เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    ตอนที่ 41 ขนมไหว้พระจันทร์

            หลี่เล่อเยียนรู้สึกตัวตื่นเช้าเวลาประมาณ04.30 น.เธออยากจะถามลูกในท้องเหลือเกินว่าจะแกล้งแม่ไปถึงไหนให้เธอได้ตื่นสายกว่านี้สักหน่อยไม่ได้เลยหรือไร

            " ไหวไหมครับ"หลังจากโก่งคออาเจียนสักพักหยางหมิงเฉิงก็ลุกขึ้นมาดูอาการของภรรยา

            " ไหวค่ะ คุณช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ"เธอรู้สึกอายเพราะกลิ่นมันก็ไม่ได้ชวนให้อยู่สักเท่าไหร่

            " งั้นผมไปหุงข้าวให้เองครับ" เขารับอาสาทำกับข้าวเพราะสงสารภรรยาจับใจ

            เล่อเยียนจัดการกับตัวเองเสร็จก็เดินไปยังห้องครัวที่หยางหมิงเฉิงอยู่

            "วันนี้ทานโจ๊กแปดเซียนดีไหมคะ" เล่อเยียนที่อาการค่อยยังชั่วแล้วก็คิดหาเมนู

            "ก็ดีครับ " หยางหมิงเฉิงพยักหน้าเขากินได้หมดทุกอย่าง

            " งั้นคุณไปออกกำลังกายเถอะค่ะเอาไว้ให้ฉันจัดการเอง"

            หลังจากนั้นเธอก็ลงมือทำอาหารแม้จะมีโจ๊กแล้วแต่เธอก็ยังไม่วายเอาซาลาเปาจากในมิติมาอุ่นเพราะกลัวจะไม่อยู่ท้องดูจากความจุของกระเพาะสามีแล้วเธอคิดว่าควรมีติดไว้

            หยางหมิงเฉิงออกกำลังกายเสร็จก็เข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายเตรียมตัวไปทำงานอต่ก่อนที่จะออกไปทำงานเขาก็นั่งทานข้าวเช้ากับภรรยาแสนสวยก่อน

            "ทำไมกินน้อยจังเลยละครับ" เขาเห็นภรรยากินโจ๊กไปครึ่งถ้วย ซาลาเปา 1ลูก มันจะไปอิ่มอะไรกัน ดูอย่างเขาที่เติมโจ๊กไป 2 รอบซาลาเปาอีก 3 ลูก

            " สายๆ ค่อยทานอีกรอบค่ะ กินเยอะๆ มันอึดอัดท้อง"เธอกินน้อยก็จริงแต่ก็รู้สึกหิวอยู่บ่อยๆ จึงต้องหาผลไม้มาเสริมตลอด

            "จริงซิ ผมเกือบลืมไปเลยขนมไหว้พระจันทร์ที่คุณให้ผมเอาไปฝากเพื่อนที่ทำงานวันนั้นพวกเขาอยากจะซื้อจากคุณน่ะครับบอกว่าภรรยาของพวกเขาฝากมาถามเพราะใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว"หยางหมิงเฉิงเกือบลืมเรื่องนี้ไปเลยถ้าไม่เห็นว่าเธอกำลังกินขนมไหว้พระจันทร์อยู่

            "ที่นี่ไม่มีขายหรือคะ" เธออดสงสัยไม่ได้ถ้าเป็นเขตชนบทอาจจะหาซื้อยากแต่ในเมืองปักกิ่งมันน่าจะมีเยอะนะ

            " มีครับ แต่จำกัดปริมาณการซื้อน่ะ"

            "งั้นคุณช่วยไปถามเพื่อนคุณที่ทำงานให้หน่อยนะคะว่าพวกเขาต้องการเท่าไหร่" จู่ๆ ก็มีโชคมาซะงั้น เธอกำลังคิดหาวิธีทำเงินอยู่เลย

            " ได้ครับแล้วคุณจะขายชิ้นละเท่าไหร่ครับ " เขาอดสงสัยไม่ได้ จริงๆก็ไม่อยากให้เธอทำหรอกเพราะกลัวเธอจะเหนื่อยเกินไปแต่เขากลับบอกความจริงไปแล้วว่าภรรยาเป็นคนทำขนมเพราะความที่อยากจะอวดฝีมือของภรรยากลายเป็นว่าพวกคุณนายทหารเมื่อได้ชิมขนมที่สามีพวกหล่อนนำไปฝากก็ติดอกติดใจกันยกใหญ่เพราะชิ้นใหญ่และไส้เยอะมาก

            " ปกติแล้วขายกันชิ้นเท่าไหร่คะ" เธอไม่รู้ราคาจริงๆ

            " ธรรมดาก็จะอยู่ที่ชิ้นละ 1 หยวน 5 เหมา จำกัดแค่คนละ 2-3 ชิ้นน่ะครับ"เพราะร้านค้าสหกรณ์จะทำในปริมาณยอดที่สั่งจองเท่านั้น

            " งั้นฉันขายชิ้นละ 2 หยวนแล้วกันค่ะเพราะคิดว่าขนมของฉันน่าจะชิ้นใหญ่และไส้เยอะกว่า"

            " อร่อยกว่ามากด้วยครับ ทำเท่าที่ไหวนะครับผมจะไม่รับมามากจนเกินไป"แค่พวกเจ้านายที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คงพอ

            " รับมาเถอะค่ะฉันว่าง วันๆหนึ่งไม่ได้ทำอะไรเลยเมื่อก่อนเวลานี้ฉันคงอยู่ในทุ่งนาไปแล้วนะคะทำขนมแค่นี้สบายมากค่ะ" จะไม่รับได้ไงเงินทั้งนั้น

            " ถ้าเหนื่อยก็รอผมกลับมาช่วยทำนะครับคุณแค่บอกสูตรผมก็พอ"

            " ไว้ให้มีคนสั่งก่อนเถอะค่ะ พอจะเอาเข้าจริงๆอาจจะไม่มีคนสั่งเลยก็ได้" ของฟรีใครๆก็ชอบแต่ถ้าลองได้คิดเงินก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะมีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน

            " มีเยอะแน่นอนครับ ในกรมส่วนใหญ่ครอบครัวพวกเขาพักอยู่ในปักกิ่งต้องการอะไรก็บอกผมนะครับถ้าผมไม่ว่างจะส่งลูกน้องมาช่วย"เขาเป็นห่วงเธอจริงๆ

            " ไม่รบกวนหรอกค่ะ ฉันทำไหวจริงๆถ้าฉันบอกว่าที่ชนบทฉันเคยทำขนมขายคุณจะเชื่อฉันไหมคะ"

            " เชื่อครับ แต่ที่ค่ายนั้นมีเพื่อนคุณคอยช่วยเหลือถูกไหมครับ"มันจะไปเปรียบเทียบกันได้ยังไงกันล่ะ

            " งั้นก็ได้ค่ะ คุณช่วยนวดแป้งไว้ให้ฉันแล้วกันค่ะส่วนเรื่องไส้ฉันขอทำเอง"ดีเหมือนกันเธอจะได้ไม่เมื่อยแขน

            "ตกลงครับ ผมไปทำงานก่อนนะครับ"

            หยางหมิงเฉิงอมยิ้มตลอดทางที่เดินไปทำงาน ภรรยาของเขาเป็นคนรั้นแต่ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลถ้าไม่มากจนเกินไปเธอก็มักจะทำเองเสมอ

            " พี่คะ " หยางเซินซิน ยืนรอพี่ชายหน้าบ้านมาสักพักแล้วอากาศเริ่มเย็นนิดๆลมแรงมากกว่า

            " มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่ไปหาพี่ที่บ้าน" หยางหมิงเฉิง แปลกใจเล็กน้อยที่เจอน้องสาวเขาที่นี่

            " หมิงเกอคงไม่รู้หรอกว่าภรรยาของพี่รังแกฉันกับแม่แค่ไหนหล่อนใจร้ายมากเลยนะคะ" เซินซินเริ่มฟ้องพี่ชาย

            "เธอทำอะไรงั้นหรือ" หยางหมิงเฉิงอยากจะฟังเรื่องราวจากปากน้องสาวบ้าง

            "ฉันกับแม่แค่ไปถามหาพี่ค่ะ เห็นว่าเดือนนี้ผ่านมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้ค่าใช้จ่ายรายเดือนเลย แต่ฉันไม่ได้ทวงกับเธอนะคะ"

            ภรรยาของพี่ดันไล่ให้ฉันไปขอกับพี่ใหญ่หล่อนบอกว่าพี่ไม่ใช่พี่ชายของฉันค่ะ ฉันจะคิดกับพี่แบบนั้นได้ยังไงพี่ว่าไหมละคะ" เซินซินได้ทีก็รีบฟ้องชุดใหญ่เธอพูดผิดตรงไหนกันล่ะก็หล่อนหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ

            "อืมไม่ใช่ว่าพี่บอกน้าหยางไปแล้วหรือว่าต่อไปคงไม่ได้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วหรือน้าหยางยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับน้าสะใภ้" เขาคิดว่าพูดไปชัดเจนแล้วนะเรื่องค่าใช้จ่าย

            " ฉันกับแม่ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ สงสัยพ่อจะทำงานหนักจนเหนื่อย 2-3 วันมานี้พ่อทำงานกลับบ้านดึกเลยค่ะพี่ใหญ่ก็ด้วยนี่พี่สะใภ้ใหญ่ก็ท้องแก่ใกล้คลอดแล้วคงต้องใช้เงินอีกเยอะเลยเป็นแบบนี้บ้านฉันคงแย่แน่ๆ เลยค่ะ ค่าหนังสือฉันก็ยังไม่มีจ่ายแม่บอกให้รอเงินจากพี่ก่อน" ให้มันรู้ไปสิว่าพูดขนาดนี้แล้วเขาจะไม่ใจอ่อน

            " เรื่องนี้พี่คงช่วยไม่ได้แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านเล่อเยียนเป็นคนจัดการแล้วน่ะอีกอย่างพี่ใช้เงินเก็บไปหมดแล้วด้วย"หยางหมิงเฉิงมองหน้าน้องสาวที่เดี๋ยวซีด เดี๋ยวเขียวคล้ำอารมณ์ไม่คงที่เลยไม่อยากจะสนใจคนเราแม้ไม่พูดแต่ก็ใช่ว่าจะไม่แสดงออกทางใบหน้าเลยนี่นา

            " พี่ช่วยฉันสักครั้งไม่ได้หรือคะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้"เซินซินชักจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายซะแล้วสิ

            " อาเซิน ไม่ใช่พี่ไม่อยากช่วยแต่คนเราต้องมีขอบเขต อีกอย่างไม่ใช่ว่าพี่ไม่เคยให้เงินเราใช้เลยถูกไหมครั้งที่แล้วพี่ก็เพิ่งจะให้ไป 10 หยวนเธอยังเรียนหนังสืออยู่เลยเงินจำนวนนี้บางคนอยู่ได้ครึ่งปีเลยด้วยซ้ำ"น้องสาวเขาคนนี้ใช้เงินเป็นเบี้ยให้เท่าไหร่ไม่เคยพอ เสื้อผ้าต้องซื้อใหม่ตลอด

            " ถ้างั้นฉันคงต้องหยุดเรียนแล้วล่ะค่ะ พี่ไปทำงานเถอะขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวนต่อไปฉันคงไม่กล้าแล้วละค่ะ"ฝากไว้ก่อนเถอะ พูดขนาดนี้ต้องรู้สึกผิดบ้างล่ะ

            หยางหมิงเฉิงได้แต่ส่ายหน้าแล้วก็เดินไปทำงานต่อเรื่องภายในครอบครัวควรจะให้คนในบ้านแก้ปัญหาเองก่อนเขาบอกกับน้าชายไปแล้วว่ามีอะไรให้ช่วยให้เขามาบอกทันที ถ้าน้าชายเขายังเฉยๆแสดงว่าพวกเขาน่าจะแก้ปัญหากันเองได้ลูกเขาก็ใกล้จะเกิดมาแล้วเงินเก็บเขามีนิดเดียวคงช่วยเหลือใครมากไม่ได้หรอก ใครๆก็ต้องคิดถึงครอบครัวตัวเองก่อนเสมอ

            เมื่อถึงที่ทำงานหยางหมิงเฉิงก็ทำหน้าที่รับยอดสั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ทันทีซึ่งยอดสั่งจองนั้นทำเอาเขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเลยล่ะแต่ละคนที่สั่งนั้นไม่ใช่แค่คนละ 1-2 ชิ้น แต่บางคนสั่งเป็น 10 ชิ้นเพราะเป็นครอบครัวขนาดใหญ่บางคนก็จะเอาไปเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ด้วย โดยยอดสั่งจอดขนมนั้นอยู่ที่ 350 ชิ้น เขาหยุดรับเพียงเท่านี้เพราะจำนวนมันค่อนข้างเยอะเกินไปคุณนายภรรยาผู้บังคับบัญชาเขาเธอคนเดียวก็ 20 ชิ้นแล้วซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากจริงๆ

            ทางด้านเล่อเยียนที่มีเวลาว่างไม่มีอะไรทำจึงออกไปเดินสำรวจเมืองปักกิ่งคนเดียวเธอพยายามหาช่องทางเพิ่มรายได้เพื่อช่วยเหลือสามีอีกทางเมื่อเดินมาได้สักระยะก็เดินเลี้ยวไปตามผู้หญิงคนหนึ่งเธอได้ยินผู้หญิงคนนั้นพูดรหัสผ่านแล้วผู้ชายตัวใหญ่ 2 คนก็พยักหน้าให้เข้าไปได้เธอทำตามอย่างเป็นธรรมชาติไม่มีพิรุธอะไรให้ใครจับได้เลยแม้แต่น้อย

            เมื่อเข้ามายังตลาดมืดแห่งนี้มันช่างต่างจากตลาดที่ชนบทยิ่งนักเพราะมันครึกครื้นกว่ามากมีคนที่ต้องการอาหารเป็นจำนวนมากทีเดียวแต่เล่อเยียนตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ขายอาหารในมิติอีกเพราะตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วอีกอย่างเงินเก็บเธอตอนนี้ถือว่ามากพอสมควรไม่เดือดร้อนถึงขั้นต้องขายมันอีก

            เล่อเยียนเดินสำรวจไปเรื่อยจนพบกับหญิงคนหนึ่งท่าทางเธอดูคล่องแคล่วไม่เบาและแอบได้ยินเธอคุยธุระกับคุณยายท่านหนึ่งอยู่

            " ฉันทำให้ไม่ทันหรอก ถ้าเธอจะเอาเยอะขนาดนั้น" คุณยายคนนั้นโบกมือไปมา

            " ป้าคะทำไมป้าพูดแบบนี้ละคะไหนตอนแรกเราตกลงกันแล้วอีกอย่างฉันรับยอดสั่งจองมาแล้วด้วยถ้าไม่มีไปให้พวกเธอได้มาแหกอกฉันแน่ๆ เลย" หญิงสาววัยกลางคนแสดงสีหน้าชัดเจนว่าตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบาก

            " ขนมไหว้พระจันทร์ตั้ง 400 ชิ้นฉันจะไปหาวัตถุดิบจากไหนกันมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆนะ"

            " ป้าคะ ถือว่าฉันขอล่ะ งั้นป้ามีคนที่รู้จักอีกไหมคะป้าทำไหวที่เท่าไหร่บอกฉันมาได้เลย"

            " เต็มที่เลยคือ 50 ชิ้น มากกว่านี้ไม่ได้แล้วอีกอย่างเอาเร่งด่วนขนาดนั้นของบางอย่างจำเป็นต้องซื้อที่นี่เพราะฉะนั้นราคามันจะสูงขึ้นอีกนะเธอสู้ไหวไหมล่ะ"ยายคนนั้นเหล่ตามองดูก็รู้ว่าเจ้าเล่ห์มากแค่ไหนคิดจะโก่งราคาล่ะสิไม่ว่า

            " ป้าว่าราคามาได้เลย"

            " เดิมทีขายชิ้นละ 4 หยวนแต่ถ้าเอาด่วนก็ 5 หยวน" ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์ราคาขูดเลือดกันชัดๆ

            " ป้า ถ้าขายราคานี้ฉันจะเอาไปขายต่อยังไง 4.5 หยวนแล้วกันอีก 5 เหมาฉันขอเถอะ " หญิงกลางคนต่อรองราคา

            " งั้นก็ไม่หาที่อื่นงานด่วนงานเร่งขนาดนี้แม่หนูฉันถือว่าช่วยเต็มที่แล้ว"แล้วยายเฒ่าคนนั้นก็เดินจากไป

            " พี่สาวคะพอดีฉันบังเอิญเดินผ่านมาถ้าไม่รังเกียจพี่ลองชิมขนมของฉันดูก่อนสิคะ"เล่อเยียนไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปแน่

            " เธอแอบฟังฉันคุยกันหรือ"หญิงคนดังกล่าวแบบหัวเสียนิดหน่อยที่มีคนมีแอบฟังแต่เมื่อเห็นขนมไหว้พระจันทร์หล่อนก็ตาลุกวาวพร้อมกับหยิบมันมาชิมทันที หลังจากที่เธอชิมก็พูดออกไปตรงๆโดยไม่ต้องคิดเลย

            " 5 หยวน ขาดตัว" เพราะขนมที่เธอกินมีขนาดใหญ่กว่าของป้าแก่คนนั้นมากอีกทั้งยังอร่อยกว่าด้วยไส้เยอะมาก

            " ตกลงค่ะ ฉันชื่อเล่อเยียนพี่จะรับกี่ชิ้นดีคะ "ใครจะไม่ตกลงล่ะเมื่อเช้าเธอเพิ่งจะตกลงขายขนมชิ้นละ 2 หยวนเท่านั้นแต่นี่มันราคากี่เท่ากันล่ะ

            "พี่ชื่อเสี่ยวฮวา เอ่อเล่อเยียนพี่ต้องการทั้งหมด 400 ชิ้นภายใน 3 วันนี้เธอคิดว่าพอจะทำทันมั้ยจ๊ะ"ช่วยไม่ได้นี่นาราคาเธอไม่เกี่ยงเพราะดูจากขนาดและรสชาติเธออัพราคาได้สบายๆ เลย

            " ตกลงค่ะ อีก 3 วันฉันจะเอาขนมมาส่งให้พี่บอกที่อยู่มาได้เลยค่ะว่าให้ไปส่งที่ไหน"

            " ไปส่งที่ห้องพักของพี่แล้วกันนะจ๊ะจะได้สะดวกหน่อย นี่ที่อยู่ของพี่เธอจะเอามาส่งกี่โมงดีล่ะจ๊ะ"

            " ช่วงเที่ยงแล้วกันนะคะ ฉันสะดวกช่วงนี้เท่านั้น"

            "ได้ๆ พี่แล้วแต่เธอเลยว่าแต่เธอทำทันใช่ไหม"เสี่ยวฮวาถามกำชับเพื่อความแน่ใจ

            " แน่ใจค่ะ อีก 3 วันฉันจะเอาขนมไปส่งพี่แน่นอนค่ะ"จากนั้นเธอหาซื้อบรรจุภัณฑ์สวยๆ ให้สมกับราคาชิ้นละตั้ง 5 หยวนเล่อเยียนไปเจอกล่องขนาดเล็กพอเหมาะกับใส่ขนมพอดี เธอซื้อมาทั้งหมด 800 ชิ้นในราคาชิ้นละ 1 เหมาเป็นเงินทั้งหมด 80 หยวนเป็นครั้งแรกที่เธอเข้าตลาดมืดแล้วเสียเงินโดยที่ไม่มีรายได้แต่เมื่อคำนวณรายได้ที่กำลังจะมาถึงเธอก็แทบจะอดใจรอให้ถึงอีก 3 วันข้างหน้าไม่ไหวเล่อเยียนที่ได้ลาภก้อนโตก็เดินยิ้มกลับบ้านพร้อมทั้งเอาถั่วเหลือง แป้งน้ำตาลออกมาจากในมิติก่อนจะเข้าบ้านจะต้องมีอะไรถือติดไม้ติดมือจะได้มีคนเห็นและเป็นพยานว่าเธอออกไปซื้อของจริงๆเธอจะต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้เพราะขนมเยอะขนาดนั้นกลัวว่าจะทำไม่ทันเอาได้เพราะเธอไม่มีคนช่วยแล้ว