“ถ้าเจอจ้าหมานโถว นายช่วยพูดได้ไหมว่า ‘เว่ยเซาเทียนวันนี้เป็วันตายของเ้า’?”
เจินจูมองมาเหมือนฉันเพิ่งขอให้เขาไปะโตึก
“แล้วไง? ค่อยให้ใครสักคนตอบกลับมาว่า ‘ช้าก่อนเว่ยเซาเทียนเป็พ่อของเ้า’ เหรอ? เราอยากเล่นมุกกับท่านนะแต่เราไม่กล้าและไม่คิดว่าคนที่นี่จะเก็ต”
“ก็ว่า...”
ดูเหมือนยิ่งฉันจะพยายามเล่นมุกดักแก่เท่าไรบรรยากาศก็ยิ่งหม่นหมองเท่านั้น
บ้านโดนฮูหยินยึดพวกเราเลยไม่มีทางเลือกนอกจากไปต่อ
“ข้าพเ้าจะนำทางเอง”เข่าเมี่ยนเปากล่าวและเดินอาดๆ นำพวกเราขึ้นเขาต่อฉันเหนื่อยจนหอบตัวโยนแต่ไม่กล้าบอกให้ใครหยุดถึงอย่างนั้นพวกเขาจะหยุดรอให้ฉันเดินตามมาเอง
“ขอบใจ...”ฉันรับกระติกน้ำที่เจินจูยื่นให้
“ไหวไหม?”
“ไม่ไหวก็ต้องไหวมาถึงขั้นนี้แล้วฉันไม่ถอดใจเดินลงไปง่ายๆ หรอก” ดื่มได้สองสามอึก ฉันก็ส่งกระติกน้ำคืนอีกฝ่ายก็ดื่มต่อ
“น่าจะอีกไม่ไกลแล้วล่ะ”เขาพยายามให้กำลังใจ
“จากนี้ไปพวกท่านต้องเกาะกลุ่มกันไว้ให้ดีห้ามห่างจากข้าพเ้าเด็ดขาด!” เข่าเมี่ยนเปาพูดเป็รอบที่ร้อยฉันก็พยักหน้าเป็รอบที่ร้อย แต่คราวนี้พยักหน้าแรงกว่าเดิมเพราะมีกำแพงสูงอยู่ข้างหน้าถ้าเส้นทางขึ้นเขาที่เราเดินผ่านมาเป็สนามทดลองกับดัก ข้างในนี้คงเป็ของจริงแล้ว
“แม้ต้องเข้าถ้ำเสือวังั...”ลู่ฝู่พูดขึ้นแต่ไม่ต่อประโยคให้จบ
“ถ้ำเสือวังัอันใดบุคคลนี้เพียงเป็มนุษย์เดินดิน หาใช่เสือหรือั” เจินจูกล่าว
เข่าเมี่ยนเปากลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปด้านใน
พอเดินเข้าไปก็มีตัวอักษรเขียนไว้ง่ายๆว่า เลี้ยวซ้ายทว่าเข่าเมี่ยนเปาใช้แขนเสื้อถูตัวอักษรนั้นจนหมึกหลุดติดแขนเสื้อก็ปรากฏว่า
“เลี้ยวขวา...?”
“พวกเราไป” เธอเลี้ยวขวาตามที่ป้ายบอก ฉันใจไม่ดีแต่ก็เดินตาม
“เข่ากูเหนียง!!!” ลู่ฝู่ที่เดินตามหลังเธอติดๆดึงร่างเด็กสาวถอยหลังก่อนที่มีดเล่มหนึ่งจะร่วงผล็อยจากข้างบน ปักฉึกลงกับพื้นจมมิดไปครึ่งด้าม เข่าเมี่ยนเปาร้องเสียงหลงและเกาะตัวลู่ฝู่แน่น
“...ข้าพเ้าไม่เห็นทราบ...”
“คล้ายว่ากลไกภายในจะถูกปรับเปลี่ยน”ชายสูงวัยกว่ายังโอบไหล่เด็กสาวที่ตัวสั่นไว้แน่นเธอผละจากเขาก่อนจะเดินไปข้างหน้าสั่นๆ ความมั่นใจที่พกเข้ามาหายเกลี้ยง
“...ข้าพเ้าจะไม่พลาดอีก...”เธอกัดเล็บทีหนึ่งก่อนจะดันลู่ฝู่ไปข้างหลังมาตรว่าถ้าเกิดผิดพลาดก็ขอให้เธอโดนคนเดียวไม่ให้เขามายุ่งด้วย
เราเข้ามาในห้องทึบซึ่งมีขนมวางอยู่บนจานกลมๆมีกระดาษเขียนไว้ว่า “เชิญรับประทาน”
“อะไรเนี่ย อย่างกับอลิสในแดนมหัศจรรย์”ฉันเห็นก็อดพูดขึ้นไม่ได้ เข่าเมี่ยนเปาหยิบกินก่อนจะส่งให้พวกเราทุกคน
“รับประทานเสีย”
ฉันรับมาก็ยักไหล่ก่อนจะยัดก้อนแป้งใส่ปากมันจืดๆ มีกลิ่นเหม็นเขียวนิดหน่อย คุณชายไห่ เสวี่ยไช่ ลู่ฝู่ กับเจินจูเอาใส่ปากและพวกเราก็เปิดประตูบานต่อไป
ทางเดินที่เราเข้ามายาวและมืดสลัวจนมองไม่เห็นว่าสุดลงที่ใดระหว่างเดินๆ นั้นเอง คนข้างตัวฉันก็เซวูบ
“เจินจู?!” ฉันรีบรับตัวเขาไว้แม้จะมืดแต่ยังเห็นว่าเขาหน้าแดงคล้ำ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
“ท่านไม่ได้รับประทานหรอกหรือ?! กลืนลงไปเร็วเข้า!” เข่าเมี่ยนเปาร้องเสียงหลงฉันเห็นเจินจูกลืนมันลงคอ พร้อมกันนั้นไห่หลัวเองก็ทรุดแต่พอกลืนแล้วเขาก็สลบเหมือดไปเลยจนโดนเข่าเมี่ยนเปาจับกรอกน้ำให้แน่ใจว่าเขากลืนลงไปแล้วจริงๆ
ฉันลูบหลังเจินจูสักพักก่อนที่สีหน้าเขาจะดีขึ้น
“...นึกว่าจะตายแล้ว”
“ทางเดินนี้บางคราก็ปล่อยพิษไร้กลิ่นในอากาศในขนมชิ้นนั้นมียาถอนพิษอยู่” เข่าเมี่ยนเปากล่าว “หากบอกให้รับประทานก็รับประทานหากบอกให้ดื่มก็ดื่มค่ายกลของจ้าหมานโถวนี้มีไว้เพื่อดักคนคิดมากอย่างท่านโดยเฉพาะ คนโง่งมทั้งหลายกลับผ่านเข้ามาง่ายดาย”
เจินจูพยักหน้ารับรู้ยืมไหล่ฉันเดินต่อเพราะเขายังโซเซส่วนคุณชายไห่ที่ไม่ได้สติก็ได้เสวี่ยไช่อุ้มขึ้นมาด้วยท่าเหมือนอุ้มเ้าสาว
“...เสวี่ยกูเหนียง ให้ข้าพเ้า...”ลู่ฝู่เสนอ
“ไม่ต้องรบกวนท่าน เราเกลียดมันฉะนั้นหากมันรู้ทีหลังว่าเราอุ้มมันเช่นนี้จะเป็การอับอายต่อตัวมัน สมน้ำหน้า”เสวี่ยไช่พูด แต่สีหน้าเธอเจืออารมณ์บางอย่างที่ขัดกับสิ่งที่เธอพูด
“ท่านเกลียดอะไรกัน?” ฉันอดถามขึ้นไม่ได้แต่ก่อนจะได้คำตอบ คนนำทางก็ท้วง
“เราไม่ควรอยู่ในนี้นานเกินไปหากชักช้าอาจจะโดนพิษอื่นแทรกซึม หากเดินเร็วไป พิษจะเข้ามาในร่างเร็วกว่าที่ยาขจัดพิษจะทำงานทันพวกเราไปต่อ”
มาถึงสุดทางเดินเปิดประตูเข้าไปก็เจออีกห้องที่มีโต๊ะกับสุราไหหนึ่ง
“เชิญดื่ม...”ข้อความที่เหมือนหลุดมาจากอลิสแดนมหัศจรรย์อีกแล้ว คราวนี้ไม่มีใครสงสัยอะไรดื่มเหล้าลงคอ ฉันแสบคอเหลือหลายแต่ก็ทนดื่มจอกหนึ่ง เหล้าโคตรแรง...
“ในขนมแท้จริงยังมีพิษอีกชนิดอยู่สุรานี้เป็ยาถอนพิษ” เข่าเมี่ยนเปา
กล่าว
“จ้าหมานโถว...ค่ายกลแห่งนี้ซับซ้อนอย่างที่ข้าพเ้าจำได้”ลู่ฝู่ถอนหายใจเมื่อรับทราบว่าเพิ่งโดนพิษซ้อนพิษ “หรือสุราไหนี้เองก็เป็ยาพิษ?”
“นี่เป็สุราธรรมดาผสมยาถอนพิษตัวยานี้ดูดซับได้ดีในสุราจึงสมควรดื่มด้วยกัน” เข่าเมี่ยนเปาอธิบายไขข้อสงสัยแต่หลังเกือบโดนมีดเฉาะหัวตอนนั้นดูเธอจะไม่ค่อยมั่นใจในการนำทางของตัวเองเสียแล้ว
“ไม่ต้องกังวลไป พวกเราเชื่อใจท่าน”ลู่ฝู่ปลอบ เข่าเมี่ยนเปาหน้าแดงวูบหนึ่งก่อนจะพยักหน้า
ไห่หลัวตื่นขึ้นและซดเหล้าอึกๆอับอายจนหน้าแดงคล้ำเมื่อพบว่าเสวี่ยไช่เป็คนแบกตัวเองมาตลอดทางเขาพึมพำคำขอบคุณแต่แม่สาวตัวเย็นไม่สนใจ ผละจากเขาและไปยืนอยู่อีกฟากห้อง
จากนั้นพวกเราก็ได้เดินต่อ
“นี่คือห้องรับแขก” เข่าเมี่ยนเปากล่าวฉันมองรอบห้องก็พบว่านี่เป็ห้องที่ดูแสนจะธรรมดา มีกลอนเขียนด้วยพู่กันแขวนไว้บนผนังฉากกั้นไม้ไผ่ มีชุดเก้าอี้รับแขกตั้งอยู่ดูไม่ค่อยเหมือนห้องของคนเป็มหาเศรษฐีเลย ภายในยังมืดสลัวเหมือนอยู่ในบ้านผีสิง
“...จ้าหมานโถวเล่า?”
“โดยปกติในห้องนี้จะมีผู้คนอยู่...”คนนำทางขมวดคิ้ว แต่ไม่ต้องรอนานก็มีเสียงบางอย่างกึงกังมองรอบตัวในความมืดก็เห็นว่ามีประตูเหล็กหล่นมาปิดทางออกทั้งหมดไว้เรียบร้อยพร้อมกับที่โคมทั่วห้องสว่างพรึบพร้อมกัน อาบทั้งห้องไว้ด้วยแสงสีเหลือง
“อา...เราพาภาพวาดมาส่งมันถึงที่สินะ”เจินจูพูด ถึงจะฟังเหมือนเสียรู้แต่เขากลับยิ้มเหมือนกำลังสนุกฉันก็สุดจะเดาว่าเขาวางแผนอะไรไว้อีก แต่ถ้าพลาดขึ้นมาเราเสียภาพวาดทั้งหมดที่รวบรวมมาแน่...
เข่าเมี่ยนเปาหน้าเจื่อนอีกครั้งเธอยืนไหล่ตกขณะพวกเราที่เหลือกระจายกันสำรวจรอบห้อง ทันใดนั้นเอง ได้ยินเสียงคนจากบันไดที่ถูกกั้นด้วยประตูเหล็ก
“ลู่ฝู่คาดไม่ถึงว่าท่านจะมาหาเราด้วยตัวเอง”
“...”
คนที่ปรากฏตัวขึ้นเป็ชายร่างท้วมแต่โครงหน้าบ่งบอกว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีหน้าตาหล่อเหลาอยู่ในเสื้อผ้าธรรมดาท่าทางใส่สบาย ไม่ได้สวมเครื่องประดับอะไรนอกจากแหวนฝังมณีเม็ดเขื่องวงหนึ่ง
“เหล่าชนชั้นมุสิกมุดเข้ามาหาข้าพเ้าด้วยตนเองประเสริฐ ประหยัดแรงที่ข้าพเ้าออกเสาะหาพวกท่าน”
“ท่านกล่าวเช่นนั้นไม่ถูกนักข้าพเ้าทั้งหลายหาได้มุดเข้ามา หากแต่เดินเข้าทางประตูหน้าอย่างสง่าผ่าเผยท่านเสียอีกมุดอยู่ในค่ายกลสวนสนุกแห่งนี้เยี่ยงมุสิกตัวหนึ่ง”
จ้าหมานโถวหน้าแดงวูบเมื่อเจอเจินจูแซะ
“ท่านสบายดี?” ลู่ฝู่พูดเสียงเรียบก่อนสถานการณ์จะเลยเถิดอีกฝ่ายกระแอมทีหนึ่ง
“ข้าพเ้าสบายดี ท่านเสียอีกลมอะไรหอบท่านมาพร้อมเหล่ามุสิกน้อยและเข่าเมี่ยนเปา?”
“ข้าพเ้าเสนอหน้ามาให้ท่านพบก็เพื่อแจ้งเื่บุตรชายของท่าน...”
“เฮอะ บุตรชายข้าพเ้าจะเป็ไรไปมันไปเข้ากับผู้แซ่ปู้ ดิ้นรนเป็ธุระให้จนลืมบิดาบังเกิด—”
“บุตรท่านสูญเสียพลังฝีมือเสียแล้ว”
สิ้นเสียงลู่ฝู่ จ้าหมานโถวถลึงตาใส่พวกเราเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง รู้สึกหนาวเยือกอยากตบหัวลู่ฝู่เหลือเกินที่พูดความจริงออกไปให้อีกฝ่ายโกรธแบบซื่อๆ ทั้งที่เราเป็หนูติดจั่นทีนี้เราคงต้องตบตีกันจนแหลกไปข้างแล้ว
แต่อีกฝ่ายก็หัวเราะเสียงต่ำ
“หึๆ...ฮะๆ...!ประเสริฐ ประเสริฐยิ่งนัก” เขายังพูดประเสริฐอีกสองสามคำ“มันจะได้เลิกประพฤติตนเลอะเทอะเหลวไหลห่างจากการละเล่นเป็จอมยุทธ์มาสานต่อข้าพเ้าเสียทีนับว่าท่านทำได้ประเสริฐถูกใจเรายิ่ง ขอคารวะท่านสักหลายคราถือว่าหนี้บุญคุณใดที่ท่านติดค้างข้าพเ้า ข้าพเ้ายกคืนให้ท่านทั้งสิ้น คารวะคารวะ”
ลู่ฝู่ยิ้มเจื่อนคงคิดว่าถึงมาสะสางบุญคุณเอาป่านนี้ทงซินเฝิ่นที่เขาเคยรักเมื่อครั้งกระโน้นก็ยังเป็ภรรยาของจ้าหมานโถวอยู่ดีไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“เช่นนั้นท่านปล่อยพวกเราได้หรือไม่?”
“ท่านมาที่นี่ในฐานะแขก เว้นเสียแต่...”สายตาชายสูงวัยกว่าเบนมาทางเจินจู “ข้าพเ้ายัง้าภาพของมุสิกน้อยตัวนี้”
“ท่านจะนำภาพไปทำสิ่งใด?”เจินจูตีหน้าซื่อถาม
“ไม่ใช่ธุระของท่านรู้ไว้เพียงแต่ภาพเหล่านี้มิอาจปล่อยให้ตกสู่มือของเทียนหยาหรือปู้ติงเด็ดขาด!”
ฉันเลิกคิ้วชิงภาพมาเองเพื่อเยาะเย้ยคู่แข่งยังพอว่า แต่เทียนหยาเกี่ยวอะไรด้วย?เทียนหยาคือใคร? ถึงขั้นชิงภาพมาจากวังหลังได้...
“เทียนหยารึ มันผู้นี้เป็ใคร...?”เจินจูขมวดคิ้ว “หรือมันรอคอยให้ข้าพเ้าวิ่งเต้นเก็บรวบรวมภาพเพื่อชิงจากข้าพเ้าหรือผู้ใดก็ตามที่ถือครองภาพในคราเดียว?”เขาเงยหน้าขึ้น “จ้าเซียนเซิง ข้าพเ้าขอถามท่านเหตุไฉนจึงไม่สามารถส่งภาพให้เทียนหยาผู้นั้นได้?”
“ข้าพเ้าได้ทราบจากสายข่าวว่ามันคิดจะยึดครองแผ่นดินโดยอาศัยความลับของภาพวาดปรมาจารย์มีหรือข้าพเ้าจะยอมให้คนเสียสติอย่างมันหรือปู้ติงได้ความลับเช่นนี้แต่ข้าพเ้าก็ไม่อาจให้เด็กอมมือไร้ฝีมือเช่นท่านถือภาพเดินไปเดินมาได้เช่นกัน”
“แม้เป็เด็กอมมือมีเพียงวิชาแมวสามขาป้องกันตัว...ข้าพเ้าเองก็มีเหตุจำเป็ที่ต้องรวบรวมภาพให้ครบผู้าุโโปรดเห็นใจ”
“ข้าพเ้าไม่อาจเห็นใจ”
ฉันคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้มีหลายๆอย่างที่ประหลาด จ้าหมานโถวรู้อะไรบางอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่พูดถึง“เทียนหยา” ขึ้นมา บางทีเขาอาจจะไม่ได้รวมภาพเพราะปู้ติงอย่างเดียวแล้วที่สงสัยคือเหตุใดเขาถึงรู้สึกยินดีกับการที่ลูกชายเสียพลังฝีมือทั้งที่ภรรยาเขาแทบจะเป็จะตาย?
“ขอถามสักคำ...” ลู่ฝู่แทรกขึ้นเงยหน้ามองจ้าหมานโถวตรงๆ “ท่าน...รักทงซินเฝิ่นหรือไม่?”
“ข้าพเ้ารักนาง” อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบ“แต่นานวันเข้าสังขารนางยิ่งซูบผอมโรยรา ระทมเพราะพิษไข้หัวใจที่ข้าพเ้าไม่อาจรักษาไม่อาจเทียบได้กับสาวสด...อย่างเข่าเมี่ยนเปา”
“...!”เข่าเมี่ยนเปาหน้าแดงวูบก่อนจะรีบเข้าไปหลบหลังลู่ฝู่ ชายร่างใหญ่ขยับตัวบังเธอไว้
“ท่าน...ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?อย่าได้อำข้าพเ้าเล่นด้วยคำพูดเหลวไหล...”
“บุรุษจะนิยมชมชอบในสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามไม่เห็นผิดแผก”
“แต่นาง...นางเติบโตมาภายใต้การดูแลของท่าน!”
“ข้าพเ้าเลี้ยงนางไว้เผื่อเป็ภรรยาแก่บุตรชายทว่านางมีอายุมากกว่าจ้าเจียว อีกทั้งยังไม่สนใจหรือชมชอบในตัวมันสักนิดมันเองก็ไม่สนใจไยดีในตัวนาง” จ้าหมานโถวขยับปกเสื้อ “ข้าพเ้าไม่เห็นมีสิ่งใดเสียหายหากจะรับนางไว้เสียเอง”
“ท่านทำเช่นนี้ไม่ถูก!!!” ลู่ฝู่ตวาด เข่าเมี่ยนเปาจับชายเสื้อเขาแน่น
“ลู่...เซียนเซิง...”
อะไรกันวะเนี่ย...?ตอนนี้ไม่ใช่แค่ต้องหาทางออกจากที่นี่แล้ว ในเมื่อเราได้ข้อมูลที่้าเราต้องหาทางช่วยเข่าเมี่ยนเปาด้วย!