เหอซือซือได้สติกลับมาอย่างเลือนราง ความร้อนรุ่มในกายปะทุแรงยิ่งกว่าก่อนจะหมดสติ สองมือเรียวดึงรั้งชุดที่รัดแน่นของตัวเองให้หลวม มั่นใจว่าถูกวางยาแน่แล้วทั้งยังเป็พิษกำหนัดที่ออกฤทธิ์แรงมาก จะทำให้ผู้ถูกวางยาทรมานจนกว่าจะได้รับการปลดปล่อย
...นางรู้ประสาพอจะเข้าใจว่า การปลดปล่อยอารมณ์เป็เช่นไร
เพียงแต่ไม่เข้าใจ ผู้ใดเป็คนลงมือ ทำไปเพื่อเหตุผลใด ตนออกมานอกจวนกั๋วกงครั้งแรก ไม่รู้จักกับผู้ใดเสียหน่อย
ฟึ่บ ฟึ่บ
“...!”
เหอซือซือตื่นตระหนกเมื่อชุดของตนถูกดึงรั้งด้วยมือผู้อื่น หัวไหล่มนเย็นวาบเมื่อไร้เสื้อผ้าห่มคลุม เป็ความเย็นสบายที่บรรเทาความร้อนลวกได้ดี ทว่าสติอันน้อยนิดคอยยั้งไม่ให้ร่วมมือกับคนผู้นั้นถอดสิ่งเกะกะบนกายออกให้หมด
เรือนกายสาวสั่นสะท้าน นางมิได้อยู่ลำพัง
เป็ผู้ใดกัน
ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านจับนวลเนื้อไหล่มน ก่อนเ้าของร่างจะรู้สึกเปียกชื้นและััได้ถึงลมหายใจหอบกระชั้นที่ไม่ใช่ของตน
เหอซือซือออกแรงขัดขืน ดันแผงอกหนาที่แนบชิดให้ถอยห่างออก ยามนี้นางเสียใจที่ไม่เร่งรักษาอาการาเ็ภายในและฟื้นลมปราณให้กลับคืน จึงไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้
ออกกำลังสุดแรงแล้ว ยังดันอีกฝ่ายให้ถอยไปได้เพียงเล็กน้อย
ไม่สิ คนผู้นั้นแข็งแกร่งดุจรูปปั้น ทาบทับลงมาหนักราวถูกูเาทับขยับเขยื้อนกายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เหอซือซือเพ่งสายตามองผ่านดวงตาฉ่ำคลอด้วยแรงปรารถนา
ภาพที่ถูกฉาบด้วยม่านน้ำค่อย ๆ ชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาแสนคุ้นเคยปรากฏในระยะประชิด
แม่ทัพซ่ง?!
“ท่านแม่ทัพ...”
เสียงทักท้วงของนางกลืนหายไปโดยคน้า เหอซือซือพยายามเบี่ยงหน้าหลบ มือใหญ่แข็งแรงราวกับคีบเหล็กข้างหนึ่งจับกรามบังคับให้หันไป
“อื้ม!”
ลมหายใจร้อนไหลเวียนอยู่ในปาก เหอซือซือนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง นางเบิกตากว้างเมื่อความชื้นแฉะไล้เลียทั่วริมฝีปากอวบอิ่ม ความอ่อนนุ่มเกร็งแข็งที่ใช้ส่วนปลายแหลมเซาะแทรกตามรอยแยกเข้าไปกวาดโพรงน้ำหวานอย่างเอาแต่ใจ
หญิงสาวเคลิบเคลิ้มตาปรือ
หลังถูกลิ้นร้อนไล่ต้อนอยู่นาน ลมหายใจของนางก็ติดขัดคล้ายใกล้จะขาดอากาศ ชายหนุ่มจึงผละออก น้ำลายเหนียวยืดยาว ซ่งเทียนเหิงใช้หลังมือเช็ด ดูเร้าอารมณ์บอกไม่ถูก
เมื่อความอบอุ่นจนเกือบร้อนห่างออก ช่องว่างที่เกิดขึ้นทำให้ผิวกายต้องอากาศ เหอซือซือรู้สึกเย็นวูบหนึ่ง ทำให้รู้ตัวว่าตอนนี้ตนเองไร้อาภรณ์ปกปิดแล้ว
นางถูกปอกเปลือกจนเหลือเพียงเรือนกายเปลือยเปล่า
แม้แต่เอี๊ยมตัวน้อยก็ไม่รู้ว่าหลุดไปั้แ่เมื่อใด ฤทธิ์ยายังคงปลุกเร้าอารมณ์จนปั่นป่วน แต่ความหวาดหวั่นมีมากกว่า นางวางมือทาบบนแผงอกเปลือยของบุรุษ อย่างยั้งเขาไว้สุดแรง
ในใจเตรียมขอโอสถถอนพิษกำหนัดกับหยกเขียวไว้แล้ว
“ท่านแม่ทัพตั้งสติก่อน อย่า อย่าเพิ่ง!” นางพยายามต้านคนที่ทำท่าจะโฉบลงมา “ท่านถูกพิษกำหนัดแล้ว ตั้งสติหน่อย! มองข้าให้ดี ข้าเหอซือซือ หาใช่คู่หมั้นของท่านไม่!”
ซ่งเทียนเหิงจ้องมองอย่างเลื่อนลอย เหอซือซือเห็นเค้าลางหายนะอยู่ไม่ไกล ดวงตาคนตรงหน้าฉ่ำปรือเหม่อลอยคล้ายสติหลุด ความนึกคิดคงปลิวหายไปกับความกระสันอยากแล้วกระมัง ดูท่าแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ต้องโดนยากำหนัดที่รุนแรงยิ่งกว่าตนเป็แน่
เหอซือซือร่ำไห้ในใจ
“ข้าเหอซือซือ ท่านหลบหลีกข้ามาตลอดมิใช่หรือ ท่านลุกขึ้นก่อน แล้วปล่อยข้า ข้าจะรีบเอายาป้อนให้ท่านสงบโดยเร็ว” เหอซือซือพยายามเกลี้ยกล่อม
ทว่าไร้ผล
ชายหนุ่มคล้ายรำคาญ รวบข้อมือสองข้างของหญิงสาว แล้วยกรั้งขึ้นเหนือศีรษะ เหอซือซือถูกน้ำหนักของร่างสูงกดไว้ ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด ทั้งตัวถูกทาบทับจนแนบสนิทไปทุกสัดส่วน
เหอซือซือเริ่มจะคงสติไม่ไหวแล้วเช่นกัน นางร้อนรุ่ม ร่างหนา้าก็ร้อน แต่ไม่รู้ทำไม พอร่างกายแตะัักันกลับรู้สึกว่าความร้อนรุ่มที่กำลังปะทุอยู่ ลดลงเล็กน้อย
“อ่า...ท่านแม่ทัพ ข้า ข้าไม่ใช่คุณหนูไป๋...” เหอซือซือพึมพำ
“ข้ารู้” คำตอบกลับเป็ว่าเขารู้ดี เสียงแหบพร่ายังคงยืนยันก้มลงมาเป่ารดลมหายใจที่ข้างหู “เ้าไม่ใช่เยว่เอ๋อร์ ซือเอ๋อร์ เ้างดงามเหลือเกิน”
น้ำเสียงเลื่อนลอยกับดวงตาฉ่ำเยิ้ม ทำให้เหอซือซือรู้สึกว่าชายหนุ่มมองตนเหมือนไม่เห็น คงถูกมอมเมาอารมณ์จนเคลิ้มฝันแยกแยะความคิดอ่านไม่ได้แล้ว
แต่ถึงจะรู้ชัดเช่นนั้น เหอซือซือก็ยังหลงใหลดวงตาที่สะท้อนภาพของตนคู่นั้น
สตรีเปลือยอาบเรือนร่างด้วยความเย้ายวน จนได้แต่สงสัยว่า...นั่นใช่นางแน่หรือ
ซือเอ๋อร์
เขาเอ่ยชื่อนางอย่างเอ็นดูเหลือเกิน อาการต่อต้านขัดขืนลดลงเรื่อย ๆ ร่างบางถึงกับแอ่นอกให้ความร่วมมือยามชายหนุ่มซุกใบหน้าลงมา
“อือ”
สติที่พยายามรั้งไว้ กระเจิงหาย เหอซือซือไม่รับรู้สิ่งใดแล้ว นางปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความวาบหวามจากการถูกปรนเปรอ
ซ่งเทียนเหิงร่างกายกำยำสูงใหญ่ แผ่นอกตึงแน่นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเช่นเดียวกับหน้าท้องเป็ลอน ผิวกายไร้อาภรณ์หาได้เรียบเนียน กลับมีรอยแผลน้อยใหญ่กระจายอยู่ทุกจุด มันไม่ได้ดูน่าเกลียด
กลับกัน มันทำให้เขาดูน่าเกรงขามยิ่ง
ซ่งเทียนเหิงที่มีเพียงกางเกงชั้นในติดกายบดเบียดท่อนล่างใส่ร่างสตรีเบื้องล่าง บดคลึงเป็จังหวะหนักเบา ส่วนแข็งขืนดุนดันเสียดสีเนินสวาทผ่านเนื้อผ้า
เหอซือซือคันยุบยิบพยายามคลายต้นขา แต่กลับขยับได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“อืม”
รับรู้ได้ว่าคนใต้ร่างไม่ขัดขืนแล้วจึงปล่อยข้อมืองามเป็อิสระ มือใหญ่ข้างหนึ่งยันพื้นเตียงรับร่างตนไว้ไม่ให้ลงน้ำหนักทั้งตัวลงไปเช่นตอนแรก ส่วนอีกข้างเลื่อนลงจับต้นขาขาว ช่วยขยับอ้าออกจากนั้นก็แทรกสะโพกกลางหว่างขา หัวเข่าสอดใต้ต้นขาทั้งสองแล้วกลับไปบดเบียดแนบชิด
ท่วงท่านี้ทำให้สองขาเรียวของนางถูกบังคับให้อ้ากว้าง ส่วนสงวนถูกท่อนแข็งกระแทกผ่านกางเกงจนเริ่มปล่อยน้ำหวานออกมา
มือข้างนั้นลากผ่านสะโพกขึ้นมายังเอวคอดกิ่ว บีบจับเนื้อนุ่มตึงแรง ๆ หนึ่งครั้ง เสียงครางเจ็บแว่วมาทันที สีข้างเป็รอยมือเด่นชัด
จากนั้นเลื่อนขึ้นไปกอบกุมอกอวบไว้ ชายหนุ่มผละจากลำคอระหงไปยอดอกอีกข้างอย่างไม่ให้น้อยใจ ออกแรงดูดดึงจนแก้มตอบ หญิงสาวสะท้านเฮือก
เหอซือซือเป็ดรุณีวัยแรกแย้มที่เพิ่งผ่านการปักปิ่นมาไม่นาน ทว่าร่างกายกลับเติบโตเกินอายุ ส่วนที่ควรใหญ่ ก็ใหญ่จนล้น ส่วนที่ควรจะเล็ก ก็เล็กนิดเดียว
อกอวบนุ่มหยุ่นถูกมือใหญ่กอบกุมไว้ได้ไม่หมด ฝ่ามือของซ่งเทียนเหิงกว้างใหญ่สมตัว นิ้วมือหรือก็เรียวยาว ปลายนิ้วกอบกุมไปจนถึงฐานอกออกจะล้นมือไปสักหน่อย แต่นวดคลึงเมามันได้อารมณ์นัก
ลิ้นร้อนที่ผิวััสากลากปัดผ่านส่วนยอดไปมาอย่างหยอกเอิน บางจังหวะก็ออกแรงดูดดึงจนเกิดเสียงจุ๊บอย่างตั้งอกตั้งใจเหมือนทารกดูดนมมารดา
ออกจะใจเย็นไปสักหน่อยหรือไม่ อาการของเขาไม่คล้ายร้อนรุ่มจนทนไม่ไหวเช่นตนเลย...เป็ไปได้ว่าอาจโดนยาคนละชนิด
บัดซบ! นางทนจะไม่ไหวแล้ว เขายังมัวอ้อยอิ่งกลั่นแกล้งอยู่ได้
“ท่าน...แม่ทัพ อ๊า! ได้โปรด ขะ ข้าไม่ไหวแล้ว” สะโพกกลมกลึงเด้งสู้
นางไม่รู้ว่าตัวเอง้าสิ่งใด แต่แม่ทัพหนุ่มคงรู้และสามารถช่วยให้ตนหายทรมานได้
น่าเสียดายที่คำร้องขอส่งไปไม่ถึง ซ่งเทียนเหิงไม่อนาทรต่อการอ้อนวอนนั้น เขายังคงเล้าโลมสร้างความทรมานให้หญิงงามต่อไป เหอซือซือได้แต่บิดร่างส่งเสียงครวญคราง