กลิ่นเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำที่ผสมปนเปเปียกแฉะไปด้วยกลิ่นเหงื่อสาปราคะเข้มข้นของคลับ Eclipse พัดโชยโชกปะทะใบหน้าของผมทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบกลับเข้ามาในอาณาเขตสลัว แสงไฟสีแดงนีออนสลัวเลือนลางสาดส่องเรือนร่างของฝูงชนเปลือยกายสวมหน้ากากหน้าทองเหลือง เงิน และทองแดงที่ยังคง เริงสวาทร่ายรำไปตามเสียงดนตรีบีทอิเล็กทรอนิกส์ต่ำกระหึ่มเบสหนักหน่วง ผมกระชับหน้ากากเงินของบอดี้การ์ดเฝ้าคลับที่ลอบสับเปลี่ยนสวมรอยชุดสูทสีดำเข้มติดบัตรผ่านประตูเทียมพรางสายตา เดินเยื้องย่างด้วยท่าทีนิ่งขรึมพยายามระงับอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวกระแทกแผงอกอย่างหนักหน่วงจนปวดหนึบ
ทุกฝีก้าวที่ผมเดินเหยียบย่ำลงบนพื้นพรมกำมะหยี่สีแดงเข้ม ผมได้ยินเสียงครางกระเส่าระคนเสียงเนื้อตัวเบียดอัดปะทะกันดังกังวานแว่วมาจากโซนม่านรอบตัว สังคมอีลิทชนชั้นสูงที่ละทิ้งคราบคนดีภายนอกแล้วสวมหน้ากากมารวมตัวระเริงกามอย่างอิสระช่างดูบ้าคลั่งลึกลับล่อตาจนกระตุ้นตัณหาเบื้องลึกในกายผมให้พลุ่งพล่าน ทว่าสมองส่วนลึกยังคงคอยย้ำเตือนตัวตนให้ตื่นตัวระวังภัยตลอดเวลา เพราะหากพลาดพลั้งแม้เพียงก้าวเดียว ชื่อเสียง เกียรติยศ และอนาคตของภรรยา แม่ยาย และสตรีทุกคนที่ผมรักจะแตกสลายยับเยินไม่มีชิ้นดี
ข้างกายของผมคือคุณมุก เศรษฐีนีสาวใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สวมหน้ากากจิ้งจอกเงินอวดเสน่ห์เย้ายวนลึกลับ เธอสวมชุดบอดี้สูทลูกไม้สีดำคว้านหน้าอกลึก เผยร่องอกขาวเนียนคัพ E มหึมาสั่นไหวท้าสายตาทุกก้าวเดิน ผิวกายสีน้ำผึ้งแน่นเนียนสะพรั่งของเธอชโลมไปด้วยน้ำมันสปาบางเบาที่เหลือค้าง ส่งกลิ่นหอมอบอวลปนกลิ่นฟีโรโมนร้อนแรงเฉพาะตัว ช่วยสร้างภาพลักษณ์ของสมาชิกวีไอพีที่กำลังร่านกระสันออกตามหาเหยื่อชิ้นงามในวิหารราคะใต้ดินแห่งนี้
ผมลอบประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่น้าเกด แพร และโบว์ เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในรถคันโตด้านนอก คอยรับสัญญาณเตรียมป่วนระบบสื่อสารเพื่อถ่วงเวลาและกวนคลื่นวิทยุ
"การ์ดเฝ้าประตูบันไดลับชั้นล่างมีสามคนค่ะวิน..." มุกกระซิบเสียงแผ่วผ่านมุมหน้ากากจิ้งจอกเงิน ขณะที่เราเดินเคียงคู่กันไปตามแนวผ้ากำมะหยี่สีแดงหนาหนักที่กั้นสัดส่วนเตียงเริงสวาท "พวกมันเข้มงวดมาก คืนนี้คนนอกห้ามเข้าเด็ดขาด แม้แต่เมมเบอร์ธรรมดาก็ลงไปไม่ได้ถ้าไม่มีคีย์การ์ดบอร์ดบริหารที่ได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษจากผู้ดูแลโดยตรง"
"มุกมีคีย์การ์ดนั่นไหมครับ?" ผมกระซิบถามพลางกวาดสายตาจ้องมองปืนพกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวการ์ดทั้งสามคนที่ยืนหน้าขรึมกอดอกอยู่ตรงประตูเหล็กหนาทางลงใต้ดินอย่างระมัดระวัง
"ไม่มีค่ะ... ชัยภัทรมันบล็อคสิทธิ์คีย์การ์ดของมุกไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนแล้ว" มุกตอบน้ำเสียงสั่นเครียดเล็กน้อยก่อนจะปรับสายตาเป็นวิบวับร้ายลึกเย้ายวนปนดวงตาปรือ "แต่เรามีวิธีอื่น... มุกจะใช้สรีระคัพ E และบารมีของมุกเข้าไปเบี่ยงเบนความสนใจล่อพวกมันออกมา วินเตรียมตัวหาจังหวะรูดบัตร Member 39 ของเดชาที่โบว์ดัดแปลงสิทธิ์จำลองแล้วสไลด์ลงบันไดลับทันทีนะคะ"
ปฏิบัติการล่อเสือออกจากถ้ำกำลังจะเริ่มต้นขึ้น มุกก้าวเท้าบิดส่ายสะโพกงอนงามผายตึงในชุดลูกไม้สีดำรัดรูปก้าวตรงไปหาหัวหน้าบอดี้การ์ดเฝ้าประตูทันที ท่าทางของเศรษฐีนีสาวใหญ่วัย 42 ปีดูเปล่งปลั่งและมั่นใจในอำนาจกามารมณ์ของตนอย่างเต็มเปี่ยม
"สวัสดีค่ะผู้ดูแล... วันนี้เงียบจังเลยนะคะ มุกเหนื่อยระบมตัวอยากหาที่เงียบ ๆ พักผ่อนด้านล่างหน่อยจ้ะ... พอจะเปิดทางให้มุกคนนี้ได้ไหมคะ?" มุกเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้ม โน้มตัวก้มต่ำป้อนเต้าคัพ E ขนาดมหึมาขาวสล้างบดเบียดเข้าหาท่อนแขนของการ์ดหนุ่มร่างใหญ่ระยะประชิด หัวยอดเต้าสีชมพูวับแวมท้าทายสายตาการ์ดจนมันลอบกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาสัมผัสลูบไล้ไหล่เนียนของมุกอย่างเสียไม่ได้
"คุณมุกครับ... คืนนี้ด้านล่างปิดทำความสะอาดระบบความปลอดภัยครับ หัวหน้าสั่งห้ามเข้าเด็ดขาด" การ์ดร่างใหญ่เอ่ยเสียงอึกอัก ท่าทางเริ่มสับสนด้วยแรงราคะที่มุกป้อนเข้าใส่ข้างหูอย่างจงใจ
มุกไม่รอช้าแสร้งทำเป็นหัวเราะเยาะในลำคอเบา ๆ ขยับตัวเบียดชิดกอดก่ายรอบคอการ์ดหนุ่ม ดึงมือหนาของมันมาวางแปะลงบนสะโพกผายตึงแน่นของเธอแล้วออกแรงขยับถูไถสะโพกบดเบียดเป้ากางเกงของการ์ดหนุ่มจนเริ่มแข็งขยายตัว "อย่าใจร้ายสิคะ... หรือต้องให้มุก 'ปรนเปรอ' ให้ตรงนี้ก่อนผู้ดูแลถึงจะยอมใจอ่อนจ๊ะ? ซี้ด... ดูสิคะ หน้าอกหน้าใจมุกตึงไปหมดแล้ว..." มุกพ่น Dirty Talk ยั่วยวนดวงตาปรือสบตากับการ์ดอีกสองคนที่ยืนมองตาค้างอย่างถ้ำมองกระสันอยากสวิงกิ้งเริงสวาท
ในจังหวะที่หัวหน้าการ์ดยอมสยบกอดรัดนัวเนียลูบคลำเต้าใหญ่คัพ E ของมุกอย่างเมามัน ผมใช้ช่วงเวลาทองนี้เบี่ยงตัวขยับเข้าประชิดประตูเหล็ก ดึงแฟลชไดรฟ์เจาะระบบที่มุกซ่อนไว้ในร่องอกลึกส่งผ่านมาให้ผมในคราบการกอดลาอย่างหวาดเสียวลนลาน ผมดึงบัตร Member 39 สีดำออกมาสไลด์ผ่านช่องอ่านรหัสระบบอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา ไฟสัญญาณสีเขียวบนแป้นกดรหัสสว่างวาบขึ้นเงียบ ๆ ผมกดปุ่มรหัส PIN 4 หลัก 9969 สะเดาะระบบล็อคโดยด่วน
เสียงกลไกประตูปราสาทเหล็กเลื่อนเปิดแกรกเบา ๆ ลึกลับล่อตา ผมหันไปสบตากับมุก มุกส่งสัญญาณขยิบตาตอบอย่างรู้กันพร้อมทั้งแสร้งกอดจูบดูดลิ้นนัวเนียเบี่ยงเบนความสนใจการ์ดหนุ่มต่ออย่างถึงพริกถึงขิงเพื่อเปิดช่องให้ผมแทรกตัวผ่านประตูเหล็กและก้าวเดินสไลด์ลงบันไดสลัวอย่างเงียบกริบดั่งเงาหมาป่า
บันไดคอนกรีตอับชื้นลาดต่ำลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แสงไฟสีแดงนีออนนำทางสลัวรำไร ยิ่งเดินลึกต่ำลงไปเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ด้านบนยิ่งเบาลงจนกลายเป็นเสียงสะเทือนอึกทึกในทรวงอก ทว่าบรรยากาศความร้อนรุ่มของราคะกลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศอุตสาหกรรมที่ทำงานส่งเสียงหึ่ง ๆ ในห้องควบคุมระบบไอที
ผมสืบเท้าก้าวเดินผ่านประตูเหล็กบานสุดท้ายเข้าสู่ห้องนิรภัยเซิร์ฟเวอร์หลักที่หนาวเย็นจัด ลมแอร์เป่าปะทะผิวกายจนผมหนาวสะท้านสลับกับเหงื่อกาฬที่ผุดซึมเต็มแผ่นหลังด้วยความกดดัน รอบตัวมีเพียงตู้เซิร์ฟเวอร์โลหะสีดำสนิทสูงท่วมหัววางเรียงรายหลายสิบตู้ แสงไฟ LED สีเขียวและน้ำเงินกะพริบถี่รัวดั่งสัญญาณชีวิตของปีศาจข้อมูลแบล็กเมล์
ผมรีบก้าวเท้าตรงไปยังเครื่องแม่ข่ายหลัก (Center Host Module) ที่มีป้ายรหัสสัญญาณกะพริบสีแดงเด่นชัด หยิบแฟลชไดรฟ์จิ๋วสีดำสนิท (USB Payload Tool) ที่โบว์เตรียมไว้ขึ้นมา สอดเสียบเข้าพอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.0 สีฟ้ากึ่งกลางหน้าจอควบคุมระบบทันที!
หน้าจอแอลซีดีแสดงแถบสถานะการประมวลผลข้อมูลสีน้ำเงินกะพริบรัว:
[SYSTEM DETECTED: USB PAYLOAD ACTIVE]
[INITIALIZING SECURE ERASE SCRIPT...]
[WIPING DATA ALL HARD DRIVES: 0%... 5%... 12%...]
