ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    แมงป่องโลหิต

            ในภาพความทรงจำของต้าหมิงทันทีที่ชายชราหยดโลหิตของตัวเองลงไปบนไข่ของสัตว์เวท ไข่สัตว์เวทใบนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ผิวบนไข่ปรากฎลวดลายโบราณเต็มไปหมด

            และไม่ใช่แค่นั้นพลังชีวิตและกลิ่นอายของไข่ใบนั้นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดปรากฎการฟ้าดินแปรปรวนอย่างมาก บนท้องฟ้า กลิ่นอายของอสนีสวรรค์ปะทุอย่างรุนแรงราวกับไม่ยอมรับการปรากฎของไข่สัตว์เวทใบนี้

            “สายโลหิตของเทพอสูรมีพลังอำนาจที่ทรงพลังยิ่ง 1 แก่นแท้โลหิตสามารถเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่สวรรค์เป็นผู้กำหนดขึ้นมาได้ สัตว์เวทตัวนี้แต่เดิมคือสัตว์เวทที่แสนอ่อนแอ แต่เมื่อมันได้รับแก่นแท้โลหิตของเทพอสูรเข้าไปมันก็จะวิวัฒนาการขึ้นไปอีกระดับสู่ตัวตนใหม่ทันที” เสียงของชายชราดังขึ้น

            ต้าหมิงที่ได้ยินก็สั่นสะท้าน และจากนั้นภาพตรงหน้าของต้าหมิงก็เกิดเรื่องที่เหนือความคาดหมาย ไข่ที่ฟักออกมานั้นกลับกลายเป็นอสูรสายฟ้าคลั่งขึ้นมา

            “นี่มันเป็นไปไม่ได้” ต้าหมิงถึงกับตื่นตระหนก

            อสูรมายาที่ลึกลับกลับกลายเป็นว่ามันเกิดจากสัตว์เวทที่ได้รับแก่นแท้โลหิตของเทพอสูรเข้าไปทำให้มันเกิดการวิวัฒนาการกลายเป็นอสูรมายาในปัจจุบัน

            “ตัวข้ามีสายเลือดของเผ่าอสูรจริงๆสินะ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

            ตามจริงต้าหมิงรู้สึกตัวนานแล้วว่าในร่างกายนอกจากโลหิตมนุษย์ยังมีอีกสายโลหิตหนึ่งปรากฎหลังจากที่ฝึกฝนในห้องแรงกดดัน ถึงแม้จะเบาบางแต่สายโลหิตนี้แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด

            “หนึ่งหยดแก่นแท้โลหิตงั้นเหรอ” ต้าหมิงพยายามควบคุมโลหิตของเผ่าอสูรในร่างของตัวเองอย่างยากลำบาก

            แต่เมื่อต้าหมิงพยายามจะควบคุมสายโลหิตอสูรในครั้งแรกต้าหมิงกลับทำไม่สำเร็จ แต่ต้าหมิงก็ไม่ย่อท้อและทำต่อไปเรื่อยๆ

            จนเวลาผ่านไปครึ่งเดือน ในวันนี้เองต้าหมิงกฌควบคุมสายโลหิตอสูรในร่างได้ต้าหมิงควบแน่นสายโลหิตของตนเองให้กลายเป็นแก่นแท้โลหิต 1 หยดออกมา พริบตาเดียวที่ต้าหมิงควบแน่นแก่นแท้โลหิตออกมาได้และหยดลงไปบนไข่ของแมงป่องราชา

            ใบหน้าของต้าหมิงก็ซีดขาวทันที การสูญเสียแก่นแท้โลหิตอสูรในร่างที่มีอยู่น้อยนิดนั้นทำให้ร่างกายของต้าหมิงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

            “ในอนาคตข้าจะต้องปลุกพลังสายเลือดของเผ่าอสูรในร่างของข้าให้ตื่นขึ้นมาให้ได้” ต้าหมิงกล่าว

            หลังจากที่โลหิตของต้าหมิงหยดลงไปไข่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง กลิ่นอายโบราณก็ปรากฏบนไข่ของแมงป่องราชันพร้อมกับลวดลายโบราณ แต่ลวดลายโบราณที่ปรากฎไม่มากเท่ากับชายชราในภาพที่ต้าหมิงเห็นเรียกได้ว่าไม่สามารถเทียบกันได้เลย

            “หรือว่าแก่นแท้โลหิตของข้าจะอ่อนแอเกินไปจนไม่สามารถทำให้สัตว์เวทพัฒนากลายเป็นอสูรมายาได้” ต้าหมิงสรุปขึ้นมาในทันที

            ถึงแม้กลิ่นอายของไข่แมงป่องราชาจะแข็งแกร่งขึ้นแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นซึ่งมันทำให้ต้าหมิงผิดหวังอย่างมาก แต่ลวี่น้อยกลับมองไปที่ไข่สัตว์เวทด้วยสีหน้าอิจฉาเห็นได้ชัดมันก็ต้องการแก่นแท้โลหิตของต้าหมิงเช่นกัน

            “พอแล้วไม่ต้องมองข้าแบบนั้นข้าไม่เหลือแก่นแท้โลหิตแล้ว จากนี้ข้าจำเป็นต้องระวังการใช้แก่นแท้โลหิตของตัวเองให้มากขึ้นเพราะการฟื้นฟูนั้นยากเย็นอย่างมาก” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า

            หลังจากนั้นต้าหมิงก็หาถ้ำที่เป็นที่พักและเริ่มฟื้นฟูพลังของตัวเอง ด้วยการสูญเสียแก่นแท้โลหิตทำให้ต้ามหิงต้องพักฟื้นนานกว่าปกติ

            เวลาผ่านไปอีก 2 เดือน ต้าหมิงที่นั่งอยู่ก็ถอนหายใจออกมาตอนนี้ร่างกายของตนกลับมาอยู่ในสภาพสูงสุดแล้วแต่แก่นแท้โลหิตที่หายไปกลับไม่ฟื้นฟูขึ้นมาเลย และในวันนี้เองไข่ของแมงป่องราชันก็ปรากฏรอยร้าวออกมา

            “หรือว่ามันกำลังจะฟักแล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            จนถึงตอนนี้ต้าหมิงมีสัตว์เวทอยู่เพียงตัวเดียวก็คือลวี่น้อย ลวี่น้อยเป็นสัตว์เวทที่คอยช่วยให้ต้าหมิงสอดส่องศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ในด้านต่อสู้ลวี่น้อยค่อนข้างอ่อนแอดังนั้นต้าหมิงจึงไม่เคยให้ลวี่น้อยออกไปต่อสู้มาก่อน

            “แกร๊ก”

            “นี่มัน!!!!!!!!!”

            พริบตาที่เปลือกไข่หลุดออกมา ด้านในปรากฏแมงป่องสีแดงโลหิตตัวหนึ่ง กลิ่นอายที่ปล่อยออกมานั้นเทียบได้กับสัตว์เวทระดับ 3 ดาวอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่ต้าหมิงสนใจก็คือสีของสัตว์เวทตัวนี้

            ต้องรู้ก่อนว่าแต่เดิมแมงป่องราชันนั้นจะมีสีทองทุกตัวแต่ตอนนี้ลูกแมงป่องราชันกลับเป็นสีโลหิตและกลิ่นอายที่ดุร้ายของมันก็มากกว่าปกติ

            “หรือว่านี่คือผลของการใช้แก่นแม้โลหิต” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            ต้าหมิงทำการตรวจสอบอย่างระเอียดอยู่นาน หลังจากที่ตรวจพบว่านอกจากสีที่เปลี่ยนไปแล้ว หางของแมงป่องราชันเองก็เหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ซึ่งพิษของมันไม่ได้เป็นสีเขียวแต่เป็นสีแดง

            ต้าหมิงไม่รอช้ารีบทำพันธสัญญากับสัตว์เวทตัวนี้ทันที โชคร้ายที่ต้าหมิงยังไม่มีอุปกรณ์เอาไว้เก็บสัตว์เวท และตำราอสูรมายาเองก็ไม่อนุญาติให้สัตว์เวทธรรมดาๆเข้าไปอาศัยอยู่อีกด้วยเพราะงั้นต้าหมิงจึงต้องพาทั้งสองไปใหนมาใหนตลอดเวลา

            ขณะที่ต้าหมิงกำลังออกล่าสัตว์เวทอยู่นั้น ต้าหมิงก็ต้องแปลกใจกับแมงป่องโลหิต นามแมงป่องโลหิตเป็นต้าหมิงตั้งให้เพราะมันไม่เคยมีสัตว์เวทชนิดนี้ในทวีปฟ้าคราม

            “พิษของแมงป่องโลหิตเป็นพิษที่รุนแรงมากแถมมันยังแปลกเหลือเกินทันทีที่สัตว์เวทพวกนี้โดนพิษร่างกายก็จะปรากฎรอยช้ำสีโลหิตขึ้นมาก่อนจะหมดลมหายใจ หรือว่าพิษนี้มีผลในการทำให้โลหิตในร่างเน่าเสีย” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว

            พิษชนิดนี้ต้าหมิงไม่เคยพบแน่นอนและด้วยพลังของพิษถ้าจอมเวทย์ที่ยังไม่ถึงระดับขุนพลโดนเข้ามีหวังไม่บาดเจ็บเจียนตายก็ต้องตายอย่างเดียว

            “นั่นไง เจ้านั่นแหละที่เอาไข่ของสัตว์เวทไป” ในขณะที่ต้าหมิงกำลังยืนขบคิดอยู่เสียงคำรามก็ดังขึ้น

            ชายหนุ่มที่มีหูของหมาป่าและหางงอกออกมาก็คำรามและชี้ไปทางต้าหมิง ต้าหมิงจำได้ทันทีคนกลุ่มนี้คือครึ่งอสูรที่อยู่ในตอนนั้น ต้าหมิงแสดงสีหน้าเย็นชาก่อนจะหันไปทางพวกครึ่งอสูรทันที

            “แมงป่องนั่นหรือว่ามันจะฟักออกมาแล้ว ยอดเยี่ยมมากมันเกิดการวิวัฒนาการแล้ว เจ้าหนู เจ้าส่งแมงป่องตัวนั้นมาแล้วตัดแขนทั้งสองข้างออกแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” ชายหนุ่มคนหนึ่งมีเกล็ดสีเขียวบนใบหน้าเล็กน้อยกล่าวขึ้น

            กลิ่นอายของจอมเวทย์ระดับ 8 ถูกปลดปล่อยออกมาทันทีเห็นได้ชัดอีกฝ่ายต้องการจะใช้กำลังกับต้าหมิง

            “เจ้าไม่เห็นงั้นหรือว่าข้าทำสัญญากับสัตว์เวทตัวนี้ไปแล้ว” ต้าหมิงกล่าว

            “งั้นเหรอ ถ้างั้นก็มีแต่ต้องฆ่าเจ้าเท่านั้น” ครึ่งอสูรทั้งหมดต่างพากันระเบิดพลังเวทออกมาและเข้าโจมตีต้าหมิงทันที

            เมื่อถูกครึ่งอสูรเกือบ 10 คนโจมตีต้าหมิงกลับยังคงสงบ พริบตานั้นเองบนมือของต้าหมิงปรากฎตำราสีดำเล่มหนึ่งและต้าหมิงก็เปิดมันทันที

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน