หลังจากที่ตัดมือทั้งสองข้างของชายชุดดำไป
“แฮ่กๆบ้าจริงพลาดจริงๆด้วย แต่ก็ยอมรับว่าเรายังฝึกมาไม่ดีจริงๆ อุส่าห์คิดว่าจะฆ่ามันได้ในที่เดียวได้ซะอีก”
ควานตัดสินเดินเข้าไปหาชายชุดดำทันที
ชายชุดดำที่ไม่เหลือมือสักข้างอยู่แล้วตอนนี้ทำได้เพียงขยับถอยหลังไปทีละก้าวเพื่อหนีควานไปเรื่อยๆ
“อึก! อย่าเข้ามานะเว้ย ไอ้บ้า”
สีหน้าของชายชุดดำตอนนี้ดูสิ้นหวังเป็นอย่างมาก แต่ถึงเขาจะหนีไปเท่าไหร่ควานก็จะเดินเข้าใกล้เขาไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเขาก็เดินถอยมาติดกับต้นไม้ด้านหลัง ควานที่เดินเข้ามาก็เข้าไปประชิดตัวของชายชุดดำได้และเขาไม่แม้แต่จะได้ปริปากพูดสักคำก็ถูกควานนั้นฟันไปที่คอเรียบร้อยแล้ว
ชิ้ง!
หัวของชายชุดดำลอยไปกลางอากาศก่อนจะตกลงที่พื้น ตัวของชายชุดดำล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นเป็นศพไร้หัวไร้แขนทันที
ควานถอยหลังกลับมานั่งลงพักและหันไปมองทางด้านนอสที่ตอนนี้กำลังจัดการกับนักธนูอยู่
……..
“เฮ้!! โผล่ออกมาหน่อยสิฉันมีของที่อยากจะได้จากนายหน่อย”
นอสตะโกนไปขณะที่หลบลูกธนูไปด้วย
“จะไม่ยอมเผยตัวออกมาเลยสินะ งั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้ว”
นอสควักแหว่งออกมาเตรียมไว้ที่มือตัวเอง ตอนที่กำลังวิ่งกลับมานอสก็ได้คิดแผนเจ๋งๆที่จะใช้จัดการนักธนูคนนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นวิธีที่นอสคิดว่าน่าจะใช้การได้มากที่สุดแล้วสำหรับคนที่มีความสามารถในการซ่อนออร่าตัวเองเก่งขนาดนี้
นอสเปิดใช้เนตรมนตราไว้ตลอดเวลาเพื่อสังเกตออร่าที่ลูกธนูเพื่อให้ง่ายในการหลบมันด้วยและเพื่อหาคนยิงด้วย ในช่วงจังหวะนั้นนอสจะใช้แหว่งเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดการกับนักธนู
นอสยืนนิ่งรอในอีกฝ่ายยิงธนูออกมา
“มาแล้วตรงนั้นหรอ”
เมื่อเนตรมนตราจับออร่าได้ปั๊บนอสก็รีบหันหน้าไปทางนั้นและโยนแหว่งขึ้นกลางอากาศ
“ลองชิมท่าใหม่ฉันที่พึ่งคิดได้สดๆหน่อยเป็นไง แหว่งชู๊ต~”
นอสกางขาออกและเสริมพลังกายที่ขารอจังหวะแหว่งตกลงมาในจุดที่เล็งไว้และก็จึงเตะออกไป แหว่งที่โดนเตะพุ่งออกไปผ่าลูกธนูออกเป็นสองซีกและพุ่งเข้าไปที่บนต้นไม้ที่ลูกธนูพุ่งออกมา
ความเร็วของแหว่งที่ถูกเตะด้วยพลังกายของนอสที่เสริมด้วยพลังเวทย์และชุดเกราะทำให้มันเร็วมากๆจนตาแทบจะมองไม่ทัน
ตู้ม!!
แหว่งตรงเข้าไปปักที่คนคนหนึ่งที่อยู่ตรงนั้นและกระแทกกับต้นไม้จนแหลกและชายคนนั้นก็ร่วงตกลงมาที่พื้นอย่างแรง
“ฮ่ะฮ่า~ ได้ผลด้วยสมบูรณ์แบบ”
นอสตรงเข้าไปหาจุดที่ชายคนนั้นร่วงลงมา
นอสเดินไปดูก็พบว่าชายคนนั้นได้ตายเรียบร้อยแล้วและสาเหตุก็คือแหว่งที่ปักเสียบทะลุหัวใจของเขาเต็มๆเลย
“อ้าวไม่นะดวงซวยไปโดนที่หัวใจพอดีเลยหรอเนี่ย แล้วธนูฉันล่ะ อ่ะใช่จริงด้วยลองค้นดูหน่อยดีกว่าเผื่ออาวุธวิญญาณของหมอนี่จะเป็นธนูก็ได้”
นอสตัดสินใจตรวจดูศพอย่างละเอียดและใช้พลังเวทย์ดึงเอาอาวุธวิญญาณประจำตัวของชายคนนั้นออกมาก็พบว่ามันเป็นแค่พลั่วอันหนึ่งเท่านั้นเอง
นอสเขวี้ยงทิ้งทันทีเพราะมันไม่ใช่ธนูที่เขาตั้งความหวังเอาไว้ในส่วนที่เหลือนอสก็ค้นไปหมดแล้วแต่ก็ไม่พบอะไรเลย นอสก็เลยหยิบแหว่งออกมาจากอกของชายคนนั้นแล้วจึงตัดสินใจเดินกลับไปรวมตัวกับควานที่อยู่ใกล้ๆ
“คุณควานจัดการเรียบร้อยแล้วหรอครับ”
นอสรู้สึกโล่งใจที่พอเจอกับควานที่ตอนนี้มีสภาพดูปกติดี
“ก็ได้อาวุธที่คุณนอสให้มาช่วยด้วยแหละครับถ้าไม่มีมันผมก็คงไม่รอดแล้วล่ะ ฮ่าๆ”
ควานพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ
นอสมองสำรวจอาการและร่างกายของควานสักพักและจึงตัดสินใจถามคำถามออกไป
“ลิลิธคุณควานโดนผลข้างเคียงแล้วหรอ”
“ยังค่ะแต่มันก็น่าจะถึงเวลาแล้วเพราะเขาออกจากการต่อสู้แล้ว”
ลิลิธพูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปตั้งแต่พูดเตือนสติควาน
“ผลข้างเคียงอะไรหรอครับ”
ควานทำหน้าตาสงสัยเพราะไม่เข้าใจที่ทั้งสองพูดกันแต่ก่อนจะได้ถามอะไรควานก็มีอาการเจ็บปวดขึ้นมาที่ร่างกายทันที
“อึกอ้ากกก!!!”
นอสรีบเข้ามาดูอาการของควานและถามลิลิธด้วยความร้อนรนทันที
“นี่ลิลิธทำไมคุณควานเขาอาการหนักขนาดนี้ล่ะ”
“นี่คือผลข้างเคียงปกติทั่วไปหลังจากที่เขาได้ใช้อาวุธต้องสาปโดยที่ไม่ได้ครอบครองตัวดิฉันค่ะ”
ลิลิธตอบ
“ท่านนอสไม่ต้องกังวลค่ะถึงเขาจะดูทรมานแต่น่าจะไม่ถึงชีวิตหรอกค่ะมันก็แค่ตัวไม่สมบูรณ์อีกสักแป๊บเดี๋ยวเขาก็กลับมาเป็นปกติค่ะ”
ลิลิธพูดเสริมให้นอสเข้าใจ
แม้ลิลิธจะบอกกับนอสว่าไม่ต้องเป็นห่วงก็ตามแต่จากสภาพที่นอสเห็นนั้น ควานกำลังดิ้นด้วยความทรมานอยู่ ทำให้นอสรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหนที่มีลิลิธอยู่เขาถึงไม่ได้มีสภาพเป็นแบบนี้หลังจากที่ได้ใช้อาวุธต้องสาปพวกนี้
แม้พวกมันจะมอบพลังที่มากมายกว่าอาวุธวิญญาณปกติทั่วไปแต่สิ่งที่ต้องแลกมาหลังจากใช้งานนั้นก็หนักหนาสาหัสอย่างมากด้วยเช่นกัน
ผ่านไปสักพักควานก็เริ่มนิ่งลงและหยุดร้องแล้วแต่สภาพของควานนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งตัวและนอนหายใจดังมากๆ เมื่อเห็นว่าควานหยุดแล้วนอสก็รีบเข้าไปถามควานทันที
“คุณควานโอเคไหมครับ”
นอสรีบถามออกไป
ควานที่นอนหอบหายใจก็พยายามตอบนอส
“ผ…ผม แฮ่กๆ สะ….ดี แฮ่กๆ ครับ”
ควานตอบนอสด้วยความทุลักทุเล
ผ่านไปสักระยะควานก็ลุกขึ้นมานั่งได้
“แฮ่กๆนี่คืออะไรหรอครับคุณนอสหลังจากที่ผมใช้อาวุธที่คุณให้มามันก็เกิดเรื่องแปลกๆขึ้นเต็มไปหมดเลยทั้งเสียงที่ดังขึ้นมาในหัวไหนจะความเจ็บปวดที่เหมือนร่างกายผมจะแหลกสลายไปแล้วนี่อีก”
นอสนั่งลงข้างของควานหยิบน้ำออกมาจากแหวนมิติแล้วจึงยื่นมันให้กับควาน นอสนั่งเงียบเรียบเรียงคำพูดสักพักก่อนจะตัดสินใจเริ่มพูดออกมาให้ควานได้ฟัง
“ดาบที่คุณควานได้ใช้ไปตั้งกี้นี้มันถูกเรียกว่ายุทธภัณฑ์ต้องสาป ง่ายๆเลยคือเป็นอาวุธที่มีจิตใจเป็นของตัวมันเองถ้าคนไหนก็ตามที่ใช้เจ้าสิ่งนี้ แล้วคนคนนั้นไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งพอก็มีสิทธิ์ที่จะโดนมันกลืนกินจิตใจได้ครับ และแถมหลังจากใช้งานมันไปเสร็จแล้วคนคนนั้นถ้าไม่ได้รับการยอมรับจากตัวของอาวุธว่าเป็นเจ้าของมันคนคนนั้นก็จะได้รับผลข้างเคียงจากการใช้งาน อย่างที่คุณควานเป็นเมื่อตั้งกี้นี้ครับ และมันเป็นอาวุธที่ผมสร้างขึ้นร่วมกับลิลิธหลังสือเก่าๆเล่มหนาที่ลอยอยู่ข้างๆผมและเป็นเจ้าของเสียงที่คุณได้ยินด้วยครับ ”
นอสพยายามอธิบายให้รวบรัดมากที่สุด
ควานนั่งฟังและวิเคราะห์อยู่สักพักกว่าจะเข้าใจกับคำพูดของนอส
“เป็นอย่างงั้นเองสินะครับถึงว่าทำไมมันถึงได้เป็นดาบที่สุดยอดขนาดนี้ทั้งคุณภาพและความยืดหยุ่นในการเสริมพลังเวทย์ผมรู้สึกได้เลยคลังที่ได้ใช้งานมันไป แบบนี้คุณนอสต้องกลายเป็นคนที่สุดยอดมากแน่ๆครับในอนาคต ฮ่าๆ”
ควานพูด
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับส่วนใหญ่ก็ได้ความช่วยเหลือจากลิลิธน่ะครับ”
นอสตอบกลับไป
“อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะท่านนอสยังไงฉันก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของท่านอยู่แล้วเพราะฉันเป็นอาวุธวิญญาณของท่าน และท่านนอสก็ทำมันออกมาได้ดีเลยทีเดียวท่านสมควรกับคำว่าสุดยอดแล้วค่ะ”
ลิลิธพูดเสียงที่ดูเขินอายออกมา
“ขอบใจนะลิลิธ”
นอสตอบกลับไปด้วยท่าทียิ้มแย้ม
“เป็นอาวุธวิญญาณที่วิเศษไปเลยนะครับ”
ควานพูดขึ้น
“เก็บปากของเจ้าไปเถอะเจ้าคนไร้ประโยชน์”
ลิลิธเปลี่ยนโทนเสียงเป็นนิ่งเฉยแทบจะทันทีหลังจากควานชมเธอ ควานที่ได้ยินอย่างงั้นก็ตกใจที่จู่ๆเธอก็เปลี่ยนอารมณ์ภายในพริบตา
นอสที่เห็นแบบนั้นก็รีบอธิบายควาน
“เธอน่าจะไม่ค่อยชอบคุณควานเท่าไหร่ เพราะตอนที่คุณพูดใส่เธอว่าเป็นหนังสือไร้ประโยชน์ตอนนั้นน่ะครับ แฮ่ะๆ”
นอสพูดพร้อมกับยิ้มแห้งใส่ควาน
“อ๊ะ! เมื่อตอนนั้นเองหรอครับ ผมขอโทษจริงๆที่ตาไม่ถึงในความยิ่งใหญ่ของคุณนะครับคุณลิลิธ”
ควานพนมมือขอโทษลิลิธทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป
ลิลิธที่เห็นแบบนั้นก็ตอบกลับไป
“ฮึ เห็นแกเจ้าที่เป็นคนที่ท่านนอสไว้ใจข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้าแล้วกัน”
เมื่อนอสเห็นว่าทั้งสองเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วนอสก็จึงพูดขึ้นมาต่อ
“คือที่ผมเล่าให้คุณฟังเพราะผมไว้ใจคุณนะครับคุณควาน ยังไงเรื่องนี้ก็ช่วยเก็บไว้อย่าให้ใครรู้ด้วยนะครับเรื่องชุดเกราะทอรัสนี้ด้วยผมกะว่าจะเอาไว้ใช้ปกปิดตัวตนตัวเองน่ะครับ”
“ถ้าเรื่องแค่นี้ได้แน่นอนครับและผมก็จะไม่หักหลังผู้มีพระคุณอย่างแน่นอนครับผมสัญญา”
ควานตอบรับคำขอของนอสทันที
“ขอบคุณครับงั้นเราเดินทางกันต่อเถอะครับพรุ่งนี้เราน่าจะถึงเมืองแล้วล่ะครับ”
นอสพูดขึ้น
“ก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่หรอกนะครับแต่ร่างกายของผมมันไม่มีแรงเลยเพราะโดนไอ้ผลข้างเคียงที่คุณนอสบอกมาไปน่ะครับ ฮ่าๆ”
ควานพูดพร้อมกับพยายามลุกให้นอสดู
…………………