ตอนนี้ ทุกสายตาของผู้ที่เหลือรอดต่างจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่ยังคงพนมมือข้างหนึ่งไว้บริเวณอก
ร่างของเขาเปล่งประกายพลังศักดิ์สิทธิ์ แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น แสงสีทองที่แผ่ซ่านออกมาก็ค่อยๆจางลง
“แฮ่ก.. แฮ่ก..”
ทันใดนั้นเทียนจุนก็หอบหายใจหนักหน่วง และรู้สึกได้ถึงพลังเซียนที่ค่อยๆหดหายไปจากร่างกาย
ร่างของเขาทรุดลงคุกเข่ากับพื้นดิน เหมือนหมดสิ้นเรี่ยวแรง
เหงื่อเม็ดโตไหลซึมผ่านหน้าผากลงมาตามลำคอ เสื้อผ้าที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อแนบติดกับร่างกาย
“ใช้ปราณเซียนออกไปเกือบทั้งหมด..”
“ไม่แปลกเลยที่ข้าจะอยู่ในสภาพเช่นนี้”
เสียงพึมพำของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ถึงกระนั้น มุมปากของเทียนจุนกลับปรากฏรอยยิ้มจางๆ
ต้องบอกก่อนว่า ระดับทะเลิญญานั้น แตกต่างจากระดับหลอมกายาอย่างลิบลับ
ผู้ฝึกตนในระดับนี้ สามารถควบคุมและปลดปล่อยปราณเซียนออกจากร่างกายได้อย่างสมบูรณ์
พวกเขามีพลังมากกว่าผู้ฝึกตนระดับล่างไปหลายขั้น
หาก้าสังหารศัตรูระดับนี้ให้เด็ดขาด เทียนจุนจำเป็ต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อทำลายพวกมัน
และตัวของเขาก็ทำสำเร็จ ใช้พลังระดับหลอมกายาเพียงขั้นเจ็ด จัดการกับระดับทะเลิญญาขั้นหนึ่งจนสิ้นซาก
“เฮ้อ..”
เทียนจุนถอนหายใจยาว พยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ในร่างกาย
การต่อสู้กับผู้บำเพ็ญเพียรระดับทะเลิญญาไม่ใช่เื่ง่าย
ยังไงซะ ผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ในระดับนี้ จะไม่มีวันปล่อยให้ปราณเซียนภายในร่างกายของตนเองแห้งเหือดโดยเด็ดขาด
เพราะถ้าหากพวกเขาสูญเสียพลังไปจนหมด พวกเขาก็จะตกอยู่ในสภาพที่แทบไม่ต่างจากปุถุชนคนธรรมดา
และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาในตอนนี้
“แต่ข้าก็คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว..”
เทียนจุนหลับตาลงครู่หนึ่ง เพราะทุกสิ่งเป็ไปตามแผนที่วางเอาไว้
ในขณะที่เขากำลังหายใจหนักและพยายามตั้งสติ เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็เร่งรีบเข้ามาใกล้
“น้องชาย! เ้าเป็อะไรหรือเปล่า!?”
“มีอาการาเ็ตรงไหนไหม!?”
ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ผ้าโพกหัว วิ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยความร้อนรน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
ไม่เพียงแค่เขา แต่เหล่าทหารรับจ้างที่รอดชีวิต ต่างก็พากันเข้ามาล้อมรอบตัวเทียนจุน แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง และพวกเขาก็เข้าใจดีว่า หากไม่มีชายหนุ่มผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาคงไม่มีทางรอดจากการถูกกวาดล้างโดยกลุ่มศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าแน่นอน
“เขาเป็ใครกันแน่..”
“พลังของเขาแข็งแกร่งเกินไป! แม้แต่ยอดฝีมือระดับทะเลิญญาก็ยังถูกบดขยี้ได้โดยง่าย!”
เสียงกระซิบของเหล่าทหารรับจ้างดังขึ้นเบาๆ พวกเขาต่างรู้สึกประหลาดใจและหวาดเกรงต่อชายหนุ่มปริศนาผู้นี้
ขณะเดียวกัน เทียนจุนก็เริ่มลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มทหารรับจ้างที่ยืนล้อมรอบ
“ไม่เป็อะไรมาก.. แค่เหนื่อยนิดหน่อย”
“ใช้เวลาพักฟื้นอีกสักพัก ข้าก็คงกลับมาเป็เหมือนเดิม!”
คำตอบของเขาทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวพลันโล่งใจ
เสียงถอนหายใจของทหารรับจ้างหลายคนดังขึ้นเป็ระลอก ก่อนที่หัวหน้าทหารรับจ้างจะก้าวเข้ามาใกล้และประสานมือคำนับ
“ขอบคุณมาก น้องชาย!”
ชายวัยกลางคนที่สวมผ้าโพกหัวเผยรอยยิ้มกว้าง ั์ตาของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ข้ามีนามว่า 'อู่จ้าน' เป็หัวหน้าทหารแห่งตระกูลการค้าตง”
“ต้องขอบคุณน้องชายเป็อย่างมากที่เข้ามาช่วยเหลือพวกเรา”
“หากไม่มีเ้าในวันนี้.. พวกเราทั้งหมด รวมถึงหัวหน้าตระกูล คงต้องตกตายไปแล้วแน่ๆ”
น้ำเสียงของอู่จ้านเต็มไปด้วยความจริงใจ เขากำหมัดแน่น ก่อนจะก้มหัวโค้งคำนับให้เทียนจุนด้วยความเคารพ
“ขอขอบคุณอีกครั้งจากใจจริง น้องชาย!”
การกระทำของอู่จ้านทำให้เหล่าทหารรับจ้างคนอื่นๆพากันทำตาม พวกเขาต่างโค้งคำนับให้ชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความขอบคุณจากผู้บำเพ็ญเพียร ได้รับ 3 แต้มอรหันต์】
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความขอบคุณจากผู้บำเพ็ญเพียร ได้รับ 3 แต้มอรหันต์】
เทียนจุนเห็นดังนั้นก็เผยรอยยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก ยังไงซะมันก็เป็หน้าที่ของข้า.. ”
“ในเมื่อข้าก้าวเดินบนเส้นทางแห่งพุทธะ ก็ย่อมต้องขจัดมาร ปราบปรามคนชั่ว และช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก!”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น และเต็มไปด้วยความแน่วแน่
ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างอ้วนท้วมของตงจางจะพรวดลงมาจากรถม้า
ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนใหญ่ มีเสื้อคลุมหรูหราปักดิ้นทอง บ่งบอกถึงฐานะของเขาได้เป็อย่างดี
แต่ตอนนี้ ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความซาบซึ้ง
“ทะ.. ท่านผู้มีพระคุณ!”
เขารีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะโค้งตัวลงต่ำจนแทบติดพื้น
“ขอบคุณท่านเป็อย่างมาก! ขอบคุณท่านเป็อย่างมาก!”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสั่นเครือ และดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตา
“ข้า 'ตงจาง' ไม่รู้จะตอบแทนท่านยังไงดี สำหรับความช่วยเหลือในครานี้!”
ร่างอ้วนสั่นสะท้านขณะพูด ดวงตาที่มองเทียนจุนเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและสำนึกบุญคุณ
เขารู้ดีว่าหากไม่ได้ชายหนุ่มคนนี้มาช่วยเหลือ ทั้งตัวเขาเอง ลูกชายของเขาและขบวนคาราวานทั้งหมด คงไม่มีโอกาสรอดชีวิตมาได้
ตอนนั้นเองที่ชายร่างอ้วนพลันได้สติขึ้นมา ดวงตาของเขาเป็ประกาย ก่อนจะรีบกล่าวออกมาเสียงดัง
“จริงสิ!”
เขามองเทียนจุนด้วยความรู้สึกตื้นตันและเกรงใจ ก่อนจะรีบประสานมือและเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ท่านผู้มีพระคุณ ข้ายังมิได้ทราบนามของท่านเลย อายุของท่านยังน้อยนัก แต่กลับมีพลังปราณเซียนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้”
“ข้าแน่ใจว่าท่านจะต้องเป็ศิษย์ของสำนักใหญ่อย่างแน่นอน!”
“ไม่ว่าท่านจะเป็ศิษย์ของขุมพลังใดก็ตาม ขอให้ข้าได้ตอบแทนบุญคุณของท่านในครานี้เถอะ!”
เขาประสานมือคำนับต่ำอีกครั้ง ก่อนจะรีบพูดต่อด้วยความจริงใจ
“เมืองหนานปิง อาณาเขตตระกูลการค้าของข้าอยู่เบื้องหน้าแล้ว ท่านไปยังเมืองหนานปิงกับข้าก่อนเถอะ!”
“ให้ข้าได้จัดเตรียมสิ่งของตอบแทน หรืออย่างน้อยก็ให้ข้าได้เป็เ้าภาพ ดูแลที่พักและอาหารให้แก่ท่าน!”
เสียงของตงจางเต็มไปด้วยความตั้งใจจริง สายตาเปล่งประกายและจ้องมองมองไปยังเทียนจุนอย่างคาดหวัง
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความขอบคุณจากปุถุชน ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความขอบคุณจากปุถุชน ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】
เทียนจุนมองดูร่างอ้วนของชายตรงหน้าที่กำลังโค้งคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาััได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย ทำให้เผลอเผยรอยยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
“ก็ได้ ในเมื่อเ้ากล่าวถึงขนาดนี้ ข้าก็จะไม่ปฏิเสธ!”
เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวเสริม
“ข้ามีนามว่า 'ไท่ซวนเทียนจุน'”
ทันทีที่เอ่ยนามของตนเองออกไป ตงจางและทหารรับจ้างรอบข้างต่างพยักหน้าอย่างจดจำ
“ไท่ซวนเทียนจุน.. นามที่ดีนัก!”
ตงจางหัวเราะเสียงดัง พลางกล่าวด้วยความดีใจ
“ถ้าเช่นนั้น ท่านเทียนจุน เชิญเดินทางไปยังเมืองหนานปิงกับข้าเถอะ ข้าจะให้การต้อนรับท่านอย่างดีที่สุด!”
สิ้นคำพูด ขบวนคาราวานที่บัดนี้รอดพ้นจากภัยอันตรายก็เริ่มจัดเตรียมสิ่งต่างๆอีกครั้ง
พร้อมกับเริ่มเคลื่อนตัว ออกเดินทางมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองหนานปิง
เมืองแห่งการค้าที่รุ่งเรือง ซึ่งเป็อาณาเขตรากฐานการค้าของตระกูลตง