เ้าพยัคฆ์ร้ายข้าส่งต่อความทรงจำให้เผื่อเ้าใช้ฝึกเด็กรุ่นต่อไป”หงส์เพลิงะกล่าวพร้อมส่งก้อนแสงสีแดงส่องสว่างเข้าหาราชันพยัคฆ์ขาว
ราชันพยัคฆ์ขาวพยักหน้ารับก้อนแสงไว้จากนั้นหงส์เพลิงะก็จากไปพร้อมลี่ลี่เพราะ้านำพาลี่ลี่ไปหาอสูรตัวอื่นเพื่อฝึกฝนตามแผนที่วางเอาไว้ให้ลี่ลี่ฝึกฝนกับอสูรทุกตัว..ตัวละสิบปีนั่นจะทำให้ลี่ลี่แข็งแกร่งและหาเส้นทางของตนเองง่ายขึ้น
ส่วนราชันพยัคฆ์ขาวเห็นลี่ลี่จากไปก็ไม่ใส่ใจอะไรเพียงฝึกฝนเด็กตระกูลหลิงรุ่นต่อไปเงียบๆพอถึงเวลาจึงผลัดเปลี่ยนให้แมงมุมมรณะมาดูแล สลับกับหงส์เพลิงะ
และแล้วหนึ่งร้อยปีได้ผันผ่านไปราวภาพลวงตาเด็กตระกูลหลิงรุ่นแล้วรุ่นเล่าต่างถูกฝึกฝนแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นจนจบลงในรุ่นที่สิบ
.
.
ด้านลี่ลี่ได้ไปฝึกฝนกับอสูรอีกเจ็ดตนไม่มีเพียงพัฒนาฝีมือ นางยังมีความพยายามไม่ย่อท้อ จนค้นพบเส้นทางของนางและได้บรรลุเป็ราชันเทวะคนแรกของตระกูลหลิงในรอบหลายพันปีอันแสนยาวนานแต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครในตระกูลหลิงรับรู้
.
.
.
เหนือน่านฟ้าตระกูลหลิง
ร่างราชันพยัคฆ์ขาวปรากฏขึ้นแผ่กลิ่นอายระดับราชันเทวะสะกดข่มทุกชีวิต โชคดีไม่สร้างความใแตกตื่นให้ผู้ใดแต่สิ่งที่กล่าวเสียงกังวานสร้างความใให้ทุกคนในตระกูลหลิงไม่น้อย
“ตระกูลหลิงพันธสัญญาหนึ่งร้อยปีของเราจบสิ้นกันวันนี้ หวังว่าพวกเ้าประสบความสำเร็จสืบสานสายเืไปตลอดกาล” สิ้นคำกล่าวราชันพยัคฆ์ขาวพลันหายตัวไปต่อให้เป็ตัวตนระดับเทวะก็มิอาจพบร่องรอย เพราะราชันพยัคฆ์ขาวลบร่องรอยทั้งหมดเพื่อไม่ให้ใครรบกวนการฝึกฝนต่อจากนี้หาไม่แล้วอาจไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับจักรพรรดิเทวะก่อนเจียอี้ลืมตาตื่นจากการฝึกฝน
ด้านตระกูลหลิง พอรับรู้ว่าราชันพยัคฆ์ขาวจากไปผู้นำตระกูลหลิงเป็คนแรกที่เข้าไปยังสถานที่ฝึกฝนเข้าไปแล้วกลับไม่พบร่องรอยของราชันพยัคฆ์ขาว แต่พบลี่ลี่นั่งขัดสมาธิแทนที่
ไม่รู้ว่าผู้นำตระกูลหลิงเห็นลี่ลี่เด็กหรือเป็อะไรถึงตะคอกถามเสียงดังอย่างไม่พอใจ “ท่านอสูรศักดิ์สิทธิ์ไปไหน เ้ารีบตอบมา!”
“...”เงียบไร้เสียงตอบกลับ
“ข้าถามเ้าอยู่ได้ยินไหม!” ผู้นำตระกูลหลิงขึ้นเสียงราวเป็เ้าชีวิต ฉับพลันลี่ลี่ลืมตาปลดปล่อยกลิ่นอายราชันเทวะกดทับร่างผู้นำตระหลิงทรุดลงกับพื้น
ถูกพลังสูงส่งกดทับ ผู้นำตระกูลหลิงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเด็กน้อยในวันนั้นถึงแข็งแกร่งกว่ารุ่นเดียวกันในวันนี้ทั้งยังไร้ความเคารพตนจึงกล่าววาจาน่าละอาย
“ข้าเป็ผู้าุโเ้ากล้าทำกับข้าเพราะแข็งแกร่งรึ ลืมรากเหง้าไปแล้วรึไร!”
