บทที่ 48 มีอีกสามคน 2
โม่หงเหลียนกล่าวด้วยรอยยิ้มแต่คำพูดของนางกลับทำให้โม่ไป๋โหยวและโม่ชิงเย่เกิดความสงสัยอยู่ไม่น้อย
“ฮ่าๆๆ พี่สาวโม่เกรงใจเกินไปเราค่อยพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว”
ดวงตากลมโตของโม่ไป๋โหยวจ้องมองเย่อู๋เชวียโดยไม่กะพริบตาโม่ชิงเย่ก็เช่นกัน จนกระทั่งถึงตอนนี้ในที่สุดพวกนางก็ต้องตระหนักว่าเย่อู๋เชวียอาจมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้มากกว่าที่พวกนางคิด
“ตกลงตามนี้ รีบลงมือกันเถอะ”
“ครืน…”
ในขณะนั้นทั้งหกคนได้ระเบิดจิตวิญญาณการต่อสู้ของตัวเองก่อนจะบุกขึ้นสู่ยอดเขาตรงๆโดยไม่พยายามปิดบังตัวเอง!
“ซ่าๆ”
ด้วยความเร็วเต็มที่ของทุกคนพวกเขาก็ปีนขึ้นไปยืนอยู่เหนือน้ำตกในคราวเดียว!
เย่อู๋เชวียกวาดตามองภูเขาเล็กๆที่มีรูปร่างแปลกประหลาดบุปผาหลายร้อยดอกบานสะพรั่งบนภูเขาและมีกลิ่นหอมแผ่ออกมาจางๆ ในจุดๆหนึ่งของยอดเขามีประตูหินที่มีความสูงสองวาดูเหมือนจะเป็นเส้นทางเดียวที่ทอดยาวเข้าสู่ส่วนลึกของภูเขา
และที่ประตูมีชายหนุ่มหกคนกำลังยืนอยู่ในหมู่พวกเขาซูเปียวมังกรตาเดียวก็อยู่ที่นั่นด้วยอย่างไรก็ตามหนึ่งในนั้นมีใบหน้าซีดขาวคล้ายกับกำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส
สำหรับผู้นำกลุ่มใบหน้าของเขาค่อนข้างหล่อเหลา แต่กลับมีรอยยิ้มชั่วร้ายอย่างไม่อาจปิดบังดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยในขณะที่เขามองเย่อู๋เชวียและคนอื่นๆด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับว่าการปรากฏตัวของกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าอยู่ในการคาดคำนวณของเขาอยู่แล้ว
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หกยอดเยี่ยม โม่หงเหลียนเรารอเจ้ามานานแล้ว”
คนผู้นี้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองฉีตูนั่นเอง!
“หวังฉีเราก็รู้เช่นกันว่าเจ้าเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วอย่างไรก็ตามเหตุใดสหายของเจ้าจึงบาดเจ็บไปซะล่ะ ฮ่าๆๆเจ้าไม่รู้หรือว่ากับดักในถ้ำฮั่วเซียงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำลาย”
โม่หงเหลียนยิ้มสดใสการที่ฝ่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บเป็นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงอย่างแท้จริง
เย่อู๋เชวียสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเล็กน้อยคนเหล่านี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในกลุ่มแต่สีหน้าของพวกเขากลับสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“โม่หงเหลียนเจ้าอย่ามั่นใจให้มากนัก สหายกลุ่มใหม่ของเจ้าไม่มีอะไรมากไปกว่าเศษสวะเท่านั้น”
“พี่น้องที่เหลือออกมาเถอะขออภัยที่ข้าคาดคำนวณผิดไปบ้าง ข้านึกว่าคนเหล่านี้จะลอบขึ้นมาบนยอดเขาแต่พวกเขากลับบุกขึ้นมาตรงๆ”
หวังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้มในขณะเดียวกันชายหนุ่มสามคนก็ปรากฏตัวออกมาจากก้อนหินใหญ่ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง!
เหตุการณ์นี้ทำให้สีหน้าของโม่หงเหลียนเปลี่ยนไปทันที!
“มีอีกสามคน? ไม่คิดว่าหวังฉีจะมีผู้ช่วยเพิ่มขึ้นอีกสามคนจากลักษณะท่าทางของพวกเขาเห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของคนเหล่านี้ไม่เป็นรองพวกเราเลย!”
คนทั้งสามที่ปรากฏตัวขึ้นคือกลุ่มชายหนุ่มที่มีเสื้อผ้าค่อนข้างแปลกประหลาดนั่นเองในตอนนี้สายตาของพวกเขาจ้องมองมายังกลุ่มเย่อู๋เชวียอย่างหิวกระหาย
สีหน้าของโม่หงเหลียนจมดิ่งนางเข้าใจทันทีว่าเหตุใดซูเปียวและคนอื่นๆ ถึงกล้าที่จะติดตามพวกนางก่อนหน้านี้เหตุก็เพราะหวังฉีมีคนคอยช่วยอยู่ที่นี่อยู่แล้ว
โม่หงเหลียนกัดริมฝีปากสีแดงสดของตัวเองเบาๆสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบหนีให้เร็วที่สุด
ใบหน้าที่งดงามของโม่ชิงเย่และโม่ไป๋โหยวเริ่มบิดเบี้ยวจากความกระวนกระวายใจแต่พวกนางยังคงติดตามอยู่ด้านหลังโม่หงเหลียนอย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะลงมือโจมตีได้ทุกเมื่อโดยเฉพาะโม่ไป๋โหยวที่มองเย่อู๋เชวียและคนอื่นๆ ด้วยความเสียใจเล็กน้อยนางไม่คิดมาก่อนว่าคำชักชวนของนางจะลากพวกเขามาเผชิญอันตรายเช่นนี้
เมื่อโม่หงเหลียนกำลังจะบอกทุกคนให้แยกจากกันและวิ่งหนีไปทันใดนั้นชายหนุ่มชุดดำที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“เราหนีไม่ได้เราทำได้เพียงต่อสู้อย่างเต็มกำลังเท่านั้น”
“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะแสดงความกล้าหาญอีกด้านหนึ่งมีคนแปดคน พวกเจ้ารีบหนีเถอะข้าจะถ่วงเวลาให้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่อู๋เชวียโม่หงเหลียนก็ปฏิเสธโดยไม่ลังเล!
เย่อู๋เชวียมองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจของโม่ไป๋โหยวและโม่หงเหลียนก็ต้องการเสียสละตัวเองเพื่อให้พวกเขาเอาตัวรอดเขาก็ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น
ชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าก่อนที่จิตวิญญาณการต่อสู้สีทองของเขาจะระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงในขณะนั้นรัศมีพลังที่น่าเกรงขามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ครอบคลุมเข้าหาสนามรบทั้งหมดสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองของเขามองโม่หงเหลียนและกล่าวด้วยรอยยิ้ม!
“พี่สาวโม่ เจ้าสองพี่น้องซือหม่าอ๋าว และหลินอิงหลัวคอยรับมือหวังฉีและอีกห้าคนที่เหลือส่วนอีกสามคนที่ปรากฏตัวขึ้นใหม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”
.........