จากสันเขาที่ทอดมองลงไป เมืองศิลาแกร่งเบื้องล่างนั้นดูราวกับภาพวาดขนาดมหึมา
กำแพงหินสีเทาเข้มที่สูงตระหง่าน โอบล้อมอาคารบ้านเรือนที่แออัดยัดเยียดเอาไว้ราวกับอ้อมแขนของั์โบราณ หอคอยยามตั้งตระหง่านเป็ระยะๆ บนกำแพง ธงของเ้าเมืองปลิวไสวอยู่บนยอดเสา เป็เครื่องประกาศถึงอำนาจของผู้ปกครอง
หลี่เฟยยืนนิ่ง มองภาพนั้นด้วยสายตาที่สงบเยือกเย็น
สำหรับคนอื่น... นี่อาจเป็ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ หรือเป็สัญลักษณ์ของความปลอดภัยและอารยธรรม
แต่สำหรับเขา... มันคือระบบนิเวศแห่งใหม่ที่ซับซ้อนกว่าผืนป่าที่เขาเพิ่งจากมา
มันคือสมรภูมิแห่งใหม่... ที่ซึ่งการต่อสู้ไม่ได้ใช้เพียงคมเขี้ยวและพละกำลัง แต่ยังต้องใช้สติปัญญา, เล่ห์เหลี่ยม, และอำนาจเงินตรา
"กำแพงสูงประมาณสิบเมตร... หอคอยยามทุกๆ สองร้อยเมตร... การป้องกันแ่าพอสำหรับโจรป่า แต่สำหรับข้า... มันก็แค่เครื่องประดับ" เขาพึมพำกับตนเอง
เขาหันไปมองหลิน ทาสาของเขา
"สภาพของเ้าและข้า... จะดึงดูดความสนใจมากเกินไป" เขากล่าวเรียบๆ "ข้า้าเื่ราว"
หลินรีบก้มหน้าลงรับคำสั่ง "นายท่าน... ้าให้ข้าทำสิ่งใดหรือเ้าคะ?"
"ซ่อนสัญลักษณ์ของสมาคมเ้าซะ" เขาสั่ง "จากนี้ไป ข้าคือนายน้อยของตระกูลพ่อค้าเล็กๆ ที่เดินทางรอนแรม... ส่วนเ้าคือผู้ติดตามที่ภักดีของข้า... าแของเ้าคือหลักฐานชั้นดีว่าพวกเราถูกโจรปล้นกลางทาง"
แผนการที่เรียบง่าย... แต่ก็สมเหตุสมผล
"เข้าใจหรือไม่?"
"ข้า... ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ นายท่าน" หลินตอบรับอย่างรวดเร็ว นางรีบปลดเข็มกลัดเล็กๆ ที่เป็สัญลักษณ์ของสมาคมวายุคำรณออกจากชุดเกราะที่ขาดวิ่นของนางทันที
ทั้งสองเริ่มออกเดินทางลงจากสันเขา มุ่งตรงไปยังประตูเมืองที่คึกคัก
ยิ่งเข้าใกล้... ก็ยิ่งััได้ถึงความมีชีวิตชีวาของมัน
ชาวไร่ชาวนาจูงวัวที่ลักษณะคล้ายกระทิงลากเกวียนบรรทุกพืชผลจนเต็มคัน พ่อค้าเร่ในชุดคลุมสีสันสดใสพร้อมด้วยทหารรับจ้างหน้าตาถมึงทึงคอยคุ้มกัน และกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะเป็นักล่าเช่นเดียวกับกลุ่มของหลิน... พวกเขามีอาวุธสะพายอยู่บนหลังและมีรอยแผลเป็ประดับอยู่บนใบหน้าเป็เครื่องยืนยันถึงประสบการณ์
หลี่เฟยและหลินเข้าร่วมต่อแถวกับฝูงชนที่รอเข้าเมือง
ตรวจพบ: ทหารยามเมืองศิลาแกร่ง
ระดับพลัง: ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นรวบรวมปราณระดับ 2-3
หัวหน้าหน่วย: ขั้นรวบรวมปราณระดับ 5
การประเมิน: ไม่ใช่ภัยคุกคาม
ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขึ้นมาในหัวของเขาอย่างเงียบๆ
เมื่อถึงคิวของพวกเขา ทหารยามร่างใหญ่มีหนวดเครารุงรังก็มองมาด้วยสายตาดูแคลน
"เห้! พวกเ้าสองคน!" มันตวาดเสียงดัง "มาจากไหนกัน? ดูสภาพแล้วไม่น่าจะมีปัญญาจ่ายค่าเข้าเมืองนะ"
หลี่เฟยยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้หลินเป็ผู้จัดการตามแผน
หลินก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยและหวาดกลัวออกมาได้อย่างแเี
"ท่านทหาร... พวกเราเป็ผู้เดินทางที่โชคร้ายเ้าค่ะ... เป็ขบวนของตระกูลซู เพิ่งถูกโจรป่าดักปล้นเมื่อสองวันก่อน... นายน้อยของข้ากับข้าหนีรอดมาได้เพียงสองคนเท่านั้น" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "นี่คือเงินติดตัวทั้งหมดที่พวกเราเหลืออยู่... หวังว่าท่านจะเมตตา"
นางยื่นเหรียญทองแดงที่หลี่เฟยให้มาส่งไปให้ทหารยามคนนั้น
ทหารยามชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อตระกูลซู แม้มันจะเป็ชื่อที่นางแต่งขึ้นสดๆ แต่ความน่าเชื่อถือที่แสดงออกมาก็ทำให้เขาลังเล เขามองใบหน้าที่งดงามของหลินสลับกับท่าทางที่อ่อนล้าของหลี่เฟย ก่อนจะคว้าเหรียญในมือนางไปอย่างรวดเร็ว
"เอาเถอะ! ไปๆ! อย่ามาเกะกะขวางทางคนอื่น!"
เขาโบกมือไล่อย่างไม่ใส่ใจ
หลี่เฟยและหลินเดินผ่านประตูเมืองเข้ามาได้สำเร็จ
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู... โลกใบใหม่ก็ได้เปิดออกตรงหน้า
เสียงจอแจดังกระหึ่มจากทุกทิศทาง...
เสียงพ่อค้าะโเรียกลูกค้า...
เสียงค้อนเหล็กของช่างตีเหล็กที่ดังมาจากโรงตีดาบ...
เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะที่ดังลั่นออกมาจากโรงเตี๊ยม...
กลิ่นของเนื้อย่าง, เหล้าหมัก, และกลิ่นเครื่องเทศแปลกๆ ลอยปะปนกันอยู่ในอากาศ
อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่สร้างจากหินและไม้สีเข้ม สูงสองถึงสามชั้น มีป้ายร้านค้าแขวนอยู่เต็มไปหมด ผู้คนเดินกันขวักไขว่บนถนนที่ปูด้วยหินก้อนใหญ่อย่างไม่สม่ำเสมอ
มันคือความโกลาหล... ที่มีระเบียบในตัวเอง
"นายท่าน... ที่นี่คือถนนสายหลักของเมืองเ้าค่ะ" หลินกระซิบรายงาน
หลี่เฟยพยักหน้ารับรู้ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่ใช่ในฐานะนักท่องเที่ยว... แต่ในฐานะนักล่าที่กำลังประเมินพื้นที่
เขาเห็นทุกอย่าง...
ทางหนีทีไล่... ตำแหน่งที่เหมาะแก่การซุ่มโจมตี... และบุคคลที่ดูเหมือนจะเป็ภัยคุกคาม
"ที่ใดรับซื้อวัตถุดิบจากสัตว์อสูรในราคาที่ดีที่สุด?" เขาถามเรียบๆ
"ต้องไปที่ 'ตรอกนักล่า' เ้าค่ะ... ที่นั่นเป็ศูนย์รวมของนักล่าและร้านค้าที่เกี่ยวข้อง" นางชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง "มีร้านหนึ่งชื่อ 'คลังสมบัติพงไพร' แม้เ้าของจะขึ้นชื่อเื่ความเคี่ยว แต่ก็ให้ราคาที่ยุติธรรมที่สุดเ้าค่ะ"
"นำทางไป"
หลินนำทางหลี่เฟยลัดเลาะไปตามถนนที่แออัด จนกระทั่งมาถึงตรอกที่แคบกว่าเดิมแต่กลับคึกคักยิ่งกว่า ที่นี่เต็มไปด้วยนักล่าในชุดเกราะและพ่อค้าที่กำลังเจรจาซื้อขายชิ้นส่วนของสัตว์อสูรกันอย่างเปิดเผย
พวกเขามุ่งตรงไปยังร้าน 'คลังสมบัติพงไพร'
เมื่อเข้าไปข้างใน... กลิ่นสมุนไพรและกลิ่นสาบของหนังสัตว์ก็ปะทะเข้ากับจมูกทันที ชายร่างท้วมมีหนวดแพะคนหนึ่งนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขาเหลือบมองหลี่เฟยและหลินด้วยหางตา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
"มีอะไรให้ช่วยรึ? ถ้าจะมาขอเงินล่ะก็... ไปที่อื่น"
หลี่เฟยไม่พูดอะไรสักคำ เขาเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ แล้ววางหนังสัตว์อสูรเงาที่เขาเก็บเกี่ยวมาลงบนนั้นหนึ่งผืน
พ่อค้าชำเลืองมอง "หืม... หนังหมาป่าอสูรเงา สภาพพอใช้ได้... ข้าให้เ้า 3 เหรียญเงิน"
มันเป็ราคาที่กดขี่อย่างยิ่ง
หลินกำลังจะอ้าปากโต้แย้ง แต่หลี่เฟยกลับยกมือขึ้นห้ามนางไว้
เขายังคงนิ่งเงียบ... ก่อนจะวางของชิ้นต่อไปลงบนเคาน์เตอร์
มันคือ [เขี้ยวหมูป่าเกราะเหล็ก] ที่สมบูรณ์แบบและไม่มีรอยบิ่นแม้แต่น้อย
แววตาของพ่อค้าเปลี่ยนไปทันที!
"นี่มัน...! เขี้ยวของหมูป่าเกราะเหล็ก! แถมยังเป็สภาพดีเยี่ยม!"
เขารีบประเมินราคาใหม่ในใจทันที... เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่หมูในอวยอย่างที่เขาคิด
แต่หลี่เฟยยังไม่หยุด...
เขาวางของชิ้นที่สามลง...
ปัง.
มันคือปืนพก M1911
วัตถุโลหะสีดำสนิทที่ไม่มีผู้ใดในโลกนี้เคยเห็นมาก่อน มันแผ่กลิ่นอายแห่งความตายที่เย็นเยียบและทรงพลังออกมาอย่างเงียบงัน
เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นบนหน้าผากของพ่อค้าร่างท้วม สัญชาตญาณของพ่อค้าที่คลุกคลีกับอันตรายมาทั้งชีวิตกำลังร้องเตือนเขาว่า... วัตถุชิ้นนี้... มันอันตรายอย่างยิ่งยวด!
"ทะ... ท่านลูกค้า... ขะ...ข้าต้องขออภัยในความเสียมารยาทเมื่อครู่" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "สำหรับหนังสัตว์อสูรเงาทั้งหมดที่ท่านมี... ข้าเสนอให้ที่ 15 เหรียญเงิน! ส่วนเขี้ยวหมูป่าเกราะเหล็กนี่... ข้าให้ท่าน 3 เหรียญทองเต็ม! ว่าอย่างไรขอรับ!?"
นี่คือราคาที่ยุติธรรม... หรืออาจจะสูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อยด้วยซ้ำ
หลี่เฟยพยักหน้าช้าๆ เขารับถุงเงินที่บรรจุเหรียญทอง 3 เหรียญ และเหรียญเงินอีก 15 เหรียญมา ก่อนจะเก็บปืนและเขี้ยวหมูป่ากลับไป
เขายังไม่ขายของที่ดีที่สุด... เพราะเขารู้ว่าร้านค้าเล็กๆ แห่งนี้ไม่มีปัญญาจ่าย
เมื่อได้เงินทุนเริ่มต้นแล้ว เขาก็พาทาสาของเขาเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้พ่อค้าร่างท้วมต้องยืนเช็ดเหงื่อด้วยความโล่งอก
"หาโรงเตี๊ยมที่สะอาดและไม่เป็จุดสนใจ" หลี่เฟยออกคำสั่ง
หลินรีบนำทางเขาไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่อยู่ในตรอกที่ไม่พลุกพล่านนัก มันดูสะอาดสะอ้านและเงียบสงบ
หลี่เฟยจ่ายเงินค่าห้องพักสองห้องเป็เวลาสามคืน... ห้องหนึ่งสำหรับเขา... และอีกห้องสำหรับหลิน
เขาไม่ได้มีความคิดพิศวาสใดๆ... มันเป็เพียงเื่ของความปลอดภัยและความเป็ส่วนตัวเท่านั้น
เมื่อเข้ามาในห้องพักของตนเอง เขาก็ล็อกประตูและใช้ระบบสแกนจนแน่ใจว่าไม่มีอันตรายซ่อนอยู่
เขานั่งลงบนเตียง... ในที่สุดก็ได้พักอย่างเป็ส่วนตัวเสียที
ภารกิจขั้นแรก... การเอาชีวิตรอดและเดินทางมาถึงอารยธรรม... ได้สิ้นสุดลงแล้ว
บัดนี้... ภารกิจขั้นที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง... ไปยังทิศทางที่หลินเคยบอกว่าเป็ที่ตั้งของสมาคมนักล่า
ดวงตาของเขาหรี่ลง... แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นอันเ็า
"สมาคมนักล่าวายุคำรณ..."
"...ข้าจะดูซิว่าพวกเ้า... มีดีแค่ไหน"