อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 107

    อลินตาไม่ได้สนใจว่าน้าปลายนภาของเธอจะโกรธสุดติ่งแค่ไหน หญิงสาวยังคงถามต่อทั้งที่อยู่ต่อหน้า คุณพิศเพลินพิศสมัย และทนายความประจำตระกูล

                    “แล้ว...” ถามลากเสียงยาว พลางปลายตามองไปที่แขนของน้าปลายนภา

                    “แขนคุณน้า ไปโดนอะไรมา?พันผ้าทำไม?” อลินตาหายสงสัยแล้วว่าน้าปลายนภาของเธอนั้นที่แท้ก็คือร่างทรงให้กับปีศาจอสูรกายดำเพราะในน้ำชาที่แม่บ้านมุกนวลหวังจะให้เธอดื่มนั้น มันเป็นน้ำชาผสมยาพิษอาคมหากใครได้ดื่มจะถึงตายหรือไม่ก็เป็นเจ้าหญิงนิทราไปตลอดชีวิต

                    แต่ถ้าหากใครหรือผู้ใด ที่ถูกภูตผีปีศาจสิงสู่อยู่ในร่างหรือว่าเล่นคุณไสยมนต์ดำไปสัมผัสหรือว่าโดนร่างกายเข้าเช่นน้าปลายนภาของเธอ ก็จะทำให้เป็นแผลเป็นจนกว่าจะได้รากของว่านรสโอสถซึ่งเป็นว่านที่ถอนเฉพาะพิษร้ายชนิดนี้มาประคบเท่านั้นจึงจะหาย แต่กระนั้นก็จะยังมีรอยแดงจางๆ ติดกาย อลินตารู้ข้อนี้ดีตั้งแต่เห็นยาพิษนั่นแล้วด้วยซ้ำ ก็จะไม่ให้รู้ได้อย่างไรในเมื่อสารพิษทุกชนิดที่มีอาคม หรือมนต์ดำที่เจือด้วยยาพิษ สิ่งเหล่านี้อลินตาได้รับการถ่ายทอดความรู้และถ่ายทอดวิชาการแก้พิษบางส่วนจากปู่นาคเจ้าแห่งพิษแทบทั้งสิ้น...

                    ทางด้านปลายนภารู้สึกอึดอัดและไม่ค่อยพอใจเป็นอย่างยิ่งที่อลินตาถามอะไรมากมายต่อหน้าแขกซึ่งก็คือพยานสำคัญในการรับฟังพินัยกรรมในครั้งนี้ แต่ดูเหมือนว่าพยานจะไม่รู้เรื่องอะไรนอกจากยิ้มให้กำลังใจปลายนภา เนื่องจากว่าคุณพิศเพลินพิสมัยเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกับปลายนภาและก็รู้ด้วยว่าปลายนภาเป็นผู้ดูแลมรดกในส่วนของคุณดารารายแม่ของอลินตาทั้งหมดมาโดยตลอด

                    และที่รู้ๆมานั้น คุณดาราราย แม่ของอลินตาได้รับมรดกตกทอดเท่าๆ กับปลายนภา แต่ทว่ามรดกจากทางฝั่งสามีของคุณดารารายนี่สิที่ไม่ธรรมดาเพราะเรียกได้ว่าเมื่อมรดกของทั้งสองมารวมกันก็เข้าขั้นเศรษฐีติดอันดับในเมืองไทยได้เลยและมรดกทั้งหมด ปลายนภาคือคนดูแล นี่แหละที่คุณพิศเพลินพิสมัยลุ้นว่าคุณดารารายนั้น จะแบ่งมรดกอย่างไรเพราะอีกคนคือน้องสาวที่คอยดูแลผลประโยชน์ให้กับตนเองมาโดยตลอด ส่วนอีกคนคือลูกสาวคนเดียวของเธอ ซึ่งไม่เดาก็พอจะรู้ว่าอลินตาน่าจะได้เยอะแต่สำหรับปลายนภา ก็น่าจะได้ไม่น้อยคุณพิศเพลินพิศมัยคิดอย่างคนที่อาบน้ำร้อนผสมน้ำเย็นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมทนายสุวิทย์ ทหนายประจำตระกูลก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพเป็นทางการ

                    “เอาล่ะถ้าพร้อมกันแล้ว ผมจะเริ่มเลยนะครับ” ทุกคนไม่ตอบอะไรแต่นั่งนิ่งเป็นสัญญาณบอกให้ทนายซึ่งเป็นผู้ถือรายละเอียดพินัยกรรมทั้งหมดรับรู้ว่าพร้อมเปิดพินัยกรรมแล้ว ทนายสุวิทย์เหลือบมองไปทางปลายนภาเล็กน้อย ปลายนภาเองก็สบตาตอบกลับมาเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างที่อลินตาไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย!