“ไร้สาระ” ลี่ลี่โบกมือร่างผู้นำตระกูลหลิงจมลงพื้นดินในสถานที่ฝึกฝนสีหน้าผู้นำตระกูลหลิงซีดขาวไม่อาจเอ่ยกล่าวสิ่งใดได้
“เป็ดังคำกล่าวสบายเกินไปถึงได้เห็นแก่ตัว ท่านเป็ผู้าุโกล้าข่มขู่ข้ายามราชันพยัคฆ์ขาวจากไปถ้าราชันพยัคฆ์ขาวอยู่ท่านคงตายไปแล้ว” ลี่ลี่กล่าวเสียงเรียบกระนั้นยังคงมีเสน่ห์มิอาจปิดบังก่อนส่งร่างผู้นำตระกูลหลิงออกไปทางประตู
“ออกไปเสีย! อย่าริอาจเข้ามารบกวนเป็หนสอง ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนหากใครรุกล้ำเข้ามาผู้ต้องตกตาย” สิ้นเสียงลี่ลี่ประตูพลันปิดลงดัง ปั้ง! ทำเอาผู้นำตระกูลหลิงสะดุ้งเฮือก
เดิมทีนางไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามายิ่งผู้นำตระกูลหลิงกับท่าทีเช่นนั้นยังคาดไม่ถึง เพราะนางคิดฝึกฝนอยู่ในนี้เงียบๆและพิทักษ์ตระกูลหลิงไปจนกว่าจะถึงเวลาได้พบเจอหน้านายท่านผู้นั้น
.
.
.
เวลาเดินผ่านไม่รอคอยผู้ใด
จากร้อยปีเป็สองร้อยปี สามร้อยปี...เก้าร้อยปี หนึ่งพันปี สองพันปี..หกพันปี
ลึกลงไปใต้ผืนดิน
เจียอี้ได้ลืมตาตื่นจากการบ่มเพาะยามเขาลืมตาตื่น คลื่นพลังแห่งความตายหนาแน่นระลอกหนึ่ง แผ่กระจายออกจากตัวเขาเป็วงกว้างกระจายไปทั่วดาวเทียนไห่ราวกับให้บางสิ่งตอบสนอง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่า คลื่นพลังของเขาสร้างความโกลาหลให้สรรพชีวิตบนดาวเทียนไห่เพียงใด
“ดูดซับหมดแล้ว คงถึงเวลากลับสู่โลก”เจียอี้เปิดปากพึมพำ ฉับพลันเขาหายตัวไปจากใต้ผืนดิน ปรากฏตัวอีกครั้งเหนือป่าแห่งหนึ่งเพื่อรอเหล่าอสูรกลับมาเงียบๆ
ผ่านไปเพียงหนึ่งวัน
อสูรทั้งสิบได้กลับมาหาเจียอี้ตอนแรกที่เหล่าอสูรใกล้มาถึง เจียอี้รับรู้ถึงคลื่นพลังระดับจักรพรรดิเทวะสิบสายเขาอดไม่ได้ที่จะส่งจิตััไปหาอสูรทั้งสิบ พอรู้ว่าอสูรทั้งสิบได้บ่มเพาะมาถึงระดับจักรพรรดิเทวะมันสร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย
เป็เพราะหลังปล่อยเหล่าอสูรกระทั่งดูดซับพลังแห่งความตายหมดสิ้น เจียอี้ไม่ได้สนใจตรวจสอบเหล่าอสูร
“ยอดเยี่ยม! หลายปีั้แ่วันนั้น..จนถึงวันนี้ คงมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย” เจียอี้กล่าวชื่นชมเหล่าอสูรคนเดียวพลางยืนนิ่งรอจนเหล่าอสูรทั้งสิบกลับเข้าสู่ตันเถียนครบทุกตน
เมื่ออสูรทั้งสิบกลับเข้าสู่ตันเถียนร่างกายเขาพลันมีกลิ่นอายของจักรพรรดิเทวะหนาแน่นเหนือจักรพรรดิเทวะทั่วไป
ไม่นานหลังอสูรทั้งสิบกลับเข้าร่างกลิ่นอายบนร่างเขาหายไปหมดสิ้น เพราะเขาเลือกปกปิดกลิ่นอายเขาจึงดูไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดา ถึงเขาดูไม่ธรรมดาก็ตาม
และในขณะที่เจียอี้กำลังจะหลับตาย้อนนึกถึงโลกเพื่อเคลื่อนย้ายกลับไปความทรงจำของอสูรทั้งสิบค่อยๆหลั่งไหลเข้าสู่จิติญญาของเขา
ทำให้เขาเลือกนั่งขัดสมาธิกลางอากาศซึมซับความทรงจำไปพร้อมๆกับปรับตัวให้เข้ากับพลังระดับจักรพรรดิเทวะโดยไม่อาจรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงรอบตัว