" คัท "
สิ้นเสียงะโของเนวาน บรรยากาศกดดันเมื่อครู่ก็ถูกทำลายลง เจม่อนไม่สนใจสายตาของไลเซนทัลที่จ้องมองตนเองเขม็งแล้วเดินออกไปหาเนวานที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยความเบิกบานใจ
" ดีมากเจ อารมณ์ที่แสดงออกมายอดเยี่ยมมาก "
เจม่อนยิ้มรับอย่างถ่อมตน หางตาเห็นไลเซนทัลที่เจอราร์ดพยุงตัวขึ้นมากำลังเดินมาทางพวกตนด้วยสีหน้าบึ้งตึงก็ยิ้มเยาะอยู่ภายในใจ
การแสดงเมื่อครู่เขาตั้งใจตบหน้าพ่อพระเอกนั่นจริงๆ ไปครั้งหนึ่งส่วนครั้งอื่นๆ เขาใช้มุมกล้องถ้าไม่สังเกตให้ดีจะไม่มีทางรู้แน่นอนว่าเขาตั้งใจทำ ที่ไลเซนทัลมีสีหน้าบึ้งตึงขนาดนั้นคงเพราะโมโหที่เขาตบหน้าไปนั่นแหละ
ชาติก่อนเ้าของร่างเดิมก็เคยถูกไอ้คนหลงตัวเองนี้แกล้งผิดคิวอยู่บ่อยๆ เจม่อนไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าไลเซนทัลจงเกลียดจงชังอะไรเ้าของร่างเดิมนัก จากความทรงจำที่มีอยู่เ้าของร่างเดิมแทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับไลเซนทัลเลยนอกจากการร่วมงานในบางครั้ง แล้วไอ้ที่บอกว่าเ้าของร่างชมชอบไอ้คนหลงตัวเองก็เป็เื่เพ้อเจ้อทั้งเพ
เ้าคนหลงตัวเองนี่ก็มั่นหน้ามั่นโหนกจนอยากทุบให้หลังหักหลังเชื่อคำพูดเพ้อเจ้อจนสร้างความลำบากให้เ้าของร่างอยู่บ่อยครั้ง ต่อจากนี้เขาจะทำให้เ้าตัวไร้ประโยชน์นั่นพบเจอกับความลำบากแบบที่เ้าของร่างพบเจอบ้าง
" ไลเซนนายเองก็ยอดเยี่ยมมากรักษามาตรฐานไว้นะ "
เนวานเห็นไลเซนทัลเดินมาก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดหวงคำชม ไลเซนทัลเห็นแบบนั้นก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมาอีกได้แต่กล้ำกลืนความไม่พอใจลงไป
เจม่อนพูดคุยกับเนวานอีกเล็กน้อยจึงแยกตัวออกไปเพราะวันนี้ฉากของเขาถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไลเซนทัลอยากตามไปก็ทำไม่ได้เพราะถูกเนวานรั้งไว้พูดคุยเื่ฉากต่อไป
เมื่อเห็นเจม่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วฮาร์ดี้ที่รออยู่ด้วยรอยยิ้มเบ่งบานก็รีบเดินเข้ามาหา
" เจมีข่าวดีนายอยากฟังไหม "
พอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของฮาร์ดี้เจม่อนก็เดาได้ว่าข่าวดีที่ว่าต้องน่าตื่นเต้นมากแน่นอน
" อืม "
" เมื่อกี้ตอนที่นายเข้าฉากอยู่ทางทีมงาน Running Star ติดต่อเข้ามาอยากให้นายเข้าร่วมถ่ายทำ "
เจม่อนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจคิดไม่ถึงว่าจะมีเื่ดีขนาดนี้ด้วย
" เป็ข่าวดีจริงๆ ด้วย "
" ดีมากเลยล่ะ ฉันเชื่อว่านายจะเป็ที่รู้จักในวงกว้างแน่นอน "
" ดูเธอจะเชื่อมั่นในตัวฉันมากเลยนะดีดี้ "
ฮาร์ดี้พยักหน้ารับอย่างไม่คิดปิดบังเพราะเธอเชื่อความสามารถของเจม่อนจริงๆ เจม่อนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาในความมั่นอกมั่นใจของผู้จัดการสาวคนนี้ของตัวเองไม่ได้
" แน่นอนฉันเชื่อว่านายต้องทำได้ "
