ตอนที่ 73 รายงานทางวิชาการ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ทันทีที่แผ่นตราทำงานภายในหัวของเมอร์ลินก็ปรากฏเป็นภาพของจินตนาการ
เขารู้สึกเหมือนตัวเองได้ดำดิ่งเข้าไปในโลกใบหนึ่งอันมืดมิด ทว่ากลับปรากฏตัวอักษรและสัญลักษณ์มากมายเคลื่อนผ่าน
“นี่หรอคือการอ่านงานวิจัยในแผ่นตรา” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง
หากไม่นับเรื่องที่เขาเข้าไปในโลกแห่งสะพานแล้วพบเจอกับการปะทะของแสงประหลาดก่อนหน้านี้แล้ว นี่ก็คงจะเป็นเหตุการณ์ที่เขาตื่นตะลึงมากที่สุด
ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจะเคลื่อนผ่านตามความต้องการของเขา
มันเหมือนกับการอ่านหนังสือ
หากเมอร์ลินยังอ่านหน้านั้นไม่จบมันจะไม่เคลื่อนผ่าน หรือหากเขาต้องการจะหยุด ณ ตำแหน่งใดก็สามารถทำได้ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ยังมีภาพประกอบปรากฏออกมา
แต่น่าเสียดายที่ภาพประกอบเหล่านี้ยังไม่สมจริง มันยังเหมือนกับที่ปรากฏในหนังสือ
เรียกโดยรวมแล้วการอ่านหนังสือในแผ่นตรานั้นไม่ต่างไปจากการอ่านหนังสือจริงๆ แต่กลับสะดวกสบายกว่าเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ข้อมูลในแผ่นตราจะไม่เสียหาย ไม่เหมือนกับหน้ากระดาษในหนังสือที่ฉีกขาดหรือแห้งกรอบตามกาลเวลา
มันเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเก็บรักษาข้อมูลได้ดีที่สุดในเวลานี้
นี่จึงไม่แปลกว่าทำไมผู้ที่สมัครสมาชิกนิตยสารวิชาการเหล่านี้จึงต้องจ่ายเป็นราคาที่แพงกว่าหนังสือทั่วไป
“ต้องขอบคุณท่านเจย์ อีสแมน ที่คิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นมา” เมอร์ลินอดที่จะกล่าวขอบคุณบุคคลที่สร้างคุณูปการต่อการคิดค้นทฤษฎีและเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลนี้ขึ้นมา
เนื่องจากข้อมูลบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ล้วนถูกบันทึกในหนังสือชั้นแรกของหอสมุดอยู่แล้ว เมอร์ลินจึงรู้จักผู้ที่สร้างเทคโนโลยีนี้ขึ้นมา
เพียงแต่นั่นเป็นบันทึกประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่มันยังไม่มีข้อมูลหรือรายงานทางวิชาการที่เปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกของทฤษฎีเหล่านี้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เมอร์ลินสนใจมากกว่า
การที่ตอนนี้เขาสามารถเข้ามาในชั้นที่สองแห่งนี้ได้ บางทีเขาอาจจะพบทฤษฎีบันทึกแผ่นตราของเจย์ อีสแมน ก็ได้
ตอนนี้เมอร์ลินกำลังดื่มดำกับงานวิจัยกงล้อเวทของวิวเบิร์ก เซเวน
บทความที่ว่าด้วยการหมุนของพลังเวทจนเกิดเป็นกงล้อผสานเข้ากับธาตุต่างๆ
ทว่าเมอร์ลินกลับอ่านมันได้รวดเร็วมาก ยิ่งเขาได้อ่านมันในแผ่นตราแบบนี้ ความเร็วในการอ่านยิ่งเร็วเสียยิ่งกว่าการอ่านในหนังสือจริงๆ เสียอีก
“หืม?”
“ที่แท้รายงานทางวิชาการก็สั้นถึงเพียงนี้”
เมอร์ลินเอ่ยออกมาอย่างประหลาดใจเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วรายงานวิจัยกงล้อเวทที่เขาอ่านมีความยาวเพียงเจ็ดหน้ากระดาษเท่านั้น
ที่แท้แล้วรายงานทางวิชาการก็ไม่จำเป็นต้องเขียนข้อมูลเป็นหนังสือเล่มหนา ขอเพียงแค่ทำตามกระบวนการทางเวทยาศาสตร์เสร็จสิ้นก็สามารถเขียนรายงานทางวิชาการออกมาได้แล้ว
มันแตกต่างจากสิ่งที่เมอร์ลินคิดไว้ตั้งแต่ตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
“รายงานทางวิชาการที่ยังไม่ถูกบัญญัติเป็นทฤษฎีสามารถเขียนรายงานออกมาให้สั้นยาวแค่ไหนก็ได้สินะ” เมอร์ลินกล่าววิเคราะห์
ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่คนเดียว ไม่มีใครมาแนะนำข้อสงสัยให้กับเขา และก่อนหน้านี้เขาก็ไม่เคยถามคำถามนี้กับออสตินอีกด้วย คาดว่าต่อให้ถามก็คงได้คำตอบเดียวกันกับที่เขาคิดไว้ในตอนนี้
แท้จริงแล้วรายงานทางวิชาการนั้นเป็นสิ่งที่เขียนออกมาได้ง่ายมาก ขอเพียงมันเป็นรายงานทางวิชาการที่ถูกต้อง มันจะถูกเหล่านักวิชาการเวทยอมรับและเผยแพร่แก่คนทั่วไป
เมอร์ลินอ่านรายงานทางวิชาการฉบับนี้เป็นเวลาแค่หนึ่งลมหายใจเท่านั้น ด้วยการช่วยเหลือจากดวงเนตรสีขาวทำให้เขาสามารถเข้าใจทันทีที่กวาดผ่านอักษรเหล่านั้นได้ในทันที
นี่จึงหมายความว่าเขาไม่จำเป็นต้องอ่านรายงานวิจัยนี้ซ้ำแล้ว
เมอร์ลินวางแผ่นตราลงทันที่ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
เขากวาดผ่านชั้นวางที่อยู่รอบๆ
พื้นที่ชั้นสองนี้เต็มไปด้วยช่องวางรายงานทางวิชาการนับไม่ถ้วน พวกมันสูงนับสิบชั้นและเรียงรายเป็นทางเดินทอดยาวราวกับเขาวงกต
เขาสังเกตได้ว่าไม่ค่อยมีใครขึ้นมาที่นี่มากนัก เพราะนับตั้งแต่ที่ขึ้นมาที่นี่ก็เห็นแค่สองสามคนเท่านั้น ไม่นานคนพวกนั้นก็เดินหายจนลับสายตา
“เหลือเวลาอีกเดือนกว่าจะถึงกำหนดการสอบเทียบ บางทีนั้นสามารถอ่านพวกมันทั้งหมดได้ก่อน” ใบหน้าของเมอร์ลินปรากฏรอยยิ้มออกมา
ว่าแล้วเขาก็ทำการหยิบแผ่นตราที่บรรจุรายงานทางวิชาการชิ้นต่อไป
เขาเริ่มหยิบชิ้นที่อยู่สูงกว่าชิ้นแรกที่เขาหยิบขึ้นมา
เพียงเวลาแค่หนึ่งชั่วลมหายใจ เขาก็วางแผ่นตรานั้นไว้ที่เดิมและเริ่มหยิบแผ่นตราชิ้นใหม่
โดยที่เขาได้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างนั้นแต่หยิบพวกมันขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดอย่างลวกๆ เท่านั้น
เนื่องจากมีคนไม่มากนัก เมอร์ลินจึงไม่ได้ถูกจับจ้องกับการกระทำที่แสนประหลาดนี้
แผ่นตราชิ้นแล้วชิ้นเหล่าถูกหยิบออกมาแล้วคืนกลับไปอย่างเป็นระเบียบ
แม้แผ่นตราบางชิ้นจะอยู่สูงหลายช่วงตัว แต่เมอร์ลินก็ยังสามารถใช้เวทในการหยิบมันลงมาได้อย่างไม่ยากเย็น
การอ่านรายงานทางวิชาการที่บ้าคลั่งจึงเริ่มต้นนับจากนี้
แผ่นตรารายงานทางวิชาการชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกหยิบออกมาแล้วคืนกลับไป
เมอร์ลินทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเขานั้นใช้เวลาไปทานข้าวที่ศูนย์อาหารเพียงครู่เดียวเท่านั้น แล้วกลับขึ้นมาชั้นที่สองของหอสมุดต่อ
มาร์เทลที่มีหน้าที่ดูแลคุณชายน้อยพริสตันอยู่ไกลๆ กลับรู้สึกชินชา ไม่ได้แปลกใจต่อการกระทำที่ไม่มีเหตุผลนี้อีกต่อไป
เวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เมอร์ลินยังคงอ่านรายงานทางวิชาการวันแล้ววันเล่า
แต่รายงานทางวิชาการที่หอสมุดเมืองวินเซนเก็บไว้ แม้จะมีระยะเวลาแค่หนึ่งพันปีล่าสุด แต่มันก็มีรายงานทางวิชาการนับแสนชิ้นสะสมอยู่ที่นี่
เมอร์ลินใช้เวลาแต่ละวันอ่านพวกมัน โดยที่ความเร็วในการอ่านเร็วเสียยิ่งกว่าตอนเขาอ่านหนังสือที่ด้านล่าง
สาเหตุเพราะรายงานทางวิชาการบางชิ้นสั้นบางหรือบางชิ้นยาว ซึ่งต่อให้ยาวก็ยังมีจำนวนหน้าน้อยกว่าหนังสือเล่มหนาอยู่ดี อีกทั้งการอ่านนี้ยังเป็นการอ่านทางแผ่นตรา ทำให้ความเร็วในการอ่านเหนือกว่าการอ่านหนังสือจริงๆ อยู่แล้ว
นั่นจึงทำให้ภายในเวลาแค่หนึ่งวันเมอร์ลินก็สามารถอ่านรายงานทางวิชาการนับพันชิ้นได้
แม้หอสมุดเมืองวินเซนจะบอกว่าเก็บรายงานทางวิชาการหนึ่งพันปีล่าสุด แต่พวกเขาก็ไม่ได้เก็บรายงานทางวิชาการทั้งหมดได้ครบอยู่ดี
รายงานทางวิชาการนับแสนกว่าชิ้นที่มีจึงเป็นแค่ส่วนหนึ่งในรอบพันปีเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดที่มีจริงๆ
อีกทั้งยิ่งนับวันนักวิชาการก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น จำนวนรายงานทางวิชาการจึงเพิ่มมากขึ้นไปด้วย
ในโลกนี้หากไม่ใช่สภาเวทมนตร์ ก็คงไม่มีใครสามารถแอบอ้างได้ว่าเก็บรายงานทางวิชาการได้หมด
จำนวนแสนกว่าชิ้นจึงเป็นแค่เพียงปลายยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
ซึ่งเมอร์ลินก็รู้เรื่องนี้
เวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดเมอร์ลินก็สามารถอ่านรายงานทางวิชาการทั้งหมดที่อยู่ชั้นสองได้ครบ ซึ่งแน่นอนว่าเขาทำภารกิจเสร็จเร็วกว่าที่กำหนด
เพราะยังเหลือเวลาอีกสิบกว่าวันก่อนจะถึงวันสอบเทียบ