“ท่านหมอเทียนแล้วนี่จะทำอย่างไร องค์จักรพรรดิ์ ไม่ปล่อยท่านไว้แน่” ผบ.ซันเทียกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ อาจถึงเวลาที่ข้าอาจจะต้องสู้กับองค์จักรพรรดิ” เทียนพูดให้ผบ.ซันเทียฟังคนแรก แต่ผบ. ซันเทียส่ายหัว
“ อำนาจของราชวงศ์เทพนี้มีมากมายเหลือเกินไม่ใช่แค่ดินแดนแห่งนี้ ดินแดนแห่งเทพเจ้า ราชวงศ์เทพยังครองเมืองบนแผ่นดินเทพเจ้าอีก ท่านหมอเทียนเพียงตัวคนเดียว แล้วท่านจะไปสู้พวกเขาทั้งหมดได้อย่างไร “ นี่คือเหตุผลทั้งหมดของผบ.ซันเทีย เพราะเขาไม่ได้มองแค่องค์จักรพรรดิเพียงองค์เดียวเท่านั้น
“ คนทำผิดยังไงก็ต้องรับผิด ข้าขอบใจท่านผบ.ซันเทียที่บอกเรื่องนี้กับข้ายังไงสู้มาขนาดนี้แล้ว จะถอยไปก็คงไม่ใช่ตัวข้า เวลานี้ข้าสู้ชนะทุกคนแล้วข้าคือ องค์มหาจักรพรรดิคนต่อไป คนที่ต้องดิ้นรนคงต้องเป็นจักรพรรดิเขาต้องส่งคนมากำจัดข้าแน่ ข้าคอยจัดการอยู่ที่นี่ดีที่สุดแล้ว หรือท่านผบ.คิดว่าข้าควรทำอย่างไร” เทียนย้อนถาม
“ ข้าจะรู้ได้อย่างไร เฮ้อ ข้าบอกได้เพียงให้ท่านระวังตัวด้วยเท่านั้น ถ้าหากว่าท่านเผาท่านกงกงกลายเป็นฝุ่นได้ ถ้าหากจักรพรรดิ ไม่ลงมือเอง ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง” ผบ. พูดด้วยความกังวล จากนั้นก็ลากลับไป
“ ดูเหมือนผบ. ซันเทียห่วงท่านหมอเทียนเหมือนกันนะ” จอมโจรเหินฟ้าจู่ๆก็พูดขึ้นมา เทียนไม่สนใจคำพูดของวิญญานตนนี้ แต่จะไล่ให้ออกไปไกลๆ ก็ไม่อยากทำ เลยปล่อยให้มีเสียงพูดข้างๆ หู ไว้อย่างนี้
“ นี่ท่านหมอเทียน ข้าอยากไปเยี่ยมภรรยา ท่านไปเป็นเพื่อนข้าด้วยได้ไหม” จอมโจรเหินฟ้าพูดขอร้องเทียน
“ แล้วทำไมท่านไม่ไปเอง ให้ข้าไปเป็นก้างขวางคอทำไม” เทียนสงสัย
“ ครอบครัวของภรรยาข้าไม่ต้อนรับข้านะซิ เลยเข้าไปในบ้านของนางไม่ได้”
“ ท่านเป็นวิญญาน พวกเขาจะขวางท่านได้ด้วยหรือ”เทียนสงสัย
“ ถึงติดต่อไปไม่ได้แต่ก็ขวางข้าได้ เพราะข้าไปมาแล้วแต่ข้าเข้าบ้านพวกเขาไม่ได้” จอมโจรเหินฟ้าพูดอย่างเศร้าใจ เทียนอยู่ว่างก็เลยพาไป โดยให้จอมโจรเหินฟ้าหลบอยู่ภายในไข่มุกดำ ที่เพิ่งได้มาจากขันทีเฒ่า
“ โอ้ท่านหมอเทียน ในไข่มุกดำนี่ข้ารู้สึกดี มีพลังเพิ่มขึ้นเยอะเลย ต่อไปข้าขออยู่ในนี้ตลอดเลยนะ” จอมโจรเหินฟ้ารีบของเทียน เทียนได้แต่พยักหน้าอนุญาต
“ ถึงแล้วท่านเคาะประตูเลย บอกว่าท่านเป็นหมอ มาขอดูอาการคุณหนูบ้านนี้”
จอมโจรพูดแปลกๆ แต่เทียนมองไปที่ป้ายหน้าบ้าน นี่มันบ้านของแม่ทัพรักษาเมือง ท่านจาคอบนี่
“ นี่ท่านเป็นเขยของท่านจาคอบ หรือ” เทียนถามให้แน่ใจ
“ ใช่แล้ว นี่ท่านรู้จักพ่อตาของข้าด้วยหรือ” จอมโจรแปลกใจทั้งดีใจ
“ นึกไม่ถึง พ่อตาเป็นแม่ทัพรักษาเมือง ลูกเขยเป็นจอมโจร เฮ้อ..ช่างน่าสงสารท่านจาคอบ นัก” เทียนเข้าใจแล้วทำไมท่านจาคอบถึงไม่อยากให้จอมโจรเหินฟ้าเข้าบ้าน เทียนมองไปที่ประตูมีทหารเฝ้าประตู อยู่สองคน และที่บานประตูมีเทพประตูทำหน้าขึงขังยืนเฝ้าอยู่ไม่ยอมให้วิญญาน หรืด ภูติผีปีศาจเข้าบ้านหลังนี้ได้
“ แล้วนี่ลูกสาวท่านแม่ทัพตายไปแล้ว ยังจะให้ข้าพูดว่าจะมารักษาให้ ตกลงแล้วเป็นอะไรกันแน่” เทียนงงกับคำพูดของจอมโจรเหินฟ้า
“ นางตายไปแล้ว ตอนนั้นนางยังใช้จิตคุยกับข้าอยู่เลย แต่ร่างของนางยังเป็นปกติ ทางท่านพ่อตาไม่เชื่อว่านางตายไปแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไร ข้าบอกพวกเขาว่าข้าจะทำให้นางกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แต่ว่าข้าทำไม่สำเร็จจึงต้องมาตายเสียก่อน...”จอมโจรเหินฟ้าเล่าให้เทียนฟัง เทียนเริ่มเข้าใจเลยเดินเข้าไปหน้าประตู แล้วแจ้งชื่อออกไป ทหารทั้งสองรู้จักเทียนเป็นอย่างดี
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ตัดหัวคนท่ามกลางฝูงชน กำราบท่านองครักษ์ และยังต่อสู้ประลองชนะทายาทของราชวงศ์เทพ ตั้ง 3 คน ทำให้เทียนตอนนี้เป็นที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวงไปแล้ว ในขณะที่เทียนยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าเป็นคนดัง
ทหารทั้งสองพาเทียนมานั่งที่ห้องรับรอง แล้วอีกคนรีบไปตามแม่ทัพรักษาเมืองมาอย่างเร็ว “ท่านหมอเทียน” แม่ทัพรีบคำนับเทียนก่อนอย่างเร็ว
“ ท่านแม่ทัพ” เทียนคำนับตอบเช่นกัน
“ ข้าทราบข่าวว่าลูกสาวท่านเป็นโรคประหลาด ข้าเป็นหมอจึงอยากจะมาขอดูอาการของลูกสาวท่านหน่อย” เทียนรีบอธิบายถึงสาเหตุที่มาโดยทันที
“ ท่านราชันอุดร ท่านช่างมีเมตตาจริงๆ ลูกสาวไม่รู้เป็นอะไรตอนนี้นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานนับสิบปีแล้ว ข้าหาหมอมาทั่วแผ่นดิน จนกระทั่งท่านเทพโอสถก็มาตรวจแล้ว ท่านบอกว่าให้รออีกไม่เกินยี่สิบปีจะมีคนมาช่วยนาง และท่านก็ให้ดูแลนางตามวิธีของท่าน “ แม่ทัพรักษาเมืองเอ่ยด้วยความเศร้าใจ
“ อาจารย์ของข้าเคยมาดูอาการของนางแล้วด้วยหรือ ท่านแม่ทัพพาข้าไปดูหน่อย” เทียนสงสัยจริงระดับอาจารย์ยังไม่สามารถรักษาได้อีกหรือ
ในห้องพบหญิงสาวดูวัยไม่เกิน 25 ปี ดูแล้วสวยน่ารักสมวัย สมควรแล้วที่จอมโจรจะยอมเสี่ยงชีวิตไปช่วยนาง หญิงสาวนอนหลับตาพริ้ม อยู่เตียงหยกหิมะ ซึ่งปล่อยความเย็นไปทั่วบริเวณห้อง เทียนเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วเริ่มเดินไปรอบๆเพื่อสัมผัสถึงสิ่งใดที่ผิดปกติจากคนทั่วไปบ้าง แล้วเริ่มจับชีพจร แล้วปล่อยจิตอันบริสุทธิ์ส่งเข้าไปสัมผัสลมปราณภายในร่างของนางทั้งหมด ทุกจุดเปิดหมด หัวใจก็ยังเต้นอยู่แต่ว่าแผ่วเบามาก จิตวิญญานตอนนี้ไม่อยู่ในร่าง ยังวนเวียนอยู่ภายในห้อง เทียนเริ่มสัมผัสจิตของหญิงสาวคนนี้ได้ เธอเริ่มทำตาโตมาที่เทียน
เทียนหันไปหาท่านแม่ทัพให้ออกไปซักครู่ เขาขออยู่เพื่อติดต่อพูดคุยกับลูกสาวแม่ทัพเป็นการส่วนตัวก่อน หลังจากได้ยินดังนั้น แม่ทัพก็ตกใจที่เทียนสามารถสัมผัสได้ถึงวิญญานลูกสาวที่ยังอยู่ในนี้ พอแม่ทัพออกไป
“ ท่านหมอนี่ท่านติดต่อกับข้าได้ด้วยหรือ?” ลูกสาวแม่ทัพถามเทียน แต่เทียนไม่ตอบหยิบไข่มุกดำขึ้นมา แล้วปล่อยให้ จอมโจรเหินฟ้าออกมา จากนั้นก็ให้ทั้งสองคุยกัน แล้วเทียนก็เดินออกมานอกห้อง เพื่อคุยกับท่านแม่ทัพต่อ
“ อาการลูกสาวของท่านเกิดจากจิตใจ คงจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นและมากระทบจิตใจอย่างรุนแรงทำให้ดวงจิตหลุดออกจากร่าง ดินแดนของข้าเรียกอาการแบบนี้ว่า “ขวัญหาย” ความจริงอาจารย์ข้า
สามารถนำจิตของนางกลับเข้าร่างได้ แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากจิตของนางด้วย แต่ข้าคาดว่าลูกสาวของท่านไม่ยอมกลับคงรออะไรบางอย่างทำให้ดวงจิตไม่ยอมกลับเข้าร่าง” เทียนอธิบายอาการจากที่ตรวจสอบ ท่านแม่ทัพพยักหน้าเหมือนเข้าใจ
“ ใช่แล้วข้าพาตัวนางออกมาจากคนรักของนาง เพราะข้ารับไม่ได้ที่รู้ว่ามันเป็นจอมโจร ที่ทางการต้องการตัว ข้าเป็นถึงแม่ทัพกลับมีลูกเขยเป็นโจร แต่หลังจากนั้นนางก็ล้มป่วยจนหมดสติ จนถึงวันนี้นางยังไม่ฟื้นเลย คงจะรอเจ้าโจรนั่นมาหาแน่ๆ นี่มันก็หายไปหลายปีแล้ว ไม่รู้มันหายหัวไปไหน” ท่านแม่ทัพตอนนี้คงอยากให้จอมโจรเหินฟ้ากลับมาอาจทำให้ลูกสาวฟื้นขึ้นได้
“ จอมโจรเหินฟ้าตายไปหลายปีแล้ว” เทียนพูดขึ้นมากระทันหัน แต่ท่านแม่ทัพตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“ ฮ้า จริงหรือ มันตายได้อย่างไรฝีมือมันสูงส่งขนาดนั้น” ท่านแม่ทัพไม่อยากเชื่อว่าเป็นจริง
“ เพียงเพราะต้องการช่วยลูกสาวท่านจอมโจรเหินฟ้า บุกเข้าวังหลวงหวังจะขโมยต้นดอกบัวสวรรค์ หมายจะชุบชีวิตภรรยา สุดท้ายถูกจับได้ และถูกลงโทษขังคุก และโดนดูดพลังชีวิต และวิญญานกลายเป็นทาสรับใช้ให้องค์รัชทายาทตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา”
“ เป็นความจริงหรือนี่” ท่านแม่ทัพยิ่งตกใจหนักยิ่งขึ้น
“ หลังจากข้าสู้ชนะองค์รัชทายาทในวันนั้น ข้าได้ปลดปล่อยวิญญานทุกดวงไปจนหมดสิ้น เว้นแต่ จอมโจรเหินฟ้า เขาไปไม่ยอมไปเกิดใหม่ เขายังมีห่วงคือภรรยาของเขา และขอร้องให้ข้าช่วยชุบชีวิตภรรยาของเขาด้วย และนี่คือเหตุผลที่ข้ามาที่บ้านของท่านแม่ทัพในวันนี้” เทียนอธิบายเรื่องราวโดยละเอียด
“ คนวังหลวงช่างโหดเหี้ยมจริงๆ เฮ้อ ถึงข้าจะไม่ชอบหน้าจอมโจรเหินฟ้าแต่ข้าก็ไม่ได้อยากให้มันต้องตาย เพราะมันเป็นคนที่ลูกสาวข้ารักจนสุดหัวใจ แล้วนี่ถ้าหากนางรู้เรื่องนี้ นางคงไม่ยอมกลับเข้าร่างง่ายๆ แน่ แล้วเราจะทำยังไงดี” แม่ทัพเริ่มเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ เรื่องนี้ข้าปล่อยให้ทั้งสองได้คุยกันอยู่ ข้าเชื่อว่าจอมโจรคงต้องพูดให้ลูกสาวของท่านยอมมีชีวิตต่อแน่ๆ” เทียนเริ่มส่งจิตไปถามจอมโจรเหินฟ้าว่าคุยกันเสร็จหรือยัง ฟังคำตอบแล้วเทียนก็เดินเข้าไปพร้อมกับท่านแม่ทัพ
“ ข้า เจด้า ต้องขอขอบคุณท่านหมอเทียนที่ช่วยปลดปล่อยสามีข้าออกมาจากคนชั่วเหล่านั้น” เจด้า ลูกสาวท่านแม่ทัพแสดงความขอบคุณ
“ พี่สาวอย่างได้คิดมาก ข้าเป็นหมอเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว ตอนนี้
ถ้าข้าจะบอกว่า ข้าจะช่วยนำวิญญานของท่านกลับเข้าร่าง ท่านพร้อมหรือไม่”เทียนถามไปตามตรง แต่สีหน้าของเจด้า นั้นเหมือนไม่อยากกลับเข้าร่าง
“ สามีข้าตายไปแล้ว พวกเราขออยู่กันแบบนี้ ไม่อยากแยกจากกันอีก” เจด้าพูดไม่ทันจบ จอมโจรก็รีบพูดแทรกขึ้นมา
“ จริงหรือ ท่านหมอเทียนท่านมีวิธีทำให้เจด้าฟื้นคืนด้วยหรือ” จอมโจรพูดด้วยความดีใจและตกใจ
“ มีซิ แต่ว่าพี่สาวเจด้าต้องร่วมมือด้วย มิเช่นนั้นก็ทำไม่ได้” เทียนพูดอย่างมั่นใจ
“ เจด้า เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ ข้าทำทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อให้เจ้าได้ใช้ชีวิตต่อไป อย่าห่วงข้าเลย เชื่อข้าเถอะ”
“ ไม่ ข้าจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าหากข้าไม่มีท่าน ท่านพี่พวกเราจากกันมานานมากแล้ว ข้าไม่อยากจากท่านพี่อีกแล้ว” เจด้าเอ่ยด้วยความรู้ทรมานใจไม่น้อย
ท่านแม่ทัพจาขอบ ยืนอยู่ข้างเทียน ได้สัมผัสถึงเงาวิญญานของลูกสาวตัวเองอยู่ตรงหน้า และ ยังได้ยินคำพูดที่โต้ตอบกันของทั้งสอง ยิ่งทำให้น้ำตาของผู้เป็นพ่อเริ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว อยากจะพูด ขอโทษทั้งสองคน ที่พรากพวกเขาออกจากกัน จึงทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แต่ก็พูดออกมาไม่ได้เพราะตอนนี้คำพูด มันจุกอยู่ที่ลำคอ “ ลูกพ่อ พ่อขอโทษ” ในที่สุดก็เปล่งคำนี้ออกมาได้
เทียนเห็นสภาพแบบนี้กลับคิดถึงอาจารย์เทพโอสถ ไม่รู้ว่าอาจารย์รู้ได้อย่างไรว่าเราจะพาจอมโจรเหินฟ้า กลับมาที่นี่ ตอนนั้นท่านยังไม่ได้รับเราเป็นศิษย์ด้วย กลับไปคราวหน้าคงต้องมีเรื่องคุยกันยาวแน่เลย ท่านอาจารย์...
“ พวกท่านฟังข้าก่อน พี่สาวเจด้า ข้ารับปากท่าน วันหนึ่งข้าจะสร้างร่างกายให้จอมโจรเหินฟ้าให้กลับมาใช้ชีวิตกับท่าน คราวนี้ท่านคิดว่าพร้อมจะกลับเข้าร่างได้หรือยัง” เทียนพูดไปก็คิดว่า กลายเป็นภาระของเขาอีกแล้ว แต่ยังมั่นใจว่าอาจารย์ต้องมีวิธีช่วยอย่างแน่นอน
“ จริงหรือ ท่านหมอเทียน” ทั้งสองวิญญาน และอีก หนี่งคนพูดพร้อมกัน