จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 33 – หลอมโอสถแบบใหม่

    หลังจากที่ลู่เหมยฉิงจากไปในป่าฉู่หมิง เซียฉินยังคงเก็บสมุนไพรต่ออีกพักใหญ่ก่อนจะเก็บของกลับเมืองในยามบ่าย ด้วยความคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดของนาง

    “ถ้าเจ้าจะเดินบนเส้นทางนี้ ก็อย่าเดินโดยไม่รู้ว่ามันมีหนาม...”


    เขากลับมาถึงเมืองซือเหลียนในยามสนธยาก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางเดินตรงไปยังร้าน

    “จี๋หลานถัง” — ร้านสมุนไพรชื่อดังประจำเมืองซึ่งครอบครัวของลู่เหมยฉิงเป็นเจ้าของ

    ประตูไม้สีดำเปิดออกด้วยเสียงกรุ๊งกริ๊งเบา ๆกลิ่นสมุนไพรเข้มข้นลอยมากระแทกจมูกทันที

    ลู่เหมยฉิงที่กำลังจัดสมุนไพรอยู่ด้านใน เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
    “มาเร็วกว่าที่คิดนะ”


    เซียฉินไม่พูดอะไร เพียงวางตะกร้าสมุนไพรลงบนโต๊ะไม้และหยิบใบไม้แห้งหลายใบมาจัดเรียงอย่างระมัดระวัง

    “พวกนี้ยังสด ไม่ควรเก็บไว้นานข้าคิดจะลองหลอมดู…หากเจ้าว่างช่วยชี้แนะที” เขาพูดเรียบ ๆ แต่เสียงแน่นหนัก

    ลู่เหมยฉิงพยักหน้าเบา ๆ
    “ห้องหลอมอยู่ด้านหลัง ข้าจะให้เจ้าใช้ได้หนึ่งชั่วยาม แต่ห้ามทำให้ระเบิดนะไม่งั้นข้าไม่ช่วยเก็บกวาดให้แน่”

    ภายในห้องหลอมโอสถ

    แสงไฟจากเตาหลอมสีทองส่องวาวไปทั่วห้องเสียงฟู่ของไอน้ำสมุนไพรดังเป็นระยะ เซียฉินนั่งลงตรงหน้าเตาด้านข้างมีชุดอุปกรณ์หลอมโอสถพร้อม

    “เจ้าจะหลอมอะไร?” ลู่เหมยฉิงถามพลางนั่งพิงผนัง

    เซียฉินหยิบแผ่นยันต์จดสูตรของเขาออกมา “ข้าจะลองหลอมโอสถ‘สะกดปราณระยะสั้น’ โดยใช้เถาโลหิตครามแทนสมุนไพรกลางสูตรปกติ”

    “สูตรนี้ใช้รากลมหวนมิใช่หรือ? เจ้าเอาเถาโลหิตแทน…”นางขมวดคิ้ว “ผลลัพธ์มันอาจไม่ใช่แค่ลดผลข้างเคียงนะ มันอาจทำให้พิษล้นด้วย”

    เซียฉินไม่เถียง เขาเพียงยิ้มบาง ๆ
    “ข้าอยากรู้ผลจริงๆของมัน…”

    การหลอมเริ่มขึ้น

    เซียฉินเริ่มจากการบดสมุนไพร รักษาอุณหภูมิเตาอย่างระวัง เทส่วนผสมเข้าในจังหวะที่เรียนรู้จากตำราบางเล่มและสิ่งที่ได้ยินจากคุณตาในอดีต

    ลู่เหมยฉิงมองอยู่เงียบ ๆ
    ถึงแม้เขาจะไม่ใช่นักหลอมโอสถ แต่ฝีมือในการควบคุมเพลิงและการจับจังหวะไม่ได้เลวร้ายเลย

    แต่ในช่วงสุดท้าย…เมื่อเซียฉินหยดน้ำสกัดจากเถาโลหิตครามลงไป
    “ปัง!”

    เสียงระเบิดเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกลิ่นควันฉุนเฉียบพุ่งขึ้นจากปากเตา

    เซียฉินขยับถอยออกเล็กน้อย สีหน้าไม่ตกใจแต่หรี่ตาลงอย่างพินิจ
    “เกินสมดุลไปสามส่วน…”

    “สามส่วน?” ลู่เหมยฉิงทวน

    “ใช่…พลังพิษของเถาโลหิตครามนั้นแฝงลมร้อนในตัวเองมันเร่งปฏิกิริยาในเตาให้สลายเร็วเกินไป ข้าควรปรับสมดุลก่อน”

    เธอมองเขาเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
    “เจ้าคิดว่านี่คือความล้มเหลวหรือ?”

    เซียฉินยิ้มนิด ๆ
    “ไม่หรอก…ก่อนจะสำเร็จเราก็ต้องลองอะไรใหม่ๆแบบนี้แหละ”

    เมื่อเตาเย็นลง เซียฉินลุกขึ้นล้างมือแล้วหันไปมองลู่เหมยฉิงที่ยืนเท้าเอวมองเขาอยู่

    “ขอบใจที่ให้ใช้เตา”
    “แต่อย่าทำมันระเบิดอีกในครั้งหน้า ข้าคงไม่ใจดีแบบนี้อีกแน่”

    เซียฉินหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรกของวันนั้นแล้วเดินออกจากห้องไป

    ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสมุนไพรในอากาศ และเศษโอสถไหม้ ๆที่ยังไม่สมบูรณ์…แต่เต็มไปด้วยแนวทางแห่งการเรียนรู้