ผมเกร็งกล้ามท้องกำหมัดแน่นเฝ้ามองแถบตัวเลขที่ขยับขึ้นทีละนิดอย่างบีบหัวใจ เวลาข้อมือเตือนเหลืออีกเพียงห้านาทีสุดท้ายก่อนที่ชายหน้ากากทองคำจะสั่งล็อคดาวน์เครื่องแม่ข่ายและเริ่มทำการสตรีมมิ่งไลฟ์สดประจานครอบครัวผม หากไดรฟ์ลบข้อมูลไม่แตะระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ในตอนนี้ ชีวิตและอาชีพครูของครูอัญชลี รวมถึงเกียรติยศของแพรและแม่มลคงต้องล่มสลายแตกดับลงทันที
ผมเฝ้าจับตามองตัวเลขที่ค่อย ๆ คลานอย่างเนิบช้าในความมืดสลัวใต้แสงไฟสีเขียวและน้ำเงินกะพริบวิบวับ หัวใจเต้นหนักโครมครามพลางย้อนนึกถึงสตรีที่รอคอยผมอยู่ข้างนอก ทั้งแพรที่มอบกายและใจให้ผม โบว์ที่เคารพรักผมสุดหัวใจ และครูอัญชลีที่ฝากชีวิตข้าราชการครูไว้กับผมในค่ำคืนวิกฤตนี้ ผมไม่อาจยอมแพ้ต่อภัยคุกคามของสมาคม Eclipse ได้เด็ดขาด
เสียงพัดลมตู้เซิร์ฟเวอร์คำรามต่ำก้องห้องนิรภัยที่เงียบสงัด คล้ายกับมีเสียงฝีเท้าแผ่วเบากำลังก้าวเดินเข้าใกล้
25%... 40%... 55%...
ผมลุ้นตัวโก่งเหงื่อเย็นหยดไหลย้อยลงข้างแก้ม สวดภาวนาให้ความสามารถทางไอทีของโบว์ทำงานได้รวดเร็วเพียงพอตามเป้าหมาย
72%... 85%... 93%...
อีกอึดใจเดียวเท่านั้น... อีกเพียงไม่ถึงสี่สิบวินาทีระบบการทำลายไฟล์แบล็กเมล์ถาวรทั้งหมดก็จะสมบูรณ์แบบเสร็จสมอารมณ์หมายทวงแค้น
ทันใดนั้นเอง...
เสียงกลไกประตูเหล็กด้านหลังห้องนิรภัยเซิร์ฟเวอร์สไลด์เปิดออกเสียงดังกริบทำลายความเงียบงัน ลมหายใจของผมสะดุดหยุดกึกดั่งหัวใจร่วงหล่นลงตาตุ่ม ผมรีบเอี้ยวตัวหันกลับไปมองทันควัน
ภายใต้แสงสีฟ้าและเขียวที่สั่นไหวกะพริบรัวของตู้เซิร์ฟเวอร์ เงาร่างของชายหนุ่มร่างสูงในสูทสีกรมท่าภูมิฐานสวม **"หน้ากากสิงโตทองคำคำราม"** ก้าวเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ มั่นคง แววตาสีแดงฉานประดุจปีศาจลอดผ่านช่องตาสองข้างของหน้ากากทองคำสะท้อนแสงไฟโลหะน่ากลัว
ในมือขวาของมัน ถือปืนพกสั้นสีดำสนิทกระบอกปืนยาวเรียวติดท่อเก็บเสียงเงียบ (Silenced Pistol) ยกเล็งพุ่งตรงมาที่กึ่งกลางหน้าผากของผมในระยะห่างไม่ถึงสามก้าว!
"หึ... คิดว่าลูกไม้ตื้น ๆ ของพวกมึงจะรอดพ้นสายตากูไปได้เหรอ? วิน..." ชายหน้ากากทองคำเอ่ยเสียงทุ้มต่ำหัวเราะสะใจในลำคอลึกลับเยาะหยัน "เดชาทำเสียเรื่องไปคนหนึ่งแล้ว มึงยังกล้าสะเดาะประตูเข้ามาเจาะเซิร์ฟเวอร์กูอีกเหรอ? ดึงแฟลชไดรฟ์นั่นออกช้า ๆ... ไม่อย่างนั้นกระสุนปืนกระบอกนี้จะเจาะกะโหลกมึงให้แตกคาตู้เซิร์ฟเวอร์คืนนี้เลยจ้ะหลานเขยสุดที่รัก!"
ผมแข็งเกร็งยืนนิ่งลมหายใจหอบสะท้าน นิ้วมือขวาของมันเริ่มออกแรงเกร็งบีบไกปืนพร้อมเหนี่ยวไกสังหารปลิดชีพผมในวินาทีฉับพลัน ความตึงเครียดของวิกฤตความลับราคะที่พร้อมจะแตกสลายคืบคลานประชิดราวกับแขวนอยู่บนเส้นด้าย บีบหัวใจให้เต้นระทึกขวัญในห้วงตัณหาขีดสุดเลยทีเดียว!