รถยนต์สีดำยาวเหยียดแล่นออกจากบ้านเช่าหลังเล็ก
ถนนลูกรังแคบ ๆ ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยถนนหินเรียบหรูที่ทอดยาวราวไม่มีที่สิ้นสุด
ไอรดานั่งตัวตรงอยู่เบาะหลัง มือกุมกระเป๋าผ้าเก่าไว้แน่น
ในนั้นมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด
กับของเล่นผ้าชิ้นเล็กที่ลูกชายชอบกอดเวลานอน
รถเงียบ
เงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง
ตรงข้ามเธอ ชีคคามินนั่งไขว่ห้าง สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง
ใบหน้าคมเข้มไร้อารมณ์
ราวกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถคันเดียวกันเป็เพียงเงาอากาศ
ไอรดาเหลือบมองเขาเพียงแวบเดียวก็รีบหลบตา
หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่คิดว่า
ชายคนนี้คือคนเดียวกันกับผู้ชายในคืนนั้น
และคือคนเดียวกันกับคนที่กำลังพรากลูกไปจากเธอ
ขบวนรถเริ่มมีรถคันอื่นเข้ามาสมทบ
รถทหาร
รถอารักขา
ธงประจำราชวงศ์โบกสะบัดอยู่บนฝากระโปรง
โลกของเธอค่อย ๆ ถูกกลืนเข้าไปในโลกของเขา
โลกที่ไม่เคยมีที่ยืนให้ผู้หญิงอย่างไอรดา
“ถึงวังแล้ว คุณต้องจำกฎให้ขึ้นใจ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นโดยไม่หันมามอง
ไอรดาชะงัก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“เพคะ”
“คุณไม่มีสิทธิ์อุ้มเขาต่อหน้าคนอื่น เว้นแต่ผมอนุญาต”
“ไม่มีสิทธิ์แสดงความเป็แม่”
“และห้ามร้องไห้ต่อหน้าเขา”
คำสุดท้ายเหมือนมีด
ไอรดากำมือแน่น เล็บจิกเข้าฝ่ามือจนเจ็บ
“หม่อมฉันเข้าใจดีเพคะ”
เธอตอบเสียงเบา แต่มั่นคง
“ตราบใดที่หม่อมฉันยังได้อยู่ใกล้เขา”
ชีคคามินหันมามองเธอเป็ครั้งแรก
สายตานิ่ง ลึก และอ่านยาก
รถแล่นผ่านประตูวังชั้นนอก
กำแพงหินสีทรายสูงตระหง่าน
ทหารยืนเรียงแถวอย่างเป็ระเบียบ
ไอรดากลืนน้ำลาย
โลกทั้งใบของลูกชายเธออยู่หลังประตูนี้
เมื่อรถจอดสนิท
ประตูถูกเปิดออกพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
ชีคคามินลงจากรถก่อน
แล้วหันมามองเธอ
“ั้แ่วินาทีนี้ไป”
“ชีวิตของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีก”
ไอรดาก้าวลงจากรถตามเขา
หัวใจเต้นแรงจนแทบแตก
เธอเงยหน้ามองวังหลวงตรงหน้า
ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
ขอแค่ได้อยู่ใกล้ลูก
ไม่ว่าที่นี่จะเป็นรกหรือ์…
เธอก็จะยอม
ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างเงียบงัน
กลิ่นหอมอ่อนของกำยานลอยแตะปลายจมูก
เด็กชายตัวเล็กยืนอยู่กลางห้อง
สวมชุดสีขาวสะอาด ผมดำขลับถูกรวบเรียบร้อยเกินวัย
ดวงตากลมโตคู่นั้น—
หัวใจไอรดาแทบหยุดเต้น
"มามี๊—”
เสียงใสหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ร่างเล็กวิ่งพุ่งเข้ามาโดยสัญชาตญาณ
แต่ก่อนที่อ้อมแขนจะได้โอบกอด
เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น
“หยุด”
เด็กชายชะงักกลางทาง
หันกลับไปมองพ่ออย่างไม่พอใจ
ก่อนจะหันมามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเศร้าสร้อย
ไอรดาคุกเข่าลงทันที
มือสั่นเทา ยิ้มทั้งน้ำตา
“มานี่สิจ๊ะ…”
เธอรีบแก้คำ
“องค์ชาย”
คำเรียกนั้นบาดลึกยิ่งกว่ามีด
เด็กชายเดินเข้ามาช้า ๆ น้ำตาคลอ
ยื่นมือเล็ก ๆ เช็ดน้ำตาให้เธอ
และกอดเธอราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
“พี่เลี้ยงจะอยู่กับผมใช่ไหม”
ไอรดาพยักหน้า
น้ำตาหยดลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ
“อยู่จ้ะ…จะไม่ไปไหน”
ชีคคามินยืนมองภาพนั้นเงียบ ๆ
หัวใจเขาแน่นอย่างไร้เหตุผล
"งั้นคุณต้องทำซุปข้าวโพดให้ผมทาน"
"ก่อนนอนต้องเล่านิทานให้ผมฟัง"
"ได้สิ"
ไอรดา ตอบยิ้มทั้งน้ำตา
"งั้นคุณไปห้องผมเถอะ คุณต้องช่วยผมแต่งตัวด้วย"
"เพคะ องค์ชาย"
จากนั้นสองแม่ลูกจูงมือกันกระหนุงกระหนิ
งขึ้นห้องไป
ปล่อยให้เขาผู้เป็พ่อยืนหัวโด่อยู่กลางห้องรับแขกของวัง ราวกับเป็เพียงอากาศธาตุในโลกของพวกเขา
"ดี ให้มันได้อย่างนี้สิ"
ชีคคามินได้แต่เข่นเขี้ยวไล่หลังสองแม่ลูก