**ปฐมบทแห่งการเดินทางนครดาราร่วงหล่นเบื้องหลัง**
สายฝนกรดปราณยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายชะล้างคราบเลือดและกลิ่นคาวโลกีย์ของเมืองดาราร่วงหล่นให้ไหลรวมลงสู่ท่อระบายน้ำที่มืดมิดและส่งกลิ่นเหม็นเน่าหลินเทียนก้าวเดินออกจากความมืดของตรอกศิลาคนตาบอดกลับเข้าสู่ถนนสายหลักที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟนีออนปราณหลากสีสันเสื้อคลุมหนังสัตว์ของเขายังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำฝนทว่าไม่มีหยดน้ำใดสามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังของเขาได้เลย ออร่าระดับ 'ครึ่งก้าวผสานจิตวิญญาณ' ที่ถูกกักเก็บไว้อย่างแนบเนียนสร้างม่านพลังงานบางๆ ที่ผลักดันสิ่งสกปรกออกไปโดยอัตโนมัติ
แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะสร้างตำนานบทใหม่ในสังเวียนโลหิตคนบาปดูเงียบเหงาและโดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชนที่เดินสวนขวักไขว่ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าชายในชุดซอมซ่อผู้นี้เพิ่งจะหักแขนแชมป์เปี้ยนผู้ไร้พ่ายและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนายน้อยแห่งหอหมื่นวิญญาณจนจมดิน
หลินเทียนล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อสัมผัสความเย็นเยียบของ 'ป้ายหยกสีฟ้าอมเขียว' จากวิหารพิสุทธิ์สวรรค์ และ 'ตราสัญลักษณ์ดาราทองคำ' จากลานประลองของสองสิ่งนี้คือตั๋วผ่านทางเข้าสู่ 'นครสวรรค์' ศูนย์กลางแห่งอำนาจและการบ่มเพาะที่แท้จริงของมหาทวีป
"สามเดือนก่อนถึงงานประลองคัดเลือกดารา..."หลินเทียนพึมพำกับตนเอง ดวงตาสี sapphire สะท้อนแสงไฟนีออนสีแดงจากป้ายร้านค้า"เวลาช่างสั้นนักทว่าระยะทางจากเมืองดาราร่วงหล่นไปจนถึงนครสวรรค์นั้นห่างไกลนับแสนลี้หากเดินทางด้วยวิชาตัวเบาหรือกระบี่บินต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับผสานจิตวิญญาณก็ยังต้องใช้เวลาเกือบครึ่งปีซ้ำยังต้องเผชิญกับสัตว์อสูรบรรพกาลที่ซ่อนตัวอยู่ตามเทือกเขา... ทางเลือกเดียวคือ'เรือเหาะข้ามดารา'"
หลินเทียนมุ่งหน้าไปยัง 'ท่าเรือสวรรค์' ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูงสุดของเมืองสถานที่แห่งนี้คือศูนย์กลางการคมนาคมที่เชื่อมต่อเมืองหน้าด่านเข้ากับใจกลางมหาทวีปภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความยิ่งใหญ่ที่ผสานเทคโนโลยีและเวทมนตร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว(Cyberpunk-XianxiaVibe)
เรือเหาะขนาดยักษ์นับสิบลำจอดเทียบท่าอยู่พวกมันไม่ได้สร้างจากไม้ธรรมดา แต่ต่อเรือขึ้นจาก 'โลหะเหล็กไหลสวรรค์' ที่สะท้อนแสงแวววาวเครื่องยนต์ขนาดยักษ์ที่ท้ายเรือไม่ได้เผาผลาญถ่านหิน แต่ขับเคลื่อนด้วย 'เตาปฏิกรณ์วิญญาณ' ที่ดึงเอาปราณฟ้าดินมาควบแน่นจนเกิดเป็นพลังงานขับดันสีฟ้าอมม่วงที่พ่นออกมาดุจเปลวเพลิงของมังกรเสียงเครื่องยนต์ดังกังวานกระหึ่มไปทั่วทั้งเมือง สร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ผู้ฝึกตนระดับต่ำต้องรู้สึกอึดอัด
หลินเทียนเดินเข้าไปยังหอจำหน่ายตั๋วเขาโยน 'ผลึกนีออนปราณ' ระดับสูงที่ปล้นมาจากพวกอันธพาลลงบนโต๊ะกระจกพนักงานต้อนรับที่เป็นหญิงสาวครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงก่อนจะรีบออกตั๋วโดยสารระดับ 'วีไอพี' ให้กับหลินเทียนอย่างนอบน้อม
"เรือเหาะ 'ปราณกลืนดารา' ลำที่เก้ากำลังจะออกเดินทางสู่นครสวรรค์ในอีกหนึ่งก้านธูปขอรับนายท่านขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ"
หลินเทียนรับตั๋วหยกสลักอักขระมาและก้าวขึ้นสู่เรือเหาะขนาดยักษ์ที่มีความยาวกว่าห้าร้อยวา ทันทีที่เขาก้าวพ้นบันไดเทียบเรือบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงบนดาดฟ้าเรือระดับวีไอพีนั้นปูด้วยพรมหญ้าวิญญาณที่อ่อนนุ่มมีศาลาพักผ่อนที่สร้างจากไม้หอม และค่ายกลปรับอากาศที่ทำให้รู้สึกเย็นสบายตลอดเวลาต่างจากชั้นประหยัดด้านล่างที่อัดแน่นไปด้วยผู้ฝึกตนระดับล่างนับพันคนที่ต้องทนสูดดมควันจากเครื่องยนต์
เขาเลือกที่นั่งบริเวณหัวเรือที่เงียบสงบที่สุดนั่งขัดสมาธิลงบนเบาะผ้าไหมสวรรค์ และทอดสายตามองดูเมืองดาราร่วงหล่นที่ค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆ เมื่อเรือเหาะยกตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลวงผ่านม่านฝนกรดและชั้นเมฆมลพิษ ขึ้นสู่ห้วงนภากาศที่ใสสะอาดและเต็มไปด้วยดวงดาวที่ทอประกายระยิบระยับ
**ปรัชญาแห่งผสานจิตวิญญาณและการชำระล้างจิตใจ**
เมื่อเรือเหาะเข้าสู่โหมดเดินทางด้วยความเร็วทะลวงมิติทิวทัศน์เบื้องล่างก็กลายเป็นเพียงเส้นแสงสีต่างๆ ที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วหลินเทียนหลับตาลง ตัดขาดจากโลกภายนอกและหันกลับมาสำรวจเส้นชีพจรภายในร่างกายของตนเอง
การต่อสู้ในสังเวียนโลหิตคนบาปและการเผชิญหน้ากับนายน้อยจ้าวเทียนหลิง ทำให้เขาตระหนักถึง 'ขีดจำกัด' ของตนเองในปัจจุบัน แม้เขาจะก้าวเข้าสู่สภาวะ 'ครึ่งก้าวผสานจิตวิญญาณ' และสามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับผสานจิตวิญญาณขั้นต้นได้อย่างไม่ยากเย็นทว่านั่นเป็นเพียงเพราะศัตรูเหล่านั้นเป็นเพียงผู้ฝึกตนที่อาศัยโอสถและของวิเศษในการเลื่อนระดับพวกมันขาดความเข้าใจใน 'สัจธรรม' ที่แท้จริง
> **"ขอบเขตก่อตั้งรากฐานคือการสร้างภาชนะเพื่อกักเก็บปราณฟ้าดิน... แต่ขอบเขตผสานจิตวิญญาณคือการนำวิญญาณของตนเองไป 'หลอมรวม' กับกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้!ผู้ที่ทำได้เพียงดึงพลังมาใช้ ย่อมพ่ายแพ้ต่อผู้ที่สามารถ 'เปลี่ยนแปลง' กฎเกณฑ์เหล่านั้นได้"**หลินเทียนทบทวนคำสอนในคัมภีร์วิชากระบี่นิรนาม
ในมหาทวีปแห่งนี้ปราณฟ้าดินเข้มข้นกว่าทวีปเก่าหลายสิบเท่า ทว่ามันก็แฝงไปด้วย 'เจตจำนงที่สับสน' ของเหล่าผู้ฝึกตนที่ตกตายไปนับล้านคนหากสูดซับเข้าไปโดยไม่กลั่นกรอง จิตวิญญาณจะถูกกัดกินและกลายเป็นคนวิกลจริต
หลินเทียนโคจร 'หัวใจมังกรคราม' ให้เต้นเป็นจังหวะที่เชื่องช้าที่สุดเขาไม่ได้ดูดซับปราณอย่างตะกละตะกลามแต่เขาปล่อยให้ปราณมังกรของตนเองไหลเวียนออกไป 'สัมผัส' กับปราณฟ้าดินรอบๆ เรือเหาะประหนึ่งการสนทนากับธรรมชาติ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า การจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตผสานจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่การขยายจุดตันเถียนให้ใหญ่ขึ้น แต่เป็นการลบเลือนเส้นแบ่งระหว่าง 'ตัวตน' และ 'จักรวาล'
*วิ้ง...*กระบี่มังกรพลิกฟ้าที่วางอยู่บนตักสั่นพ้องกับจังหวะหัวใจของเขาออร่าสีม่วงทองที่เคยดุดันและเกรี้ยวกราด บัดนี้ค่อยๆสงบลงและเปลี่ยนเป็นสีทองบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและศักดิ์สิทธิ์นี่คือสัญญาณของการเข้าใกล้ 'สัจธรรมมังกร' ขั้นสูงสุด
ทว่าความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาก่อนพายุใหญ่จะมาเยือนเสมอ!
