ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 นางไม่สนใจเขา

            

            ดวงตาของเสี่ยวซือสอดส่องไปที่ร่างของฉือหางเขาเดินเข้ามาจากด้านนอกพร้อมโน้มเอวและศีรษะด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้า

            หลินกู๋หยู่ยืนขึ้นข้างๆ ฉือหางและมองไปที่เสี่ยวซือด้วยท่าทางงงงวย

            "คุณชายฉือ" ชายหนุ่มมองไปที่ฉือหางด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า น้ำเสียงเคารพนบนอบ"ไม่ทราบว่าในวันมะรืนนี้ท่านมีเวลาหรือไม่?"

            ฉือหางหันศีรษะไปมองหลินกู๋หยู่ที่อยู่ข้างๆจากนั้นหันศีรษะไปมองคนรับใช้ "ข้ามีเวลา"

            ตอนนี้หลินกู๋หยู่ไม่ยอมให้เขาไปล่าสัตว์บนภูเขาส่วนไร่นาก็ไม่มีส่วนงานของเขา เขาตรองดูแล้ว เขาคิดว่าจะเหลาลูกธนูที่บ้านทุกวัน

            “คุณหนูของเราสกุลเจียง คุณหนูเจียงอยากจะบอกว่า ถ้าท่านมีเวลาว่างท่านช่วยไปที่ร้านอาหารกลิ่นหอมแห่งจตุฤดูในเมืองในบ่ายวันมะรืนนี้ได้หรือไม่?” หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

            “นี่” ฉือหางชำเลืองมองหลินกู๋หยู่ข้างๆ เขาด้วยความลำบากใจ จากสายตาของนางเขามองไม่เห็นอะไรเลย “ขอบคุณสำหรับความเมตตาของคุณหนูของเจ้าแต่ข้าคิดว่าจะไม่ไป”

            เมื่อได้ฟังสิ่งที่ฉือหางพูดคนรับใช้หนุ่มก็คุกเข่าลงต่อหน้าฉือหางด้วยความตื่นตระหนก "คุณชายฉือถ้าท่านไม่ไป ข้าน้อยจะคุกเข่าอยู่ที่นี่ตลอดไป"

            การกระทำของเสี่ยวซือทำให้ฉือหางตกใจ เขารีบยื่นมือไปจับเสี่ยวซือ"ลุกขึ้น อย่าทำเช่นนี้"

            "คุณชายฉือถ้าท่านไม่ไป ข้าจะไม่สามารถกลับไปรายงานคุณหนูได้ ไม่ว่าท่านจะมีเวลาว่างยามใดตราบใดที่ท่านบอกเวลามา ข้าจะตอบแทนท่านด้วยชีวิตที่เหลือของข้า"

            หลินกู๋หยู่นิ่งเฉยเมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเสี่ยวซือ นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

            ในยุคปัจจุบันจะมีสักกี่คนที่สามารถคุกเข่าลงได้ทุกครั้ง?

            แต่ที่นี่ผู้คนแบ่งชนชั้นสูงต่ำแบ่งระดับตามยศฐา ตามบรรดาศักดิ์

            จากก้นบึ้งของหัวใจของคนเหล่านี้รู้สึกว่าพวกเขาเป็นทาสทุกสิ่งที่พวกเขาทำก็เพื่อเจ้านายของพวกเขา

            ชายหนุ่มรูปร่างสูงเจ็ดฉื่อ[1]ทำเช่นนี้เพียงเพื่อให้ฉือหางไปทานข้าวกับคุณหนูของเขา

            หลินกู๋หยู่ทอดถอนหายใจเบาๆรู้สึกหมดหนทางกับการกระทำที่ยอมลดคุณค่าชีวิตตัวเองเช่นนี้นางหันหลังกลับและเดินเข้าไปในบ้าน

            ฉือหางมุ่งความสนใจไปที่การแสดงออกของหลินกู๋หยู่เมื่อเห็นหลินกู๋หยู่เดินเข้าไป สายตาของเขามองตามเงาด้านหลังของนางจากนั้นเขาก็มองไปที่เสี่ยวซือที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น

            “น้องชาย เจ้ารีบลุกขึ้นเถอะบนพื้นทั้งเย็นและสกปรก” ฉือหางไม่กล้าใช้กำลังเพราะกลัวว่าบาดแผลจะเปิด

            "คุณชายฉือเราทุกคนต่างรู้ว่าท่านเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาดังนั้นท่านตอบตกลงกับข้าน้อยเถอะ" ชายหนุ่มยังคงคุกเข่าบนพื้นมองไปที่ฉือหางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

            ฉือหางมองเขา ถอนหายใจอย่างจนปัญญา"ข้ารู้แล้ว ข้าจะไป เมื่อถึงเวลา"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉือหางพูดมุมปากของเสี่ยวซือก็ค่อยๆ โค้งขึ้น จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากพื้นและคำนับฉือหางอย่างแรง "ขอบคุณมาก “คุณหนูของข้ารู้ข่าวนี้แล้วจะต้องมีความสุขมากอย่างแน่นอน"

            “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ฉือหางมองดูเสี่ยวซือ ในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมาย

            เมื่อเห็นเสี่ยวซือเดินจากไปไกลฉือหางก็ทอดถอนหายใจ

            เขาไม่อยากไปผู้ชายทานอาหารนอกบ้านกับผู้หญิงสองต่อสอง จะเหมาะสมอย่างไร

            หันกลับเข้าไปในบ้าน ยืนอยู่ที่ประตูฉือหางดูหลินกู๋หยู่นั่งที่โต๊ะทำงานเย็บปักถักร้อย

            “เจ้ากำลังทำเสื้อผ้าให้ใครหรือ?” ฉือหางเดินไปหาหลินกู๋หยู่ เขารู้สึกขัดเขินเล็กน้อย ที่แม้ไม่มีเรื่องอะไรแต่กระนั้นก็ยังดั้นด้นหาประเด็นเพื่อพูดคุยกับนาง

            “อากาศเริ่มหนาวแล้ว” หลินกู๋หยู่หยุดงานที่กำลังทำอยู่ เงยหน้าขึ้นมองฉือหางปราดหนึ่ง “ข้าจะทำเสื้อผ้าหนาๆ ให้โต้ซา”

            เสื้อผ้าหนาๆ

            เสื้อผ้าใส่ขนห่าน ขนเป็ดเข้าไป

            ฝ้ายที่นี่ราคาแพงมาก แต่ขนห่านและขนเป็ดเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่บ้านแน่นอนว่าราคาย่อมเยากว่ามาก

            "ข้ารับปากเด็กคนนั้นไว้ว่าจะไปทานข้าวในวันมะรืนนี้"ฉือหางมองหลินกู๋หยู่อย่างอึดอัดแล้วเอ่ยต่อ "เราสองคนไปด้วยกันดีหรือไม่?"

            “ไม่ไป” หลินกู๋หยู่ส่ายศีรษะเบาๆ หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ และเงยหน้าขึ้นมองฉือหาง

            "มันไม่ดีที่ข้าจะไปคนเดียว"ฉือหางพูดอย่างลังเล "เจ้าไปกับข้าจะดีกว่า"

            หลินกู๋หยู่คิดแต่เรื่องเสื้อกันหนาวจึงเอื้อมมือไปจับมือฉือหาง ขอให้เขานั่งข้างๆ

            มือเล็กๆ ของนางช่างอ่อนนุ่มเขาอดไม่ได้ที่จะเป็นคนจับมันไว้แทนแต่เขาไม่คาดคิดว่าหลินกู๋หยู่จะถอนมือของนางออกไป

            “พี่ฉือหาง” หลินกู๋หยู่มองไปที่ฉือหางด้วยดวงตาที่สดใส พร้อมรอยยิ้มประดับไว้บนใบหน้าและพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ข้ามีเรื่องจะปรึกษาหารือกับเจ้า”

            "เกิดอะไรขึ้น?" ฉือหางมองไปที่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของนางมุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะขดตัวขึ้น

            "คือว่า"หลินกู๋หยู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "ปีนี้พวกเราจะไม่ซื้อฝ้ายแต่เราจะยัดขนเป็ดหรือขนห่านลงในเสื้อผ้า เมื่อถึงเวลานั้นเราจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้จากในหมู่บ้านทำเช่นนี้คนในหมู่บ้านของเราจะสามารถทำเงินได้บ้างใช่หรือไม่?”

            ขนเป็ดและขนห่านใส่เข้าไปในเสื้อผ้าจะใส่ได้หรือ?

            เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ฉือหางรู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย กู๋หยู่มักคิดต่างจากเขา ทว่ามันอาจทำให้คนในหมู่บ้านมีรายได้บ้างฉือหางคิดว่าน่าจะดี

            "ตกลง"ฉือหางตอบรับ "เมื่อถึงเวลาพวกเราจะรวบรวมสิ่งเหล่านั้น แล้วราคาจะคิดอย่างไร?"

            "ขนเป็ดราคาห้าเฉียนต่อหนึ่งจินขนห่านราคาสิบเฉียนต่อหนึ่งจิน แต่ต้องทำความสะอาดก่อน" นางมองเขาด้วยรอยยิ้ม

            อันที่จริง แม้ว่านางไม่รวบรวมสิ่งเหล่านี้ไว้พวกมันก็จะเน่าไปเสียเปล่า ไม่มีใครใช้สิ่งของเหล่านี้

            เมื่อได้ฟังสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดฉือหางพยักหน้าช้าๆ "ดีมาก เช่นนี้คนในหมู่บ้านก็จะมีรายได้เพิ่ม"

            หลินกู๋หยู่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม"ใช่แล้ว ยิ่งมากก็ยิ่งดี เจ้าก็ไปคุยกับคนเหล่านั้นดีหรือไม่?"

            "ตกลง" เขาหมุนตัวหันหลังกลับเดินออกไปข้างนอก

            ฉือหางขอให้ใครสักคนช่วยกระจายข่าวเรื่องการซื้อขนเป็ดและขนห่านทุกคนในหมู่บ้านล้วนตกใจ บางคนแนะนำฉือหางว่าอย่าทำเช่นนี้เลยสิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย จึงมอบให้เขาโดยไม่คิดเงิน

            แต่อย่างไรก็ตามฉือหางไม่เห็นด้วย เขายืนกรานที่จะจ่ายในราคานั้น

            ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมามีผู้คนมากมายมาที่ประตูบ้านขนเป็ดและขนห่านล้วนเป็นของที่เบาและฟู ไม่มีคุณค่าอะไร

            บางครอบครัวเลี้ยงไก่และเป็ดมากกว่าสิบตัวหลังจากเก็บได้สองหรือสามวัน พวกเขาก็สามารถขายพวกมันได้ในราคาสองสามเฉียน

            ผู้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยเต็มใจที่จะใช้เงินเงินทั้งหมดอยู่ในมือของพวกเขา พวกเขาก็ไม่เต็มใจที่จะหยิบมันออกมาเลย

            เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อฉือหางตื่นนอนพร้อมหลินกู๋หยู่

            “ยังเช้าอยู่เลย” ฉือหางพูดเสียงเบา “เจ้านอนต่ออีกสักพักเถอะแล้วข้าจะปลุกเจ้าทีหลัง”

            "ไม่นอนแล้ว"ตอนนี้หลินกู๋หยู่ได้ปรับนิสัยที่ดีในเรื่องการเข้านอนเร็วและตื่นเช้าตอนนี้นางไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย "ข้าจะทำอาหารเช้าอีกสักพักเจ้าจัดบ้านเรียบร้อยแล้วก็ปลุกโต้ซา"

            ฉือหางมักจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเสมอเขานั่งหน้าโต๊ะ ดูหลินกู๋หยู่ทานอาหารราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขารู้สึกซึมเศร้าในใจ

            “กู๋หยู่” ฉือหางพูดอย่างลังเล “คุณหนูเจียงต้องการเชิญข้าไปทานอาหารเย็นวันนี้เราไปที่นั่นด้วยกันได้หรือไม่?”

            “ข้าไม่ไป” หลินกู๋หยู่ก้มศีรษะลงและจิบน้ำแกง เงยหน้าขึ้นมองฉือหาง “วันนี้ข้าจะเก็บขนเป็ดและขนห่านบางส่วน พรุ่งนี้ข้าจะไปโรงหมอในเมือง"

            ฉือหางลดศีรษะลงอย่างซึมเศร้าหลายส่วน

            ถ้าหลินกู๋หยู่ชอบเขาจริงๆทำไมนางถึงไม่สนใจเรื่องที่เขาจะไปทานข้าวกับสตรีอื่นสองต่อสอง

            บางทีเขาอาจจะคิดไปเองคนเดียวมาโดยตลอด

            หลังรับประทานอาหารเช้า ฉือหางลุกขึ้นไปเก็บจานชามและไปล้าง

            หลินกู๋หยู่หยิบตั่งไม้มาวางนั่งอยู่ในลานบ้านเย็บเสื้อผ้าให้โต้ซา

            ร่างเดิมทำงานเย็บปักถักร้อยได้เพียงแต่ไม่เชี่ยวชาญนัก ส่วนนางไม่เคยทำมาก่อน ดังนั้นจึงทำได้เพียงค่อยๆบรรจงเย็บอย่างช้าๆ

            ขนเป็ดและขนห่านรวบรวมมาได้น้อยหลินกู๋หยู่คิดว่าหากยิ่งรวบรวมได้มากก็ยิ่งดีเช่นนี้นางจะได้หาคนทำเสื้อกันหนาวขนเป็ด ขนห่าน เพื่อขายก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง

            นางทำเช่นนี้เทียบเท่ากับการเปิดโรงงานเล็กๆ หรือไม่?

