ชายร่างโย่งถูกแกรนด์ปล่อยสายฟ้าใส่ร่างอย่างรุนแรง เสื้อผ้าและขนทุกเส้นบนร่างกายถูกเผาไหม้ ผิวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่ปากมีควันลอยออกมา แกรนด์เหวี่ยงร่างของมันลงกับพื้นและเตะซ้ำด้วยความไม่สบอารมณ์ ร่างของมันลอยละลิ่วขึ้นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่อย่างรุนแรงก่อนจะร่วงลงมา ลูกน้องอีกสี่คนเมื่อเห็นหัวหน้าของตนถูกกำจัดอย่างโหดเหี้ยมก็ถึงกับสั่นกลัวจนแทบสิ้นสติ และแล้วสายตาดุจมัจจุราชของแกรนด์ชี้ตรงมาที่พวกมัน แม้อยากจะร้องขอชีวิตแค่ไหนแต่เมื่อเห็นสายตานั่นแล้วพวกมันก็เข้าใจทันทีว่าไม่มีทางเป็นไปได้
“ลูกพี่!!!”
บ็อบโผเข้ามากระโดดกอดแกรนด์อย่างลืมตัว แต่แกรนด์กลับโยกตัวหลบทันทีที่บ็อบโผเข้ามาทำให้ร่างกายที่ใหญ่ยักษ์นั่นกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนทั่วทั้งบริเวณสั่นไหว
“คืนร่างก่อนสิ จะฆ่ากันรึไง?”
แกรนด์บอกให้บ็อบรู้ตัวว่าเขากำลังอยู่ในร่างยักษ์ บ็อบยิ้มแหยๆ ก่อนที่จะลดขนาดตัวลง เขาตื่นเต้นดีใจจนลืมกระทั่งว่าตัวเองกำลังถูกล่าอยู่ เมื่อคืนร่างเสร็จบ็อบก็โผเข้าไปกอดอีกครั้งพร้อมกับร้องไห้โยเยและพูดไม่เป็นภาษาจนฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาบ็อบกับแกรนด์ไม่เคยแยกจากกันไกลและนานขนาดนี้ ทั้งสองเปรียบเสมือนพี่น้องที่เดินทางไปด้วยกันทุกหนทุกแห่งตั้งแต่เด็ก ก่อนจะมาถึงที่ตรงนี้แกรนด์ดีใจมากที่จับสัมผัสของบ็อบได้ แต่เมื่อวิเคราะห์ดูดีๆ แล้วเขาก็พบว่าบ็อบอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนสิบกว่าคน เรื่องนี้ทำให้แกรนด์รีบตรงมายังจุดที่ว่าอย่างเร็วที่สุด เมื่อมาถึงก็เห็นบ็อบกำลังถูกเวทย์โซ่พันธนาการเอาไว้และยังมีคนอีกหลายคนกำลังใช้กระบอกเหล็กฟาดอย่างไม่ยั้งมือ ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้แกรนด์เลือดขึ้นหน้าจนไม่ลังเลที่จะสังหารคนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะๆ ไว้ค่อยดีใจทีหลัง ให้ข้าเก็บกวาดขยะแถวนี้ก่อน รกหูรกตาชะมัด”
แกรนด์ตบไหล่บ็อบแล้วสำรวจไปรอบๆ มีหลายคนที่พลังชีวิตยังไม่ดับมอด ทั้งหมดเป็นพวกที่ใบมีดน้ำแข็งจ่อคออยู่และพวกพลังตีกลับ
“อูกิ อูกิ”
เจ้าลิงน้อยวิ่งมาพร้อมกับชูมืออวดแกรนด์ นิ้วของมันมีแหวนเพิ่มขึ้นหลายวงสมบัติของเจ้าพวกนี้ถูกรูดออกมาจนหมดแล้วด้วยฝีมือของลิงตัวน้อย แกรนด์ยิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นท่าทางของมันเช่นนั้น
“ดีมาก สมกับเป็นคู่หูของข้า”
“จะทำยังไงกับคนพวกนี้ดี จัดการพวกมันเลยรึเปล่า?”
“แน่นอน แต่ข้าจะขู่เจ้านายของพวกมันกลับไปด้วย ให้มันรู้ซะบ้างว่ากำลังแหย่ใคร”
พูดจบแกรนด์เปิดวอริเออร์ฟอร์ซของเขาทันที พลังมากมายที่ถูกรีดเร้นออกมา บ็อบรู้สึกได้เลยว่านี่เป็นพลังสูงสุดของแกรนด์แน่ แต่เขาคิดจะทำอะไรกัน? จะจัดการพวกที่นอนรอความตายอยู่นี่ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอ? เมื่อเห็นแกรนด์ปลดปล่อยพลังออกมา พวกนักรบที่ยืนอยู่ก็ขาอ่อนจนแทบจะไม่มีแรงพยุงตัว หนึ่งในนั้นเกร็งพลังและเตรียมที่จะหนี โดยการพุ่งตัวไปด้วยหลังอย่างรวดเร็วให้คอพ้นจากใบมีดน้ำแข็งก่อน อยู่ไปก็ตายแน่นอน สู้เสี่ยงไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า แต่เสี้ยววินาทีที่มันขยับตัวออกจากจุดเดิมที่ยืนอยู่แม้เพียงเล็กน้อย ใบมีดน้ำแข็งคมกริชก็ตวัดกรีดเข้าที่คอของมันจนล้มลงทันที การตายอย่างกะทันหันของมันสร้างความตื่นกลัวให้แก่คนอื่นๆ ที่กำลังคิดจะหนีอยู่เหมือนกัน พวกมันหยุดความคิดที่จะหนีและเปลี่ยนเป็นพูดอ้อนวอนของชีวิตแทน
“อสนีบาตระเบิดดารา”
สายฟ้าขนาดใหญ่กว่าสิบเส้นพุ่งลงมาจากท้องฟ้า แรงระเบิดได้กลืนกินร่างของพวกมันที่เหลือหมดทุกคน ความรุนแรงสายฟ้าที่ผ่าตกลงมาส่งผลให้ผืนดินสั่นสะเทือน เสียงจากสายฟ้าดังกึกก้องไปไกล
“เอ้อ..ไหนว่าดังนิดหน่อย แบบนี้มันจะไม่เกินไปรึไง แต่เอาเถอะ ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น”
หัวหน้าทหารที่เฝ้าประตูพูดขึ้นมาลอยๆ และนอนต่ออย่างไม่คิดจะสนใจเสียงดังสนั่นที่เกิดขึ้นเลย เขารับเงินจากคนเหล่านี้ประจำ แม้ครั้งนี้มันจะดังกว่าทุกครั้งแต่ก็ไม่เก็บเอามาใส่ใจแต่อย่างใด
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
แกรนด์หอบเล็กน้อย แต่หลังจากที่เขาสูดหายใจลึกๆ หนึ่งครั้งอาการเหนื่อยหอบก็หายไป จากการโจมตีเมื่อครู่แกรนด์ใช้พลังสูงสุดในการโจมตี ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะหอบจากการใช้ทักษะเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ในครั้งนี้ใส่พลังมากเป็นพิเศษจนทั่วทั้งบริเวณเกิดเป็นหลุมใหญ่ๆ หลายหลุม ร่างของคนที่โดนสายฟ้าอัดกระแทกกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง แกรนด์เดินไปเก็บดาบของเขาและนำดาบธรรมดาออกมาจากแหวน จากนั้นก็อัดพลังเต็มที่ลงไปในดาบก่อนที่จะซัดใส่ร่างของดูอิท สายสายฟ้าพาร่างของมันพุ่งไปปักกับก้อนหินขนาดใหญ่ ความรุนแรงของสายฟ้าทำให้หินก้อนนี้กว่าครึ่งเกิดรอยร้าวขึ้นมา ดาบเล่มดังกล่าวตอนนี้ปักตึงร่างของดูอิทไว้กับหินใหญ่ก็จริงแต่สภาพมันบิดเบี้ยวผุกร่อนเพราะรับพลังมากมายที่แกรนด์อัดเข้าไปไม่ได้ ส่วนคนอื่นๆ ที่กระเด็นออกไปก็ถูกเตะลอยมากลับมานอนใกล้ๆ หลุมขนาดใหญ่ แกรนด์จะทำเหมือนกับว่าคนเหล่านี้ถูกสังหารพร้อมกันทั้งหมดในพริบตา และเป็นฝีมือของคนๆ เดียว! เหตุผลที่ทำก็เพียงเพื่อจะข่มขู่พวกมันกลับไปเท่านั้น ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อครู่เขาก็ยิ่งขุ่นเคืองพวกมันมากขึ้นไปอีก ในตอนแรกแกรนด์กะว่าจะไม่ยุ่มย่ามกับพวกมันเพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นคาตาว่ามันกำลังพยายามทำอะไรกับพรรคพวกของเขาทำให้แกรนด์เปลี่ยนใจ
“ไปกันเถอะ”
แกรนด์หันหลังแล้วเดินจากไปโดยทิ้งให้ร่างของพวกมันทุกคนนอนเรียงรายกันอย่างน่าอนาถ
...โรงประมูลนกฮูกราตรี...
“เจ้าดูอิทมันมัวทำอะไรอยู่ ช้าจริงๆ ทำไมยังไม่พาสินค้าของข้ามาอีก”
“เขาล่อมันแล้วพาคนออกไปจับกุมที่นอกเมืองขอรับ”
“เจ้าไปดูหน่อยสิว่ามันจับได้รึยัง นี่มันก็นานแล้ว ไม่ใช่ว่าฝีมือตกไปหรอกนะ”
“รับทราบ”
ชายที่รับคำสั่งออกไปจากห้องทันที ผ่านไปพักหนึ่งเขาวิ่งหน้าตั้งกลับมาพร้อมกับใบหน้าตกใจสุดขีด
“ท่านหัวหน้า! แย่แล้ว! กลุ่มของดูอิทถูกสังหารหมดทุกคนขอรับ!!”
ชายที่กำลังนั่งชื่นชมสมบัติที่เป็นของสะสมของเขาเพื่อฆ่าเวลาอยู่ถึงกับลุกพรวดขึ้นทันทีที่ได้ยิน
“ใคร? ฝีมือใคร? ใครที่มันกล้าหาเรื่องกับข้า!”
“ไม่ทราบขอรับ! แต่ว่ามัน...”
ชายคนที่ไปดูสถานที่เกิดเหตุมาอ้ำอึ้งเหมือนกับมีอะไรมาติดที่ลำคอ
“มันอะไร! นำทางไป! ข้าจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้!”
หัวหน้ากลุ่มการค้าเอ่ยขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด เขาเรียกลูกน้องอีกหลายคนที่มีฝีมือให้ตามไปที่นั่นด้วย เมื่อไปถึง สภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ทุกคนที่พบเจอต้องตกตะลึง หลุมขนาดใหญ่กว่าสิบหลุมกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เห็นได้ชัดว่าเป็นการโจมตีโดยใช้พลังเวทย์ ร่างของดูอิทและคนของเขานอนเรียงรายกันอยู่มีสภาพที่น่าอนาถ
“เวทย์สายฟ้า?”
หัวหน้ากลุ่มการค้านกฮูกราตรีเดินไปสำรวจและพบกับออร่าของสายฟ้าที่ยังหลงเหลืออยู่ ในหัวของเขารู้สึกมึนงงขึ้นมาทันที ใครกันที่เป็นคนใช้มัน เขาไม่เคยรู้จักคนที่ใช้เวทย์สายฟ้าที่ทรงพลังขนาดนี้มาก่อน ในเอโดราสก็ไม่มีคนที่ใช้พลังลักษณะนี้
‘ไม่สิ มีอยู่หนิ รึว่าจะเป็นมัน?’
เขานึกขึ้นมาได้หนึ่งคน นั่นคือหัวหน้ากองกำลังอสูรทมิฬที่กำลังออกอาละวาดอย่างเหิมเกริมในช่วงนี้ แต่ก็ถูกตัดออกไปทันทีเช่นกัน เพราะเขาเคยไปสำรวจเหมืองของตนที่ถูกกองกำลังอสูรทมิฬมาถล่ม ออร่าที่หลงเหลืออยู่เป็นออร่าของเวทย์สายฟ้าก็จริง แต่มันต่างจากสายฟ้าที่อยู่ตรงนี้มาก เขามั่นใจว่ามันเป็นคนละประเภทแน่นอน เป็นไปได้อย่างไรที่เอโดราสจะปรากฏผู้ที่ใช้สายฟ้าในเวลาไล่เลี่ยกันถึงสองคน? และที่สำคัญคือ ครั้งนี้มันดูทรงพลังกว่าที่เหมืองมาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั่วบริเวณกินพื้นที่เป็นวงกว้างอย่างน่ากลัว แสดงถึงความรุนแรงและทรงพลังอย่างชัดเจน ดูอิทรวมถึงคนของมันก็เหมือนจะถูกสังหารโดยคนๆ เดียวและไม่มีโอกาสแม้จะได้หนีด้วยซ้ำ! ดูอิทเป็นถึงนักรบคลาส 7 นอกจากจะเป็นคนสนิทของเขาแล้วมันยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ในกลุ่มการค้านกฮูกราตรีอีกด้วย! การจะฆ่าคนแบบนี้ได้ในพริบตาคนผู้นั้นต้องแข็งแกร่งแค่ไหน รึข้าดันไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเข้าให้แล้ว คนผู้นั้นเป็นเจ้าของอุรุกไฮแดงงั้นหรือ? คำถามต่างๆ ผุดขึ้นมาเต็มหัวมากมาย ผู้แข็งแกร่งที่ครอบครองอุรุกไฮสายพันธุ์พิเศษ เมื่อคิดได้แบบนี้เรื่องมันก็ลงล็อกทันที หัวหน้ากลุ่มสั่งให้คนของเขาเก็บกวาดพื้นที่นี้โดยเร็วก่อนที่จะกลับบ้านไปด้วยความกลัดกลุ้ม จากคำบอกเล่าของทหารที่ประจำการอยู่บนกำแพงทิศใต้ พวกเขาเห็นสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งลงไปบริเวณนั้นก่อนที่จะเกิดเสียงระเบิดขึ้น
“เรียกหน่วยคุ้มกันทุกคนให้มารวมตัวที่หอเดี๋ยวนี้!”
หัวหน้ากลุ่มสั่งการเรียกระดมผลด่วน เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายปีมานี้
“หืม? พวกเจ้าปลิวไปตกทะเลทรายเลยงั้นเรอะ? ยังดีที่ทุกคนเกาะกลุ่มกันเอาไว้ ข้ากลัวอยู่ว่าจะกระจายกันไปคนละที่ แบบนั้นคงแย่แน่”
“ใช่ๆ ติดอยู่กลางทะเลทรายตั้งหลายวัน ข้านึกว่าจะตายอยู่ที่นั่นซะแล้ว”
บ็อบพูดพลางถอนหายใจ ชีวิตนี้ความทรมานที่หนักหนาที่สุดของเขาคือการติดในทะเลทรายที่ไม่มีอะไรเลยอยู่หลายวัน
“ว่าแต่ พวกนั้นบอกรึเปล่าว่าจะไปไหน”
“เห็นว่าจะไปหาพ่อค้าที่รู้จักกับพ่อของอริสน่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของเมือง”
“เดี๋ยวข้าใช้เขตสัมผัสหาก็แล้วกัน เราจะไปหาแถวๆ ย่านการค้าก่อน บ็อบ เจ้าสวมชุดคลุมไว้เลย เผื่อผ่านไปเจอเดี๋ยวข้าจะพาแวะดูร้านที่มันส่งคนมาจับเจ้าด้วย”
“ตกลง ข้าก็อยากเห็นเหมือนกัน”
บ็อบนำชุดคลุมออกมาจากแหวนและสวมมัน ชุดที่คลุมทั้งตัวและหมวกของชุดที่ปิดใบหน้าบางส่วนเอาไว้ทำให้บ็อบดูเหมือนชายร่างใหญ่ที่สวมผ้าคลุมเท่านั้น
“นายท่าน ข้าก็จะดมกลิ่นช่วยหาพวกนั้นอีกแรง”
“คนเยอะขนาดนี้เจ้าแยกออกด้วยหรอ?”
“ข้าจำแนกกลิ่นเฉพาะของพวกนั้นได้ขอรับ”
“งั้นก็ฝากด้วยนะ”
แกรนด์ตบบ่าไคลน์พร้อมกับเดินไปทางย่านการค้าอย่างอารมณ์ดี ในระหว่างที่เดินพวกเขาทุกคนก็พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนในตอนที่แยกกัน ย่านการค้าของเอโดราสเต็มไปด้วยโรงหลอมแร่และตีเหล็ก มีแร่ชนิดต่างๆ ถูกนำมาวางขายมากมาย ช่างที่มีชื่อเสียงกว่า 1ใน 3 ของทวีปล้วนมาจากเอโดราส นอกจากนั้นที่นี่ยังมีพวกคนแคระ ซึ่งเป็นเผ่าที่เชี่ยวชาญการสร้างอาวุธจากโลหะอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย แกรนด์คิดว่าพรุ่งนี้จะออกมาเดินเล่นและมองหาอาวุธคุณภาพสูงไปใช้ ถ้ามีธนูที่ดีกว่าคันที่เขาใช้อยู่ตอนนี้แน่นอนว่าแกรนด์คงจะซื้ออย่างไม่ลังเล อีกอย่าง จากการต่อสู้กับพวกลิงภูเขากะโหลกดำก็ทำให้ดาบยาวเสียหายอยู่พอสมควร ในขณะที่กำลังเดินดูของพลางคุยกับทุกคนเพลินๆ อยู่นั้น สายตาของแกรนด์ก็กวาดไปเจอป้ายใหญ่โตติดไว้เด่นเป็นสง่า
“อยู่นี่เอง หึหึ”
แกรนด์ฉีกยิ้มทันทีที่เดินผ่านมาเจอเป้าหมาย สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนทั้งหลังรวมถึงประดับตกแต่งอย่างอลังการและลงสีสวยงาม มันบ่งบอกถึงความมั่งคั่งของผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ด้านหน้าทางเข้ามีป้ายติดไว้ใหญ่โต ‘หอประมูลนกฮูกราตรี’ มันดูโดดเด่นดึงดูดสายตาผู้คนซะจนร้านค้าแถวๆ นั้นดูเหมือนแผงลอยเก่าๆ ไปเลย แม้จะไม่ใหญ่โตอลังการเท่าหอประมูลของเมืองกลอเซน แต่ถ้าบอกว่าที่นี่มีถึง 3 โรงประมูลมันก็คงบ่งบอกได้แล้วว่าการค้าที่เอโดราสรุ่งเรืองกว่ากลอเซนมาก
“พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมพวกมัน”
แกรนด์เดินเลี้ยวไปอีกทางเพราะไคลน์บอกว่าได้กลิ่นของเวนไฮร์ไม่ห่างไปจากนี้มากนัก เดินๆ ไปสักพักแกรนด์ก็สัมผัสได้ถึงตำแหน่งของพวกนั้นที่อยู่ห่างจากเขาร้อยเมตร เมื่อเดินเข้าไปถึงในระยะที่มองเห็นได้ก็เป็นสามคนนั้นจริงๆ ดูเหมือนพวกนั้นจะยุ่งๆ อยู่ด้วย แกรนด์เดาได้เลยว่าคงกำลังพยายามตามหาบ็อบอยู่
“ข้าพาคนหลงทางมาส่ง”
แกรนด์เดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยขึ้น ทั้งสามหันขวับมาทันทีที่ได้ยินเสียง บ็อบเอามือเกาหัวพลางยิ้มแหยๆ ครีทวิ่งแจ้นเข้ามาสำรวจใกล้ๆ อย่างตื่นเต้น
“ตัวจริง! เขายังไม่ตาย!”
“เฮ้ยๆ นี่เจ้าคิดว่าข้าตายมาตลอดรึไง”
“ยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้ง หัวหน้า แล้วก็ทุกคน”
เวนไฮร์แสดงความเคารพก่อนที่จะทักทายอย่างเป็นทางการ
“อืม ทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้ว”
“ข้าก็ยินดีที่ได้พบทุกท่านเช่นกัน”
อริสที่ยืนอยู่ข้างๆ ครีททักทายทุกคน แกรนด์มองไปที่เธอด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ที่จริงแกรนด์แปลกใจตั้งแต่สัมผัสพลังได้เมื่อครู่แล้ว
‘อริส มนุษย์ คลาส 1 พลัง 6% ธาตุน้ำ ระดับนักเวทย์ฝึกหัดขั้นต้น’
แกรนด์ใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงสำรวจพลังของเธอ อริสไม่ใช่ผู้ฝึกพลังและไม่ได้สนใจการต่อสู้ ทำไมจู่ๆ พลังตื่นขึ้นได้?
“คุณอริสพลังตื่นขึ้นตอนไหนงั้นหรอ?”
“ไม่รู้สิ ไม่กี่วันก่อนจู่ๆ ข้าก็รู้สึกเหมือนมีออร่าแปลกๆ ไหวเวียนในตัว ท่านเวนไฮร์บอกว่าข้าใช้เวทย์ได้แล้ว จากนั้นก็สอนให้ข้าควบคุมมัน แต่ก่อนข้าก็ไม่สนใจเรื่องนี้หรอก แต่ตอนนี้พอใช้มันได้ ข้ารู้สึกว่ามันก็น่าสนุกดีเหมือนกัน”
“คงมีอะไรสักอย่างไปกระตุ้นพลัง”
“อืมมมมมมม ไม่รู้สิ แต่ข้าเคยกินยาเบิกจันทราตอนอยู่ในทะเลทราย ไม่รู้มันจะเกี่ยวกันรึเปล่า”
“ห๊ะ? คุณอริสกินยาเพิ่มการฝึก?”
“เอ่อ ลูกพี่ ตอนหลงทะเลทรายเราไม่มีน้ำน่ะ ก็เลย...”
หลังจากปะติดปะต่อเรื่องราวแกรนด์ก็พอจะคาดเดาได้ แต่ยานั่นมีผลทำให้กระตุ้นพลังด้วยงั้นหรอ? จะว่าไปกว่าจะมาถึงเอโดราสพวกเขาก็ใช้เวลามากกว่าที่คาดคิดไว้ ผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายหลายต่อหลายครั้งจนมาถึงที่นี่ได้ จากประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้รู้สึกว่าทุกคนจะพัฒนาพลังขึ้นไปพอสมควร
‘นักรบคลาส 6 พลัง 32% ธาตุสายฟ้า (พิเศษ) ระดับอัศวินขั้นกลาง’
หลังจากที่ข้ามขีดจำกัดมากว่าครึ่งปีพลังของแกรนด์ตอนนี้ดีดขึ้นมาอยู่ที่ 32% แม้จะอยู่แค่คลาส 6 แต่ด้วยพลังของร่างสถิตทำให้แม้แต่ผู้ฝึกพลังคลาส 7 ขั้นสุดยอด ถ้าได้สู้ตัวต่อตัวกับแกรนด์ก็คงไม่สามารถที่จะโค่นชายหนุ่มผู้นี้ลงได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
“ถ้าพลังของเจ้าตื่นขึ้นมาตอนหลงอยู่กลางทะเลทราย เราก็คงมีน้ำกินสบายไปแล้ว”
ครีทบ่นอุบอิบเหมือนพูดขึ้นลอยๆ คนเดียว เพราะอริสใช้เวทย์ธาตุน้ำ ในตอนที่ร่ายและปล่อยพลังเวทย์จะมีน้ำไหลออกมาจากมือของเธอเอง ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ หูของครีทก็ถูกมือเรียวเล็กดึงพร้อมกับลากไปอีกทาง
“พวกท่านเพิ่งเดินทางมาถึงคงเหนื่อย ข้าจะนำทางไปที่พักที่จองไว้เอง ส่วนเจ้ามานี่ก่อน”
อริสพูดพลางดึงหูของครีทเอาไว้ เธอเดินนำทางไป แกรนด์ เอเลน่า ไคลน์มองหน้ากันอย่างมึนงงเพราะไม่รู้ว่าทั้งสองไปสนิทกันตอนไหน
“ข้าว่ากลับไปหมู่บ้านคราวนี้เราคงมีงานรื่นเริงแล้วล่ะหัวหน้า”
เวนไฮร์มองไปที่ทั้งสองคนและพูดขึ้นพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“คงเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำของทั้งคู่ล่ะมั้ง”
แกรนด์มองไปยังทั้งสองที่มีท่าทางเหมือนจะเถียงอะไรกัน แล้วครีทก็โดนดึงหูอีกครั้ง
“ทั้งสองผ่านความเป็นความตายด้วยกันมาในทะเลทราย เขาเป็นคนดูแลคุณอริสตลอดการเดินทางหลายวันมานี้”
เวนไฮร์เล่าพร้อมกับนึกย้อนไป หลายวันกลางทะเลทรายแม้ครีทจะมีพลังกายต่ำที่สุดในกลุ่ม แต่เขาก็เป็นคนเดียวที่แบกอริสไปตลอดทางและยังดูแลเธออย่างดี ผิดกันนิสัยหน้าม่อไปทั่วอย่างที่เคยแสดงออกมาอย่างสิ้นเชิง
“ก็เห็นห้าวกับคนอื่นไปทั่ว ที่จริงกลัวอะไรแบบนี้หรอกหรอ ถ้าเป็นข้านะป่านนี้...หืม?”
ยังไม่ทันที่จะพูดจบก็มีน้ำแข็งบล็อกขาของแกรนด์เอาไว้ จากนั้นมันก็ก่อตัวไล่จากขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาแกรนด์ถูกแช่แข็งทั้งตัวจนเหลือไว้แค่หัว
“ยอมแล้วๆ ข้ากลัวแล้ว!!”
“จะเหน็บคนอื่นทั้งทีท่านก็ควรเอาตัวเองให้รอดก่อนนะหัวหน้า”
ไม่ไกลจากจุดที่พบกันนักทุกคนก็มาถึงที่หมาย ที่นี่เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดของเอโดราส ด้านในดูกว้างขวางและถูกประดับตกแต่งอย่างหรูหรา ห้องพักที่จองเอาไว้ก็ดูใหญ่โตโอ่อ่า ทุกคนมีท่าทางพึงพอใจกับที่นี่มาก หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์อันตรายต่างๆ มากมาย การได้พักผ่อนในที่แบบนี้ก็คงเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ในช่วงค่ำของวัน พ่อค้าที่รู้จักกับอริสเชิญทุกคนไปที่บ้านของเขาเพื่อเลี้ยงต้อนรับ เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม เป็นคนมีอารมณ์ขัน ที่ใบหน้าของเขาจะปรากฏรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา ชายผู้นี้ทำการค้าขายเกี่ยวกับวัตถุดิบอาหารหลายประเภท โดยเฉพาะธัญพืช จากการพูดคุยทำให้แกรนด์รู้ว่าอาหารของที่นี่แพงกว่าที่กลอเซนพอสมควร เพราะพื้นที่ส่วนมากของเอโดราสเป็นหุบเขา มีเพียงไม่กี่ส่วนของพื้นที่ทั้งหมดที่ดินสามารถเพราะปลูกได้ ที่นี่จึงมีการนำเข้าอาหารจากเมืองอื่นๆ เป็นจำนวนมากต่อปี โดยส่วนหนึ่งจะแลกเปลี่ยนกับแร่ที่ได้จากเหมืองมากมายในภูมิภาคแห่งนี้ กลอเซนเป็นอีกเมืองที่ขึ้นชื่อด้านการผลิตอาหาร มันจึงทำให้วัตถุดิบที่นั่นถูกมาก แต่ตรงกันข้ามที่แร่ต่างๆ กลับมีราคาสูง มิน่ากลุ่มการค้าต่างๆ ถึงดั้นด้นอยากมาค้าขายกับเอโดราส เมื่อถึงเวลาอริสก็ขอตัวกลับพร้อมกับทุกคนโดยพรุ่งนี้เช้าเธอจะมาที่นี่ใหม่ รุ่งขึ้นแกรนด์กับคนอื่นๆ ออกมาเดินที่ย่านการค้าอีกครั้ง วันนี้เอเลน่าไม่มาด้วยกันเพราะเธอตรงดิ่งไปร้านหนังสือแต่เช้าแล้ว คงค่ำๆ ถึงจะกลับ แกรนด์อยากหาร้านฝากซ่อมดาบของเขาซะหน่อย ถ้าเป็นได้ไปก็อยากให้ช่างอัพเกรดอาวุธให้ด้วย คนอื่นๆ ก็คิดเช่นนั้น
“ลูกพี่ ข้าอยากให้ขวานหนักขึ้นอีก เอาสัก 12 ตันกำลังดี”
“จัดไป จะเอาหนักกว่านี้ก็ได้นะบ็อบ”
“หัวหน้า ท่านคิดว่าอาวุธข้าควรเพิ่มธาตุไฟขึ้นอีกรึเปล่า”
“นั่นแหละที่ควรทำ แต่หินธาตุไฟที่ข้ามีอยูมันไม่พอนี่สิ ถ้าเจอหินธาตุขายอยู่แถวนี้ข้าจะไปเหมาร้านมันให้เกลี้ยง แล้วเจ้าล่ะไคลน์จะเพิ่มความสามารถอาวุธรึเปล่า?”
“อาวุธของโคโบลด์จะแข็งแกร่งขึ้นตามพลังของผู้ใช้ พวกเราจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องอาวุธเด็ดขาดขอรับ”
“ถ้างั้นอัพชุดเกราะให้คงไม่มีปัญหาสินะ”
“อูกิ อูกิ๊”
“เจ้าเองก็อยากได้ชุดสินะ”
“เฮ้ย มีร้านไหนตีบวกระเบิดได้บ้างวะ”
“มันจะตีบวกได้ไงเล่า!”
ในขณะที่เดินคุยกันอยู่ครีทก็มีปฏิกิริยาที่แปลกไป เขาจ้องไปด้านขวาตรงที่มีคนพลุกพล่าน ท่าทางเหมือนกำลังมองหาใครสักคนท่ามกลางฝูงชนที่เดินไปมานั้น
“อาจารย์?”
ครีทอุทานออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะวิ่งแหวกผู้คนเข้าไปตามหาคนที่เขาเรียกว่าอาจารย์ แต่เมื่อมาถึงเขาก็ไม่พบคนที่ตามหาเลย คล้ายกับว่าคนๆ นั้นหายตัวไปเฉยๆ ท่ามกลางผู้คน
“เจ้าตามหาใครอยู่ อาจารย์?”
ทุกคนเดินมาหาเขาที่มีท่าทีผิดหวัง ภาพที่เห็นเมื่อครู่ทำให้ครีทตกตะลึงและดีใจอย่างถึงที่สุด เมื่อครู่ตอนที่คุยกับคนอื่นเพลินๆ สายตาของเขาก็มองเห็นคนผู้หนึ่ง ชายวัยสามสิบต้นๆ ใบหน้าคมเข้ม มีหนวดเคราเล็กน้อย เขาแต่งตัวเหมือนนักเดินทางทั่วไป และสวมผ้าคลุมขาดๆ เก่าๆ บนไหล่มีแมวสีส้มตัวเล็กๆ เกาะอยู่ นี่เป็นภาพจำอาจารย์ของเขาที่ไม่มีวันลืมได้ แต่ทำไมไม่ได้พบกันมาร่วมสิบปี เขาไม่แก่ลงเลย สภาพเหมือนสิบปีก่อนไม่ผิดเพี้ยน หรือเขาจำผิดไปเอง
“ข้าคงตาฝาดไปเอง ไม่มีอะไรหรอก”
แม้จะบอกอย่างนั้นแต่สีหน้าของเขาก็ฉายแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด แกรนด์ไม่อยากถามจะอะไรต่อถึงเรื่อง ในขณะที่กำลังเดินๆ อยู่แกรนด์เอาดาบของเขาออกมา มองสภาพของมันแล้วได้แต่ถอนใจ
“รึข้าจะไม่ซ่อมแต่จะหลอมมันแล้วตีเป็นเล่มใหม่ดี?”
“อาวุธดีๆ จะไปหลอมใหม่ให้มันเสียของทำไมล่ะเจ้าหนุ่ม”
จู่ๆ ก็มีเสียงของชายแก่ดังแว่วมาซึ่งห่างจากพวกเขาไม่ไกลนัก แกรนด์หันไปมองเจ้าของเสียงนั้นด้วยความประหลาดใจ
“ท่านรู้ได้ไงว่ามันเป็นอาวุธที่ดี?”