                    สัญญาณที่ว่านั่นคือปลายนภาได้ทำการแปลงสารเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างในพินัยกรรมซึ่งงานนี้ปลายนภาจ่ายให้กับทนายสุวิทย์ไม่ใช่น้อย!! โดยเฉพาะคฤหาสน์หลังนี้ที่ปลายนภาต้องการมากที่สุดเพราะมันสามารถใช้เป็นแหล่งกบดานชั้นดีของนายท่านได้!

                    ขณะเดียวกันทางด้านเจ้าภูแสนที่มาพบกับคุณจอร์น เพื่อสอบถามประวัติของอลินตาคร่าวๆหลังจากพูดคุยกันจบเจ้าภูแสนก็เดินออกมาจากโรงแรมอำมาฤทธิ์ ด้วยท่วงท่าสง่างามเจ้าภูแสนสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงขาวยาวที่ดูแว้บเดียวก็รู้ว่ามียี่ห้อรองเท้ามันวับ เครื่องแต่งกาย ทั้งนาฬิกาเอย แว่นตาเอย เดินผ่านผู้คนต้องมีเหลียวหลังมองตามด้วยแววตาเคลิบเคลิ้ม

                    แต่ถ้าเป็นชายด้วยกันก็เขม่นมองแบบอิจฉานิดๆนอกจากเสื้อผ้าที่ดูดีแล้ว เจ้าภูแสนยังมีผิวพรรณขาวใสออร่าที่บางครั้งดูออร่าผิดปกติจากมนุษย์ธรรมดาไปมากรวมทั้งร่างกายที่กำยำสมส่วน บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก เอ๊ะ!ทำยังกับโฆษณาชวนเชื่อของผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายกระนั้นล่ะ ไหนจะหน้าตาที่คมคายคิ้วเข้ม ผมที่เข้าทรง แหม.. อยากจะทะลุเข้าไปจุ๊บเบ้าแก้มให้สักทีสิน่า เมื่อเจ้าภูแสนก้าวยาวๆเข้ามานั่งในรถ ซึ่งมีอวยชัย และชัยยันต์นั่งประจำการรออยู่ เจ้าภูแสนก็ออกคำสั่งทันที

                    “กลับเชียงราย ตอนนี้เลย!”ชัยยันต์ได้รับคำสั่งก็ออกรถตั้งแต่ผู้เป็นนายสั่งยังไม่ทันพูดจบประโยคด้วยซ้ำฝั่งอวยชัยซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ชัยยันต์ก็ถามขึ้น มีท่าทีเกรงใจไม่น้อย

                    “เป็นยังไงบ้างเจ้าได้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับแม่หญิงอลินตาบ้างหรือไม่?” เจ้าภูแสนถอดแว่นออกแล้วมองออกไปทางด้านหน้ารถ พลางเอ่ยขึ้น

                    “สำหรับอลินตาโหราตระกูล คุณจอร์นก็รู้เท่าที่พวกเรารู้ แต่ที่น่าแปลกใจนั่นคือทำไมพ่อกับแม่ของอลินตา ต้องหอบลูกหนีจากบ้านเกิดมาปักหลักที่กรุงเทพฯทั้งที่ตอนนั้น ธุรกิจของพวกเขาในเชียงรายกำลังไปได้สวยมันมีเหตุผลอะไรที่ทั้งสองคนหนีจากตรงนั้นมา?” สองลูกน้องนั่งฟังนิ่งเงียบส่วนเจ้าภูแสนก็เล่าต่อเหมือนกับว่าแค่เล่าเพื่อระบายสิ่งที่สงสัยอยู่ในใจให้ใครสักคนฟังเสียมากกว่า

                    “แต่.. ที่น่าแปลกไปกว่านั้น?”เจ้าภูแสนพูดน้ำเสียงเบาเล็กน้อย คล้ายกำลังคิดตามสิ่งที่พูด

                    “คุณดารารายแม่ของอลินตาคือหนึ่งในผู้ที่เชี่ยวชาญด้านเส้นด้ายที่จะนำไปทอผ้า และที่สำคัญ คุณดารารายกับเนตรนภาญาติผู้น้องของอลินตาทอผ้าเก่งและทอผ้าได้สวยมาก ชนิดที่ทางมหาวิทยาลัยต้องขอยืมผ้าที่เนตรนภาทอไปขึ้นโชว์ในหอผ้าคู่กับผ้าที่คุณดารารายผู้เป็นป้าของเธอทอเอาไว้อีกด้วย!!”ชัยยันตร์กับอวยชัยมองสบตากันทันที เรื่องนี้น่าสงสัยจริงๆ ด้วยเจ้าภูแสนเงียบไปสักพักก่อนจะพูดต่อ

                    “ทำไมฉันถึงรู้เรื่องนี้ก็เพราะตามประวัติทางมหาวิทยาลัยที่คุณดารารายเคยศึกษาถึงกับสดุดีขึ้นชื่อของคุณดารารายในคณะที่เธอศึกษาอยู่เนื่องจากสมัยเป็นนักศึกษาคุณดารารายเคยได้รับรางวัลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายซึ่งคุณจอร์นรู้ดีเพราะว่าคนที่แนะนำอลินตาให้คุณจอร์นรู้จักเคยศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับคุณดาราราย คุณจอร์นถึงได้รู้จักกับอลินตา” คราวนี้สององครักษ์มองหน้ากันอย่างรวดเร็วก่อนจะอุทานพร้อมกัน

                    “อย่าบอกนะว่า...”สองลูกน้องยังไม่ทันพูดต่อ เจ้าภูแสนกลับพูดแทรกเข้าประเด็นที่ตนกำลังสงสัยยิ่ง

                    “มันน่าแปลกตรงที่ เนตรนภาเป็นหลานแต่กลับสืบทอดเรื่องการทอผ้าจากคุณดารารายราวกับสอนเพื่อให้สืบทอดวิชานี้แบบตัวต่อตัวแต่อลินตากลับไม่ได้เรียนและศึกษาในคณะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย!!!”เมื่อพูดมาถึงตรงนี้เจ้าภูแสนก็ไม่รอช้า ออกคำสั่งกับลูกน้องตนรวดเร็ว

                    “วันนี้ที่ตระกูลของอลินตามีการเปิดพินัยกรรม และอลินตาก็อยู่ที่นั่นด้วยอวยชัยนายไปสืบให้ฉันที ว่าอลินตาได้รับมรดกอะไร ที่นอกเหนือไปจากมรดกปกติทั่วไปเก็บรายละเอียดแล้วรายงานฉันทั้งหมด ภายในค่ำนี้”

                    “ครับเจ้า..” อวยชัยรับคำแข็งขัน

                    ทางด้านคฤหาสน์โหราตระกูลเมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ทนายสุวิทย์ทนายความประจำตระกูลก็หยิบเอกสารทั้งหมดออกมาจากในแฟ้มที่ตนเองเก็บไว้เป็นอย่างดีทนายสุวิทย์นั้นเป็นคนที่คุณดารารายไว้ใจเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่สมัยมีชีวิตอยู่จนกระทั่งเธอได้ตายจากโลกนี้ไปความไว้ใจนั้นก็ยังคงมีอยู่เสมอมา

                    แต่ทว่า..ทนายสุวิทย์หาเป็นคนที่ไว้ใจได้ไม่ เมื่อปลายนภาเสนอเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเพื่อให้ทนายสุวิทย์ปลอมแปลงเอกสารยกมรดกบางส่วนและคฤหาสน์โหราตระกูลหลังนี้ให้กับปลายนภาเป็นผู้ครอบครองซึ่งปลายนภาก็ได้ยื่นข้อเสนอถูกที่ถูกเวลา เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทนายสุวิทย์กำลังย่ำแย่เรื่องเงินเนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำทนายสุวิทย์คิดปลอบใจตัวเองลึกๆ ว่าอย่างน้อยปลายนภาก็ไม่โลภเอาสมบัติของอลินตาไปจนหมดอีกอย่างเขาก็มีลูกๆ ที่ยังเรียนไม่จบ และครอบครัวที่ต้องประคับประคอง นั่นจึงทำให้ทนายสุวิทย์รับข้อเสนอของปลายนภาแทบจะในทันที!

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน