***ลูกแห่งราชสีห์ [ไพไรต์]
"... อะไรวะเนี่ย? "
วันนี้เจอเรื่องให้ตกใจตั้งแต่เช้าเลยแฮะ
บนปากหลุมที่ใช้เป็นทางลัดสู่ดินแดนใต้พิภพนั้น กำลังมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ถูกขึงด้วยผืนผ้าใบสีขาวคลุมปิดเอาไว้อย่างมิดชิด
หากเงียหูฟัง ก็จะได้ยินเสียงทุบทำลายอย่างรุนแรงดังมาจากข้างในนั้น
พวกอสูรกายมันทำเชี่ยอะไรกับดินแดนของเทพเจ้ากันอยู่ฟะ?
ผมหันไปมองกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนที่กำลังเดินอยู่บนถนน
สายตาของพวกเขาบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ทำตามใจชอบกันน่าดูเลยนะ…”
ซุนไกท์ เพื่อนจากชนเผ่ากอลิล่าพูดพึมพำกับตัวเองอย่างโกรธแค้น
มือของเขากำแน่นจนเลือดสีฟ้าไหลซึมออกมาจากฝ่ามือ
ใช่ ทุกคนรู้กันแล้วว่าข้างใต้หลุมนี้มันเชื่อมต่อไปถึงดินแดนใต้พิภพซึ่งเป็นหนึ่งในบททดสอบของผม หรือก็คือเป็นหนึ่งในแปดของดินแดนเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา
ผมเป็นคนเล่าให้พวกเขาฟังเองแหละ
แต่ไม่มีใครคิดที่จะโวยวายหรือแสดงท่าทีต่อต้านออกมาในตอนนี้
เพราะพวกเรารู้ตัวกันดี ว่ายังไม่มีพลังมากพอจะไปสู้กับพวกอสูรกายได้
พวกเราทำได้แค่เก็บความไม่พอใจเอาไว้อยู่ข้างในไปก่อนเท่านั้น
“... เหมืองแร่โฮป? ”
บนผืนผ้าใบที่ปิดปากหลุมเอาไว้นั้น มีตัวอักษรของพวกอสูรกายเขียนเอาไว้อยู่เช่นนั้น
ชื่อนี้… เหมือนเคยได้ยินมาก่อนเลยแฮะ
“อ๊ะ…! นั่นโทแพซนี่? ก็ว่าเห็นออกมากจากหอพักก่อน มาอยู่ตรงนี้นี่เอง ให้ตายสิ สนิทกับพวกอสูรกายเกินไปหรือเปล่า? ”
ซุนไกท์ทักขึ้นในระหว่างที่พวกเรากำลังเดินไปนอกพื้นที่ของนอกเขตกักกัน
"... ยัยนั่นทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย? "
เพื่อนสมัยเด็กของผมกำลังนั่งร่วมกินขนมอยู่กับพวกอสูรกายอย่างสนิทสนมจนเกินกว่าเหตุ
จริงอยู่ว่าอาหารของพวกอสูรกายมันอร่อยและมีระดับสูงกว่าของพวกเรามากอย่างทาบไม่ติด แต่ไม่ใช่หมายความว่าจะกินได้ตามใจปากแบบนี้นะ
ถ้าโดนวางยาขึ้นมาจะว่ายังไง?
ผมรีบเดินเข้าไปหาเธอแทบจะในทันที
"อรุณสวัสดิ์ไพไรต์~ ซุนไกท์~ ท่านเทพโนอาร์~"
ผมไม่สนใจคำทักทายของเธอ แล้วเริ่มดมกลิ่นเพื่อตรวจสอบสารพิษในเค้ก
“ห้ามมาแย่งเค้กของเค้านะ! ”
โทแพซรีบหยิบจานของตัวเองขึ้นสูงเพราะความเข้าใจผิด
… เอาเถอะ จากระยะนี้ก็พอจะได้กลิ่นแล้วละ
ดูแล้วคงไม่ได้แอบวางยาพิษเอาไว้
ผมมองดูเพื่อนสมัยเด็กที่รีบยัดเค้กเข้าปากอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าจะโดนผมแย่งกิน
“ให้ตายสิ เธอเนี่ยนะ…”
ก่อนจะอมยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเธออยู่ภายในใจอย่างเงียบ ๆ
"ฮึบ! ไม่ยอมแพ้หรอก! "
"มีแผนอะไรแล้วสินะคะคุณโฮป"
"ใช่! "
"ถ้าต้องการคำปรึกษา ให้มาถามได้เลยค่ะ อย่าลืมว่าคุณยังมีเพื่อนอยู่นะคะ คุณพรุนเองก็เคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือคะ? "
"..."
ผมหันไปทางต้นเสียงที่วุ่นวายนั้น
ดูเหมือนว่าอสูรไร้ขนกับอสูรแมลงกำลังคุยปรึกษาอะไรกันสักอย่างอยู่
เดียวนะ… เมื่อกี้เหมือนพวกมันจะพูดว่า [โฮป] ใช่ไหม?
จำได้แล้ว อสูรไร้ขนที่ไว้ผมกระเซิงสีดำคนนั้นมีชื่อว่าโฮปนี่!
โฮป คนที่มีชื่อเดียวกับชื่อที่ปรากฏบนผืนผ้าใบซึ่งกำลังรุกรานดินแดนของเทพเจ้า
เป็นเรื่องบังเอิญ? ผมว่าไม่น่าใช่
บางทีเจ้านี่อาจจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับการรุกรานที่เกิดขึ้นนั้น
หรือบางทีอาจจะเป็นตัวการเองเลยเสียด้วยซ้ำ
"... ดีละ"
แบบนี้คงต้องหาโอกาสจับตัวมาถามเพื่อรีดข้อมูลหน่อยเสียแล้ว
***แม่สาวนมติดลบ [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
"อ๊ะแฮ่ม นักเรียนทุกคนจงฟัง วันนี้จะให้เข้าป่ากัน และห้ามออกไปไกลเกินกว่าแนวเขตแสงที่วางเอาไว้เด็ดขาด เพราะเลยจากเส้นแสงนั้น มันคือเขตที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ รวมไปถึงไม่มีเสาสัญญาณคลื่นรับส่ง เลยทำให้มีอันตรายสูงมาก”
อาจารย์ฮอร์เนสกำลังมอบบทเรียนวันนี้อยู่หน้าผืนป่าสีดำขนาดใหญ่
ป่าที่อยู่ตรงหน้ามันมีรูปทรงที่แปลกประหลาดมาก
โดยเฉพาะพวกพุ่มหญ้าที่มีใบสีดำเหล่านั้น มันดูคมกริบราวกับใบมีดเลยดอง แถมยังมีจำนวนมากเป็นพิเศษอีกด้วยดอง
“พุ่มไม้ที่เห็นเหล่านั้นคือ [พุ่มหญ้าดาบ] ก่อนอื่นต้องเตือนก่อนว่าใบไม้พวกนี้ถึงจะเปราะ แต่มันมีความคมสูงมาก ถ้าเดินไม่ระวัง อาจถูกเฉือนเนื้อออกไปได้ง่าย ๆ นอกจากใบไม้สีดำเหล่านี้แล้ว ยังมี [ต้นหอก] ที่สูงเพียงสิบเซนติเมตร แต่มันอันตรายตามชื่อของมัน เพราะปลายแหลมของมันจะมีความแข็งแรงพอที่จะทิ่มทะลุรองเท้าหนังได้ และยังมีต้น [น้ำมัน] ที่สามารถลุกไหม้ได้เอง ถ้าหากเผลอไปกระเทาะเปลือกมันออกมา ยังไงก็ให้ระวังตัวกันด้วย”
อาจารย์ฮอร์เนสกล่าวเช่นนั้น พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งชี้ไปชี้ที่ต้นไม้ผิวสีน้ำตาลที่มีใบไม้เป็นสีแดงคล้ายเปลวเพลิง
มันคือต้นไม้ชนิดเดียวกับที่ฉันเคยเจอในดินแดนใต้ดินเมื่อวันก่อนหน้านี้
ห้ามไปแตะต้องมันสินะดอง
“อย่างที่ทราบกันดีว่าสัตว์ป่าในทวีปนี้ส่วนใหญ่เป็นจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน และมีพิษกันเป็นส่วนมาก ถ้าพบตัวที่ดูท่าทางอันตราย ให้รีบติดต่อกลับมาหาอาจารย์อันที ส่วนภารกิจที่จะให้ทำ คือหัวข้อสำรวจอิสระ จะทำแผนที่ วิเคราะห์พืชพรรณ แร่ธาตุ สำรวจวงจรชีวิตสัตว์ จะอะไรก็ได้ ทำได้หมด ให้เวลาสามวันนะ”
อืม… อยากแอบออกไปสำรวจให้ไกลเกินกว่าที่พวกอาจารย์เคยสำรวจจังเลยดอง~
“สุดท้าย พวกเผ่าภูติกับเผ่ามนุษย์นก อย่าลืมนะว่าน่านฟ้าแห่งนี้อันตราย ห้ามบินสูงเกิน 15 เมตรเป็นอันขาดเชียวละ”
อาจารย์ฮอร์เนสเน้นเสียงดุย้ำเตือนเป็นการปิดท้าย
บางทีอาจจะรู้สึกไปเอง แต่เหมือนว่าเขาจะจ้องมาทางฉันเป็นพิเศษเลยละดอง
อืม… ฉันคงรู้สึกไปเองแน่ ๆ ดอง
“เริ่มภารกิจได้! ”
“โอ๊ววว! ”
ทันทีที่อาจารย์ให้สัญญาณ เหล่านักเรียนสาขาการทหารทั้งหมด 300 คน ก็เริ่มกรูเข้าป่ากันอย่างตื่นเต้น
แน่นอนว่ารวมไปถึงกลุ่มของพวกเราด้วย
“และนี่คือสมาชิกใหม่ของพวกเรา มาทำการแนะนำตัวกันหน่อยดอง! ”
ฉันเริ่มเปิดพิธีแนะนำตัวกลุ่มอยู่ตรงหน้าปากทางเข้าป่าสีดำในฐานะหัวหน้ากลุ่ม (ยังไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่ม)
เนื่องจากพวกเรามีนักเรียนแลกเปลี่ยน อีกทั้งมีคนเสียชีวิตไปจำนวนหนึ่งจากเหตุการณ์ปีศาจสีทองโจมตีตอนสอบกลางภาค เลยทำให้ทุกคนต้องมีการจัดกลุ่มขึ้นมาใหม่กัน
และคนใหม่ที่เพิ่มเข้ามานั้นมีตามนี้
“เนื่องจากกลุ่มเดิมของฉันย้ายหนีไปเรียนสาขาอื่นหมดแล้ว เลยต้องขอรบกวนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ ฉัน [ดิวซ์] ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
คนแรกคือดิวซ์ สตรีที่สวมชุดนักฆ่ารัดรูปผมสีดำยาว และมีผิวสีแทนผู้งดงาม เป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉันที่มีหุ่นและร่างกายอันอุดมสมบูรณ์ของเพศแม่จนน่าอิจฉา
“ผม [เอซ] ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลย ว่าน้องสาวของข้า ใครอย่าแตะ! ”
เอซ เพื่อนสมัยเด็กอีกคนที่ไม่อยากจะนับรวมว่าเป็นเพื่อนดอง
“... [ไพไรต์] จากชนเผ่าสิงโต”
ไพไรต์ ชนเผ่าท้องถิ่นที่มีขนดกสีทองดอง~
เห็นแผงคอเล็ก ๆ สีทองแถวคางของเขาทีไร มันก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากโกนทิ้งทุกทีเลยดอง
“ [โทแพซ] ชนเผ่าเสือค่ะ~”
โทแพซ จากชนเผ่าท้องถิ่นที่มีผมสีฟ้าตัดสั้น พร้อมกับมีหูและหางเสือที่น่ารัก
เธอเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์การเล่นซนของฉันกับเยลโล่ละดอง
“ [ซุนไกท์] จากชนเผ่ากอลิล่า! ”
ซุนไกท์ ชายสูงยาวเข่าดีหน้าหล่อไม่แพ้เอซ เห็นว่าเป็นเพื่อนของโทแพซ
“ [โนอาร์] เป็นหุ่นรับใช้หมายเลข 1332213 โมเดลชนเผ่าแมวค่ะ”
เมดแมวขนสีเงินที่ตัวสูงเพียง 133 เซนติเมตร
เธอเป็นคนที่พูดน้อย และเป็นคนที่ให้บรรยากาศบางอย่างที่คล้ายกับจาวิสของท่านพ่อ
...เดียวนะ เหมือนเมื่อกี้เธอจะพูดว่า [หุ่นรับใช้] หรือเปล่าดอง?
“ [วานาดิไนต์] ชนเผ่าหมี บุตรแห่ง [รูบี้] มาที่นี่เพื่อทำตามความคาดหวังของมารดา”
วานาดิไนต์ ชายที่จับฉลากเข้ามาร่วมกับกลุ่มของฉัน เขาเป็นชายตัวสูงเกือบสองเมตร มีผมสีแดงเพลิงยาวหวีเรียบ ตามแขนและขามีขนสีแดงหุ้มหนาฟูดูอบอุ่น
เป็นคนที่ดูแข็งแรงองอาจพึ่งพาได้คล้ายกับพรุนของพวกเราเลยละดอง
สายตาของเขาจับจ้องมาที่พรุนแบบไม่วางตาเลยละดอง
...อะไร คิดอยากจะจีบพรุนหรือยังไงดอง?
จาวิส ดิวซ์ พรุน โฮป เยลโล่ ไฮเจน แฟต โทแพซ ไพไรต์ โนอาร์ ซุนไกท์ วานาดิไนต์ และ เอซ รวมฉันด้วย ก็จะมีทั้งหมด 14 คน
นี่คือกลุ่มของฉัน กลุ่มพวกพ้องที่จะออกไปผจญภัยด้วยกัน
เอาละ ได้เวลาเริ่มการสำรวจแล้วดอง!
ทั่วทั้งวิสัยทัศน์ล้วนแต่เต็มไปด้วยสิ่งแปลกตา
ต้นไม้ที่มีเปลือกสีดำ พื้นหญ้าที่เต็มไปด้วยหนามแหลมและใบมีดอันคมกริบอันตราย
เสียงของสัตว์ร้ายที่ดังลอดมาจากพุ่มหญ้าหนาทึบ เสียงของนกที่กรีดร้องจนทำให้ตื่นตกใจ
แสงอันน้อยนิดที่ลอดผ่านแมกไม้ จนเหมือนกับว่าตนเองกำลังเดินอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวยามราตรี
การจัดลำดับทีมในกลุ่ม แบ่งออกเป็นแนวหน้า แนวหลัง และทีมสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
ต่างคนต่างระวังหลังให้กันและกัน จนมิตรภาพระหว่างพวกพ้องเบ่งบาน
ชายหญิงต่างเพศช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนบังเกิดเป็นเรื่องราวของความรัก
ได้ต่อกรกับอสูรที่ร้ายกาจ ได้เสียหงาดเหงื่อเพื่อเอาชีวิตรอด รวมไปถึงการฟันฝ่าอุปสรรค์ธรรมชาติที่โหดร้าย
นั่นคือเรื่องราวของการผจญภัยที่ฉันคิดเอาไว้
ใช่ มันควรจะเป็นการผจญภัยในดินแดนที่ไม่รู้จักของฉันเช่นนั้น
“ตรงนั้นคือ [เอลป์อาร์] เป็นต้นที่ให้ผลสีแดงหวานฉ่ำกรอบอร่อยมากเลย~”
“ส่วนต้นตรงนั้นคือต้นที่มีหนามแหลมอันตรายทั้งต้น พวกเราเรียกมันว่า [ต้นงิ้ว] ค่ะ เนี๊ยว~”
“ส่วนตรงนั้นคือ [อาบอก-กรีน] เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดไม่มีขา ตัวยาวสองเมตร หนังของมันใช้ทำ---”
โทแพซกับโนอาร์ที่พูดภาษาของพวกเราคล่องที่สุดในกลุ่ม กำลังทำหน้าที่เป็นไกด์นำทางที่ดีให้กับพวกเรา
พวกเขารู้หมดว่าตรงไหนคือรังของสัตว์ร้าย ควรเดินในเส้นทางไหนเพื่อเลี่ยงอันตราย รวมไปถึงมีความรู้พื้นฐานของป่าแห่งนี้อย่างดีเยี่ยมจนแทบไม่จำเป็นต้องสำรวจอีกต่อไป
มันก็แหง่ละ เพราะพวกเขาเป็นคนท้องถิ่นของที่นี่มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นการเดินป่าท่องเที่ยวมากกว่าเป็นการสำรวจไปซะงั้น
วีรกรรมที่ฉันวาดฝันเพื่อสร้างชื่อเสียงนั้น มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิดอง…
“บูว์~”
ไม่สนุกเลยแบบนี้
ฉันอยากได้อะไรที่มันดูน่าตื่นเต้นมากกว่านี้งะ!
“...โทแพซ #%^ [หุบเขาสีเทา] สิ”
ในตอนนั้นเองที่ไพไรต์กระซิบเป็นภาษาของตัวเองกับโทแพซ
แน่นอนว่าฉันยังฟังไม่ออกทุกคำ… แต่พอจะจับใจความสำคัญได้อยู่ดอง
“จะดีหรือ? ”
“ดีสิ @#$%^ เพื่อนเธอจะอยากไปไม่ใช่หรือ? ”
ไปไหน!? ไปไหน!? [หุบเขาสีเทา] คืออะไร? อยากไปสุด ๆ เลยดอง!
โทแพซทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะมองมาทางฉันทีหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองไพไรต์อีกที
เธอพยักหน้าให้กับไพไรต์แล้วเริ่มเปลี่ยนเส้นทางในทันที
พวกเราเดินตามโทแพซอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ตั้งคำถามอะไรมาได้ราวยี่สิบนาที
ถึงจะมีเจอตัวประหลาดคล้ายจิ้งจกขนาดสองเมตรโจมตีใส่สองครั้ง แต่พวกมันก็ถูกฆ่าแทบจะในทันทีด้วยฝีมือของจาวิส
ไม่มีอะไรให้พวกเราได้ทำเลยดง…
ส่วนโฮปนั้น ตอนแรกเป็นห่วงอยู่ว่าจะเครียดจัด แต่เหมือนเขาจะหาวิธีแก้ไขได้ด้วยตัวเองไปแล้ว
ดูสิ เดินไปพึมพำกับตัวเองไปอย่างน่ากลัว ราวกับเป็นวายร้ายที่กำลังวางแผนชั่วอยู่เลยละดอง
พวกเราเดินทางมาด้วยสภาพเช่นนี้ จนกระทั้งมาถึงจุดที่มีเสาขนาดใหญ่ปักเป็นหลักหมุดปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้า
เสานั้นถูกสร้างเป็นเสาทรงกรวยที่สูงห้าเมตร บนปลายยอดของมันมีแสงสีฟ้ายิงเป็นเส้นตรงยาวไปหาอีกเสาที่วางห่างออกไปราวสิบเมตร
แสงเหล่านั้นถูกสร้างและวางเชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นแนวกำแพงแสงสีฟ้าที่ต่อเนื่องกัน
แน่นอนว่าเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนธรรมชาติจนเกินไป แสงสีฟ้าพวกนี้จึงเป็นแค่เส้นแสงธรรมดาที่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรกับสิ่งมีชีวิต
“ขอแนะนำให้หันหลังกลับค่ะ ตอนนี้กำลังจะเดินออกจากพื้นที่ควบคุมแล้วค่ะ”
จาวิสพูดเตือนพวกเราในตอนที่โทแพซทำท่าจะเดินล้ำเขตแสงออกไป
“...”
แต่ไพไรต์ไม่สนคำเตือนของจาวิสแล้วเดินล้ำเส้นแสงออกไปทั้ง ๆ แบบนั้น
เขาวิ่งออกไปไกลอย่างรวดเร็วพร้อมกับโนอาร์
“หยุดเดียวนี้ค่ะ! ”
จาวิสรีบตามเขาไปเพื่อจะลากคอพวกเขากลับเข้ามา
แต่เนื่องจากโนอาร์มีฝีมือพอ ๆ กับจาวิส เลยกลายเป็นว่าไม่สามารถลากคอไพไรต์กลับมาได้
ฉันเห็นสองสาวเมดกำลังแลกหมัดไปพร้อมกับวิ่งไล่กันจนห่างออกไปไกลมากขึ้นกว่าเดิม
“จะไปไหนกันนะ! ”
โทแพซวิ่งตามพวกเขาไป
“เฮ้ย! เดียวสิ เขาไม่ให้ออกไปจากเขตนะ! ”
คราวนี้เป็นซุนไกท์ที่วิ่งไล่ตาม แล้วตามด้วยวานาดิไนต์ ที่นิ่งเงียบมาตลอดทาง
เอาแล้วไง
ถ้าจะอยากแหกกฏเนียน ๆ ตอนนี้แหละคือโอกาสทองละดอง
“... พวกเราตามไปด้วยเถอะดอง”
“เอาจริงดิ? ”
โฮปรีบค้านฉันแทบจะในทันที
แต่ว่าฉันมีเหตุผลที่ดีพอนะดอง
“หรือจะอยู่กันกลางป่าโดยที่ไม่มีจาวิสกันหรือดอง? ”
“เออ… จริงของเธอ”
ทุกคนรู้ดีว่าจาวิสแข็งแกร่งแค่ไหน
พวกเรายังเป็นแค่นักเรียนที่อ่อนหัด การต้องมานอนกลางป่าถึงสามวันโดยไม่มีหุ่นยนต์จากทางโรงเรียนคุ้มกัน มันเป็นอะไรที่อันตรายจนเกินไป
เห็นหรือยังว่าฉันมีเหตุผลดีแค่ไหนดอง
ไม่ใช่ว่าทำเพราะอยากออกผจญภัยในเขตอันตรายหรอกนะดอง
เสียงร้องของเหล่าอสูรร้ายที่ซ่อนอยู่ในป่า กำลังทำให้พวกเราเริ่มรู้สึกหวาดระแวง
ถึงพวกเราจะพกอาวุธสำหรับต่อสู้ที่ไม่ใช่การฝึกของจริงมาด้วย แต่ก็ยังอดที่จะเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี
“ที่ลี่พูดมานั้นมีเหตุผล เดียวผมจะโทรแจ้งอาจารย์เอาไว้ก่อน แล้วรีบไปตามจาวิสกลับมา วิธีนี้น่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว”
แม้แต่เอซเองก็ยังเห็นด้วยกับฉัน
ถึงมันจะเก่งเกือบเท่าจาวิส แต่มันเป็นคนที่ไม่เคยประมาทเลยสักครั้ง
“ดีละ งั้นตามพวกเขาไปกันเลยดอง! ”
ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจเดินออกจากเขตปลอดภัยที่อาจารย์กำหนดเอาไว้ในท้ายที่สุด
หุ หุ หุ การผจญภัยที่แท้จริงของฉันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วดอง