            เมื่อคิดถึงสิ่งนี้มือของหลินกู๋หยู่ก็เคลื่อนไหวเร็วขึ้น

            ฉือหางนั่งเหลาลูกธนูอยู่อีกด้านหนึ่งเขาไม่เคยรังเกียจที่จะมีลูกธนูมากเกินไป การมีลูกธนูเพิ่มหนึ่งดอกหมายถึงความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น

            เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้วฉือหางจึงหยุดงานในมือ เขาเดินไปที่ข้างบ่อน้ำเพื่อล้างมือ เดินไปข้างหน้าหลินกู๋หยู่ด้วยมือที่ยังไม่แห้ง

            “ข้าจะไปแล้ว?” ฉือหางมองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวัง

            "เดินทางระมัดระวังด้วย"หลินกู๋หยู่ยังคงยุ่งอยู่กับงานที่ทำอยู่ ไม่แม้แต่จะมองไปที่ฉือหาง

            หน้าอกของฉือหางดูเหมือนจะถูกปิดกั้นด้วยอะไรบางอย่างเขาลดสายตาลงช้าๆ มองไปที่โต้ซาที่ถือกิ่งไม้และกำลังเขียนบนพื้น"ทำไมไม่เอาโต้ซาไปด้วยละ"

            หลินกู๋หยู่หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่เงยหน้าขึ้นชำเลืองมองฉือหางแวบหนึ่ง จากนั้นมองไปที่โต้ซา "สะดวกหรือไม่?"

            สะดวกหรือไม่?

            หน้าอกของฉือหางรู้สึกแน่น ในขณะเดียวกันก็คล้ายกับว่าเขาถูกตบที่ใบหูหลายครั้งเขายังคงได้ยินเสียงหูอื้อไม่ชัด

            “สะ...สะดวก” สองคำนี้ดูเหมือนจะใช้พลังแทบทั้งหมดที่มีกว่าจะสามารถพูดถ้อยคำนี้ออกมาได้

            “เช่นนั้นก็ดี” หลินกู๋หยู่ใส่ของในมือลงในตะกร้าเย็บผ้า เดินไปหาโต้ซา พาโต้ซาไปล้างมือด้วยรอยยิ้ม “ถ้ามีอาหารอร่อยๆ ขายข้างทาง ถ้าโต้ซาชอบ ก็ซื้อให้เขาทานหน่อย"

            หลินกู๋หยู่เช็ดมือของโต้ซาให้สะอาดแล้วมอบให้ฉือหาง

            "อืม" ฉือหางลดสายตาลง เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตช่างเลวร้ายยิ่งกว่าความตายเช่นนี้มาก่อน

            หลินกู๋หยู่ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้บอกกับฉือหางว่า "เจ้ารอสักครู่"

            หลินกู๋หยู่เดินเข้าไปในบ้านหยิบเงินเศษเหรียญทั้งหมดหนึ่งตำลึงเดินไปหาฉือหางอย่างรวดเร็วจากนั้นส่งถุงเงินให้เขา "ผู้ชายออกไปข้างนอกย่อมต้องพกเงินไปด้วยเสมอเมื่อพบเสี่ยวซือที่พูดดีกับเจ้า มอบเหรียญทองแดงให้เขาสองสามเหรียญก็เพียงพอแล้ว”

            “อืม” ดวงตาของฉือหางขมขื่น ขอบตาก็แดงเล็กน้อย

            “เจ้าพาโต้ซาไปซื้อผ้าข้าจะเย็บเสื้อผ้าให้เจ้าสองคน” หลินกู๋หยู่สั่งกำชับจากนั้นจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้นางจะเข้าไปในเมือง แล้วส่ายศีรษะ “ไม่สิ เจ้าไม่ต้องซื้อผ้าก็ได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปซื้อผ้าด้วยกันกับเจ้าถึงเวลานั้นข้าจะเลือกผ้าที่ดูดีสำหรับเจ้า"

            “เย็บเสื้อผ้าให้ข้าหรือ?” ฉือหางจ้องไปที่หลินกู๋หยู่อย่างว่างเปล่า

            "ถ้าเจ้าไม่รังเกียจที่ข้าทำช้า"หลินกู๋หยู่มองไปที่ฉือหางด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า พลันมองเศษผมยาวหลายเส้นบนหน้าผากของเขา"เจ้ายังหวีผมไม่เรียบร้อยเลย ไปหวีผมให้เรียบร้อยก่อนออกไปข้างนอก”

            "ไม่เป็นไร"ในใจรู้สึกดีขึ้นมาก เขาส่ายศีรษะ "มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เสียหน่อยก็แค่ไปทานข้าวเฉยๆ "

            "แต่นี่เป็นภาพลักษณ์ของเจ้า"หลินกู๋หยู่จับมือของฉือหางและกดลงนั่งบนตั่งไม้โดยตรง ยื่นมือแกะที่รัดผมของเขาออก



            …………………………………………………………………………………………….

            [1] เจ็ดฉื่อความสูงจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828