" เอาล่ะๆ ฉันจะพยายามไม่ทำให้เธอผิดหวังนะ ตอนนี้เรากลับไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่าไหมเธอไม่ได้บอกเหรอว่าอยากเจอว่าที่แฟนของฉันน่ะ "
" เขามาแล้วเหรอ "
" ยังหรอกแต่น่าจะถึงตอนเย็นๆ "
ฮาร์ดี้พยักหน้ารับรู้เพราะเธอตั้งใจจะสแกนคนคุยของเจม่อนอย่างจริงจัง ถ้ามีอะไรไม่น่าไว้ใจเธอจะตัดไฟเสียแต่ต้นลม เธอจะไม่ปล่อยให้ใครมาเป็อุปสรรคของศิลปินในการดูแลคนนี้ของเธอเด็ดขาด
เจม่อนมองเห็นแววตาจริงจังของฮาร์ดี้ก็หัวเราะออกมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
สองคนหนึ่งสัตว์เดินทางกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมด้วยความเบิกบานใจโดยมีสายตาอาฆาตของไลเซนทัลติดตามไปจนลับสายตา อันที่จริงเจม่อนรับรู้ได้ถึงการจ้องมองของไลเซนทัลแต่เขาไม่สนใจ
หลังจากกลับถึงห้องพักและทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจม่อนจึงล็อกอินเข้าโลกออนไลน์ระหว่างรออัลดริชมาถึง
เมื่อพูดถึงอัลดริช ชายหนุ่มติดต่อเขามาั้แ่เมื่อคืนว่าจะมาหาใน่เย็นเพราะติดภารกิจบางอย่าง
" เ้านายมีข่าวของอสรพิษนั่นด้วยล่ะ " อสรพิษที่คิตตี้พูดถึงหมายถึงวิคตอเรียนั่นเอง
" ว้าว ยาของเ้านายยังเจ๋งเหมือนเดิมเลย ยอดเยี่ยมที่สุด " คิตตี้ยกอุ้งเท้าอวบอ้วนของตัวเองทำท่าคล้ายคนชูกำปั้นให้เจม่อนอย่างนับถือ แต่พอมองดูในมุมของเขาแล้วมันดูเหมือนแมวกวักมากกว่า
เจม่อนเลื่อนดูคลิปตัดต่อมากมายที่ถูกนำมาโพสต์ของรายการวาไรตี้ Running Star เทปล่าสุดที่เพิ่งออกอากาศไปอย่างเพลิดเพลิน เมื่ออ่านคร่าวๆ ก็พอสรุปใจความได้ว่าในวันถ่ายทำรายการวันแรกนั้นก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรมาก แต่พอเช้าวันต่อมาแขกรับเชิญและทีมงานรายการ Running Star ก็ได้กลิ่นเหม็นเกินบรรยายจากตัวของวิคตอเรียที่สำคัญตัวของวิคตอเรียเองกับไม่ได้กลิ่นนั้น ทีมงานให้หญิงสาวไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ยังคงมีกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไม่หาย สุดท้ายจึงต้องส่งตัววิคตอเรียออกจากรายการไป
และเพราะอาการของวิคตอเรีย ทางทีมงานและแขกรับเชิญจึงเกิดความกังวล ทางรายการจึงต้องยุติการถ่ายทำทั้งหมดทันที ทำให้รายการ Running Star เทปนี้เป็เทปที่ออกอากาศได้สั้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ส่วนวิคตอเรียแว่วมาว่าตอนนี้อยู่โรงพยาบาลเพราะเ้าตัวคิดว่าระหว่างถ่ายทำคงเผลอไปััอะไรเข้าจึงทำให้เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น
และคงเพราะมันเป็ข่าวเกี่ยวกับนางฟ้าของกาแล็กซีอย่างวิคตอเรียและวาไรตี้ Running Star เป็รายการยอดนิยมอันดับต้นๆ ผู้คนจึงให้ความสนใจจนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและติดเทรนด์ดวงดาวในเวลาไม่นาน
#การถ่ายทำที่สั้นที่สุดในประวัติการของ Running Star@แนบคลิปถ่ายทำรายการ
#เื่เหลือเชื่อจาก Running Star@แนบคลิปถ่ายทำรายการ
#กลิ่นไม่พึงประสงค์ของนางเอก ว. @แนบคลิปถ่ายทำรายการ
/ ชาวเน็ต 1 : อู้วววววว ใครจะไปคิดว่า ว. มีกลิ่นชวนอ้วกแบบนี้ นี่ขนาดไม่ได้กลิ่นเองยังรู้สึกขมคอเลย (。ꏿ﹏ꏿ。) ノ /
/ ชาวเน็ต 2 : ヾ (•﹏•) ดูจากหน้าแขกรับเชิญคนอื่นแล้วฉันไม่อยากจะจินตนาการถึงมันเลย /
/ ชาวเน็ต 3 : (;⌣̀_⌣́) เอิ่ม... ช่างเป็เทปที่น่าจดจำจริงๆ /
/ ชาวเน็ต 4 : เธอไปทำอะไรมาถึงมีกลิ่นแบบนั้น หรือเป็โรค?? /
/ ชาวเน็ต 5 : โรค!! (⚆д⚆) โรคอะไรน่ากลัวขนาดนี้ แล้วแบบนี้ทีมงานกับแขกรับเชิญคนอื่นจะติดไปด้วยหรือเปล่า!! /
/ ชาวเน็ต 6 : เห็นทางโปรดิวเซอร์โพสต์ลงบล็อกว่าหยุดถ่ายทำแล้วนะ น่าจะพากันไปเช็กที่ รพ.หรือเปล่า (||_ _|||) /
/ ชาวเน็ต 7 : นางฟ้าของฉันเป็อะไรไป ไม่นะ (┳‸┳) /
/ ชาวเน็ต 8 : ฉันเป็ทีมงานในวันนั้นขอบอกเลยว่ากลิ่นมันเหลือจะรับจริงๆ???? /
/ ชาวเน็ต 9 : ถึงเธอจะสวยแต่ถ้ากลิ่นจะเหลือรับขนาดนี้ก็ไม่ไหวนะ /
/ ชาวเน็ต 10 : หรือเธอจะป่วยจริงๆ ミ (☉﹏☉) ミ /
/ ชาวเน็ต 11 : ۹ (ÒہÓ) ۶ โรคอะไรที่ทำให้ตัวเหม็นขนาดนั้น จะว่าไปเธอก็น่าสงสารนะ /
เจม่อนอ่านคอมเมนต์ไปก็หัวเราะไป คนพวกนี้ช่างจินตนาการกันจริงๆ แต่ก็พอเข้าใจได้ อยู่ๆ คนคนหนึ่งก็เกิดมีกลิ่นเหม็นตลบอบอวลออกมาเป็ใครก็คงคิดว่าต้องเป็โรคอย่างแน่นอน
อ่านต่ออีกสักพักเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจอีกเจม่อนจึงล็อกเอาท์แล้วเริ่มปรุงยาเพิ่มอีก 2 ชนิด ชนิดแรกเป็ยาป้องกันพิษ ยาตัวนี้มีสรรพคุณป้องกันสารพิษและสิ่งที่เป็อันตรายต่อร่างกายทุกชนิด เขาปรุงเผื่อไว้เพื่อความอุ่นใจของตัวเองล้วนๆ ดูอย่างวิคตอเรียสิโดนวางยาอะไรไปยังไม่รู้ตัวเลยสักนิด ถึงบนโลกแห่งนี้จะค่อนข้างแตกต่างจากอาณาจักรเวทมนตร์แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนแปลกประหลาดอยู่ทุกประเภท กันไว้ก่อนดีกว่าประมาทเลินเล่อ
ส่วนอีกตัวเป็ยาเสริมความงาม
ใช่!! ฟังไม่ผิดหรอก มันคือยาเสริมความงามจริงๆ
มีใครบ้างไม่รักสวยรักงาม ยิ่งเขาเป็นักแสดงที่ต้องอาศัยหน้าตาทำมาหากินแล้วด้วยยิ่งสำคัญ เขาตั้งใจว่าจะปรุงมากินเองแล้วจะทำออกมาวางขายด้วย แต่เื่วางขายนั้นต้องปรับคุณสมบัติสักหน่อยคงจะปล่อยให้มีผลอลังการเหมือนของตนไม่ได้ไม่อย่างนั้นอาจนำภัยมาสู่ตัวได้
อีกอย่างในสัญญาทาสที่เ้าของร่างเซ็นไว้ไม่อนุญาตให้ศิลปินในสังกัดทำธุรกิจส่วนตัวใดๆ ได้ ไม่เช่นนั้นต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลเพื่อแลกกับการทำธุรกิจนั้น รอเขากำจัดต้นสังกัดเหลือบไรนั่นได้ก่อนค่อยทำออกมาวางขายก็ยังไม่สาย
และอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาเลือกทำยาเสริมความงามก็คือ วันนี้เป็วันพิเศษ!! เขาจะต้องดูดีที่สุด
พอยัดยาที่ปรุงเสร็จหมาดๆ เข้าปากแล้วเจม่อนก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อนเพราะยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดหมาย
โรงพยาบาลเอกชนลาซาโร
ภายในห้องผู้ป่วย VIP มีเสียงวัตถุกระทบพื้นแตกกระจายเป็ระยะแต่เสียงดังกล่าวไม่ได้เล็ดลอดออกไปภายนอกแม้แต่น้อย ดังนั้นคนที่อยู่ด้านในจึงยิ่งลงมือโดยไม่ต้องเกร็งใจอะไรทั้งสิ้น
เอมอนยืนหลบมุมอยู่ห่างจากวิคตอเรียที่อาละวาดราวกับเสียสติมาได้เกือบครึ่งชั่วโมงหลายเมตรด้วยความรำคาญและรังเกียจอย่างปิดไม่มิด ด้านข้างไม่ไกลจากกันมากนักมีมาร์ตินยืนกอดอกนิ่งไม่มีท่าทางว่าจะเข้าไปห้ามปรามเช่นกัน
คนทั้งสองสวมหน้ากากป้องกันชนิดพิเศษไว้บนใบหน้าที่ทางโรงพยาบาลจัดหาให้เป็พิเศษเพราะกลิ่นเหม็นที่ออกมาจากตัวของวิคตอเรียนั้นรุนแรงมาก ถึงตอนนี้แพทย์ยังหาสาเหตุไม่ได้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรจึงได้ให้วิคตอเรียแอดมิดเพื่อรอผลไปก่อน
วิคตอเรียอาละวาดจนรู้สึกเหนื่อยจึงได้หยุดมือ ข้าวของที่เสียหายเธอไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าต้องจ่ายค่าชดเชยเท่าไร ตอนนี้เธอสนใจแค่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเท่านั้น
ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอรู้สึกเสียหน้าและอับอายมากแค่ไหนที่คนอื่นมองมาที่เธอราวกับเป็ของสกปรก ขนาดคุณพ่อและพี่ชายยังไม่คิดจะเข้ามาเยี่ยมเธอ
พอพูดถึงพ่อและพี่ชาย วิคตอเรียพลันรู้สึกถึงความไม่มั่งคงและหวาดกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ ั้แ่เธอบังเอิญรู้เื่นั้นเข้าโดยบังเอิญทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีก
เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเพราะอะไรถึงต้องเป็เธอตลอดที่ต้องพบเจอกับเื่ราวเลวร้ายแบบนี้
" อารมณ์เย็นลงแล้วใช่ไหม " มาร์ตินเห็นว่าวิคตอเรียสงบลงแล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะแข็งกระด้างเล็กน้อยเพราะเ้าตัวเองก็อารมณ์ไม่ดีไปมากกว่ากันเท่าไร
วิคตอเรียไม่ตอบแต่สีหน้าบึ้งตึงกับท่าทีแข็งกร้าวบ่งบอกได้ว่าเธอพร้อมที่จะะเิได้ทุกเมื่อทำให้มาตินกระแทกเสียงออกมาอย่างเหลืออด
" ถ้าเธอยังมัวเสียสติอยู่แบบนี้ก็อย่ามานั่งเสียใจที่ตามไอ้เด็กสวะนั่นไม่ทันก็แล้วกัน "
" พี่หมายความว่าอะไร "
" ฉันได้ข่าวจากวงในว่าเทปต่อไปของ Running Star มีเจม่อนเข้าร่วมรายการด้วย "
" เป็ไปไม่ได้ "
" เป็ไปแล้ว และจะเริ่มถ่ายทำต่อจากเทปของเธอที่เพิ่งออกอากาศไปด้วย หรือพูดง่ายๆ ก็คือมาแทนที่เธอไงล่ะ "
พอได้ยินแค่นั้นวิคตอเรียก็กรีดร้องออกมาอย่างคลุ้มคลั่งแต่พอมาร์ตินพูดเสียงเข้มจึงหยุดชะงักทันที
" ถ้าเธอไม่กลัวว่าไอ้สวะนั่นจะเหยียบหัวเธอขึ้นไปก็โวยวายต่อไปเถอะ "
วิคตอเรียดวงตาแดงก่ำดวงความโกรธ แต่ความเกลียดชังที่มีต่อเจม่อนทำให้เธอระงับอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ต่อให้โลกนี้มีคนก้าวข้ามผ่านเธอไปมากมายเท่าไรเธอก็ไม่สนใจ แต่คนเดียวที่เธอยอมไม่ได้เด็ดขาดก็คือเจม่อน
ต่อให้ตายเธอก็ไม่ยอม!!
" พี่ต้องช่วยฉันนะ "
" งั้นเธอก็ต้องเชื่อฟังฉัน เื่อื่นฉันจะจัดการเอง "
มาร์ตินพยักหน้าอย่างพอใจ เดิมทีเื่ของวิคตอเรียจัดการได้ง่ายมากเพียงแค่แถลงข่าวนิดหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว แต่ประวัติอันไม่น่าอภิรมย์นี้คงจะตามติดตัววิคตอเรียไปตลอดแล้ว
" ได้ฉันจะเชื่อฟังพี่ "
" ดี เธอก็รักษาตัวให้ดี ส่วนไอ้สวะนั่นฉันจะจัดการเอง "
มาร์ตินหันไปกำชับเอมอนให้อยู่ดูแลวิคตอเรียอีกสองสามคำแล้วออกจากห้องพักไป แต่เพราะอยู่ในห้องนานเกินไปกลิ่นเหม็นจึงติดตัวชายหนุ่มออกมาด้วย มาร์ตินที่ได้รับสายตาและท่าทางรังเกียจจากผู้คนที่เดินผ่านจำนวนมากจึงเร่งฝีเท้ากลับยานอวกาศส่วนตัวให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้จัดการตัวเองให้เรียบร้อยและทำตามแผนที่วางไว้
ริมชายหาด
เจม่อนนั่งไกวชิงช้าไปมาอย่างเชื่องช้าระหว่างมองดูพระอาทิตย์ดวงโตกำลังจะตกดิน เสียงคลื่นสาดซัดกระทบฝังบวกกับสายลมยามเย็นยิ่งทำให้บรรยากาศยามโพล้เพล้ดูสงบและสวยงามเป็พิเศษ
" เธอว่าพระอาทิตย์ที่นี่จะเป็ดวงเดียวกับที่บ้านของเราหรือเปล่า " อยู่ๆ เจม่อนก็รู้สึกคิดถึงอาณาจักรเวทมนตร์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
จะว่าไปแล้วพวกเขาก็มาอยู่ที่นี่ได้เกือบสองสัปดาห์แล้วแต่ไม่นับว่านานอะไร ทำไมเขาถึงรู้สึกคิดถึงบ้านเสียแล้วล่ะ
" อาจจะดวงเดียวกันก็ได้นะเ้านาย ในหอสมุดยังเคยมีเขียนไว้เลยว่าพระอาทิตย์เป็จุดศูนย์กลางของจักรวาล บางทีมันอาจจะเป็ดวงเดียวกับที่บ้านของเราแต่อยู่คนละ่เวลาก็ได้ " คิตตี้ััได้ถึงความแปรปรวนทางอารมณ์ของเจม่อนจึงได้เอ่ยออกมา
" เธอว่าเราจะกลับไปได้อีกไหม "
พอมานั่งมองพระอาทิตย์แบบนี้เจม่อนจึงอดที่จะคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ เ้าหนังสือสีทองนั่นก็บอกเพียงแค่สิ่งที่เขาต้องทำแต่ไม่ได้บอกว่าจะพาเขากลับไปเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว
" เ้านายอยากกลับไปไหม "
คิตตี้เงยหน้ามองเจม่อนที่ยังคงเหม่อมองไปยังดวงอาทิตย์ด้วยดวงตาเรียวรีของมัน หากเจม่อนก้มลงมองตอนนี้จะเห็นว่าภายในั์ตานั้นมีแสงสีทองทอประกายเรืองรองอยู่
" ไม่รู้สิ ใจหนึ่งก็อยากจะกลับไปแต่อีกใจ... " เจม่อนรู้สึกสับสนขึ้นมาชั่วขณะทั้งที่นี่เป็แค่คำถามธรรมดาแต่เหตุใดเขาถึงตอบมันออกไปไม่ได้นะ
" ไม่ว่าเ้านายจะอยู่ที่ไหน คิตตี้ก็จะอยู่กับเ้านายด้วย เ้านายคือบ้านของคิตตี้ คิตตี้ก็คือบ้านของเ้านาย พวกเราเป็บ้านของกันและกัน เ้านายไม่ต้องคิดมากนะ ถ้าเ้านายอยากกลับไปคิตตี้จะช่วยเ้านายคิดหาวิธีอีกแรงแน่นอน "
เจม่อนก้มลงมองเ้าแมวอ้วนที่นานๆ ทีจะพูดอะไรจริงจังสักครั้งด้วยความแปลกใจ แต่คำพูดของคิตตี้กับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด
ใช่แล้ว เขายังมีคิตตี้อยู่ เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเสียหน่อย คงเพราะบรรยากาศพาไปถึงได้คิดอะไรเหลวไหลเพ้อเจ้อขึ้นมา
" ขอบใจนะคิตตี้ โชคดีจริงๆ ที่ฉันมีเธออยู่ด้วย "
" ใช่แล้วล่ะ เพราะเ้านายมีคิตตี้ถึงได้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้ได้ยังไงล่ะ "
เ้าแมวอ้วนได้ทีก็ยกยอตนเองเสียยกใหญ่ แต่ก็ปฏิเสธคำพูดของมันไม่ได้จริงๆ เพราะถ้าเขาไม่มีคิตตี้การใช้ชีวิตคงลำบากกว่านี้หลายเท่า
" ว่าแต่เ้านายดีดี้ไปไหนซะแล้วล่ะ ไหนว่าจะมาสแกนพ่อหนุ่มน้อยของเ้านายยังไงล่ะ "
ที่คิตตี้เรียกอัลดริชว่าหนุ่มน้อยก็เพราะว่าพวกมันในโลกเวทมนตร์อายุปาเข้าไป 300 ปีแล้ว พอมาที่โลกนี้ก็มีอายุ 125 ปี เอาอายุสอง่ชีวิตมารวมกันก็ 425 ปีเข้าไปแล้ว อายุขนาดนี้ที่กาแล็กซีฟิวเจอร์สตาร์ถือว่าอยู่ใน่วัยเกษียณแล้ว
" เห็นว่ามีรายการอะไรสักอย่างติดต่อเข้ามาอีกก็เลยออกไปคุยรายละเอียดน่ะ "
ผู้จัดการของเขาคนนี้ก็ขยันเสียเหลือเกิน แต่ให้เธอมีชีวิตชีวาแบบนี้แหละดีแล้วชดเชยที่ชีวิตก่อนของเธอต้องตากตำทำงานหนักแทบไม่หลับไม่นอนจนสุขภาพทรุดโทรมเร็วกว่าคนในวัยเดียวกัน จากความทรงจำของเ้าของร่างฮาร์ดี้นั้นมีสุขภาพไม่ดีมาตลอด ตอนที่เ้าของร่างตายไปฮาร์ดี้ก็สุขภาพย่ำแย่มากแล้ว
อืม... เห็นทีเขาต้องปรุงยาปรับสภาพร่างกายให้ฮาร์ดี้เสียหน่อยแล้ว ถึงตอนนี้เธอจะดูสุขภาพแข็งแรงปกติแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่ทรุดลงในวันข้างหน้านี่นา
ในขณะที่พวกเจม่อนกำลังขบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยชิงช้าที่ไกวไปมาช้าๆ พลันถูกใครคนหนึ่งทำให้หยุดชะงักลง
" คิดอะไรอยู่ครับเ้าแมวน้อย "
" ดริช!! ใหมดเลย "
เจม่อนยกมือขึ้นลูบหน้าอกตัวเองปรอยๆ ด้วยความใ เมื่อครู่เขากำลังคิดอะไรเพลินๆ จึงไม่ได้คิดว่าจะมีใครเข้ามาประชิดตัวกะทันหันแบบนี้ แต่ทำไมคิตตี้ไม่เตือนเขาล่ะ
เหมือนได้ยินคำถามเสียงของเ้าแมวอ้วนจึงปรากฏเข้ามาในโสตประสาทของเจม่อนได้พอเหมาะพอเจาะ
' ขอโทษนะเ้านายฉันเห็นเขามาแต่แรกแล้ว เลยไม่อยากอยู่เป็ก้างขวางคอน่ะ คุยกันเสร็จเดี๋ยวคิตตี้กลับมานะ '
เ้าแมวอ้วนนี่รู้ดีจริงๆ
เจม่อนเลิกสนใจคิตตี้แล้วเงยหน้าขึ้นมองอัลดริชตรงๆ ตอนนี้ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังของเขา มือสองข้างคว้าจับเชือกชิงช้าเอาไว้ ใบหน้าและลำตัว่บนโน้มลงมามองเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
" คุณมาั้แ่เมื่อไรครับทำไมไม่โทรบอกผมล่ะ คุณดูผอมลงหรือเปล่าครับเนี่ย "
เจม่อนอดที่จะยื่นมือไปลูบแก้มตอบของอัลดริชไม่ได้ ดูเหมือนคนตรงหน้าจะผอมลงกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกไม่น้อย
