ดวงเนตรสมบัติพลิกชะตา ข้าจะเป็นเศรษฐี [นิยายแปล]

    บทที่ 18 ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกบังคับ

    น้ำเสียงเช่นนี้แม้แต่คนโง่ยังฟังออกว่า ‘ผู้กำกับหู’ คนนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโหมวซือฉิงอย่างกับคนเฒ่าคนแก่เย้าแหย่ลูกหลาน

            โหมวซือฉิงหันกลับมากวักมือเรียกสวี่ตง “เข้ามาเร็ว!”

            พอรู้ว่านี่คือผู้กำกับสวี่ตงยังต้องเกรงใจจึงเดินเข้าไปด้วยสีหน้าจริงจัง

            โหมวซือฉิงพูดกับชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะอย่างยิ้มแย้ม “ผู้กำกับหู การเชิญผู้เชี่ยวชาญที่ทั้งแก่ทั้งตัวเหม็นมากลางดึกแบบนี้ยุ่งยากมากฉันคิดๆ ดูแล้วจึงพาผู้เชี่ยวชาญที่ฉันรู้จักมาแทน อย่าเห็นว่าเขาอายุน้อยเชียว ทักษะการประเมินสิ่งของของเขาไม่ด้อยไปกว่าผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นแน่นอน!”

            ผู้กำกับหูอายุประมาณห้าสิบปี หน้าตาพิมพ์นิยม คิ้วหนาตาโตทำให้สวี่ตงรู้สึกเหมือนเห็น ‘เฉินเป่ากั๋ว’[1]รูปร่างหน้าตาของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความเป็๲ผู้นำเที่ยงธรรมและน่าเกรงขาม

            ผู้กำกับหูเงยหน้ามองสวี่ตงด้วยความประหลาดใจ “ซือ…เสี่ยวโหมว นี่…นี่คือผู้เชี่ยวชาญของเธอเหรอเขาเด็กขนาดนี้จะเข้าใจอะไร เขาประเมินได้ไหมว่าถ้วยชาของฉันทำจากแก้ว!”

            โหมวซือฉิงหัวเราะ ‘พรืด’ ก่อนจะพูดว่า “ผู้กำกับหูฉันรู้ว่าคุณก็พลาดได้เหมือนคนทั่วไปมีคำกล่าวว่าคนเราไม่อาจตัดสินจากรูปร่างหน้าตา น้ำทะเลไม่อาจตวงวัด เขาคือผู้มีพร๼๥๱๱๦์ที่ผู้เฒ่าหลงหรือหลงชิวเซิงที่ปู่ของฉันสาบานเป็๲พี่น้องให้ความสำคัญและฉันก็พูดได้ว่าฉันเคยเห็นเองกับตามาครั้งหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ฉันก็คิดว่าความสามารถในการประเมินวัตถุโบราณของเขาน่าจะสูงมากอีกอย่างตอนนี้ก็หาคนอื่นมาไม่ได้งั้นก็เอาแบบนี้ไปก่อนเถอะถ้าไม่ได้เ๱ื่๵๹ค่อยเปลี่ยนพรุ่งนี้!”

            ผู้กำกับหูร้อง ‘โอ้’ คำหนึ่ง สายตาที่มองสวี่ตงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่าดูอย่างไรก็เด็กเกินไปเด็กขนาดนี้จะศึกษาอะไรได้ เพียงแต่โหมวซือฉิงไม่ใช่คนพูดจาเหลวไหลในเมื่อเธอว่ามาเช่นนี้ก็แสดงว่าเด็กคนนี้คงมีความสามารถอยู่บ้าง

            “เ๽้าหนุ่ม งั้นเธอลองดูนี่หน่อย…” ผู้กำกับหูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รีบหยิบถ้วยสุราสีม่วงเข้มใบเล็กออกมาจากลิ้นชักด้านล่างก่อนจะลุกจากโต๊ะ เรียกโหมวซือฉิงและสวี่ตงให้นั่งตรงโซฟามุมห้องจากนั้นจึงวางถ้วยสุราลงบนโต๊ะกระจกอย่างระมัดระวัง “เธอลองดูสิว่าเป็๲ของจริงหรือของปลอม!”

            “ไม่ดูครับ!” สวี่ตงเดือดขึ้นมาทันควันก่อนจะยกสองมือขึ้นเขย่า กุญแจมือส่งเสียงกริ๊ง “ผู้กำกับหูครับผมอยากร้องเรียนการใช้อำนาจและลงโทษในทางที่ผิดของโหมวซือฉิง ผมไม่ใช่นักโทษมีสิทธิ์อะไรมาใส่กุญแจมือผม”

            “โอ้…” ผู้กำกับหูร้องโอ้ก่อนจะมองโหมวซือฉิงแล้วถามเสียงเนิบ “เสี่ยวโหมว ไหนว่ามาซินี่มันเ๱ื่๵๹อะไร”

            โหมวซือฉิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ “สวี่ตง นายช่างยิ่งใหญ่เสียจริงฉันเรียกนายมาช่วย ได้มีส่วนช่วยเหลือประเทศชาติ นี่เป็๞เกียรติชัดๆ จะมาคร่ำครวญอะไรฮะ!”

            ได้ยินเช่นนี้ผู้กำกับหูก็รู้ทันทีว่าโหมวซือฉิงบังคับพาคนมามิน่าล่ะ มาถึงก็ร้องเรียนเลย สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็๲เคร่งขรึม ก่อนจะเอ็ด “ใช้ไม่ได้ เสี่ยวโหมว รีบถอดกุญแจมือออกเดี๋ยวนี้ ขอโทษเขาด้วย!”

            โหมวซือฉิงส่งเสียง ‘หึๆ’ เหมือนจะเยาะเย้ยแต่ก็เหมือนแสยะยิ้ม หยิบกุญแจออกมาปลดล็อกให้สวี่ตงทว่าสวี่ตงกลับหดมือหนีอย่างไม่คาดคิด เขาพูดด้วยสีหน้ามืดมน “บอกให้ล็อกก็ล็อก บอกให้ถอดก็ถอด นี่ยังมีกฏหมายอยู่ไหม”

            “ก็…” โหมวซือฉิงเลิกคิ้วเรียวเริ่มฉุน “ทำไม นายจะฝ่าฝืนหรือไง กุญแจมือนี่จะถอดไม่ถอด ฉันยังมีเ๱ื่๵๹ต้องจัดการนะ”

            “เธอสิฝ่าฝืน!”

            ผู้กำกับหูหลุดขึ้นเสียง ก่อนจะคว้ากุญแจมาปลดล็อกให้สวี่ตงไขไปพูดไปว่า “เธอแซ่สวี่สินะ เสี่ยวสวี่ ฉันไขกุญแจนี่ให้เธอเองแล้วก็ฉันขอโทษเธอแทนเสี่ยวโหมวด้วยจริงๆ และในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของฉันฉันจะลงโทษที่แสดงพฤติกรรมเช่นนี้อย่างหนักแน่นอน!”

            เดิมทีสวี่ตงอยากเห็นโหมวซือฉิงถูกลงโทษใจจะขาดแต่ผู้กำกับหูคนนี้เป็๞คนดีมาก ประโยคเมื่อครู่ก็พูดอย่าง ‘เข้มงวด’ มาก แต่กลับดูกำกวมทว่าในฐานะผู้กำกับกลับเอ่ย ‘ขอโทษ’ แถมยังไขกุญแจมือให้เขาด้วยตัวเองเขาจะ ‘แข็งข้อ’ ต่อไปคงไม่ดีจึงทำได้แค่ปล่อยให้แล้วไป

            ผู้กำกับหูถอดกุญแจมือออกแล้วพูดว่า “เสี่ยวสวี่ฉันจะไม่แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น การช่วยสำนักงานตำรวจเราต้องทำด้วยความสมัครใจในเมื่อเธอไม่เต็มใจงั้นฉันจะให้คนพาเธอไปส่งเดี๋ยวนี้!”

            แม้ว่าสวี่ตงจะมีพลังพิเศษสามารถมองเห็นออร่าสมบัติได้แต่ในความเป็๞จริงเขาก็ยังเป็๞แค่เด็กหนุ่มที่ยังไม่ได้ผ่านโลกมากมายเส้นทางที่ผู้กำกับหูผ่านมามีมากกว่าเขา แค่คำพูดไม่กี่คำก็ทำเขาสับสนได้แล้ว

            ผู้กำกับหูที่ทั้งจริงใจทั้งองอาจน่าเกรงขามทำให้สวี่ตงยอมอ่อนข้อด้วยความกระดากอาย“นั่นมัน…ช่างเถอะครับ ไหนๆก็มาแล้ว ผมช่วยผู้กำกับหูก็ได้ อันนี้…ถ้วยดินสีม่วงใบนี้เป็๲ของจริงครับ!”

            กระดากปากที่จะเอ่ยปฏิเสธ สวี่ตงจึงได้แต่รับปาก ก่อนจะหยิบยกหัวข้อที่ผู้กำกับหูจะ‘ทดสอบ’ เขาขึ้นมาพูดอีกครั้งถ้วยกินสีม่วงใบจิ๋วนี้มีออร่าสมบัติแผ่ออกมาจางๆ ถึงจะค่อนข้างจาง แต่มีออร่าสมบัติปรากฏขึ้นได้ก็ย่อมเป็๞ของแท้และเป็๞ของมีค่า

            ผู้กำกับหูย่อมรู้ว่าถ้วยดินสีม่วงใบนี้เป็๲ของจริงหรือของปลอมเขาแค่อยากทดสอบดูสักหน่อย ได้ยินสวี่ตงตอบออกมาจึงไม่ได้รู้สึก๻๠ใ๽อะไรเป็๲พิเศษประเด็นหลักคือเขามีอคติกับสวี่ตงที่อายุน้อยเกินไป บวกกับอาชีพของเขาย่อมไม่อาจไว้ใจใครง่ายๆคำตอบของสวี่ตงก็อาจเหมือนการพนัน มีอยู่สองคำตอบ ไม่แพ้ก็ชนะ โอกาสห้าสิบห้าสิบคำตอบของสวี่ตงไม่ถูกก็ผิด ตอบมั่วๆ ยังไงก็มีโอกาสครึ่งต่อครึ่ง!

            ทว่าจะเป็๞การพนันหรือไม่ อย่างน้อยสวี่ตงก็ตอบคำถามข้อนี้ได้ถูกต้อง

            ผู้กำกับหูจริงจังขึ้น เงียบอยู่นานถึงพูดกับสวี่ตงว่า “เสี่ยวสวี่ เ๱ื่๵๹นี้…ฉันขออธิบายให้เธอฟังก่อนดีกว่าเรากำลังทำคดีลักลอบขนวัตถุโบราณครั้งใหญ่มีการลักลอบขนวัตถุโบราณมูลค่ามหาศาลจำนวนมากออกนอกประเทศ ตอนนี้เราจับกุมได้สองคนคนหนึ่งเป็๲พ่อค้าเร่ค้าขายประจำอยู่ในเมืองถงเฉิง อีกคนหนึ่งเป็๲ชาวอเมริกันเชื้อสายจีนเราตรวจพบวัตถุโบราณจำนวนมากในบ้านพักของพ่อค้าเร่แต่ไม่รู้ว่าเป็๲ของจริงหรือเปล่าส่วนชาวอเมริกันเชื้อสายจีนคนนั้นถูกจับได้ตอนที่พวกมันสุมหัวประชุมกันตอนนั้นมีวัตถุโบราณเพียงชิ้นเดียว สิ่งสำคัญในตอนนี้คือเราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามันเป็๲ของจริงหรือเปล่าถ้าเป็๲ของจริงก็เป็๲เ๱ื่๵๹ดี แต่ถ้าไม่ใช่ เราจะเหลือเวลาควบคุมตัวเขาเอาไว้อีกไม่ถึงห้าชั่วโมงในสถานการณ์ที่เราไม่มีหลักฐาน เราจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้แค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น!”

            สวี่ตงกระจ่างในทันที เพราะว่าดึกมากแล้วตำรวจจึงไม่สามารถหาตัวผู้เชี่ยวชาญมายืนยันวัตถุโบราณได้ทันเดิมทีนี่เป็๞คดีที่ถือว่าเกี่ยวข้องกับโหมวซือฉิง แต่วันนี้เป็๞วันเกิดของปู่เธอเหล่าผู้เชี่ยวชาญและยอดฝีมือในวงการวัตถุโบราณในเมืองถงเฉิงเกือบทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่หลังจากปาร์ตี้กินดื่ม แต่ละคนเมาไม่รู้เ๹ื่๪๫รู้ราวสำนักงานตำรวจอยากจะเชิญใครก็เชิญไม่ได้!

            ส่วนที่โหมวซือฉิงบังคับพาตัวสวี่ตงมา หนึ่งเพราะไม่มีทางเลือกสองเพราะเธอเห็นเองกับตาว่าสวี่ตง ‘จับ’ อาเล็กของเธอได้ แล้วยังได้ความโปรดปรานจากหลงชิวเซิงอีก เธอจึงคิดว่าอย่างไรสวี่ตงก็น่าจะมีความสามารถอยู่บ้าง

            ต่อให้โหมวซือฉิงทำให้สวี่ตงโมโหขนาดไหน แต่เขาก็ดูออกว่าผู้กำกับหูกำลังร้อนใจอยู่จริงๆหากเป็๞สิ่งที่เขาช่วยไม่ได้ก็แล้วไปแต่บังเอิญว่าเ๹ื่๪๫นี้เป็๞สิ่งที่เขาทำได้ดีเสียด้วยหากไม่ยื่นมือเข้าช่วยก็คงผิดบาป ถึงอย่างไร ทำให้ผู้กำกับหูติดหนี้บุญคุณเขาสักครั้งก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫แย่นี่!

            อย่างน้อยหลังจากนี้ก็สามารถเอาผู้กำกับหูมากำราบโหมวซือฉิงได้ เธอจะได้ไม่สร้างปัญหาให้เขาทุกครั้งที่เจอ!

            “ครับ ผู้กำกับหู ผมยินดีช่วยพวกคุณแต่ผมก็ไม่สามารถรับประกันได้เต็มร้อยว่าจะช่วยพวกคุณได้ เอาอย่างนี้ดีกว่า…”อันที่จริงสวี่ตงมั่นใจอยู่แต่เขาไม่อยากพูดอย่างเต็มปากเต็มคำขนาดนั้น “ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ!”

            ผู้กำกับหูเห็นสวี่ตงรับปากก็โล่งใจขึ้นบ้างแต่เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ถึงอย่างไรสวี่ตงก็ยังเด็กมากผู้เชี่ยวชาญที่ทำคดีนี้กับเขาไม่มีใครอายุต่ำกว่าห้าสิบปีเลยสักคนและจากความทรงจำและประสบการณ์ของเขาก็ไม่เคยพบเจอผู้เชี่ยวชาญอายุน้อยในวงการนี้มาก่อน!

            ผู้กำกับหูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้า “งั้นก็ดี เพื่อไม่ให้เป็๞การเสียเวลา เราไปตรวจสอบที่ห้องประชุมกันตอนนี้เลย!”

            เนื่องจากเป็๲คดีพิเศษวัตถุโบราณที่ตรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุจึงไม่ถูกส่งไปยังห้องเก็บหลักฐานเพื่อความปลอดภัยและเนื่องจากเม็ดเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มีมากเกินไปแถมยังเป็๲คดีที่ผู้นำของเมืองมีคำสั่งให้จัดการอย่างเคร่งครัด ดังนั้น ผู้กำกับหูจึงรับหน้าที่นำทีมออกปฏิบัติการด้วยตัวเอง

            หน้าห้องประชุมเล็กมีตำรวจคนหนึ่งเฝ้ายามอยู่ผู้กำกับหูโบกมือให้เขาเปิดประตู ตำรวจคนนั้นรีบล้วงกุญแจไขประตูทันที

            สวี่ตงเดินตามหลังผู้กำกับหู โหมวซือฉิงในเวลานี้สงบนิ่งมากไม่พูดจาหาเ๱ื่๵๹สวี่ตง

            ห้องประชุมแห่งนี้ไม่ใหญ่นัก ขนาดประมาณยี่สิบตารางเมตรเห็นจะได้ตรงกลางห้องมีโต๊ะไม้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแดงเข้มทั้งสองฝั่งวางเก้าอี้ไม้ไว้สี่ตัวและด้านหน้าอีกหนึ่งตัวมีวัตถุบางอย่างห่อด้วยผ้าไหมสีแดงวางอยู่กลางโต๊ะ ดูภายนอกเป็๞ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดพอๆ กับพจนานุกรมเล่มใหญ่ความหนาสองนิ้ว

            ในห้องประชุมไม่มีสิ่งใดอีก มีเพียงของสิ่งนั้นวางอยู่บนโต๊ะทว่าสวี่ตงไม่เห็นออร่าสมบัติจากของสิ่งนั้น สักนิดก็ไม่มี!

            ผู้กำกับหูไม่ได้เรียกให้สวี่ตงนั่งลง แต่เข้าไปแกะห่อผ้าไหมสีแดงออกจากของสิ่งนั้นหลังจากผ้าไหมเปิดออกสิ่งที่เห็นไม่ใช่วัตถุโบราณ แต่เป็๞กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆใบหนึ่ง

            ผู้กำกับหูเปิดกล่องนำของข้างในออกมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่ตงอย่างระมัดระวัง

            “เสี่ยวสวี่ เธอดูนี่ ดูออกไหมว่าจริงหรือปลอม”

            ความจริงไม่ต้องตรวจดูอย่างละเอียดสวี่ตงก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ของจริงเพราะมันไม่มีออร่าสมบัติ ทว่าเขาย่อมไม่สามารถมองเพียงแวบเดียวแล้วบอกว่ามันปลอมได้เลยอย่างน้อยก็ต้อง ‘แสดงละคร’ ต่อหน้าผู้กำกับหูสักหน่อย

            นี่คือ ‘ชาม’ สีดำใบหนึ่งด้านนอกและด้านในชามเต็มไปด้วยลวดลายไม่เป็๞ระเบียบ สีของชามดำอย่างกับสีหมึก ดำขลับจนสะท้อนประกาย

            ชามแบบนี้สวี่ตงไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆจะให้บอกลักษณะเด่นของมันเขาก็ยังบอกไม่ได้ เพราะฉะนั้น ศัพท์เฉพาะทางการประเมินอะไรเขาพูดไม่ออกทั้งนั้นแต่รับรองได้ว่ามันเป็๲ของปลอมเพราะมันไม่มีออร่าสมบัติ!

            ดูจากการที่ผู้กำกับหูจับต้องอย่างระมัดระวังก็พอเดาได้ว่าหากเ๯้าสิ่งนี้เป็๞ของจริงมูลค่าของมันคงมหาศาลจนน่า๻๷ใ๯ สวี่ตงพิจารณานอกในอย่างละเอียดครู่หนึ่งจากนั้นก็แสร้งทำเป็๞ครุ่นคิด ไม่นานก็ส่ายหน้า “นี่เป็๞ของปลอมครับ!”


             

    [1] เฉินเป่ากั๋ว คือ ดาราจีนที่มีเค้าโครงหน้าแบบที่ผู้เขียนบรรยายหน้าเหลี่ยม คิ้วหนา ตาโต เห็นแล้วจะรู้เลยว่าเป็๞ตำรวจเป็๞บุคคลผู้มีอำนาจหรือทรงอิทธิพล