**พายุทรายทมิฬ และฝูงอีกาโลหิต**
เข้าสู่วันที่สามของการเดินทางเรือเหาะ 'ปราณกลืนดารา' ได้แล่นเข้าสู่เขตแดนที่อันตรายที่สุดของมหาทวีปตะวันออก...**'ทะเลทรายทมิฬ' (BlackSand Desert)** ท้องฟ้าที่เคยสดใสพลันถูกบดบังด้วยพายุทรายสีดำสนิทที่หมุนวนสูงเสียดฟ้าเม็ดทรายเหล่านี้ไม่ใช่ทรายธรรมดา แต่มันคือ 'ศิลาดินปืน' ที่ถูกบดละเอียดและแฝงไปด้วยปราณธาตุมืดการเสียดสีของเม็ดทรายนับล้านล้านเม็ดก่อให้เกิดสายฟ้ามิติสีแดงฉานที่ฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่งม่านพลังเวทป้องกันของเรือเหาะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและเกิดรอยร้าวเสียงเตือนภัยดังก้องไปทั่วทั้งลำเรือ
ผู้โดยสารในชั้นต่างๆ เริ่มกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกทว่าหลินเทียนยังคงนั่งหลับตาทำสมาธิอย่างสงบนิ่งประหนึ่งว่าพายุร้ายด้านนอกเป็นเพียงสายลมอ่อนๆ
ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินเทียนต้องลืมตาขึ้น ไม่ใช่พายุทราย... แต่มันคือ 'รังสีอำมหิต' นับร้อยสายที่พุ่งเป้ามาที่เรือเหาะลำนี้!
*เพล้งงงงง!*
ม่านพลังเวทของเรือเหาะด้านกราบซ้ายถูกโจมตีอย่างรุนแรงจนแตกละเอียด!กระสุนพลังจิตสีแดงเลือดนับสิบนัดพุ่งทะลวงเข้ามาทำลายดาดฟ้าเรือจนเกิดระเบิดดังกัมปนาทเปลวไฟสีแดงลุกโชน เศษไม้และเศษเหล็กปลิวว่อนผู้โดยสารระดับวีไอพีหลายคนถูกแรงระเบิดฉีกร่างจนขาดใจตายในทันที
ผ่านรอยแตกของม่านพลังปรากฏร่างของกลุ่มคนในชุดเกราะรัดรูปสีดำขลับ สวมหน้ากากเหล็กรูปหัวนกกาพวกมันไม่ได้ขี่กระบี่บิน ทว่ากำลังขี่ 'สัตว์อสูรกลไก' รูปทรงนกกาขนาดยักษ์ที่มีปีกเป็นใบมีดเหล็กไหลปีกของสัตว์อสูรเหล่านั้นปล่อยไอพ่นสีแดงเพลิงออกมาต้านทานพายุทรายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
พวกมันคือ **'อีกาโลหิต' (BloodCrows)** หน่วยลอบสังหารที่เหี้ยมโหดและทรงพลังที่สุดของ'หอหมื่นวิญญาณ'!
"เจอเป้าหมายแล้ว!ชายในชุดคลุมหนังสัตว์ที่หัวเรือ!"เสียงแหบพร่าของหนึ่งในนักฆ่าดังขึ้นผ่านอุปกรณ์สื่อสารเวทมนตร์ "นายน้อยจ้าวมีคำสั่ง...สับมันเป็นชิ้นๆ แล้วเอาหัวมันกลับไปเสียบประจานที่เมืองดาราร่วงหล่น!ส่วนผู้โดยสารคนอื่น... ฆ่าปิดปากให้หมด อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!"
สิ้นคำสั่งฝูงอีกาโลหิตกว่าห้าสิบคนก็โฉบทะยานลงมาจากท้องฟ้าดุจห่าฝนแห่งความตาย!พวกมันล้วนมีระดับการบ่มเพาะไม่ต่ำกว่า 'ก่อตั้งรากฐานขั้นสูงสุด' และมีผู้บัญชาการระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นต้น' ถึงสามคน!นี่คือขุมกำลังที่มากพอจะถล่มสำนักขนาดกลางให้ราบคาบได้ในชั่วข้ามคืนทว่าพวกมันกลับถูกส่งมาเพื่อสังหารเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว!
ผู้โดยสารและทหารคุ้มกันของเรือเหาะพยายามต่อสู้ทว่าก็ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมด้วยอาวุธที่เหนือล้ำกว่าเลือดสีแดงฉานไหลย้อมดาดฟ้าเรือเหาะจนกลายเป็นลานประลองขนาดย่อม
หลินเทียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนท่ามกลางความวุ่นวายเสื้อคลุมหนังสัตว์ของเขาสะบัดพริ้วตามแรงลมพายุทรายทมิฬที่พัดกระหน่ำเข้ามาดวงตาสี sapphire ของเขาทอประกายเย็นเยียบและเกรี้ยวกราดประหนึ่งเทพเจ้ามังกรที่ถูกรบกวนการจำศีล
> **"จ้าวเทียนหลิง...ข้าอุตส่าห์ไว้ชีวิตเจ้าเพื่อให้โอกาสเจ้าได้เติบโตทว่าเจ้ากลับรนหาที่ตายด้วยการส่งสวะพวกนี้มารบกวนการทำสมาธิของข้า...และยังลากผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง"**
หลินเทียนยื่นมือขวาไปจับด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้า
"ตายซะไอ้สวะ!"นักฆ่าอีกาโลหิตห้าคนแรกพุ่งทะยานเข้ามาถึงตัวหลินเทียนพวกมันเงื้อดาบคู่ที่อาบไปด้วยปราณพิษโลหิต ฟันเข้าใส่จุดตายของเขาจากห้าทิศทางปิดกั้นทางหนีโดยสมบูรณ์!
ทว่า หลินเทียนไม่คิดจะหนี!
**การเริงรำของมังกรในพายุโลหิต**
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงปะทะดังกึกก้องหลินเทียนไม่ได้ชักกระบี่! เขาเพียงแค่ใช้ 'ฝักกระบี่' ที่ยังคงสวมอยู่อย่างแน่นหนาปัดป้องการโจมตีทั้งห้าทิศทางด้วยความเร็วที่ตามองไม่เห็น!ทุกครั้งที่ฝักกระบี่กระทบกับดาบพิษ ปราณอัสนีสีม่วงทองจะระเบิดออกซัดเอาดาบของศัตรูจนบิ่นและร้าว
"อะไรกัน!พละกำลังกายเนื้อมันมหาศาลเกินไปแล้ว!" นักฆ่าคนหนึ่งอุทานทว่านั่นคือคำพูดสุดท้ายของมัน
หลินเทียนก้าวเท้าเข้าประชิดตัวนักฆ่าคนนั้นอย่างรวดเร็วดุจภูตผีเขาใช้ฝักกระบี่กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างจัง! *กร๊อบ!*กระดูกซี่โครงแหลกละเอียดแทงทะลุปอดร่างของนักฆ่ากระเด็นทะลุดาดฟ้าเรือลงไปสู่พายุทรายเบื้องล่าง
"อย่าเข้าไปประชิดตัวมัน!ใช้ค่ายกลสังหารระยะไกล!" ผู้บัญชาการอีกาโลหิตตวาดสั่งการ
นักฆ่าที่เหลืออีกสี่สิบกว่าคนกระจายตัวออกล้อมรอบหลินเทียนเป็นวงกลมกลางอากาศพวกมันดึง 'หน้าไม้กลไกวิญญาณ' ออกมาประทับบ่าลูกศรที่ทำจากแร่เจาะเกราะสวรรค์ถูกบรรจุปลายศรเรืองแสงสีแดงเลือดที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างสูง
"ยิง!"
*ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
ลูกศรเจาะเกราะนับร้อยดอกพุ่งแหวกอากาศเข้าหาหลินเทียนดุจฝนดาวตกสีเลือด!ความเร็วและพลังของมันสามารถเจาะทะลุกำแพงเมืองหินผาได้อย่างง่ายดาย
ทว่า หลินเทียนกลับแสยะยิ้มเย็นชาเขาหลับตาลงและเปิดรับสัจธรรมที่เพิ่งตกผลึกได้จากการทำสมาธิ
> **"ในสายตาของคนทั่วไปสายฝนคือสิ่งที่ตกลงมาจากฟ้าเพื่อสร้างความชุ่มชื้น... ทว่าในสายตาของมังกรสายฝนก็เป็นเพียงแค่หยดน้ำที่หยุดนิ่งอยู่กับที่รอคอยให้เราเดินผ่านไปเท่านั้น"**
**"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่เจ็ด: มังกรสูญสภาวะ!"**
ร่างของหลินเทียนพลันโปร่งแสงและบิดเบี้ยวประหนึ่งภาพลวงตาลูกศรเจาะเกราะนับร้อยดอกพุ่งทะลุผ่านร่างกายของเขาไปราวกับทะลุผ่านอากาศธาตุ!ไม่มีลูกศรดอกใดสามารถสัมผัสถูกตัวเขาได้เลยแม้แต่รอยขีดข่วน!พวกมันพุ่งไปชนกันเองและระเบิดอยู่เบื้องหลังเขาสร้างความตกตะลึงให้แก่นักฆ่าทั้งหมด
"เป็นวิชามายางั้นรึ?! เป็นไปไม่ได้!ปราณจิตวิญญาณของพวกเราล็อคเป้าหมายมันไว้แล้ว!" ผู้บัญชาการหน้าตื่น
หลินเทียนลืมตาขึ้นร่างของเขากลับมามีมวลอีกครั้ง "พวกเจ้ามัวแต่มองหาเป้าหมาย...จนลืมไปว่ามัจจุราชได้มายืนอยู่ข้างหลังพวกเจ้าแล้ว"
เสียงของหลินเทียนไม่ได้ดังมาจากจุดที่เขายืนอยู่แต่มันดังขึ้นจาก **'ด้านหลัง'** ของกลุ่มนักฆ่า! วิชาของเขาไม่ใช่ภาพมายาแต่เป็นการเคลื่อนที่ข้ามมิติในระยะสั้นที่ก้าวล่วงกฎของเวลา!
หลินเทียนกำด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้าที่ซ่อนอยู่ในฝักด้วยมือขวานิ้วโป้งดันโกร่งดาบให้เปิดออกเพียงครึ่งนิ้ว! พริบตาที่คมดาบสัมผัสอากาศ...กลิ่นอายแห่งความตายระดับพระเจ้าก็พลันปะทุขึ้นจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว!
**"กระบวนท่าลับ:เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า... การพิพากษาของมังกร!"**
หลินเทียนไม่ได้ชักกระบี่ออกฟันแต่เขากดกระบี่กลับเข้าฝักอย่างรุนแรง!
*ปั้งงงงงงงงงงง!*
เสียงปะทะของปลอกกระบี่และโกร่งดาบดังกัมปนาทประหนึ่งสวรรค์ถล่ม!คลื่นเสียงที่แฝงไปด้วยปราณอัสนีสีม่วงทองและเจตจำนงระดับสัจธรรมระเบิดออกเป็นวงแหวนขยายตัวครอบคลุมรัศมีหนึ่งกิโลเมตรรอบเรือเหาะ!
พริบตาที่คลื่นเสียงกวาดผ่าน...ร่างของนักฆ่าอีกาโลหิตกว่าสี่สิบคน รวมถึงสัตว์อสูรกลไกที่พวกมันขี่พลันแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ!เกราะเวทมนตร์และอาวุธของพวกมันเกิดรอยร้าวและแตกละเอียดเป็นผุยผงก่อนที่ร่างกายเนื้อของพวกมันจะระเบิดออกเป็นหมอกเลือดสีแดงฉานพร้อมๆ กัน!
การโจมตีเพียงครั้งเดียวที่ยังไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก...สังหารยอดฝีมือระดับก่อตั้งรากฐานกว่าสี่สิบคนให้แหลกสลายเป็นละอองเลือด!
**ราชันอีกาโลหิตและกระบี่ที่หลุดจากฝัก**
ความตายที่รวดเร็วและน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ผู้บัญชาการระดับผสานจิตวิญญาณทั้งสามคนที่เหลือรอดอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือดพวกมันรอดมาได้เพราะใช้ค่ายกลป้องกันระดับสูงทว่าก็กระอักเลือดและบาดเจ็บสาหัส
"สัตว์ประหลาด...เจ้านี่มันไม่ใช่คน!" หนึ่งในผู้บัญชาการสบถด้วยความหวาดกลัวมันหันหัวนกกาจักรกลเตรียมจะบินหนี
"มาถึงขั้นนี้แล้ว จะหนีไปไหนพ้น!"ผู้บัญชาการสูงสุดที่มีฉายาว่า **'ราชันอีกาโลหิต'** ตวาดลั่น มันชู 'ธนูซุ่มยิงกลืนวิญญาณ'(Soul-Piercing Sniper Bow) ขนาดยักษ์ขึ้นประทับบ่าคันธนูนี้ยาวกว่าสองวาและทำจากกระดูกของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิลูกศรที่บรรจุอยู่คือ **'ศรสังหารเทพ'** ที่มีเพียงดอกเดียวและมีมูลค่ามหาศาลมันสามารถเจาะทะลุเกราะของยอดฝีมือระดับผสานจิตวิญญาณขั้นกลางได้!
"ข้าจะใช้ชีวิตของข้าและพวกแกเป็นค่ายกลสังหาร!"ราชันอีกาโลหิตดึงสายธนูจนสุด ปราณชีวิตของมันและผู้บัญชาการอีกสองคนที่อยู่ข้างๆถูกสูบออกมารวมกันที่ปลายศรจนสว่างจ้าเป็นแสงสีดำอมแดงที่เต็มไปด้วยรังสีแห่งการล้างผลาญ!พายุทรายทมิฬรอบๆ ตัวพวกมันถูกดูดมารวมกันจนกลายเป็นหัวหอกขนาดยักษ์
หลินเทียนหรี่ตาลงเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายจากศรดอกนั้น แม้มันจะไม่อาจสังหารเขาได้แต่มันจะทำลายเรือเหาะลำนี้จนแหลกละเอียดและผู้โดยสารนับพันที่อยู่ชั้นล่างจะต้องตายทั้งหมด
> **"ในเมื่อพวกเจ้าร้องขอที่จะเห็นความตายที่แท้จริง...ข้าก็จะสงเคราะห์ให้"**
หลินเทียนกางขาออกเพื่อสร้างฐานที่มั่นคงมือขวากำด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้า คราวนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ดันโกร่งดาบ...แต่เขากำลังจะชักมันออกมาอย่างสมบูรณ์!
อุณหภูมิรอบเรือเหาะพลันลดฮวบลงจนจุดเยือกแข็งทว่ากลับแฝงไปด้วยความร้อนแรงดุจลาวาเดือดนี่คือสภาวะขัดแย้งของปราณมังกรที่แท้จริง เกล็ดสีทองเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าและท่อนแขนของหลินเทียนเรือนผมสีดำเปลี่ยนเป็นสีเงินสว่างจ้า
"ตายซะเถอะ! ศรสังหารเทพ!"ราชันอีกาโลหิตปล่อยสายธนู!
*ฟุ่บบบบบบ! บูมมมมมม!*
ลูกศรสีดำอมแดงพุ่งแหวกพายุทรายเข้าหาหลินเทียนด้วยความเร็วระดับแสง!มันนำพาเอาแรงกดดันที่สามารถผ่าทวีปให้แยกออกเป็นสองส่วนพุ่งเข้ามา มิติรอบๆลูกศรฉีกขาดเป็นทางยาว!
หลินเทียนลืมตาขึ้นดวงตาสีทองบริสุทธิ์สาดประกายเจิดจ้า เขาสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ก่อนจะชัก 'กระบี่มังกรพลิกฟ้า' ออกจากฝักพร้อมกับตวัดฟันในแนวตั้ง!
**"วิชากระบี่นิรนามกระบวนท่าที่สาม: มังกรกลืนขุมนรก!" (NamelessSword Art, 3rd Stance:Dragon Swallowing the Abyss)**
*กิ๊งงงงงงงงงงงงงง!*
เสียงชักกระบี่ดังกังวานใสทว่าทรงพลังประหนึ่งเสียงคำรามของมังกรบรรพกาลที่หลับใหลมานับแสนปี!
ใบดาบสีดำขลับที่สลักลวดลายดาราเปล่งแสงสีขาวและอัสนีสีม่วงทองสว่างจ้าจนบดบังทุกสิ่ง!ปราณกระบี่ที่ถูกฟาดออกไปไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่มันขยายตัวออกกลายเป็น **'หัวมังกรอัสนีขนาดยักษ์'** ที่อ้าปากกว้างจนสามารถกลืนกินเรือเหาะได้ทั้งลำ!
หัวมังกรอัสนีพุ่งเข้าปะทะกับศรสังหารเทพ!
ไม่มีการระเบิด... ไม่มีการยื้อยุด...หัวมังกรอัสนีอ้าปาก **'กลืนกิน'** ลูกศรระดับตำนานดอกนั้นเข้าไปในพริบตา!ปราณสีดำอมแดงถูกบดขยี้และย่อยสลายในคมกระบี่ของหลินเทียนจนกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ!
"มะ... ไม่จริง..."ราชันอีกาโลหิตเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดทว่านั่นคือภาพสุดท้ายที่มันได้เห็น
ปราณกระบี่หัวมังกรไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นมันพุ่งทะยานต่อไปเบื้องหน้า กลืนกินร่างของผู้บัญชาการทั้งสามคน และพุ่งทะลวงผ่า 'พายุทรายทมิฬ' ที่กว้างใหญ่ไพศาลให้แยกออกเป็นสองซีกอย่างหมดจด!ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดถูกตัดเปิดออกเป็นทางยาวนับร้อยลี้ เผยให้เห็นแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องลงมาอาบไล้เรือเหาะ
ทุกสิ่งเงียบสงัดลงอีกครั้งเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยของผู้โดยสารที่รอดชีวิต
หลินเทียนค่อยๆเก็บกระบี่มังกรพลิกฟ้ากลับเข้าฝักดัง *กริ๊ก* แสงสีทองและเกล็ดมังกรจางหายไปเขายืนอยู่บนหัวเรือที่แตกหัก เสื้อคลุมหนังสัตว์สะบัดพริ้วตามสายลม
ผู้โดยสารและทหารคุ้มกันต่างคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเคารพและยำเกรงสูงสุดประหนึ่งได้พบเห็นเทพเจ้าจุติลงมาช่วยเหลือไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเอ่ยถามชื่อของเขา
หลินเทียนทอดสายตามองไปตามรอยแยกของพายุทรายที่เขาเพิ่งผ่าออกที่สุดปลายขอบฟ้านั้น... ผ่านม่านเมฆและแสงอาทิตย์ปรากฏภาพของมหานครขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่เหนือผืนดินสิ่งก่อสร้างทำจากหยกขาวและทองคำส่องประกายระยิบระยับประหนึ่งสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาบนโลกมนุษย์
นั่นคือ... **'นครสวรรค์' (HeavenlyCity)** จุดหมายปลายทางของเขา!
"หอหมื่นวิญญาณ...งานประลองคัดเลือกดารา..." หลินเทียนพึมพำ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก"เตรียมตัวรับแรงกระแทกไว้ให้ดีเถิด เพราะมังกรได้ข้ามทะเลเมฆมาถึงแล้ว"
มหากาพย์การเดินทางข้ามทวีปได้สิ้นสุดลงทว่าสงครามที่แท้จริงบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกกำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด!
**จบบทที่ 40(พายุโลหิตเหนือนครสวรรค์)**