ด้านของอี้เฉินเองก็ตกใจเช่นกัน ครั้นกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ขาวบริสุทธิ์ ราวกับหยกไขมันแพะ กลางหน้าอกอี้เฉิน จู่ๆ ก็เต้นเร้าๆ พร้อมวิชาสังสารวัฏ ที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา ตอบสนองกับ เด็กสาวชาวประมงธรรมดาที่อยู่เบื้องหน้า
ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา “หรือว่าที่ข้ามาอยู่หมู่บ้านชายฝั่งแห่งนี้ จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เหตุใดวิชาสังสารวัฏ ถึงอยากจะมอบวิชาสืบทอด ให้กับม่อลู่ เด็กสาวผู้นี้กัน”
ม่อลู่ ที่ได้ยินน้ำเสียงพึมพำของอี้เฉิน นางกล่าวไต่ถามอี้เฉิน ออกมาด้วยความแปลกใจ “ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร”
อี้เฉินที่มองสำรวจกายาของเขา อยู่ชั่วครู่เกรงว่า เวลาจะไหลผ่าน ไปยาวนานไม่น้อย จากที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา ครั้นรับรู้ว่าบัดนี้เขาดูโตเป็นหนุ่มขึ้นมาก แม้แต่น้ำเสียงยัง ทุ้มหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะบอกกล่าว ม่อลู่ ที่มีท่าทีสงสัยใคร่รู้ อยู่ในกรอบสายตาที่เปล่งประกายของนาง “ข้าไม่อาจมอบ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ให้กับเจ้าได้ ม่อลู่ แต่ข้ามีม้วนตำราคัดลอกวิชา ข้าหวังว่ามันจะคัดลอก วิชาสังสารวัฏ ส่งไปสู่ตัวของเจ้าได้”
สิ้นเสียงของอี้เฉิน เขานำเอาม้วนตำราที่แข็งราวกับเป็นหินศิลา ภายในแหวนมิติ ออกมาขับเคลื่อน ภายในใจเขาไม่มีความเสียดาย ในวิชาสังสารวัฏ แม้แต่น้อย
ภาพแสงที่พร่างพราว ออกไปทั่วบ้านไม้หลังเก่า ปลดปล่อยอักขระนับไม่ถ้วน แพร่กระจัดกระจายออกมาทั่ว จากวิชาสังสารวัฏ ค่อยๆ ไหลซึมเข้าไป ภายในม้วนตำราที่แข็งราวกับเป็นหินศิลา เนืองๆ อย่างต่อเนื่องหลายชั่วอึดใจ ก่อนมันจะกำเนิด เป็นม้วนตำราสังสารวัฏที่สมบูรณ์ มาลอยอยู่ตรงหน้าเด็กสาว
“เจ้าลองเปิดอ่านมันดู” แม้ภายในใจอี้เฉินจะมีความกังวลอยู่ไม่น้อย แต่หากเป็นความต้องการของวิชาสังสารวัฏ เขาจะทำอะไรได้
ม่อลู่ นางมีความลังเล ขึ้นมาอยู่ในกรอบสายตา เนื่องด้วยนางไม่มีความรู้ แม้แต่ทักษะในการฝึกฝนนางยังไม่มี ก่อนอี้เฉินจะพยักหน้าให้นางอีกที “มันไม่ใช่ความตั้งใจของข้า เจ้าลองศึกษามันอย่างตั้งใจดู ม่อลู่ บางทีที่เราพบเจอกัน อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็เป็นได้”
เด็กสาวได้ยินเช่นนั้น นางพยักหน้ารับคำของอี้เฉินอย่างฉับไว ครั้นเปิดม้วนตำราที่ชายหนุ่มโบกฝ่ามือมาให้ เพียงไม่กี่ลมหายใจ ดวงตานางก็ผล็อยหลับ เกิดการตระหนักรู้ครั้งใหญ่ พร้อมด้วยออร่าบางอย่างจากกายานาง ที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา แม้แต่อี้เฉินที่เห็น ยังรู้สึกประหลาดใจ
ทันใดนั้นเองประตูบ้านไม้เก่า ก็ถูกม่อซือ เปิดขึ้นกะทันหัน พร้อมด้วยกลุ่มทหารที่อยู่ด้านหลัง เตรียมพร้อมจะจับกุมตัวของอี้เฉินไป ม่อซือครั้นเห็นน้องสาวของเขา จู่ๆ ก็เหมือนว่านาง จะเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝน เขาหน้ามืดทะมึนไม่น้อย กล่าวพูดพึมพำออกมาทันใด “นี่ข้าทำอะไรลงไปเนี่ย” ครั้นรับรู้ว่าคนที่เปิดเส้นทางให้กับนาง เกรงว่าจะเป็นตัวของอี้เฉิน
ด้านของอี้เฉินส่ายหัวขึ้นมา เขาพอจะรับรู้สถานการณ์ ของเขายามนี้ จึงกล่าวพูดออกมา บอกกล่าวชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า “เจ้าพาข้าไปได้แล้วกระมัง ม่อซือ”
อี้เฉินครั้นสร้างผ้าคลุมดำ ขึ้นมาสวมใส่ เห็นท่าทีของ ม่อซือมีความลังเลใจ ขึ้นมาในกรอบสายตา เขาเดินสืบฝีเท้าออกไปด้านนอก ด้วยตัวของเขาเองในทันใด
“เจ้า! เจ้า! คิดจะทำอะไร อี้เฉิน” ม่อซือดันประตูบ้านเก่าแทบตาย เกรงว่าเขาจะไม่สามารถหยุดอี้เฉินได้ เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงตะโกนออกมาก้อง “ทหารรีบจับมันเร็วเข้า มันแอบขโมยปลาสีทองของข้า”
เหล่าทหารที่ได้ยิน พวกเขาเดือดดาล ปลดปล่อยอายสังหาร ออกมาหา ชาวประมงหนุ่มในทันใด “ไอ้เวรไหนเจ้าบอกว่า พบเจอคนน่าสงสัย น่าจะเป็นคนต่างถิ่น สงสัยว่าเจ้าอยากจะตายมากซินะ คิดจะทำให้พวกเราเสียเวลา กับเรื่องไม่เป็นเรื่องของชาวประมง ต่ำต้อยเช่นนี้”
ก่อนพวกเขาจะเข้าไปตรวจสอบ อี้เฉินที่สวมใส่ผ้าคลุมดำ ปกปิดตัวตนมีความน่าสงสัยไม่น้อย ดาบที่อยู่ภายในฝ่ามือ ของชายหนุ่มจ่อไปหาบริเวณใบหน้าอี้เฉิน เปิดผ้าคลุมดำของอี้เฉินออกมาช้าๆ
ครั้นพวกเขาเห็นเส้นผมสีขาวโพลน ของอี้เฉินปลิวแผ่สยายไปกับสายลม กลางหน้าผากมีแต้มสีดำกลางหว่างคิ้วจนเด่นชัด พวกเขาต่างก็จ้องมองไปที่ ม่อซือ ด้วยสายตาเอาเรื่อง
ทว่าไม่รู้เหตุใด ชายหนุ่มผมขาว ใบหน้าหล่อเหลาผู้นี้ ให้ความรู้สึกที่อันตราย เฉกเช่นที่นายกองของพวกเขา ปลดปล่อยแผ่คลื่นรัศมีออกมา น้ำเสียงทหารหนุ่ม ดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา ไต่ถามอี้เฉินออกมา ด้วยน้ำเสียงสุภาพ กว่ายามก่อนหลายเท่า “ที่ชายหนุ่มชาวประมงกล่าวพูด เป็นเรื่องจริงเช่นนั้นหรือ?”
อี้เฉินพยักหน้ารับคำ ครั้นรับรู้ว่าเหล่าทหารไม่กล้าลงมือกับตัวเขา เขาจึงเล่นละครตามน้ำไป “ข้าอยู่อย่างสันโดษมานาน หากทำผิดก็ต้องได้รับโทษ เชิญเจ้าพาตัวข้าไปบริเวณใจกลางหมู่บ้าน ที่มีนายกองของเจ้าอยู่เถอะ ไม่รู้ยามนี้ โลกเปลี่ยนไปมากขนาดไหนแล้ว” ก่อนเสียงถอนหายใจ เฮ้อ!! ของอี้เฉินจะดังออกมายาว ราวกับคนแก่ชรา
เหล่าทหารหนุ่มเลือดร้อน พวกเขาต่างก็พยักหน้าให้กัน ไม่คิดว่าภายในหมู่บ้านชายฝั่ง หวงอวี้ จะมีชายแก่ที่ น่าหวาดเกรงอยู่เช่นนี้ “ผู้อาวุโสเช่นนั้น พวกข้าขอเสียมารยาท”
ไม่นานอี้เฉินก็ถูกเหล่าทหาร คุมตัวไปยังบริเวณใจกลางหมู่บ้าน หมู่ชนพวกเขาแตกตื่นกันไม่น้อย ครั้นเห็นว่ามีชายสวมชุดคลุมดำ ถูกคุมตัวมาอย่างแน่นหนา เสียงชาวบ้านจึงเอ่ยพูดคุยซุบซิบ ออกมาไม่มีขาด โดยเฉพาะกลุ่มหนุ่มสาว ไม่กี่หยิบมือที่ จะไปเข้าร่วมการคัดเลือก เข้าร่วมกองทัพ
ลู่ซือที่ตามมาดูอี้เฉินอยู่หน้าบริเวณลานกว้างของหมู่บ้าน เหมือนว่าเขาจะมองอี้เฉินผิดไปจริงๆ ฝ่ามือเขาบีบรัดเข้าหากันจนแน่น ก่อนน้ำเสียงหนึ่งจะพูดเย้ยหยัน ตัวเขาออกมา
“เจ้ายังมีหน้ามาอยู่ที่นี่อีกหรือลู่ซือ” โจวเอี้ยง ลูกของหัวหน้าหมู่บ้าน ยกยิ้มด้วยความลำพองตน
หนุ่มสาวที่ถูกคัดเลือกคนอื่นๆ เอง พวกเขาต่างก็เอ่ยน้ำเสียงขึ้นมาด้วยความโอหังเช่นกัน ก่อนน้ำเสียงสตรีนางหนึ่ง จะแค่นเสียงขึ้นมา จากภายในบ้านหลังใหญ่ ของหัวหน้าหมู่บ้าน พร้อมเสียงสืบฝีเท้าของนาง ที่เดินย่างก้าวออกมา ด้วยความไม่สบอารมณ์ ในตัวของเหล่าหนุ่มสาวพวกนั้น
จนหัวหน้าหมู่บ้านต้องก้มศีรษะ ออกมารับหน้านายกองหญิง “ท่านนายกอง อย่าได้ถือสา เหล่าหนุ่มสาวเลือดร้อน ภายในหมู่บ้านของพวกเราเลย พวกเขาก็แค่โอหังไปหน่อยเท่านั้น”
ฉู่ฮวนนางโบกฝ่ามือออกมา ให้ชายวัยกลางคน หัวหน้าหมู่บ้าน ราวกับไม่ได้ใส่ใจ หนุ่มสาวพวกนั้นอีกต่อไป ก่อนนางจะจ้องมองไปยังทิศทาง ที่อี้เฉินยืนอยู่อย่างไม่วางตา “หืม!! หมู่บ้านเช่นนี้ มีคนที่อยู่ในขั้นราชันสวรรค์ อยู่ด้วยเช่นนั้นหรือ?”
แรงกดข่มของอี้เฉิน ไม่แปลกที่จะทำให้ฉู่ฮวน เข้าใจผิดเนื่องด้วยอี้เฉิน ที่อยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ สามารถคุกคามขั้นราชันสวรรค์ได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอให้เขาได้เติบใหญ่ หากเมื่อเทียบกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ในขั้นพลังจักรพรรดิ ที่มีเพียงไม่กี่หยิบมือ
สายตาฉู่ฮวน นางมีความเคลือบแคลงใจ ในตัวของอี้เฉินอยู่ไม่น้อย ก่อนนางจะส่งปราณพลังขั้นเซียนสวรรค์ ของนางออกมาซัดสาด เข้ากดข่มอี้เฉินอย่างไม่ปิดบัง ริ้วคลื่นปราณพลังที่บ้าคลั่ง นายกองฉู่ฮวน ปะทุซัดสาดขึ้นมาทันใด ส่งให้ร่างหมู่ชนโดยรอบ ต่างก็รับรู้ถึงแรงกดดันอย่างหนัก เสียงหัวเข่า ของหมู่ชนกระแทกลงพื้น จนเกิดเสียงปัง!! ปัง!! ดังออกมาไม่มีขาด
แม้แต่เหล่าทหาร พวกเขาเองยังขาสั่นเทาไม่หยุด ก่อนจะทนแรงกดดันของนายกองหญิง พวกเขาไม่ไหว ต้องหมอบคลาน อยู่กับพื้นดินเบื้องล่าง เหมือนกับเหล่าชาวบ้านคนอื่นๆ ได้แต่ปรายตามอง ตาปริบๆ ปราณพลังส่วนใหญ่ ที่นางจะส่งไปหา เข้ากดดันตัวของอี้เฉิน กลับยืนนิ่งไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน มันจึงทำให้นางแน่ใจ ว่าชายสวมชุดคลุมดำอันตรายของจริง
ภาพหมู่ชนที่มองตาปริบ ๆ พวกเขาเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกันว่า จะมีเพียงคนสองคนภายในลานกว้างหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ ที่ยังยืนนิ่งอยู่ได้ “ชายสวมชุดคลุมดำผู้นั้น เขาเป็นใครกันแน่”
ทว่าทันใดพวกเขาก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ คำพูดต่างๆ ติดอยู่ในลำคอจนหมดสิ้น เมื่อเห็นภาพนายกอง ฉู่ฮวน เข่าข้างหนึ่งของนางกระแทกลงกับพื้น จนเกิดเสียงปัง!!ดังออกมาก้องสนั่น เมื่ออี้เฉินเลื่อนฝ่ามือลงมาเบาๆ มันก็สามารถกดข่ม นายกองหญิง ฉู่ฮวนลงได้อย่างง่ายดาย
เหล่าทหารที่ติดตามนายกองหญิงของพวกเขามา ต่างก็ไม่อยากเชื่อสายตา “เป็นไปได้อย่างไร ฉู่ฮวนนายกองหญิง นางคุกเข่าเช่นนั้นหรือ?”