เมื่อเห็นดวงตาสีชมพูแวววาวหม่นแสงลงเล็กน้อยเพราะเป็ห่วงตน หัวใจเ็าของอัลดริชราวกับถูกมือปริศนาคว้าจับเอาไว้แล้วบีบเบาๆ แม้ไม่เจ็บแต่ก็ยังทรมานเล็กน้อยแต่เหนือกว่านั้นคือความสุขใจที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันแตกต่างจากความสุขใจที่ได้รับจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูง
อัลดริชจับมือบางที่ลูบแก้มตัวเองไว้แล้วเดินอ้อมมานั่งคุกเข่าข้างหนึ่งด้านหน้าเจม่อนเพื่อจะได้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน
" คุณเป็ห่วงผมเหรอ " ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มยังคว้ามือเล็กที่ตัวเองกุมอยู่มาจูบเบาๆ ทีหนึ่งด้วย
เจม่อนรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้รังเกียจหรืออึดอัดกับความใกล้ชิดนี้
" อย่าซนสิครับ ลุกขึ้นเถอะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะไม่ดีนะ "
อัลดริชไม่ขยับแต่พูดเื่อื่นขึ้นมาแทน
" คุณบอกว่ามีอะไรจะบอกกับผมไม่ใช่เหรอครับ "
" ลุกขึ้นมาพูดกันดีๆ สิครับ มานั่งกับผมก็ได้ชิงช้าออกจะใหญ่ "
อัลดริชไม่อิดออดอีกรีบขยับตัวขึ้นไปนั่งข้างเจม่อนอย่างว่าง่าย แต่พอนั่งด้วยกันจริงๆ เจม่อนกับรู้สึกว่าชิงช้านี้ออกจะแคบไปหน่อยจริงๆ
" ให้ผมนั่งที่พื้นก็ได้นะ " เมื่อเห็นว่าที่นั่งคับแคบทันทีที่ตัวเองนั่งลงอัลดริชก็อดที่จะเสนอความคิดไม่ได้
" ไม่เป็ไรครับเรามาคุยธุระของเราดีกว่า "
อัลดริชรีบปิดปากเงียบทำท่าทางรอฟังอย่างตั้งอกตั้งใจจนเจม่อนหัวเราะออกมาไม่คิดอยากแกล้งคนตัวโตตรงหน้าอีก
" ที่คุณเคยถามผมไว้ ผมว่าผมมีคำตอบแล้ว " เจม่อนมองตอบั์ตาคมเข้มที่จ้องมองตนเองไม่ขยับก่อนยิ้มออกมา
" เรามาลองคบกันดูไหมครับ "
" ตกลงครับ "
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าตอบรับแทบจะทันทีที่ตัวเองพูดจบเจม่อนก็อดเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยไม่ได้
" นี่คุณจะไม่คิดสักนิดเลยเหรอครับ "
" ผมคิดมาดีแล้วครับ ผมแค่รอคำตอบของคุณเท่านั้น "
อัลดริชยิ้มกว้างจนใบหน้าหล่อเหลาแต่เดิมยิ่งอบอุ่นมากขึ้น มือใหญ่ที่กุมมือของเจม่อนไว้ตลอดยิ่งเกาะกุมไว้แน่นขึ้นราวกับว่ากลัวคนตรงหน้าจะเปลี่ยนใจ
" เป็แฟนผมไม่ง่ายเลยนะครับ "
อัลดริชมองใบหน้างดงามราวกับภาพฝันที่เอียงหน้ามองมาด้วยดวงตาเป็ประกายสดใสก็อดที่จะเหม่อมองด้วยความตกตะลึงไม่ได้
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเ้าแมวน้อยตัวนี้งดงามเย้ายวนใจมากกว่าครั้งแรกที่เจอกันนะ งดงามราวกับว่าไม่มีอยู่จริง
" แต่เป็แฟนผมง่ายนิดเดียว "
" ง่ายขนาดนั้นเลย? "
" ใช่ครับ แค่คุณรักผมให้มากๆ ก็ใช้ได้แล้ว "
เจม่อนหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ พ่อหนุ่มน้อยร่างหมีคนนี้จีบคนได้เห่ยจริงๆ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ เขาชอบ!!
" ได้สิครับ แต่ผมมีข้อแม้อยู่ 3 ข้อหวังว่าคุณจะไม่ฝ่าฝืนมัน "
" ว่ามาเลยครับ ผมพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด " อัลดริชทำท่าวันทยหัตถ์รอฟังคำสั่ง
" ข้อแรกผมไม่ชอบคนไม่ซื่อสัตย์ ผมหวังว่าเราจะซื่อสัตย์ต่อกันเสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง ข้อสองอย่าโกหกหรือปิดบังอะไรกันในเื่ระหว่างเราสองคน เราไม่จำเป็ต้องแชร์กันทุกเื่ก็ได้แต่อย่าปิดบังกันจนเกิดเื่เข้าใจผิดในภายหลัง ส่วนเื่งานผมจะไม่บังคับคุณให้บอกแน่นอน และข้อสุดท้ายเราจะไม่ก้าวก่ายความเป็ส่วนตัวของกันและกันเกินไป ผมและคุณจำเป็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่ เราจะไม่ก้าวก่ายในพื้นที่ส่วนตัวนั้น คุณทำได้ไหมครับ "
อัลดริชมองเจม่อนอย่างจริงจังอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่คิดว่าข้อแม้ของเจม่อนจะเป็เื่พวกนี้ และเขาเห็นด้วยทุกอย่าง
" ได้ครับ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง แต่ผมหวังว่าในเวลาที่คุณเจอเื่ลำบากอะไร ผมอยากให้คุณนึกถึงผมก่อนเป็คนแรก ถึงผมจะไม่ใช่พระสันตะปาปา (1) ที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่ผมก็พร้อมที่จะปกป้องคุณเสมอ ผมอยากให้คุณจำไว้ว่าผมเป็คนรักของคุณไม่ใช่คนอื่น "
เจม่อนมองสีหน้าจริงจังของอัลดริชก็ได้แต่ยิ้มออกมา หัวใจที่สับสนอยู่ในตอนแรกพลันสงบนิ่งมากขึ้น แม้จะไม่ถึงขั้นหลงรักคนตรงหน้าแต่ความชอบที่มีให้ก็มากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
" ขอบคุณนะครับดริช "
" ผมขอเป็ขอบคุณแบบอื่นแทนได้ไหม "
เจม่อนเห็นั์ตาคมเข้มทอประกายเ้าเล่ห์ก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าหมายถึงอะไร
" ได้สิครับ "
ไม่รอให้เจม่อนพูดอะไรต่ออัลดริชก็รวบเอวคนร่างบางตรงหน้ามากอดไว้แล้วก้มลงจูบบนกลีบปากสีเชอรี่อวบอิ่มตรงหน้าทันทีอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป
หมายเหตุ
1) พระสันตะปาปาเป็ตัวแทนนักบวชที่มีพลังทางจิตเหนือธรรมชาติ เป็พลังที่ต่างจากค่าพลังมวลกาย ผู้ที่เป็นักบวชจะมีความสามารถเหนือธรรมชาติ อาทิเช่น บางคนสามารถทำนายดวงชะตาได้ บางคนสามารถใช้พลังรักษาหรือทำร้ายคนได้ แต่นักบวชจะมีร่างกายที่อ่อนแออย่างมากเพราะไม่มีค่าพลังมวลกายเหมือนประชากรดวงดาวทั่วไป และผู้ที่ขึ้นเป็สันตะปาปาได้จะเป็ผู้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุด จึงเป็ที่เคารพและสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจของผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในกาแล็กซีฟิวเจอร์สตาร์
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)