เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 126 แตกหัก (1)

            ก่อนที่สองผัวเมียหวงควนจะมาถึง พวกเขาวางแผนกันไว้แล้วว่าจะอาศัยเรื่องที่หวงเทาถูกผู้เฒ่าตีเป็นข้ออ้างเพื่อก่อเรื่องใหญ่สักครั้ง โดยหวังจะบีบให้ ปู่หวงย่าหวงยอมมอบสมุดบัญชีออกมาให้ได้

            พวกเขารู้สึกว่า ปู่หวงย่าหวงนับวันยิ่งแก่ชรา ร่างกายก็อ่อนแอลงทุกขณะ คงไม่สามารถแข็งกร้าวได้เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

            ปู่หวงสมัยหนุ่มเคยเป็นทหารผ่านศึก เมื่อปลดประจำการ รัฐบาลก็จัดหางานให้ ครั้นเกษียณก็ยังมีเงินบำนาญ ส่วนย่าหวงแม้เป็นชาวชนบทไม่มีรายได้ แต่ก็ทำนาเก่ง สองคนไร้ทายาทสืบสายเลือด ในมือย่อมต้องมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย

            ถึงจะบีบให้ปู่หวงย่าหวงเอาสมุดบัญชีทั้งหมดออกมาไม่ได้ แค่ได้มาสักเล่มหนึ่งก็อาจจะเท่ากับรายได้จากการทำไร่ทำนาของพวกเขาสองสามปีแล้ว

             ปู่หวงย่าหวงคาดไม่ถึงว่าสองผัวเมียหวงควนจะหน้าด้านไร้ยางอายถึงเพียงนี้ ถึงกับเรียกร้องให้พวกตนมอบสมุดบัญชีออกมา นี่มันพูดเล่นอะไรกัน

             ปู่หวงเองอย่างไรก็เคยผ่านสนามรบมาในวัยหนุ่ม เคยสังหารทหารญี่ปุ่นด้วยมือตนเอง แม้อายุจะมาก ร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนเก่า แต่เลือดนักสู้ในกายยังคงเดือดพล่าน หลายปีมานี้ที่เขาทนแล้วทนอีกกับสองผัวเมียหวงควน ไม่ได้หมายความว่า ปู่หวงจะไร้โทสะ ไร้ขีดจำกัด หรือเป็นซาลาเปาเนื้อนิ่มให้ใครบีบขยำเล่นได้

             ปู่หวงทุบกล้องยาสูบในมือลงบนโต๊ะเสียงดังปัง “ยายเฒ่า ไปเอาหนังสือรับเป็นทายาทมาให้ฉันที”

             ย่าหวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นสามีเอาจริงเอาจัง เธอก็รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องด้านในทันที

            สองผัวเมียหวงควนนึกว่าผู้เฒ่าจะเอาเรื่องฉีกหนังสือรับเป็นทายาทมาขู่อีกตามเคย

             “ลุงใหญ่ครับ ลุงไม่ต้องเอาเรื่องฉีกหนังสือรับเป็นทายาทมาขู่พวกเราบ่อยๆ หรอก ถ้าจะเห็นแก่คนนอกจนถึงกับฉีกหนังสือทิ้ง ตัดขาดกับพวกเราจริงๆ แล้วอนาคตลุงกับป้าสะใภ้จะไปพึ่งใครกันครับ จะไปพึ่งหลินกั๋วผิงคนนอกแซ่นั่นน่ะหรือ” หวงควนเท้าสะเอวข้างหนึ่ง ท่าทางก้าวร้าวเต็มพิกัด

            ในขณะนั้น ย่าหวงก็ถือหนังสือรับเป็นทายาทออกมา แล้วยื่นให้ปู่หวงโดยตรง

            ปู่หวงรับหนังสือรับเป็นทายาทมาแล้ว ก็ฉีกมันทิ้งเป็นชิ้นๆ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “นับจากนี้ไปต่างคนต่างอยู่ พวกแกเอาที่ดินหนึ่งหมู่สองเฟินในชื่อ ป้าสะใภ้ใหญ่ของแกคืนมา ถ้าไม่คืน ฉันจะไปหาพ่อแท้ๆ ของพวกแกกับผู้ใหญ่บ้านเดี๋ยวนี้ ไม่เชื่อก็ลองดู”

            เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ปู่หวงก็ผิดหวังในตัวหวงควนผู้เป็นบุตรบุญธรรมคนนี้อย่างสิ้นเชิง เขาไม่อยากจะทนอีกต่อไป ยิ่งทน พวกเขาก็ยิ่งกำเริบเสิบสานได้คืบจะเอาศอก

            สองผัวเมียหวงควนไม่คาดคิดว่าผู้เฒ่าจะกล้าฉีกหนังสือรับเป็นทายาททิ้งจริงๆ คราวนี้พวกเขาถึงกับพูดไม่ออกไปเลย

            สมัยนั้นหนังสือรับเป็นทายาททำขึ้นสองฉบับ ปู่หวงเก็บไว้ฉบับหนึ่ง อีกฉบับอยู่ที่หวงควน หนังสือนี้เขียนขึ้นต่อหน้าผู้ใหญ่หลายคนในตระกูลหวง รวมถึงพ่อของหวงควนและผู้ใหญ่บ้าน

            ตอนที่รับเป็นทายาทนั้น หวงควนอายุสิบแปดปีเต็มแล้ว ปู่หวงย่าหวงไม่ได้เลี้ยงดูเขามา ในทางกฎหมายจึงไม่ถือเป็นความสัมพันธ์แบบบุตรบุญธรรมที่สมบูรณ์ หนังสือรับเป็นทายาทฉบับนี้จึงอาจไม่มีผลทางกฎหมายอย่างเต็มที่ แต่เหนือกฎหมายก็ยังมีเรื่องของจารีตประเพณี ตามธรรมเนียมประเพณีชนบทแล้ว หนังสือฉบับนี้ก็มีค่าเสมือนความสัมพันธ์ทางกฎหมาย มีผลผูกพัน

            หวงควนถูกรับเป็นทายาทในนามของปู่หวง เขาก็คือบุตรชายในนามของปู่หวง ดังนั้นการปรนนิบัติยามเจ็บป่วยและจัดการงานศพของปู่หวงย่าหวง ย่อมเป็นหน้าที่ของหวงควนทั้งหมด แน่นอนว่าทรัพย์สินทั้งหมดในชื่อของปู่หวง ก็จะตกเป็นของหวงควนผู้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว ในทำนองเดียวกัน หวงควนก็ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดอีกต่อไป และทรัพย์สินทั้งหมดของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีกเช่นกัน

            ตราบใดที่หนังสือรับเป็นทายาทฉบับนี้ยังอยู่ หวงควนก็คือบุตรชายในนามของ ปู่หวงย่าหวง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉีกหนังสือทิ้ง ก็เท่ากับเป็นการยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียว หนังสือรับเป็นทายาทฉบับที่อยู่ในมือหวงควนก็จะสิ้นผลบังคับใช้ไปโดยปริยาย

            แน่นอนว่าถ้าเรื่องไม่แดงขึ้น ไม่มีใครรู้ว่า ปู่หวง ฉีกหนังสือรับเป็นทายาททิ้ง ก็จะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อหวงควน แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว เห็นชัดว่าผู้เฒ่าต้องการจะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

            สองผัวเมียหวงควนสบตากันครู่หนึ่ง จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างหัวเสีย

            พวกเขาไม่ได้ยอมแพ้แค่นี้ แต่จะไปตามกำลังเสริมมาต่างหาก

            พวกเขารู้สึกว่าการที่ ปู่หวงย่าหวงจะฉีกหนังสือรับเป็นทายาททิ้งเพื่อคนนอกนั้นมันไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง ในเมื่อพวกเขาทำอะไรไม่ได้ ก็จะไปเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลหวงมาช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งผู้ใหญ่เหล่านั้นย่อมต้องเข้าข้างพวกเขาอยู่แล้ว

            หลังจากสองสามีภรรยาจากไปแล้ว ย่าหวงจึงเอ่ยขึ้น “ตาเฒ่า คุณจะแตกหักกับควนจื่อจริงๆ หรือ”

            แม้ย่าหวงจะโกรธเคืองสองสามีภรรยานั่น แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าถ้าเรื่องราวใหญ่โตบานปลายจะจัดการได้ยาก ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาสองคนก็ไม่มีลูกชายไว้พึ่งพา

            ปู่หวงย่อมล่วงรู้ถึงความกังวลของภรรยา “ดูจากธาตุแท้ของสองผัวเมียควนจื่อแล้ว คุณคิดหรือว่าถ้าพวกเรานอนป่วยติดเตียงขยับตัวไม่ได้จริงๆ พวกเขาจะมาดูแลพวกเราอย่างดี ฉันคิดตกแล้ว ในเมื่อไม่ได้ให้กำเนิดเอง ก็อย่าไปรับลูกคนอื่นมาเลี้ยงดูตอนโตเลย ตอนนี้พวกเรายังขยับเขยื้อนได้ก็ไม่ต้องไปพึ่งใคร พอถึงวันที่ขยับตัวไม่ไหวจริงๆ ก็ไปอยู่บ้านพักคนชรา อย่างน้อยที่นั่นก็ยังพอมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องมานั่งอมทุกข์ ส่วนเงินเก็บของเราพอถึงเวลานั้นก็บริจาคให้ประเทศชาติไปเสียทั้งหมด”

             “ฉันเสียใจจริงๆ ที่ตอนสาวๆ ไม่ได้รับเลี้ยงเด็กกำพร้าสักคน ถ้าเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย พวกเราคงผูกพันกันมากกว่านี้แน่ๆ” ย่าหวงพูดด้วยสีหน้าสลดใจ

            ปู่หวงเอ่ย “คุณอย่าไปคิดฟุ้งซ่านเลย ตกลงกันตามนี้แหละ เอาที่ดินคืนมา แล้วพวกเราจะปลูกผักปลูกหญ้าได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น พอถึงวันขยับตัวไม่ไหวจริงๆ ก็ให้ผู้ใหญ่บ้านพาพวกเราไปส่งที่บ้านพักคนชราในอำเภอ”

            เมื่อย่าหวงเห็นปู่หวงตัดสินใจแน่วแน่เช่นนั้น เธอก็ทำได้เพียงคล้อยตามบ้านนี้ ปู่หวงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญมาโดยตลอด

            ตอนที่ทิงเสวี่ยถูกฉินหยวนเฟิงและพวกพ้องพามาส่งที่บ้านนั้น หลินกั๋วผิงออกไปอวยพรปีใหม่เพื่อนบ้านยังไม่กลับ ไม่นานก็ถูกหลินฉางจื้อตามตัวกลับมาอย่างเร่งด่วน

            เขาได้รู้เรื่องราวที่ลูกสาวถูกหวงเทากระชากผมจากปากของหลินฉางจื้อ หลินกั๋วผิงผู้รักลูกสาวดั่งแก้วตาดวงใจ เมื่อได้ยินว่าลูกสาวสุดที่รักถูกเจ้าเด็กเหลือขอหวงเทานั่นรังแกสาหัส ก็เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกควัก ทั้งยังโกรธจัด ดั่งคำกล่าวที่ว่า 'วีรบุรุษพิโรธเพื่อหญิงงาม' หลินกั๋วผิงในยามนี้ก็ 'บันดาลโทสะจนแทบคลั่งเพื่อลูกสาว' เช่นกัน

            เมื่อถึงบ้าน หลินกั๋วผิงรีบตรงไปดูแผลที่ศีรษะของทิงเสวี่ยทันที พอเห็นหนังศีรษะถูกกระชากหลุดออกมาเป็นแผ่นใหญ่ขนาดนั้น หัวใจของหลินกั๋วผิงก็แทบจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ในทันที “เสียวเสวี่ย พ่อจะพาไปหาหมอ”

            ทิงเสวี่ยรีบส่ายหน้า “ไม่ต้องไปหรอกค่ะ ฉินหยวนเฟิงบอกว่าทาขิงสดทุกวันเดี๋ยวก็ค่อยๆ ดีขึ้นเองค่ะ”

            หลินกั๋วผิงกล่าว “เขาเป็นเด็กจะไปรู้อะไร พ่อจะพาไปหาหมอเดี๋ยวนี้แหละ”

            “คุณอา การใช้ขิงสดทาหนังศีรษะให้ทิงเสวี่ยได้ผลจริงๆ นะครับ สมัยก่อนลูกพี่ลูกน้องของผมเคยบาดเจ็บที่หนังศีรษะหนักกว่าทิงเสวี่ยเสียอีก ปู่หวงของผมก็ใช้ขิงสดทานี่แหละครับ สัปดาห์สองสัปดาห์ก็หายดีจริงๆ ปู่หวงพาทิงเสวี่ยไปหาหมอ หมอก็คงไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้หรอกครับ อย่างมากก็คงให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ หนังศีรษะกับเส้นผมต้องใช้เวลารักษาตัวเองครับ” ฉินหยวนเฟิงจ้องมองดวงตาที่ลุกเป็นไฟของหลินกั๋วผิงแล้วแสดงความคิดเห็นอย่างใจเย็น

             “พ่อคะ หนูไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ ทำตามวิธีที่ฉินหยวนเฟิงบอกก็จะทำให้หนังศีรษะกับเส้นผมของหนูงอกขึ้นมาเร็วที่สุดแล้ว หนูไม่อยากไปหาหมอ หนูไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ค่ะ” ทิงเสวี่ยยืนกรานไม่ยอมไปหาหมอ หลินกั๋วผิงจึงจำต้องตามใจเธอ

            ถึงแม้จะรู้ว่าหวงเทาถูก ปู่หวง ตีด้วยไม้เท้า และยังถูกฉินหยวนเฟิงสาดน้ำร้อนใส่ไปแล้วก็ตาม แต่หลินกั๋วผิงก็ยังคงกล้ำกลืนความโกรธแค้นนี้ไม่ลง

            แค่ผมของลูกสาวสุดที่รักร่วงเพียงเส้นเดียวก็ทำให้เขาปวดใจอย่างที่สุดแล้ว แต่นี่หนังศีรษะถึงกับถูกกระชากหลุดออกมาเป็นแผ่นใหญ่ขนาดนั้น จะเจ็บปวดทรมานสักแค่ไหน!

            หลินกั๋วผิงขึ้นชื่อเรื่องปกป้องคนของตนเองอยู่แล้ว ครั้งนี้เขาไม่มีทางยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่นอน

            หลินกั๋วผิงเดินตรงไปยังบ้านหวงควนอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง มีเพียงสองพี่น้องหวงเทาอยู่ที่บ้าน เมื่อมองดูเจ้าเด็กเหลือขอหวงเทานั่น หลินกั๋วผิงก็อยากจะเข้าไปซัดมันสักตุ้บสองตุ้บ แต่ท้ายที่สุดแล้วนั่นก็เป็นเพียงเด็ก เขามุ่งหน้าไปหาผู้ใหญ่ของบ้านนี้เพื่อพูดคุยหาเหตุผล ต่อให้โกรธแค้นเพียงใดก็ไม่มีทางลงไม้ลงมือกับเด็กเล็ก

            สองผัวเมียหวงควนไม่อยู่บ้าน หลินกั๋วผิงจึงตรงไปยังบ้านพ่อแท้ๆ ของหวงควนทันที บังเอิญว่าสองผัวเมียหวงควนก็อยู่ที่นั่นด้วย

            เมื่อเห็นหลินกั๋วผิงเดินเข้ามาอย่างฉุนเฉียว ปู่หวงห้าก็รีบเอ่ยถาม “กั๋วผิง เจ้าเป็นอะไรไป วันปีใหม่แท้ๆ โกรธเคืองเรื่องอันใดขนาดนี้”

            “ลุงห้าครับ ผมมาหาหวงควน จะมาทวงความเป็นธรรมให้เสียวเสวี่ยลูกสาวผม เสียวเสวี่ยไปทำอะไรให้หวงเทาหนักหนา เด็กคนนี้ถึงได้รังแกเสียวเสวี่ยครั้งแล้วครั้งเล่า เขากล้าดีอย่างไรถึงกระชากหนังศีรษะเสียวเสวี่ยหลุดออกมาเป็นแผ่น ถ้ามันไม่หายดี ผมไม่งอกขึ้นมาจะทำยังไง เธอเป็นเด็กผู้หญิงรักสวยรักงามนะ!” หลินกั๋วผิงจ้องมองสองผัวเมียหวงควนอย่างเดือดดาล ถ้าสายตาของเขาสามารถฆ่าคนได้ สองคนนี้คงถูกสังหารไปนับร้อยครั้งแล้ว

            เมื่อหลินกั๋วผิงมาถึงบ้าน สองผัวเมียหวงควนกลับทำท่าทีไม่รู้ไม่ชี้

            ภรรยาของหวงควนลุกพรวดจากเก้าอี้ แล้วตวาดใส่หลินกั๋วผิงเสียงแหลม “แกเห็นแต่ลูกสาวแกถูกลูกชายฉันรังแก แต่ลูกชายฉันล่ะ ไม่รู้ถูกเจ้าเด็กเหลือขอที่ไหนสาดน้ำร้อนใส่หน้า ผิวหนังพองเหวอะหวะไปหมดแล้ว ถ้าลูกชายฉันเสียโฉมจะทำยังไง หลินกั๋วผิง จะให้เรื่องนี้จบๆ กันไปก็ได้ ลูกชายฉันทำร้ายลูกสาวแก ลูกชายฉันก็บาดเจ็บเหมือนกัน หรือไม่อย่างนั้นแกก็ไปลากตัวเจ้าเด็กเหลือขอที่เอาน้ำร้อนสาดหน้าลูกชายฉันมาให้พวกเรา ถ้าทำได้อย่างนั้น บ้านแกจะให้บ้านเรารับผิดชอบค่าเสียหายให้ลูกสาวแก พวกเราก็จะไม่ว่าอะไรสักคำ”

            หลินกั๋วผิงรู้ดีว่าคนที่สาดน้ำร้อนใส่หวงเทาคือฉินหยวนเฟิง ซึ่งอีกฝ่ายทำไปก็เพื่อปกป้องลูกสาวสุดที่รักของตนเอง ย่อมไม่สามารถลากเขาเข้ามาพัวพันได้ แต่จะให้ยอมจบเรื่องนี้ไปง่ายๆ หลินกั๋วผิงไม่มีวันยอมแน่

            ทันใดนั้นหลินกั๋วผิงก็ล้วงมีดเล่มหนึ่งออกจากอกเสื้อ จ่อเข้าที่คอหวงควนทันควัน ไม่มีใครคาดคิดว่าหลินกั๋วผิงจะพกมีดมาด้วย โดยเฉพาะหวงควนยิ่งคาดไม่ถึง เขาหลบไม่ทันแม้แต่น้อย สัมผัสได้ถึงคมมีดเย็นเยียบที่จ่อชิดผิวเนื้ออุ่นๆ ของตน “หลินกั๋วผิง แกคิดจะทำอะไร แกอยากจะฆ่าคนหรือไง!”

            หลินกั๋วผิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่อยากฆ่าคน แต่อยากให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดตอนที่หนังถูกลอกดูบ้าง หวงควน จะให้หวงเทาไปขอโทษลูกสาวฉัน และรับปากว่าจะไม่มาระรานลูกสาวฉันอีกต่อไป หรือจะให้มีดในมือฉันได้ลิ้มรสเลือดแก”

            ในชั่วขณะนั้น ทุกคนในห้องต่างตกใจกลัวจนตัวสั่น กลิ่นอายอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวหลินกั๋วผิงและมีดในมือที่จ่อคอหอยหวงควน ทำให้คนในตระกูลหวงตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

            ที่ว่าคนอ่อนแอย่อมกลัวคนแข็งกร้าว แต่คนแข็งกร้าวย่อมกลัวคนที่ไม่กลัวตาย

            หลินกั๋วผิงในยามนี้คือพร้อมจะสู้ตาย ท่าทางที่ไม่หวั่นเกรงความตายของเขาจะไม่ทำให้คนอื่นขวัญหนีดีฝ่อได้อย่างไร

             คุณย่าสะใภ้ห้าที่รักลูกชายสุดหัวใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กั๋วผิงเอ๊ย รีบวางมีดลงเถอะ พวกเรามีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน ฉันรู้ว่าเทาเทาผิด ฉันจะให้เทาเทาไปขอโทษเสียวเสวี่ยบ้านแกเดี๋ยวนี้แหละ”

            ภรรยาของหวงควนที่เมื่อครู่ยังปากกล้าท้าทาย ตอนนี้กลับใจฝ่อลงทันควัน “หลินกั๋วผิง แกวางมีดลงเร็วเข้า เงื่อนไขอะไรพวกเราก็ยอมแกทั้งนั้น”


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808