ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 106 พบตัวแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบ

    อาจารย์ไม่แม้แต่จะเหลือบมองวิญญาณที่เหยียบอยู่ใต้เท้าเขาเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

            แต่นักพรตวิญญาณที่ถูกกดอยู่บนพื้นกลับแสดงความหวาดกลัวตัวสั่นระริกก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ปรมาจารย์โปรด…โปรดไว้ชีวิต ฉันไม่ได้มีทางเลือก ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ!”

            “ไม่มีทางเลือกงั้นหรือ พูดมาสิ ฉันอยากฟัง”อาจารย์กล่าวเย็นชา

            ผมจ้องมองนักพรตวิญญาณวัยกลางคนที่ถูกกดไว้กับพื้น

            นักพรตวิญญาณไม่รีรอ เขากล่าวด้วยความตื่นตระหนก “ฉัน…ฉันเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อน ไม่มีที่พึ่งพิง…สอง…สองเดือนก่อนฉันได้พบกับนายท่าน…ไม่สิ ได้พบกับนักพรตคนหนึ่ง เขาเรียกตัวเองว่า‘นักพรตเก้าศพ’ เขาสอนวิธีกลืนกินวิญญาณเพื่อฝึกตนให้ฉันบอกให้ฉันฝึกฝนที่สุสานร้างแห่งนี้ และทุกเดือนฉันต้องมอบ ‘เนื้อแห้ง’ให้เขาห้าชิ้น ซึ่งก็…ก็คือวิญญาณที่เพิ่งตายไปไม่เกินสามเดือนเหล่านี้!”

            เขาพูดพลางชี้ไปที่ดวงวิญญาณที่ยืนเหม่อลอยอยู่

            “โอ้? แล้วนอกจากพวกนี้ในโพรงไม้นั่นยังมีอีกเท่าไหร่” อาจารย์ถามต่อ

            นักพรตวิญญาณตอบโดยไม่ลังเล “ทั้งหมด…ทั้งหมดสิบตน!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาจารย์พยักหน้าก่อนหันมาส่งสัญญาณให้ผมตรวจสอบโพรงไม้

            ผมพยักหน้ารับ ก่อนเดินไปที่โพรงต้นไม้ ยื่นมือเข้าไปคลำหาภายใน

            เพียงไม่นานก็รู้สึกถึงบางสิ่ง

            มันเย็นยะเยือก นิ่ม และชื้น

            ผมออกแรงดึง และทันใดนั้นเองวิญญาณดวงหนึ่งก็ถูกดึงออกมา

            เมื่อร่างของเธอปรากฏเป็นรูปร่างผมพบว่าเธอเป็นหญิงสาววัยประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี

            ผมไม่รู้จักเธอ

            แต่ผมไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยื่นมือกลับเข้าไปอีกครั้ง

            สัมผัสเย็นชื้นเช่นเดิม และเมื่อลากวิญญาณนั้นออกมาก็ต้องตะลึง

            เธอคือหลี่เสี่ยวหมิ่น คนที่เราตามหา!

            ผมอดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์! พวกเราพบหลี่เสี่ยวหมิ่นแล้ว!”

            เรารับงานนี้มาเพื่อค้นหาวิญญาณของเธอ

            หากทำสำเร็จ รายได้ครั้งนี้อย่างต่ำต้องหกหลักแน่นอน

            อาจารย์หันมามองหลี่เสี่ยวหมิ่น แต่ในจังหวะเดียวกันนักพรตวิญญาณที่ถูกเหยียบอยู่กลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

            ร่างกายของมันหดตัวลงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันสีดำ!

            “ฟุ่บ!” ร่างของนักพรตวิญญาณสลายกลายเป็นสายลมดำพัดหายเข้าไปในพงหญ้าด้านข้าง

            “อาจารย์! มันหนีไปแล้ว!” ผมร้องด้วยความตกใจ

            อาจารย์ขมวดคิ้ว สีหน้าถมึงทึง “บัดซบ ฉันประเมินมันต่ำไป!”

            เขาหันขวับไปยังทิศที่วิญญาณหลบหนี ก่อนพูดกับผมอย่างรวดเร็ว “ฉันจะไล่ตามมันไปนายเก็บวิญญาณพวกนี้ใส่ถุงมิติไว้ให้หมด รอฉันกลับมา!”

            สิ้นเสียง อาจารย์ก็พุ่งตัวตามไปโดยไม่รอให้ผมตอบกลับ

            “อาจารย์ ระวังตัวด้วย!” ผมตะโกนตามหลังไป

            ร่างของอาจารย์หายลับไปในเงามืด ผมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติและลงมือทำตามคำสั่งทันที

            ผมเปิดถุงเครื่องมือแล้วค้นหาสิ่งที่อาจารย์พูดถึง

            ถุงมิติคือถุงพิเศษที่ใช้เก็บวิญญาณ ด้านนอกถักทอด้วยเส้นป่านละเอียดบนผิวถุงมีสัญลักษณ์ยันต์แปดทิศและลวดลายหยินหยางล้อมรอบปากถุงใช้เชือกสีแดงรัดแน่น

            เมื่อพบแล้ว ผมหันไปมองกลุ่มวิญญาณที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับก่อนจะสะบัดถุงเปิดออก แล้วครอบลงไปเหนือศีรษะของพวกมัน

            เมื่อปากถุงสัมผัสกับวิญญาณร่างของพวกมันก็สลายเป็นควันแล้วถูกดูดเข้าไปภายในถุงมิติอย่างรวดเร็ว

            สิบดวงวิญญาณ รวมถึงหลี่เสี่ยวหมิ่นถูกดูดเข้าไปจนหมดในเวลาไม่นาน

            ผมลองเปิดถุงมองเข้าไปข้างในเห็นเพียงกลุ่มควันดำม้วนตัวอยู่เป็นชั้นๆ บางครั้งก็เห็นแขน ขาหรือใบหน้าปรากฏขึ้นเลือนราง เมื่อบีบดูถุงมิติก็ยืดหยุ่นเหมือนอัดแน่นไปด้วยอากาศ

            ผมรีบปิดปากถุงให้แน่น แล้วนั่งรออาจารย์กลับมา

            แต่ในขณะนั้นเอง…

            กระแสลมเย็นยะเยือกพลันพัดวูบผ่านแผ่นหลังของผม

            มันไม่ใช่ลมธรรมดา แต่เป็นลมที่อบอวลไปด้วยปราณหยิน

            ร่างของผมแข็งค้างไปชั่วขณะ สัญชาตญาณเตือนให้ผมระวังตัว

            ผมไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชักแส้กระดูกงูออกมาจากเอวแล้วฟาดกลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

            “เพียะ!”

            พร้อมกันนั้น ผมก็หันขวับไปดู และสิ่งที่เห็นทำให้หัวใจผมกระตุก

            มันคือนักพรตวิญญาณวัยกลางคนที่หนีไปเมื่อครู่!

            มันกลับมาแล้ว!

            การโจมตีของผมเมื่อครู่ไม่โดนมันแต่ยังบังคับให้มันต้องถอยห่างออกไปได้

            “ไหวพริบดีเหมือนกันนี่!” มันกล่าวเสียงเย็นชา

            “แกกล้ากลับมางั้นเหรอ!”ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มือกำแส้กระดูกงูแน่นไม่กล้าประมาท

            นักพรตวิญญาณวัยกลางคนไม่เสียเวลาพูดมากเขาจ้องมองผมก่อนพูดอย่างเฉียบขาด “ไอ้หนูคืนเนื้อแห้งของฉันมา!”

            ผมก้มมองถุงมิติในมือ ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่มีทาง!”

            ใบหน้าของนักพรตวิญญาณบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยความเย็นชา “ไม่มีทางงั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น ฉันจะฆ่าแกก่อนที่อาจารย์แกจะกลับมา!”

            “ไอ้เศษสวะอย่างแกน่ะเหรอ คิดจะฆ่าฉัน!”ผมตะโกนกลับอย่างไม่เกรงกลัว

            ก่อนหน้านี้อาจารย์เคยบอกไว้ชัดเจน ยิ่งกลัว พวกมันยิ่งได้ใจ

            อีกอย่าง มันถูกอาจารย์โจมตีไปก่อนหน้านี้ พลังของมันต้องลดลงแน่นอน และอาจารย์ก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานต้องกลับมาแน่!

            “ไอ้เด็กบัดซบ! ในเมื่อไม่รู้จักพูดจาดีๆฉันก็จะเอามันคืนมาเอง!”

            สีหน้าของนักพรตวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน มันก้าวเข้ามาหาผมอย่างช้าๆพร้อมกับปล่อยพลังอาฆาตออกมา

            ผมถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะนำถุงมิติไปแขวนไว้ที่เอว

            มือซ้ายกำแส้กระดูกงูแน่น มือขวาชักกระบี่กระดูกปลาออกมาเตรียมพร้อมรับมือเต็มที่

            “ถ้าคิดว่าอาจารย์ไม่อยู่แล้วจะเล่นงานฉันได้ก็ลองดูสิ!”ผมตะโกนลั่น

            นักพรตวิญญาณเห็นว่าผมไม่ยอมคืนของดีๆ ก็ไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป

            ร่างของมันเริ่มปล่อยกลิ่นอายเย็นยะเยือกออกมา ก่อนคำรามก้อง “คืนเนื้อแห้งมา!”

            มันแผดเสียงก้อง พร้อมกับพุ่งเข้าหาผมกรงเล็บสีดำสนิทแหวกอากาศหมายจะฉีกร่างผมเป็นชิ้นๆ

            “ฝันไปเถอะ!” ผมตะโกน ก่อนสะบัดแส้เข้าใส่มันเต็มแรง

            “เพียะ!”

            แส้กระดูกงูฟาดลงกลางอากาศ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นนักพรตวิญญาณก็เข้าประชิดตัวผมได้ทันที!

            มันเงื้อกรงเล็บลงมาเต็มแรง ผมรีบยกกระบี่กระดูกปลาขึ้นปะทะ

            “ติ๊ง!”

            เสียงปะทะดังสนั่น แรงสะท้อนกลับทำให้ผมเซถอยหลังไปสองก้าว

            แม้ไอ้แก่นี่จะโดนอาจารย์เล่นงานจนบาดเจ็บและแม้อาจารย์จะจัดการมันได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับผมแล้วพลังของมันยังคงกดดันผมได้มหาศาล

            นั่นยิ่งตอกย้ำให้ผมตระหนักว่าระดับของผมกับอาจารย์ยังห่างกันมากเพียงใด

            นักพรตวิญญาณเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนพุ่งเข้าหาผมอีกครั้ง “ฆ่าแกแล้ว ฉันจะได้ครบสิบเอ็ดชิ้น!”

            มันตะโกนลั่น ก่อนจะง้างกรงเล็บหมายจะสับลงมาที่ผม

            ผมรีบพุ่งตัวหลบเฉียดฉิวรู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นยะเยือกเฉียดผ่านใบหน้า

            ผมตวัดกระบี่กระดูกปลาแทงสวนไปอย่างรวดเร็ว

            นักพรตวิญญาณสะดุ้ง ดูเหมือนมันจะไม่คิดว่าผมจะตอบโต้ไวขนาดนี้

            มันรีบถอยหลังเพื่อหลบ แต่ทันทีที่มันขยับแส้ในมือซ้ายของผมก็ตวัดออกไปอย่างไร้รอยต่อ

            “เพียะ!”

            เสียงแส้ฟาดกระแทกเข้าที่ไหล่ของมันเต็มแรง

            เพียงแค่การโจมตีเดียว ร่างของมันก็ปลิวกระแทกลงกับพื้นมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

            ผมเห็นดังนั้นก็รู้ว่านี่คือโอกาสดี จึงรีบพุ่งไปหมายจะปิดบัญชี

            แต่ทันทีที่ผมก้าวไปได้เพียงสองก้าว นักพรตวิญญาณเงยหน้าขึ้นดวงตาสีขาวซีดของมันจ้องมาที่ผมอย่างน่าสะพรึง

            มันกัดฟันขู่คำราม “ฉันสู้ไอ้แก่นั่นไม่ได้แต่เด็กเวรอย่างแก…ฉันต้องฆ่าให้ได้!”

            ทันใดนั้นเอง หมอกดำพลุ่งพล่านออกจากร่างของมันรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้มาก

            ไม่เพียงเท่านั้น ร่างของมันเริ่มสั่นสะท้าน ผิวหนังของมันฉีกขาดเป็นรอยแตกร้าวสีแดงเข้มราวกับว่ามีบางอย่างกำลังระเบิดออกมาจากภายใน…


    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน